งานยานยนต์และซ่อมบำรุง

WI-DS-201 กระบวนการซ่อมรถบริษัทฯ

1. วัตถุประสงค์

      คู่มือปฎิบัติงานนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้การปฏิบัติงานเรื่องการนำรถเข้าซ่อมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและอยู่ในกรอบและรอบระยะเวลาที่กำหนดเพื่อให้ทันต่อการปฏิบัติงานและรอบการจ่ายเจ้าหนี้ของแผนกการเงิน

2. กระบวนการ


3. รายละเอียดกระบวนการ
   3.1 กรณีซ่อมด่วน
        3.1.1. เมื่อรถมีปัญหาระหว่างทางขนส่งพนักงานขับรถแจ้งให้กับช่างยนต์เพื่อตรวจสอบและประเมินการซ่อมหากซ่อมเบื้องต้นเองได้ช่างยนต์จะดำเนินการซ่อมหากไม่สามารถซ่อมเองได้ให้แจ้งผู้จัดการส่วนโลจิสติกส์พิจารณาการซ่อม
        3.1.2. ผู้จัดการส่วนโลจิสต์ติกพิจารณาการซ่อมตามสมควรในวงเงินไม่เกิน 10,000 บาท หากเกิน 10,000 บาท ขึ้นไปให้เสนอขออนุมัติการซ่อมกับทางกรรมการผู้จัดการ
        3.1.3. ขอเอกสารใบเสนอราคาจากอู่เพื่อประกอบการจัดทำเอกสาร PR และขออนุมัติ
        3.1.4. เมื่อได้รับการอนุมัติให้นำรถเข้าซ่อมและติดตามผลการซ่อมหากมีวงเงินเพิ่มเติมจาก 10,000 บาทในภายหลังให้แจ้งกรรมการผู้จัดการทราบทุกครั้ง
        3.1.5 เมื่อได้รถมาแล้วพร้อมกับใบเสร็จการซ่อมให้ช่างยนต์แนบชุดเอกสาร PR ที่ผ่านการอนุมัติ คือ ใบเสนอราคา ใบเสร็จ รูปภาพประกอบภายในวันเสาร์  ส่งให้กับทางจัดซื้อจัดจัางเพื่อทำ PO 
        3.1.6. พนักงานจัดซื้อ-จัดจ้าง ทำเอกสาร PO เพื่อขออนุมัติจากผู้จัดการส่วนโลจิสติกส์ ไม่เกิน 3 วัน 
        3.1.7. พนักงานจัดซื้อจัดจ้างรวบรวมเอกสาร PO ที่ผ่านการอนุมัติส่งให้ทางแผนกการเงินเบิกเงินให้กับเจ้าหนี้ทุกสิ้นวัน

    3.2 กรณีซ่อมหรือบำรุงรักษาตามรอบ
        3.2.1 พนักงานช่างยนต์เสนอราคาหรือเสนอตารางราคากลางให้ผู้จัดการส่วนโลจิสติกส์ พิจารณา
        3.2.2 นำรถเข้าซ่อมที่อู่และติดตามผลการซ่อม
        3.2.3 เมื่อทำการซ่อมรถเสร็จช่างยนต์ไปรับรถพร้อมนำใบเสร็จกลับมาทุกครั้ง
        3.2.4. จัดทำเอกสาร PR และนำเอกสารประกอบชุด ใบเสนอราคาหรือตารางราคากลาง ใบเสร็จ และรูปภาพ
        3.2.5. รวบรวมเอกสาร PR ส่งให้พนักงานจัดซื้อจัดจ้างออกเอกสาร PO ภายใน 3 วันหลังจากรับรถ
        3.2.6. พนักงานจัดซื้อจัดจ้างออกเอกสาร PO เพื่อขออมัติหลังได้รับการอนุมัติและนำส่งแผนกการเงินทุกสิ้นวัน

