งานยานยนต์และซ่อมบำรุง
- WI-DS-201 กระบวนการซ่อมรถบริษัทฯ
- WI-DS-202 เงื่อนไขการซ่อมครัช
- WI-DS-203 มาตรฐาน การดูแลรถจัดส่ง
- WI-DS-204 ยางหล่อดอก
- WI-DS-205 ระเบียบปฎิบัติ การวางแผนซ่อมบำรุง
- WI-DS-206 คู่มือความปลอดภัยในการส่งมอบสินค้าหน้างาน
WI-DS-201 กระบวนการซ่อมรถบริษัทฯ
1. วัตถุประสงค์
คู่มือปฎิบัติงานนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้การปฏิบัติงานเรื่องการนำรถเข้าซ่อมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและอยู่ในกรอบและรอบระยะเวลาที่กำหนดเพื่อให้ทันต่อการปฏิบัติงานและรอบการจ่ายเจ้าหนี้ของแผนกการเงิน
2. กระบวนการ
3. รายละเอียดกระบวนการ
3.1 กรณีซ่อมด่วน
3.1.1. เมื่อรถมีปัญหาระหว่างทางขนส่งพนักงานขับรถแจ้งให้กับช่างยนต์เพื่อตรวจสอบและประเมินการซ่อมหากซ่อมเบื้องต้นเองได้ช่างยนต์จะดำเนินการซ่อมหากไม่สามารถซ่อมเองได้ให้แจ้งผู้จัดการส่วนโลจิสติกส์พิจารณาการซ่อม
3.1.2. ผู้จัดการส่วนโลจิสต์ติกพิจารณาการซ่อมตามสมควรในวงเงินไม่เกิน 10,000 บาท หากเกิน 10,000 บาท ขึ้นไปให้เสนอขออนุมัติการซ่อมกับทางกรรมการผู้จัดการ
3.1.3. ขอเอกสารใบเสนอราคาจากอู่เพื่อประกอบการจัดทำเอกสาร PR และขออนุมัติ
3.1.4. เมื่อได้รับการอนุมัติให้นำรถเข้าซ่อมและติดตามผลการซ่อมหากมีวงเงินเพิ่มเติมจาก 10,000 บาทในภายหลังให้แจ้งกรรมการผู้จัดการทราบทุกครั้ง
3.1.5 เมื่อได้รถมาแล้วพร้อมกับใบเสร็จการซ่อมให้ช่างยนต์แนบชุดเอกสาร PR ที่ผ่านการอนุมัติ คือ ใบเสนอราคา ใบเสร็จ รูปภาพประกอบภายในวันเสาร์ ส่งให้กับทางจัดซื้อจัดจัางเพื่อทำ PO
3.1.6. พนักงานจัดซื้อ-จัดจ้าง ทำเอกสาร PO เพื่อขออนุมัติจากผู้จัดการส่วนโลจิสติกส์ ไม่เกิน 3 วัน
3.1.7. พนักงานจัดซื้อจัดจ้างรวบรวมเอกสาร PO ที่ผ่านการอนุมัติส่งให้ทางแผนกการเงินเบิกเงินให้กับเจ้าหนี้ทุกสิ้นวัน
3.2 กรณีซ่อมหรือบำรุงรักษาตามรอบ
3.2.1 พนักงานช่างยนต์เสนอราคาหรือเสนอตารางราคากลางให้ผู้จัดการส่วนโลจิสติกส์ พิจารณา
3.2.2 นำรถเข้าซ่อมที่อู่และติดตามผลการซ่อม
3.2.3 เมื่อทำการซ่อมรถเสร็จช่างยนต์ไปรับรถพร้อมนำใบเสร็จกลับมาทุกครั้ง
3.2.4. จัดทำเอกสาร PR และนำเอกสารประกอบชุด ใบเสนอราคาหรือตารางราคากลาง ใบเสร็จ และรูปภาพ
3.2.5. รวบรวมเอกสาร PR ส่งให้พนักงานจัดซื้อจัดจ้างออกเอกสาร PO ภายใน 3 วันหลังจากรับรถ
3.2.6. พนักงานจัดซื้อจัดจ้างออกเอกสาร PO เพื่อขออมัติหลังได้รับการอนุมัติและนำส่งแผนกการเงินทุกสิ้นวัน
ระเบียบปฏิบัติการซ่อมบำรุงรักษารถ
WI-DS-202 เงื่อนไขการซ่อมครัช
เงื่อนไขการซ่อมครัช
อายุการใช้งานของครัชนั้นจะอยู่ที่ประมาณ 100,000-150,000 กม.หรือประมาณ 10 ปีขึ้นไป แต่ในกรณีรถที่ได้วิ่งทุกวันหรือรถที่ใช้งานหนักอายุการใช้งานจะไม่ถึง 10 ปี จะอยู่ที่ประมาณ 5 ปี ดังนั้นถ้ารถของแผนกจัดส่งมีการซ่อมครัชแล้วต้องมีอายุการใช้งานขั้นต่ำอยู่ที่ 2 ปีขึ้นไป และถ้ามีรถคันไหนที่ซ่อมคลัชมาแล้วอายุการใช้งานไม่ครบ 2 ปีทางพนักงานขับรถต้องรับผิดชอบค่าซ่อมเองทั้งหมด โดยมีเงื่อนไข ดังนี้