ระเบียบปฏิบัติการซ่อมบำรุงรักษารถ
         

WI-DS-202 เงื่อนไขการซ่อมครัช

เงื่อนไขการซ่อมครัช

อายุการใช้งานของครัชนั้นจะอยู่ที่ประมาณ  100,000-150,000 กม.หรือประมาณ 10 ปีขึ้นไป แต่ในกรณีรถที่ได้วิ่งทุกวันหรือรถที่ใช้งานหนักอายุการใช้งานจะไม่ถึง 10 ปี จะอยู่ที่ประมาณ 5 ปี ดังนั้นถ้ารถของแผนกจัดส่งมีการซ่อมครัชแล้วต้องมีอายุการใช้งานขั้นต่ำอยู่ที่ 2 ปีขึ้นไป และถ้ามีรถคันไหนที่ซ่อมคลัชมาแล้วอายุการใช้งานไม่ครบ 2 ปีทางพนักงานขับรถต้องรับผิดชอบค่าซ่อมเองทั้งหมด โดยมีเงื่อนไข ดังนี้

อายุการใช้งาน

ความรับผิดชอบของพนักงาน

น้อยกว่า 1 ปี

100%

1ปี - 1ปี 5เดือน

70%

1ปี 6เดือน - 2 ปี

50%

มากกว่า 2 ปี

0%

การใช้งานครบ 1แสนกิโล ไม่จำกัดเวลา

0%


ทะเบียน

คนขับ

ลายเซนต์

ทะเบียน

คนขับ

ลายเซนต์

ผฉ-7988

อยู่อู่R วางเครื่อง


82-4054

วิศิษฐ์ คิดอ่าน

ผผ-6088

สมศักดิ์ สีหนาถ


82-8698

ประยูร วงศ์จักร


82-7588

 


82-9628

สิทธิพงษ์ คำฉัตร


ผอ-4257

สายทุน เน


83-1389

ประทีป ทองไว


ผอ-4291

สุถิตย์ จิตตปินตา


83-1399

สุวรรณ วงค์สุวรรณ


WI-DS-203 มาตรฐาน การดูแลรถจัดส่ง

พนักงานขับรถและพนักงานติดตามรถทุดคนมีหน้าที่ ในการดูแลรถจัดส่งที่ตัวเองใช้งานอยู่ โดยมีมาตรฐานการปฏิบัติ ดังนี้

  1. ให้มี Checklist พนักงานขับรถ และ Checklist หัวน้าแผนกธุรการยานยนต์/Section Manager
    เพื่อตรวจสอบพนักงานขับรถว่ามีการตรวจเช็ครถตามมาตรฐานที่กำหนดหรือไม่ เช่น ล้อ ยาง หม้อน้ำ รอบการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง อื่นๆ รวมถึงความสะอาดตัวรถทั้งภายในภายนอก 

    image.png

  2. พนักงานขับรถถ่ายภาพผลการตรวจเช็ครถประจำวัน ภาพถ่ายรอบคัน และ Checklist พร้อมรายงานปัญหาเข้ามาใน Telegram กลุ่มทุกวัน รวมถึงเอกสาร Checklist ที่มีการตรวจเช็คด้วย

    image.png image.pngimage.png

     

  3. หลังเลิกงานพนักงานจะต้องทำความสะอาดรถให้เรียบร้อยเพื่อเตรียมพร้อมในการบรรทุกสินค้าในวันถัดไป
     

    image.pngimage.png


  4. กำหนดแผนให้มีการล้างทำความสะอาดรถสัปดาห์ละ 1 ครั้ง 
  5. ให้มีสมุดควบคุมการเบิกจ่ายกุญแกรถประจำวันและกำหนดผู้รับผิดชอบให้ชัดเจน
  6. เมื่อเกิดอุบัติเหตุให้แจ้งพนักงานป้องกันการสูญเสียเข้าตรวจสอบเพื่อวินิจฉัยปัญหาทันทีเพื่อจัดทำรายงานการเกิดอุบัติเหตุและนำเข้าสู่กระบวนการต่อไป 
  7. ขอให้พนักงานปฏิบัติตามมาตรฐานที่กำหนดข้างต้น หากไม่เป็นไปตามที่กำหนด บริษัทฯ สามารถพิจารณาเรื่องความรับผิดชอบความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นจากการบกพร่องต่อหน้าที่ ดังกล่าวได้ 
แบบฟอร์มรายงานอุบัติเหตุ.jpg