|
อายุการใช้งาน |
ความรับผิดชอบของพนักงาน |
|
น้อยกว่า 1 ปี |
100% |
|
1ปี - 1ปี 5เดือน |
70% |
|
1ปี 6เดือน - 2 ปี |
50% |
|
มากกว่า 2 ปี |
0% |
|
การใช้งานครบ 1แสนกิโล ไม่จำกัดเวลา |
0% |
|
ทะเบียน |
คนขับ |
ลายเซนต์ |
ทะเบียน |
คนขับ |
ลายเซนต์ |
|
ผฉ-7988 |
อยู่อู่R วางเครื่อง |
82-4054 |
วิศิษฐ์ คิดอ่าน | ||
|
ผผ-6088 |
สมศักดิ์ สีหนาถ |
82-8698 |
ประยูร วงศ์จักร |
||
|
82-7588 |
|
82-9628 |
สิทธิพงษ์ คำฉัตร |
||
|
ผอ-4257 |
สายทุน เน |
83-1389 |
ประทีป ทองไว |
||
|
ผอ-4291 |
สุถิตย์ จิตตปินตา |
83-1399 |
สุวรรณ วงค์สุวรรณ |
WI-DS-203 มาตรฐาน การดูแลรถจัดส่ง
Link คู่มือการตรวจเช็คสภาพรถ
พนักงานขับรถและพนักงานติดตามรถทุดคนมีหน้าที่ ในการดูแลรถจัดส่งที่ตัวเองใช้งานอยู่ โดยมีมาตรฐานการปฏิบัติ ดังนี้
- ให้มี Checklist พนักงานขับรถ และ Checklist หัวน้าแผนกธุรการยานยนต์/Section Manager
เพื่อตรวจสอบพนักงานขับรถว่ามีการตรวจเช็ครถตามมาตรฐานที่กำหนดหรือไม่ เช่น ล้อ ยาง หม้อน้ำ รอบการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง อื่นๆ รวมถึงความสะอาดตัวรถทั้งภายในภายนอก
- พนักงานขับรถถ่ายภาพผลการตรวจเช็ครถประจำวัน ภาพถ่ายรอบคัน และ Checklist พร้อมรายงานปัญหาเข้ามาใน Telegram กลุ่มทุกวัน รวมถึงเอกสาร Checklist ที่มีการตรวจเช็คด้วย
- หลังเลิกงานพนักงานจะต้องทำความสะอาดรถให้เรียบร้อยเพื่อเตรียมพร้อมในการบรรทุกสินค้าในวันถัดไป
- กำหนดแผนให้มีการล้างทำความสะอาดรถสัปดาห์ละ 1 ครั้ง
- ให้มีสมุดควบคุมการเบิกจ่ายกุญแกรถประจำวันและกำหนดผู้รับผิดชอบให้ชัดเจน
- เมื่อเกิดอุบัติเหตุให้แจ้งพนักงานป้องกันการสูญเสียเข้าตรวจสอบเพื่อวินิจฉัยปัญหาทันทีเพื่อจัดทำรายงานการเกิดอุบัติเหตุและนำเข้าสู่กระบวนการต่อไป
- ขอให้พนักงานปฏิบัติตามมาตรฐานที่กำหนดข้างต้น หากไม่เป็นไปตามที่กำหนด บริษัทฯ สามารถพิจารณาเรื่องความรับผิดชอบความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นจากการบกพร่องต่อหน้าที่ ดังกล่าวได้
WI-DS-204 ยางหล่อดอก
ทำความรู้จักกับยางหล่อดอก
ยางหล่อดอกคือ ยางรถยนต์เก่า, ยางรถบรรทุกเก่าหรือยางเปอร์เซ็นต์ที่เคยใช้งานแล้วซึ่งดอกยางจะอยู่ในสภาพที่สึกกร่อนตามการใช้งานจากการขับขี่แต่ยางเหล่านั้นสามารถนำกลับมาหล่อดอกใหม่ได้อีกครั้งโดยเรียกกันว่า ‘ยางหล่อดอก’ นั่นเอง ซึ่งหลายคนเมื่อยางรถยนต์ ยางรถบรรทุกเริ่มใช้งานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพเหมือนเดิมก็สามารถเปลี่ยนเป็นยางหล่อดอกได้ หลายคนอาจสงสัยว่า ‘ทำไมไม่เปลี่ยนเป็นยางใหม่?’ เหตุผลเพราะการเลือกใช้ยางหล่อดอกถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนยางใหม่ได้ถึง 30-50% เลยทีเดียว และถึงแม้ว่ายางหล่อดอกจะทำมาจากยางรถยนต์ ยางรถบรรทุกที่เคยถูกนำมาใช้แล้วแต่ก็ผ่านการหล่อดอกใหม่เป็นที่เรียบร้อยเช่นกัน ดังนั้นประสิทธิภาพในเรื่องของสภาพการใช้งานในการขับขี่บนท้องถนน, ความนุ่มนวล, ความเร็ว และความปลอดภัยถือว่าเทียบเท่ากับยางใหม่ได้เหมือนกัน แต่สำหรับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบนท้องถนนโดยรถคันนั้นใช้ยางหล่อดอกส่วนใหญ่แล้วจะเกิดขึ้นจากการใช้งานที่ไม่ถูกต้อง, ขาดความรู้เรื่องการดูแลยางหรือขับขี่ด้วยความเร็วในขณะที่ฝนตก เชื่อมั่นได้ว่าประสิทธิภาพของยางใหม่และยางหล่อดอกเทียบเท่ากัน
ประโยชน์ของยางหล่อดอก
อย่างที่กล่าวไปข้างต้นผู้ที่มีความรู้เรื่องยางรถยนต์ ยางรถบรรทุกส่วนใหญ่ก็คงทราบถึงประโยชน์ของยางหล่อดอกกันบ้างแล้ว เพราะนอกจากยางหล่อดอกจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนยางแล้ว ยางหล่อดอกยังส่งผลประโยชน์ต่อผู้ขับขี่อีกมากมายถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในการเลือกเปลี่ยนยางได้ดีเลยทีเดียว สามารถสอบถามราคาขายส่งยางได้ที่นี่
-
ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนยางรถยนต์ใหม่ได้ถึง 30-50%
-
เปลี่ยนยางได้ในราคาที่ถูกแถมยังได้รับประสิทธิภาพการใช้งานที่เทียบเท่ายางใหม่ - สามารถเพิ่มอายุการใช้งานของยาง
-
ช่วยควบคุมค่าใช้จ่ายในระยะยาวได้
-
การใช้ยางหล่อดอกเป็นอีกหนึ่งวิธีในการรักษาสิ่งแวดล้อมเพราะเป็นการช่วยลดการผลิตยางใหม่ที่ใช้น้ำมันในการผลิตมากกว่าการผลิตยางหล่อดอกมากถึง 68%
-
หากประกอบกิจการเกี่ยวกับรถยนต์ รถบรรทุก รถขนของ การใช้ยางหล่อดอกสามารถช่วยลดต้นทุนทางธุรกิจได้
ข้อควรระวังในการเลือกใช้ยางหล่อดอก
ยางหล่อดอกก็เปรียบเสมือนเป็นยางมือสองที่เคยถูกนำไปใช้งานและนำกลับมาหล่อใหม่ด้วยวิธีการหล่อดอกแบบเย็นหรือวิธีการหล่อดอกแบบร้อน แต่ทุกคนไม่ต้องกังวลเพราะอย่างที่กล่าวไปข้างต้นถึงแม้ว่าจะเป็นยางเก่าแต่เราก็มีหลักเกณฑ์ในการเลือกยางเก่าเพื่อนำมาทำเป็นยางหล่อดอก อย่างไรก็ตามหากไม่มีความเชี่ยวชาญเรื่องยางรถยนต์ ยางรถบรรทุกสามารถขอคำปรึกษาหรือคำแนะนำพร้อมราคายางขายส่งขายปลีกเพิ่มเติมได้ที่นี่ (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย) แต่ทุกอย่างก็ย่อมมีทั้งจุดเด่นและจุดด้อยเพราะฉะนั้นระวังไว้ก่อนดีที่สุดเพื่อความปลอดภัย เราจะพาทุกคนไปทราบถึงข้อควรระวังในการเลือกใช้ยางหล่อดอก มีดังนี้
-
ควรเลือกซื้อยางหล่อดอกกับบริษัทที่มีความน่าเชื่อถือเพราะถ้ายางที่นำมาหล่อเป็นยางคุณภาพตามหลักเกณฑ์เราก็จะได้รับยางหล่อดอกที่มีคุณภาพเหมือนยางใหม่กลับไป แต่ถ้าเป็นยางเก่าไม่มีคุณภาพตั้งแต่แรกหรือมีความชำรุดหนักก็จะส่งผลให้ยางใหม่และเข็มขัดรัดหน้ายางไม่สมานกันได้ดีเท่าที่ควร สามารถสอบถามผู้เชี่ยวชาญเรื่องยางรถยนต์ ยางรถบรรทุก หรือยางหล่อดอกได้ที่นี่