WI-DS-204 ยางหล่อดอก

ทำความรู้จักกับยางหล่อดอก

ยางหล่อดอกคือ ยางรถยนต์เก่า, ยางรถบรรทุกเก่าหรือยางเปอร์เซ็นต์ที่เคยใช้งานแล้วซึ่งดอกยางจะอยู่ในสภาพที่สึกกร่อนตามการใช้งานจากการขับขี่แต่ยางเหล่านั้นสามารถนำกลับมาหล่อดอกใหม่ได้อีกครั้งโดยเรียกกันว่า ‘ยางหล่อดอก’ นั่นเอง ซึ่งหลายคนเมื่อยางรถยนต์ ยางรถบรรทุกเริ่มใช้งานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพเหมือนเดิมก็สามารถเปลี่ยนเป็นยางหล่อดอกได้ หลายคนอาจสงสัยว่า ‘ทำไมไม่เปลี่ยนเป็นยางใหม่?’ เหตุผลเพราะการเลือกใช้ยางหล่อดอกถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนยางใหม่ได้ถึง 30-50% เลยทีเดียว และถึงแม้ว่ายางหล่อดอกจะทำมาจากยางรถยนต์ ยางรถบรรทุกที่เคยถูกนำมาใช้แล้วแต่ก็ผ่านการหล่อดอกใหม่เป็นที่เรียบร้อยเช่นกัน ดังนั้นประสิทธิภาพในเรื่องของสภาพการใช้งานในการขับขี่บนท้องถนน, ความนุ่มนวล, ความเร็ว และความปลอดภัยถือว่าเทียบเท่ากับยางใหม่ได้เหมือนกัน แต่สำหรับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบนท้องถนนโดยรถคันนั้นใช้ยางหล่อดอกส่วนใหญ่แล้วจะเกิดขึ้นจากการใช้งานที่ไม่ถูกต้อง, ขาดความรู้เรื่องการดูแลยางหรือขับขี่ด้วยความเร็วในขณะที่ฝนตก เชื่อมั่นได้ว่าประสิทธิภาพของยางใหม่และยางหล่อดอกเทียบเท่ากัน

ประโยชน์ของยางหล่อดอก

อย่างที่กล่าวไปข้างต้นผู้ที่มีความรู้เรื่องยางรถยนต์ ยางรถบรรทุกส่วนใหญ่ก็คงทราบถึงประโยชน์ของยางหล่อดอกกันบ้างแล้ว เพราะนอกจากยางหล่อดอกจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนยางแล้ว ยางหล่อดอกยังส่งผลประโยชน์ต่อผู้ขับขี่อีกมากมายถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในการเลือกเปลี่ยนยางได้ดีเลยทีเดียว สามารถสอบถามราคาขายส่งยางได้ที่นี่

ข้อควรระวังในการเลือกใช้ยางหล่อดอก

ยางหล่อดอกก็เปรียบเสมือนเป็นยางมือสองที่เคยถูกนำไปใช้งานและนำกลับมาหล่อใหม่ด้วยวิธีการหล่อดอกแบบเย็นหรือวิธีการหล่อดอกแบบร้อน แต่ทุกคนไม่ต้องกังวลเพราะอย่างที่กล่าวไปข้างต้นถึงแม้ว่าจะเป็นยางเก่าแต่เราก็มีหลักเกณฑ์ในการเลือกยางเก่าเพื่อนำมาทำเป็นยางหล่อดอก อย่างไรก็ตามหากไม่มีความเชี่ยวชาญเรื่องยางรถยนต์ ยางรถบรรทุกสามารถขอคำปรึกษาหรือคำแนะนำพร้อมราคายางขายส่งขายปลีกเพิ่มเติมได้ที่นี่ (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย) แต่ทุกอย่างก็ย่อมมีทั้งจุดเด่นและจุดด้อยเพราะฉะนั้นระวังไว้ก่อนดีที่สุดเพื่อความปลอดภัย เราจะพาทุกคนไปทราบถึงข้อควรระวังในการเลือกใช้ยางหล่อดอก มีดังนี้