-
ยางหล่อดอกที่ไม่มีคุณภาพอาจเกิดการถ่วงล้อทำให้เกิดความไม่สมดุลของล้อรถ ส่งผลให้การบังคับพวงมาลัยเกิดการสั่นเทือนมากกว่าปกติ ระบบช่วงล่างของรถอาจเกิดความเสียหายได้ ดังนั้นควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญให้เปลี่ยนยางหล่อดอกใหม่พร้อมกับตั้งศูนย์ถ่วงล้อใหม่อีกครั้ง
สำหรับรถที่เลือกใช้ยางหล่อดอกเราแนะนำให้ขับขี่ไม่ควรเกิน 130 กิโลเมตร/ชั่วโมงเพื่อความปลอดภัยทั้งผู้ขับขี่และผู้ที่ใช้ถนนร่วมกัน
ตารางเปรียบเทียบยางใหม่และยางหล่อดอก
หัวข้อ |
ยางใหม่ |
ยางหล่อดอก |
นิยาม |
ยางที่ผลิตใหม่ทั้งหมดจากโรงงาน |
ยางที่นำยางเก่ามาซ่อมแซมและหล่อดอกยางใหม่ |
กระบวนการผลิต |
ใช้วัสดุใหม่ทั้งหมด รวมถึงเนื้อยางและโครงสร้าง |
ใช้โครงยางเดิม แล้วหล่อดอกยางใหม่ |
คุณภาพและความทนทาน |
มีความทนทานสูง เนื่องจากเป็นของใหม่ทั้งหมด |
คุณภาพขึ้นอยู่กับโครงสร้างยางเดิมและกระบวนการ |
ราคา |
ราคาสูงกว่ายางหล่อดอก |
ราคาถูกกว่ายางใหม่ |
การใช้งาน |
เหมาะสำหรับการใช้งานหนักหรือยาวนาน |
เหมาะสำหรับการใช้งานทั่วไปหรือระยะสั้น |
อายุการใช้งาน |
อายุการใช้งานยาวนานกว่า |
อายุการใช้งานสั้นกว่ายางใหม่ |
ข้อดี |
- คุณภาพสูง- ปลอดภัย- ใช้ได้นาน |
- ประหยัดต้นทุน- ลดของเสียและขยะ |
ข้อเสีย |
- ราคาสูง- ใช้ทรัพยากรใหม่ทั้งหมด |
- คุณภาพไม่สม่ำเสมอ- อายุการใช้งานสั้นกว่า |
ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม |
ใช้ทรัพยากรใหม่มากกว่า |
ลดขยะและใช้ทรัพยากรใหม่น้อยกว่า |
ความนิยม |
นิยมในงานที่ต้องการความมั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัย |
นิยมในงานที่คำนึงถึงงบประมาณ |
จุดสังเกตเวลาไปซื้อยาง จะรู้ได้ยังไงว่าอันไหนยางใหม่ อันไหนยางหล่อดอก
การสังเกตว่าเป็นยางใหม่หรือยางหล่อดอก สามารถทำได้โดยดูจากลักษณะและจุดสำคัญต่างๆ ดังนี้:
1. ดอกยาง (Tread Pattern)
-
ยางใหม่:
ดอกยางดูเรียบร้อยและสม่ำเสมอ ไม่มีรอยต่อหรือขอบยางที่แปลกตา -
ยางหล่อดอก:
ดอกยางอาจมีรอยต่อเล็กน้อยบริเวณรอบยาง ซึ่งเกิดจากการหล่อดอกใหม่
2. ด้านข้างยาง (Sidewall)
-
ยางใหม่:
ด้านข้างจะไม่มีร่องรอยการซ่อมแซมหรือแต่งเติมใดๆ -
ยางหล่อดอก:
อาจพบร่องรอยการหล่อซ้ำหรือการซ่อมแซม และตัวอักษรบางส่วนอาจดูไม่คมชัด
3. สัญลักษณ์หรือเครื่องหมายบนยาง
-
ยางใหม่:
มีเครื่องหมายจากโรงงานที่ชัดเจน เช่น โลโก้ยี่ห้อ รุ่น และวันที่ผลิต (DOT Code) -
ยางหล่อดอก:
มักมีข้อความหรือเครื่องหมายบ่งบอกว่าเป็นยางหล่อดอก เช่น "Retread," "R," หรือ "Recap"
4. พื้นผิวและเนื้อยาง
-
ยางใหม่:
ผิวสัมผัสของยางมักเรียบเนียน มีความยืดหยุ่นสูง -
ยางหล่อดอก:
ผิวสัมผัสอาจดูแข็งกว่า และอาจพบรอยเชื่อมระหว่างดอกยางกับโครงยางเดิม
WI-DS-205 ระเบียบปฎิบัติ การวางแผนซ่อมบำรุง
1. วัตถุประสงค์