สำหรับรถที่เลือกใช้ยางหล่อดอกเราแนะนำให้ขับขี่ไม่ควรเกิน 130 กิโลเมตร/ชั่วโมงเพื่อความปลอดภัยทั้งผู้ขับขี่และผู้ที่ใช้ถนนร่วมกัน


ตารางเปรียบเทียบยางใหม่และยางหล่อดอก

หัวข้อ
ยางใหม่
ยางหล่อดอก
นิยาม
ยางที่ผลิตใหม่ทั้งหมดจากโรงงาน
ยางที่นำยางเก่ามาซ่อมแซมและหล่อดอกยางใหม่
กระบวนการผลิต
ใช้วัสดุใหม่ทั้งหมด รวมถึงเนื้อยางและโครงสร้าง
ใช้โครงยางเดิม แล้วหล่อดอกยางใหม่
คุณภาพและความทนทาน
มีความทนทานสูง เนื่องจากเป็นของใหม่ทั้งหมด
คุณภาพขึ้นอยู่กับโครงสร้างยางเดิมและกระบวนการ
ราคา
ราคาสูงกว่ายางหล่อดอก
ราคาถูกกว่ายางใหม่
การใช้งาน
เหมาะสำหรับการใช้งานหนักหรือยาวนาน
เหมาะสำหรับการใช้งานทั่วไปหรือระยะสั้น
อายุการใช้งาน
อายุการใช้งานยาวนานกว่า
อายุการใช้งานสั้นกว่ายางใหม่
ข้อดี
- คุณภาพสูง
- ปลอดภัย
- ใช้ได้นาน
- ประหยัดต้นทุน
- ลดของเสียและขยะ
ข้อเสีย
- ราคาสูง
- ใช้ทรัพยากรใหม่ทั้งหมด
- คุณภาพไม่สม่ำเสมอ
- อายุการใช้งานสั้นกว่า
ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ใช้ทรัพยากรใหม่มากกว่า
ลดขยะและใช้ทรัพยากรใหม่น้อยกว่า
ความนิยม
นิยมในงานที่ต้องการความมั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัย
นิยมในงานที่คำนึงถึงงบประมาณ

จุดสังเกตเวลาไปซื้อยาง จะรู้ได้ยังไงว่าอันไหนยางใหม่ อันไหนยางหล่อดอก

การสังเกตว่าเป็นยางใหม่หรือยางหล่อดอก สามารถทำได้โดยดูจากลักษณะและจุดสำคัญต่างๆ ดังนี้:

1. ดอกยาง (Tread Pattern)

 


 

2. ด้านข้างยาง (Sidewall)

 


 

3. สัญลักษณ์หรือเครื่องหมายบนยาง

 


 

4. พื้นผิวและเนื้อยาง

 

WI-DS-205 ระเบียบปฎิบัติ การวางแผนซ่อมบำรุง

1. วัตถุประสงค์

1.1 เพื่อให้การซ่อมบำรุงรถเป็นไปตามมาตรฐาน และลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ  

1.2 เพื่อให้รถบรรทุกพร้อมใช้งานและลดระยะเวลาหยุดซ่อมที่อาจส่งผลกระทบต่อการขนส่ง  

1.3 เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมฉุกเฉินและยืดอายุการใช้งานของรถบรรทุก  

2. ประเภทของการซ่อมบำรุง  
2.1 การซ่อมบำรุงเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance: PM)  

เป็นการบำรุงรักษาตามระยะทางหรือระยะเวลาเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น โดยมีการดำเนินการดังนี้:  

https://docs.google.com/spreadsheets/d/1syBvHYVvOy0X7bHkFo2REs30OmYUsBCURTstd17IDpo/edit?gid=1076511702#gid=1076511702

แบบ checklist รถจัดส่งประจำวัน  https://docs.google.com/spreadsheets/d/1syBvHYVvOy0X7bHkFo2REs30OmYUsBCURTstd17IDpo/edit?gid=1076511702#gid=1076511702

 - ตรวจสอบและเติมน้ำหล่อเย็นในหม้อน้ำ  

- ตรวจเช็คสภาพช่วงล่าง ระบบกันสะเทือน และลูกหมากพวงมาลัย  

- ตรวจสอบและทำความสะอดกรองอากาศ  

  - ตรวจเช็คระบบส่งกำลัง เกียร์ และคลัตช์  

  - ตรวจสอบระบบขับเคลื่อน เช่น เพลาขับ และลูกปืนล้อ  

  - ตรวจเช็คและปรับตั้งระบบเบรกทั้งระบบ  

  - เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเฟืองท้าย และน้ำมันเกียร์  

  - ตรวจเช็คและล้างระบบระบายความร้อน  

  - ตรวจเช็คแบตเตอรี่และระบบชาร์จไฟ  

2.2 การซ่อมบำรุงเชิงแก้ไข (Corrective Maintenance: CM) 

เป็นการซ่อมเมื่อพบปัญหาหรือเมื่อชิ้นส่วนเกิดความเสียหาย ได้แก่  

- การเปลี่ยนอะไหล่ที่ชำรุด เช่น ผ้าเบรก, ลูกปืนล้อ, สายพาน, คลัตช์  

- การซ่อมแซมหรือเปลี่ยนระบบไฟฟ้าที่มีปัญหา  

- การซ่อมตัวถังหรือแชสซีส์หากพบรอยแตกร้าว  

- การซ่อมเครื่องยนต์หากมีเสียงหรืออาการผิดปกติ  

3. แผนการซ่อมบำรุงและบันทึกข้อมูล

แผนซ่อมบำรุงประจำเดือน

https://docs.google.com/spreadsheets/d/1kaCv3JY4Zxx-qcREOcNculUveWhM7wTwV-cA9RwXvl0/edit?gid=1563925477#gid=1563925477

ประวัติซ๋อมบำรุง

https://docs.google.com/spreadsheets/d/1kaCv3JY4Zxx-qcREOcNculUveWhM7wTwV-cA9RwXvl0/edit?gid=1413203303#gid=1413203303

3.1 ฝ่ายซ่อมบำรุงต้องจัดทำแผนบำรุงรักษารถบรรทุกแต่ละคันล่วงหน้า และบันทึกวันที่ทำการตรวจเช็คและซ่อมบำรุง  

3.2 พนักงานขับรถต้องกรอกแบบฟอร์มตรวจเช็ครถก่อนออกปฏิบัติงานและส่งให้ฝ่ายซ่อมบำรุง  

3.3 หากพบปัญหาหรืออาการผิดปกติ ต้องแจ้งให้ฝ่ายซ่อมบำรุงตรวจสอบและดำเนินการแก้ไขทันที  

3.4 ฝ่ายซ่อมบำรุงต้องเก็บประวัติการซ่อมบำรุงของรถแต่ละคันเพื่อใช้เป็นข้อมูลสำหรับการวางแผนในอนาคต  

4. ความรับผิดชอบ
4.1 พนักงานขับรถ  

- ตรวจเช็ครถก่อนออกเดินทางและบันทึกข้อมูลตามระเบียบ  

- รายงานปัญหาหรืออาการผิดปกติของรถให้ฝ่ายซ่อมบำรุง  

- ปฏิบัติตามแนวทางการขับขี่ที่ช่วยลดการสึกหรอของรถ  

4.2 ฝ่ายซ่อมบำรุง

- ดำเนินการตรวจเช็คและซ่อมบำรุงตามแผนที่กำหนด  

- จัดทำบันทึกประวัติการซ่อมบำรุงของรถแต่ละคัน  

- ให้คำแนะนำพนักงานขับรถเกี่ยวกับแนวทางการดูแลรักษารถ  

4.3 ผู้จัดการฝ่ายจัดส่ง  

- ควบคุมดูแลให้การซ่อมบำรุงเป็นไปตามแผน  

- ประเมินและปรับปรุงแนวทางการซ่อมบำรุงให้เหมาะสมกับสภาพการใช้งาน  

- การปรับปรุงแผนการซ่อมบำรุงให้เป็นไปตามสภาพการใช้งานจริง จะต้องมีการประเมินผลเป็นระยะ  