1.1 เพื่อให้การซ่อมบำรุงรถเป็นไปตามมาตรฐาน และลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ
1.2 เพื่อให้รถบรรทุกพร้อมใช้งานและลดระยะเวลาหยุดซ่อมที่อาจส่งผลกระทบต่อการขนส่ง
1.3 เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมฉุกเฉินและยืดอายุการใช้งานของรถบรรทุก
2. ประเภทของการซ่อมบำรุง
2.1 การซ่อมบำรุงเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance: PM)
เป็นการบำรุงรักษาตามระยะทางหรือระยะเวลาเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น โดยมีการดำเนินการดังนี้:
- - ตรวจสอบประจำวัน (Daily Check) ตามเช็คลิสต์เช็ครถประจำวัน
- - ตรวจสอบประจำเดือน (Monthly Check)
https://docs.google.com/spreadsheets/d/1syBvHYVvOy0X7bHkFo2REs30OmYUsBCURTstd17IDpo/edit?gid=1076511702#gid=1076511702
แบบ checklist รถจัดส่งประจำวัน https://docs.google.com/spreadsheets/d/1syBvHYVvOy0X7bHkFo2REs30OmYUsBCURTstd17IDpo/edit?gid=1076511702#gid=1076511702
- ตรวจสอบและเติมน้ำหล่อเย็นในหม้อน้ำ
- ตรวจเช็คสภาพช่วงล่าง ระบบกันสะเทือน และลูกหมากพวงมาลัย
- ตรวจสอบและทำความสะอดกรองอากาศ
- ตรวจเช็คระบบส่งกำลัง เกียร์ และคลัตช์
- ตรวจสอบระบบขับเคลื่อน เช่น เพลาขับ และลูกปืนล้อ
- - **ตรวจสอบประจำปี (Annual Check)**
- ตรวจเช็คและปรับตั้งระบบเบรกทั้งระบบ
- เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเฟืองท้าย และน้ำมันเกียร์
- ตรวจเช็คและล้างระบบระบายความร้อน
- ตรวจเช็คแบตเตอรี่และระบบชาร์จไฟ
2.2 การซ่อมบำรุงเชิงแก้ไข (Corrective Maintenance: CM)
เป็นการซ่อมเมื่อพบปัญหาหรือเมื่อชิ้นส่วนเกิดความเสียหาย ได้แก่
- การเปลี่ยนอะไหล่ที่ชำรุด เช่น ผ้าเบรก, ลูกปืนล้อ, สายพาน, คลัตช์
- การซ่อมแซมหรือเปลี่ยนระบบไฟฟ้าที่มีปัญหา
- การซ่อมตัวถังหรือแชสซีส์หากพบรอยแตกร้าว
- การซ่อมเครื่องยนต์หากมีเสียงหรืออาการผิดปกติ
3. แผนการซ่อมบำรุงและบันทึกข้อมูล
แผนซ่อมบำรุงประจำเดือน
ประวัติซ๋อมบำรุง
3.1 ฝ่ายซ่อมบำรุงต้องจัดทำแผนบำรุงรักษารถบรรทุกแต่ละคันล่วงหน้า และบันทึกวันที่ทำการตรวจเช็คและซ่อมบำรุง
3.2 พนักงานขับรถต้องกรอกแบบฟอร์มตรวจเช็ครถก่อนออกปฏิบัติงานและส่งให้ฝ่ายซ่อมบำรุง
3.3 หากพบปัญหาหรืออาการผิดปกติ ต้องแจ้งให้ฝ่ายซ่อมบำรุงตรวจสอบและดำเนินการแก้ไขทันที
3.4 ฝ่ายซ่อมบำรุงต้องเก็บประวัติการซ่อมบำรุงของรถแต่ละคันเพื่อใช้เป็นข้อมูลสำหรับการวางแผนในอนาคต
4. ความรับผิดชอบ
4.1 พนักงานขับรถ
- ตรวจเช็ครถก่อนออกเดินทางและบันทึกข้อมูลตามระเบียบ
- รายงานปัญหาหรืออาการผิดปกติของรถให้ฝ่ายซ่อมบำรุง
- ปฏิบัติตามแนวทางการขับขี่ที่ช่วยลดการสึกหรอของรถ
4.2 ฝ่ายซ่อมบำรุง
- ดำเนินการตรวจเช็คและซ่อมบำรุงตามแผนที่กำหนด
- จัดทำบันทึกประวัติการซ่อมบำรุงของรถแต่ละคัน
- ให้คำแนะนำพนักงานขับรถเกี่ยวกับแนวทางการดูแลรักษารถ