WI-DS-206 คู่มือความปลอดภัยในการส่งมอบสินค้าหน้างาน

ChatGPT Image 2 ก.ค. 2569 11_56_12.png

1. วัตถุประสงค์

คู่มือนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้พนักงานขับรถและพนักงานติดตามรถปฏิบัติงานส่งมอบสินค้าได้อย่างปลอดภัย ลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ เช่น สินค้าหล่นทับ รถชน รถถอยชน เครนยกของหล่น พื้นลื่น สินค้าบาดมือ หรือการบาดเจ็บจากการยกของหนัก

จำไว้เสมอ: ส่งของให้ถึง ไม่สำคัญเท่ากลับบ้านให้ครบ

2. อุปกรณ์ความปลอดภัยที่ต้องสวมใส่

ก่อนเข้าหน้างาน พนักงานต้องสวมใส่อุปกรณ์ความปลอดภัยให้ครบ

  1. หมวกนิรภัย
  2. เสื้อสะท้อนแสง
  3. รองเท้านิรภัย
  4. ถุงมือกันบาด
  5. แว่นตานิรภัย เมื่อมีฝุ่น เศษวัสดุ หรืองานตัด/เจียรใกล้เคียง

    image.png


หากไม่ได้สวมอุปกรณ์ความปลอดภัย ห้ามเข้าไปในพื้นที่เสี่ยงหรือพื้นที่ก่อสร้าง

3. ก่อนออกจากบริษัท

ก่อนออกเดินทาง พนักงานต้องตรวจสอบสิ่งต่อไปนี้

ตรวจรถ

ตรวจสินค้า

4. เมื่อถึงหน้างาน

เมื่อถึงสถานที่ส่งสินค้า ห้ามรีบลงสินค้าเองทันที

ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนนี้

  1. จอดรถในจุดที่ปลอดภัย
  2. เปิดไฟฉุกเฉิน หากจอดริมถนนหรือพื้นที่เสี่ยง
  3. ติดต่อผู้รับผิดชอบหน้างาน
  4. ถามจุดจอดรถและจุดลงสินค้าให้ชัดเจน
  5. ตรวจดูรอบพื้นที่ก่อนเริ่มงาน
  6. สวมอุปกรณ์ความปลอดภัยให้ครบ
  7. เริ่มลงสินค้าเมื่อมั่นใจว่าปลอดภัยเท่านั้น

หากไม่พบผู้รับผิดชอบหน้างาน ห้ามลงสินค้าเองโดยพลการ

5. สิ่งที่ต้องดูก่อนลงสินค้า

ก่อนเริ่มลงสินค้า ให้พนักงานตรวจดูพื้นที่รอบตัว

ต้องตรวจว่า

ถ้าพื้นที่ไม่ปลอดภัย ให้หยุดงานและแจ้งหัวหน้างานทันทีฃ

6. กฎสำคัญระหว่างลงสินค้า

ระหว่างลงสินค้า พนักงานทุกคนต้องปฏิบัติตามกฎต่อไปนี้

  1. ห้ามยืนใต้ของที่กำลังยก
  2. ห้ามยืนใกล้สินค้าแขวนจากเครน
  3. ห้ามยืนในแนวที่สินค้าอาจหล่นหรือไหลลงมา
  4. ห้ามยืนระหว่างรถกับกำแพง เสา หรือกองสินค้า
  5. ห้ามปีนขึ้นกองสินค้าโดยไม่มีอุปกรณ์ป้องกัน
  6. ห้ามโยนสินค้า
  7. ห้ามดึงสินค้าหนักโดยใช้แรงคนคนเดียว
  8. ห้ามยกของหนักเกินกำลัง
  9. ห้ามรีบทำงานจนลืมความปลอดภัย
  10. ห้ามทำงานในจุดที่มองไม่เห็นรถหรือเครื่องจักรที่กำลังเคลื่อนที่