4.3 ผู้จัดการฝ่ายจัดส่ง
- ควบคุมดูแลให้การซ่อมบำรุงเป็นไปตามแผน
- ประเมินและปรับปรุงแนวทางการซ่อมบำรุงให้เหมาะสมกับสภาพการใช้งาน
- การปรับปรุงแผนการซ่อมบำรุงให้เป็นไปตามสภาพการใช้งานจริง จะต้องมีการประเมินผลเป็นระยะ
WI-DS-206 คู่มือความปลอดภัยในการส่งมอบสินค้าหน้างาน
1. วัตถุประสงค์
คู่มือนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้พนักงานขับรถและพนักงานติดตามรถปฏิบัติงานส่งมอบสินค้าได้อย่างปลอดภัย ลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ เช่น สินค้าหล่นทับ รถชน รถถอยชน เครนยกของหล่น พื้นลื่น สินค้าบาดมือ หรือการบาดเจ็บจากการยกของหนัก
จำไว้เสมอ: ส่งของให้ถึง ไม่สำคัญเท่ากลับบ้านให้ครบ
2. อุปกรณ์ความปลอดภัยที่ต้องสวมใส่
ก่อนเข้าหน้างาน พนักงานต้องสวมใส่อุปกรณ์ความปลอดภัยให้ครบ
- หมวกนิรภัย
- เสื้อสะท้อนแสง
- รองเท้านิรภัย
- ถุงมือกันบาด
- แว่นตานิรภัย เมื่อมีฝุ่น เศษวัสดุ หรืองานตัด/เจียรใกล้เคียง
หากไม่ได้สวมอุปกรณ์ความปลอดภัย ห้ามเข้าไปในพื้นที่เสี่ยงหรือพื้นที่ก่อสร้าง
3. ก่อนออกจากบริษัท
ก่อนออกเดินทาง พนักงานต้องตรวจสอบสิ่งต่อไปนี้
ตรวจรถ
- เบรกใช้งานได้ดี
- ไฟหน้า ไฟท้าย ไฟเลี้ยว ไฟเบรก ใช้งานได้
- แตรใช้งานได้
- กระจกมองข้างพร้อมใช้งาน
- ยางอยู่ในสภาพดี
- มีลิ่มหนุนล้อ
- มีกรวยหรืออุปกรณ์เตือน หากต้องจอดริมถนน
ตรวจสินค้า
- สินค้าจัดเรียงมั่นคง ไม่เอียง ไม่ล้มง่าย
- สินค้ายาว เช่น เหล็ก ท่อ ไม้ ต้องมัดให้แน่น
- สินค้าแตกง่ายต้องวางแยกและป้องกันการกระแทก
- ห้ามบรรทุกเกินน้ำหนักรถ
- ห้ามให้สินค้าล้นหรือยื่นออกมาโดยไม่มีสัญลักษณ์เตือน
-
ตรวจข้อมูลหน้างาน
ก่อนออกส่ง ควรรู้ข้อมูลเหล่านี้
- ชื่อลูกค้าหรือผู้รับสินค้า
- เบอร์โทรผู้รับสินค้า
- สถานที่ส่งสินค้า
- จุดลงสินค้า
- หน้างานมีเครน รถยก หรือเครื่องจักรหรือไม่
- ต้องลงสินค้าด้วยแรงงานคนหรือเครื่องจักร
4. เมื่อถึงหน้างาน
เมื่อถึงสถานที่ส่งสินค้า ห้ามรีบลงสินค้าเองทันที
ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนนี้
- จอดรถในจุดที่ปลอดภัย
- เปิดไฟฉุกเฉิน หากจอดริมถนนหรือพื้นที่เสี่ยง
- ติดต่อผู้รับผิดชอบหน้างาน
- ถามจุดจอดรถและจุดลงสินค้าให้ชัดเจน
- ตรวจดูรอบพื้นที่ก่อนเริ่มงาน
- สวมอุปกรณ์ความปลอดภัยให้ครบ
- เริ่มลงสินค้าเมื่อมั่นใจว่าปลอดภัยเท่านั้น
หากไม่พบผู้รับผิดชอบหน้างาน ห้ามลงสินค้าเองโดยพลการ
5. สิ่งที่ต้องดูก่อนลงสินค้า
ก่อนเริ่มลงสินค้า ให้พนักงานตรวจดูพื้นที่รอบตัว
ต้องตรวจว่า
- พื้นที่ลงสินค้าเรียบ แข็งแรง ไม่ลื่น
- ไม่มีหลุม บ่อ เศษเหล็ก เศษไม้ หรือตะปู
- ไม่มีรถยกหรือเครื่องจักรวิ่งใกล้จุดลงสินค้า
- ไม่มีเครนยกของอยู่เหนือศีรษะ
- ไม่มีคนเดินผ่านจุดลงสินค้า
- มีพื้นที่ให้พนักงานยืนอย่างปลอดภัย
- มีทางถอยหนีหากเกิดเหตุฉุกเฉิน
ถ้าพื้นที่ไม่ปลอดภัย ให้หยุดงานและแจ้งหัวหน้างานทันทีฃ
6. กฎสำคัญระหว่างลงสินค้า
ระหว่างลงสินค้า พนักงานทุกคนต้องปฏิบัติตามกฎต่อไปนี้
- ห้ามยืนใต้ของที่กำลังยก
- ห้ามยืนใกล้สินค้าแขวนจากเครน
- ห้ามยืนในแนวที่สินค้าอาจหล่นหรือไหลลงมา
- ห้ามยืนระหว่างรถกับกำแพง เสา หรือกองสินค้า
- ห้ามปีนขึ้นกองสินค้าโดยไม่มีอุปกรณ์ป้องกัน
- ห้ามโยนสินค้า
- ห้ามดึงสินค้าหนักโดยใช้แรงคนคนเดียว
- ห้ามยกของหนักเกินกำลัง
- ห้ามรีบทำงานจนลืมความปลอดภัย
- ห้ามทำงานในจุดที่มองไม่เห็นรถหรือเครื่องจักรที่กำลังเคลื่อนที่
ถ้าไม่แน่ใจว่าปลอดภัยหรือไม่ ให้หยุดก่อน อย่าฝืน
7. กรณีหน้างานมีเครน รถเฮี๊ยบ หรือรถยก
หากหน้างานมีการใช้เครน รถเฮี๊ยบ หรือรถโฟร์คลิฟท์ ต้องระวังเป็นพิเศษ
ต้องปฏิบัติ
- ให้ผู้รับผิดชอบรถหรือหน้างานเป็นผู้ควบคุมการยก
- พนักงานบริษัทต้องยืนในจุดปลอดภัย
- ห้ามเข้าใกล้สินค้าที่กำลังถูกยก
- ห้ามยืนใต้ของแขวนทุกกรณี
- ห้ามช่วยผูกสลิง ปลดสลิง หรือประคองสินค้า หากไม่ได้รับมอบหมาย
- ห้ามให้เครนยกสินค้าข้ามศีรษะ
- รอให้สินค้าวางลงพื้นนิ่งสนิทก่อน จึงเข้าไปตรวจนับสินค้า
- หากสินค้าเอียง แกว่ง หรือดูไม่ปลอดภัย ให้ถอยออกทันที
ของที่แขวนอยู่กับเครน คือเขตอันตราย ห้ามเข้าใกล้เด็ดขาด
8. กรณีลงสินค้าด้วยแรงงานคน
หากต้องใช้แรงงานคนลงสินค้า ให้ปฏิบัติดังนี้
- ประเมินน้ำหนักสินค้าก่อนยก
- หากหนักเกินไป ต้องขอคนช่วยหรือใช้อุปกรณ์ช่วยยก
- ยกของโดยใช้แรงขา ไม่ก้มหลังยก
- จับสินค้าให้มั่นคงก่อนยก
- เดินช้า ๆ ไม่วิ่ง
- หากเป็นสินค้ายาว ต้องมีคนจับหัวและท้าย
- ระวังขอบคมของเหล็ก กระเบื้อง แผ่นเมทัลชีท และวัสดุก่อสร้าง
- ใช้ถุงมือทุกครั้งเมื่อจับสินค้ามีคม
ห้ามฝืนยกของหนักคนเดียว เพราะงานจบแต่หลังพัง ไม่คุ้ม
9. กรณีส่งสินค้าริมถนน
หากต้องจอดส่งสินค้าริมถนน ให้ปฏิบัติดังนี้
- เปิดไฟฉุกเฉิน
- วางกรวยหรืออุปกรณ์เตือน
- สวมเสื้อสะท้อนแสง
- ลงสินค้าด้านที่ปลอดภัย ไม่ติดช่องรถวิ่ง หากทำได้
- ระวังรถจักรยานยนต์ รถยนต์ และรถบรรทุกที่วิ่งผ่าน
- ห้ามยืนหันหลังให้รถที่กำลังวิ่งมา
- รีบเคลียร์สินค้าออกจากพื้นถนน
- หากพื้นที่เสี่ยงมาก ให้แจ้งหัวหน้างานเพื่อเปลี่ยนจุดลงสินค้า
10. กรณีฝนตก พื้นลื่น หรือแสงสว่างไม่เพียงพอ
หากฝนตก พื้นเปียก มีโคลน หรือแสงสว่างไม่พอ ให้เพิ่มความระมัดระวัง
ต้องปฏิบัติ
- เดินช้าลง
- ห้ามวิ่ง
- ห้ามยกของหนักบนพื้นลื่น
- ตรวจพื้นก่อนเหยียบ
- ใช้ไฟส่องสว่างหากมืด
- หยุดงานหากมองไม่เห็นพื้นที่ชัดเจน
- แจ้งหัวหน้างานหากไม่สามารถลงสินค้าได้อย่างปลอดภัย
11. ข้อห้ามเด็ดขาด
พนักงานขับรถและพนักงานติดตามรถต้องปฏิบัติตามข้อห้ามนี้อย่างเคร่งครัด
- ห้ามยืนใต้ของที่กำลังยก
- ห้ามเข้าใกล้เครนหรือรถยกขณะทำงาน
- ห้ามช่วยงานยกของลูกค้า หากไม่ได้รับอนุญาต
- ห้ามปีนขึ้นกองสินค้า
- ห้ามยืนท้ายรถขณะรถกำลังถอย