    ChatGPT Image 2 ก.ค. 2569 09_30_16.png


ถ้าไม่แน่ใจว่าปลอดภัยหรือไม่ ให้หยุดก่อน อย่าฝืน

7. กรณีหน้างานมีเครน รถเฮี๊ยบ หรือรถยก

หากหน้างานมีการใช้เครน รถเฮี๊ยบ หรือรถโฟร์คลิฟท์ ต้องระวังเป็นพิเศษ

ต้องปฏิบัติ

  1. ให้ผู้รับผิดชอบรถหรือหน้างานเป็นผู้ควบคุมการยก
  2. พนักงานบริษัทต้องยืนในจุดปลอดภัย
  3. ห้ามเข้าใกล้สินค้าที่กำลังถูกยก
  4. ห้ามยืนใต้ของแขวนทุกกรณี
  5. ห้ามช่วยผูกสลิง ปลดสลิง หรือประคองสินค้า หากไม่ได้รับมอบหมาย
  6. ห้ามให้เครนยกสินค้าข้ามศีรษะ
  7. รอให้สินค้าวางลงพื้นนิ่งสนิทก่อน จึงเข้าไปตรวจนับสินค้า
  8. หากสินค้าเอียง แกว่ง หรือดูไม่ปลอดภัย ให้ถอยออกทันที

ของที่แขวนอยู่กับเครน คือเขตอันตราย ห้ามเข้าใกล้เด็ดขาด

image.png


8. กรณีลงสินค้าด้วยแรงงานคน

หากต้องใช้แรงงานคนลงสินค้า ให้ปฏิบัติดังนี้

  1. ประเมินน้ำหนักสินค้าก่อนยก
  2. หากหนักเกินไป ต้องขอคนช่วยหรือใช้อุปกรณ์ช่วยยก
  3. ยกของโดยใช้แรงขา ไม่ก้มหลังยก
  4. จับสินค้าให้มั่นคงก่อนยก
  5. เดินช้า ๆ ไม่วิ่ง
  6. หากเป็นสินค้ายาว ต้องมีคนจับหัวและท้าย
  7. ระวังขอบคมของเหล็ก กระเบื้อง แผ่นเมทัลชีท และวัสดุก่อสร้าง
  8. ใช้ถุงมือทุกครั้งเมื่อจับสินค้ามีคม
    image.png

ห้ามฝืนยกของหนักคนเดียว เพราะงานจบแต่หลังพัง ไม่คุ้ม

9. กรณีส่งสินค้าริมถนน

หากต้องจอดส่งสินค้าริมถนน ให้ปฏิบัติดังนี้

  1. เปิดไฟฉุกเฉิน
  2. วางกรวยหรืออุปกรณ์เตือน
  3. สวมเสื้อสะท้อนแสง
  4. ลงสินค้าด้านที่ปลอดภัย ไม่ติดช่องรถวิ่ง หากทำได้
  5. ระวังรถจักรยานยนต์ รถยนต์ และรถบรรทุกที่วิ่งผ่าน
  6. ห้ามยืนหันหลังให้รถที่กำลังวิ่งมา
  7. รีบเคลียร์สินค้าออกจากพื้นถนน
  8. หากพื้นที่เสี่ยงมาก ให้แจ้งหัวหน้างานเพื่อเปลี่ยนจุดลงสินค้า

    ChatGPT Image 2 ก.ค. 2569 10_51_57.png


10. กรณีฝนตก พื้นลื่น หรือแสงสว่างไม่เพียงพอ

หากฝนตก พื้นเปียก มีโคลน หรือแสงสว่างไม่พอ ให้เพิ่มความระมัดระวัง

ต้องปฏิบัติ

11. ข้อห้ามเด็ดขาด

พนักงานขับรถและพนักงานติดตามรถต้องปฏิบัติตามข้อห้ามนี้อย่างเคร่งครัด

  1. ห้ามยืนใต้ของที่กำลังยก
  2. ห้ามเข้าใกล้เครนหรือรถยกขณะทำงาน
  3. ห้ามช่วยงานยกของลูกค้า หากไม่ได้รับอนุญาต
  4. ห้ามปีนขึ้นกองสินค้า
  5. ห้ามยืนท้ายรถขณะรถกำลังถอย
  6. ห้ามยืนระหว่างรถกับกำแพงหรือเสา
  7. ห้ามลงสินค้าในพื้นที่ไม่มีผู้รับผิดชอบ
  8. ห้ามทำงานหากพื้นที่ไม่ปลอดภัย
  9. ห้ามถอดหมวกนิรภัยในพื้นที่ก่อสร้าง
  10. ห้ามรีบทำงานเพราะถูกเร่ง หากยังไม่ปลอดภัย