- ห้ามยืนระหว่างรถกับกำแพงหรือเสา
- ห้ามลงสินค้าในพื้นที่ไม่มีผู้รับผิดชอบ
- ห้ามทำงานหากพื้นที่ไม่ปลอดภัย
- ห้ามถอดหมวกนิรภัยในพื้นที่ก่อสร้าง
- ห้ามรีบทำงานเพราะถูกเร่ง หากยังไม่ปลอดภัย
12. สิทธิในการหยุดงานเมื่อไม่ปลอดภัย
พนักงานทุกคนมีสิทธิหยุดงานชั่วคราว หากพบว่าสภาพหน้างานไม่ปลอดภัย
ตัวอย่างสถานการณ์ที่ต้องหยุดงาน
- มีเครนยกของผ่านศีรษะ
- ไม่มีคนควบคุมหน้างาน
- ไม่มีจุดลงสินค้าที่ปลอดภัย
- รถยกหรือเครื่องจักรทำงานใกล้เกินไป
- พื้นที่ลื่น เป็นหลุม หรือไม่มั่นคง
- สินค้าเอียง ไหล หรือเสี่ยงหล่น
- ลูกค้าเร่งให้ทำงานทั้งที่ยังไม่ปลอดภัย
เมื่อหยุดงาน ให้แจ้งหัวหน้างานทันที และรอคำสั่งก่อนดำเนินการต่อ
บริษัทจะไม่ลงโทษพนักงานที่หยุดงานด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย
13. ขั้นตอนเมื่อเกิดเหตุผิดปกติหรืออุบัติเหตุ
หากเกิดอุบัติเหตุหรือเกือบเกิดอุบัติเหตุ ให้ปฏิบัติดังนี้
- หยุดงานทันที
- พาผู้บาดเจ็บออกจากพื้นที่อันตราย หากทำได้อย่างปลอดภัย
- แจ้งหัวหน้างานทันที
- โทรขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน หากมีผู้บาดเจ็บรุนแรง
- ห้ามเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บรุนแรงโดยไม่จำเป็น
- ถ่ายภาพจุดเกิดเหตุ หากปลอดภัย
- บันทึกชื่อพยานหรือผู้เกี่ยวข้อง
- ห้ามกลับออกจากหน้างานโดยไม่แจ้งหัวหน้างาน
14. เช็กลิสต์ก่อนลงสินค้า
ให้พนักงานตรวจสอบก่อนลงสินค้าทุกครั้ง
| รายการตรวจสอบ | ตรวจแล้ว |
|---|---|
| 1. ติดต่อผู้รับผิดชอบหน้างานแล้ว | ☐ |
| 2. รู้จุดจอดรถและจุดลงสินค้าแล้ว | ☐ |
| 3. สวมหมวกนิรภัยแล้ว | ☐ |
| 4. สวมเสื้อสะท้อนแสงแล้ว | ☐ |
| 5. สวมรองเท้านิรภัยแล้ว | ☐ |
| 6. สวมถุงมือแล้ว | ☐ |
| 7. พื้นที่ลงสินค้าปลอดภัย | ☐ |
| 8. ไม่มีเครนยกของเหนือศีรษะ | ☐ |
| 9. ไม่มีรถยกหรือเครื่องจักรใกล้จุดทำงาน | ☐ |
| 10.สินค้าไม่เสี่ยงล้ม หล่น หรือไหล | ☐ |
| 11. มีทางถอยหนีหากเกิดเหตุฉุกเฉิน | ☐ |
หากมีข้อใดไม่พร้อม ให้หยุดและแจ้งหัวหน้างาน
15. หลักจำง่าย 8 ข้อ
- ถึงหน้างาน อย่ารีบลงของ
- ต้องติดต่อผู้รับผิดชอบก่อน
- ใส่ PPE ให้ครบ
- ดูพื้นที่ก่อนทำงาน
- ห้ามยืนใต้ของแขวน
- ห้ามเข้าใกล้เครนหรือรถยก
- ไม่ปลอดภัยให้หยุด
- กลับบ้านให้ครบ สำคัญกว่าส่งของให้ไว
16. คำมั่นด้านความปลอดภัยของพนักงานจัดส่ง
ข้าพเจ้าจะปฏิบัติงานส่งมอบสินค้าด้วยความระมัดระวัง สวมใส่อุปกรณ์ความปลอดภัยทุกครั้ง ไม่เข้าไปในพื้นที่เสี่ยง ไม่ยืนใต้ของที่กำลังยก ไม่ฝืนทำงานหากสภาพหน้างานไม่ปลอดภัย และจะแจ้งหัวหน้างานทันทีเมื่อพบความเสี่ยง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุต่อตนเอง เพื่อนร่วมงาน ลูกค้า และทรัพย์สินของบริษัท
ลงชื่อพนักงาน ....................................................
วันที่ ........../........../..........