    image.png


12. สิทธิในการหยุดงานเมื่อไม่ปลอดภัย

พนักงานทุกคนมีสิทธิหยุดงานชั่วคราว หากพบว่าสภาพหน้างานไม่ปลอดภัย

ตัวอย่างสถานการณ์ที่ต้องหยุดงาน

เมื่อหยุดงาน ให้แจ้งหัวหน้างานทันที และรอคำสั่งก่อนดำเนินการต่อ

บริษัทจะไม่ลงโทษพนักงานที่หยุดงานด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย

13. ขั้นตอนเมื่อเกิดเหตุผิดปกติหรืออุบัติเหตุ

หากเกิดอุบัติเหตุหรือเกือบเกิดอุบัติเหตุ ให้ปฏิบัติดังนี้

  1. หยุดงานทันที
  2. พาผู้บาดเจ็บออกจากพื้นที่อันตราย หากทำได้อย่างปลอดภัย
  3. แจ้งหัวหน้างานทันที
  4. โทรขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน หากมีผู้บาดเจ็บรุนแรง
  5. ห้ามเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บรุนแรงโดยไม่จำเป็น
  6. ถ่ายภาพจุดเกิดเหตุ หากปลอดภัย
  7. บันทึกชื่อพยานหรือผู้เกี่ยวข้อง
  8. ห้ามกลับออกจากหน้างานโดยไม่แจ้งหัวหน้างาน

14. เช็กลิสต์ก่อนลงสินค้า

ให้พนักงานตรวจสอบก่อนลงสินค้าทุกครั้ง

รายการตรวจสอบ ตรวจแล้ว
1. ติดต่อผู้รับผิดชอบหน้างานแล้ว
2. รู้จุดจอดรถและจุดลงสินค้าแล้ว
3. สวมหมวกนิรภัยแล้ว
4. สวมเสื้อสะท้อนแสงแล้ว
5. สวมรองเท้านิรภัยแล้ว
6. สวมถุงมือแล้ว
7. พื้นที่ลงสินค้าปลอดภัย
8. ไม่มีเครนยกของเหนือศีรษะ
9. ไม่มีรถยกหรือเครื่องจักรใกล้จุดทำงาน
10.สินค้าไม่เสี่ยงล้ม หล่น หรือไหล
11. มีทางถอยหนีหากเกิดเหตุฉุกเฉิน

ChatGPT Image 2 ก.ค. 2569 11_51_07.png

หากมีข้อใดไม่พร้อม ให้หยุดและแจ้งหัวหน้างาน

15. หลักจำง่าย 8 ข้อ

  1. ถึงหน้างาน อย่ารีบลงของ
  2. ต้องติดต่อผู้รับผิดชอบก่อน
  3. ใส่ PPE ให้ครบ
  4. ดูพื้นที่ก่อนทำงาน
  5. ห้ามยืนใต้ของแขวน
  6. ห้ามเข้าใกล้เครนหรือรถยก
  7. ไม่ปลอดภัยให้หยุด
  8. กลับบ้านให้ครบ สำคัญกว่าส่งของให้ไว

16. คำมั่นด้านความปลอดภัยของพนักงานจัดส่ง

ข้าพเจ้าจะปฏิบัติงานส่งมอบสินค้าด้วยความระมัดระวัง สวมใส่อุปกรณ์ความปลอดภัยทุกครั้ง ไม่เข้าไปในพื้นที่เสี่ยง ไม่ยืนใต้ของที่กำลังยก ไม่ฝืนทำงานหากสภาพหน้างานไม่ปลอดภัย และจะแจ้งหัวหน้างานทันทีเมื่อพบความเสี่ยง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุต่อตนเอง เพื่อนร่วมงาน ลูกค้า และทรัพย์สินของบริษัท

                                                                                                                                       ลงชื่อพนักงาน ....................................................

                                                                                                                                                             วันที่ ........../........../..........