งานสวัสดิการ-ค่าจ้าง WI-HR-008 ระเบียบการจ่ายเบี้ยเลี้ยงการอบรมหรือสัมนาต่างจังหวัด การจ่ายเบี้ยเลี้ยงและอื่นๆ  สำหรับการเข้ารับการอบรม / สัมมนานอกพื้นที่ (ต่างจังหวัด) ตามที่บริษัทฯ มีนโยบายในการส่งพนักงานเข้ารับอบรม/สัมมนา เพื่อเพิ่มพูนความรู้ และทักษะการทำงานทั้งในและนอกพื้นที่ และ บริษัทฯ  จึงขอกำหนดสำหรับการจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยง ที่พัก และค่าเดินทางของพนักงาน ที่เข้ารับการอบรม / สัมมนานอกพื้นที่  จึงมีอัตราค่าเบี้ยเลี้ยง/ค่าที่พัก/ค่าเดินทาง ของพนักงานที่เข้ารับการอบรม/สัมมนา ดังนี้ ลำดับ ระดับพนักงาน ค่าเบี้ยเลี้ยง/วัน ค่าเดินทาง ค่าโดยสาร ไป/กลับ ค่า Taxi  ในกรุงเทพ และปริมณฑล 1 ผู้อำนวยการฝ่าย  ระดับ G6 500  บาท เครื่องบิน (Low cost) เหมาจ่าย เที่ยวไป 200 บาท เที่ยวกลับ 200บาท 2 ผู้จัดการส่วน  ระดับ G5 400  บาท เครื่องบิน (Low cost) 3 หัวหน้าแผนก/พนักงาน ระดับ G4 300  บาท รถทัวร์  NCA First Class  ปรับอากาศชั้น 1 (21 ที่นั่ง) 4 พนักงาน ระดับ G3 300  บาท รถทัวร์ NCA Gold Class   ปรับอากาศชั้น 1 (32 ที่นั่ง) 5 พนักงาน ระดับ G1-2 อัตราค่าโดยสาร  (ข้อมูล ณ วันที่ 10 มกราคม 2567) เครื่องบิน  (Low cost) ได้แก่   สายการบิน Lion Air, Nok Air ,Air Asia, Thai Smile รถโดยสาร NCA First Class (21 ที่นั่ง)   รถทัวร์ปรับอากาศชั้น 1 ราคา 924 บาท  รถโดยสาร NCA Gold Class (32 ที่นั่ง) รถทัวร์ปรับอากาศชั้น 1 ราคา 693 บาท  หลักเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติ การอบรม/สัมมนา  หมายถึง  การอบรม/สัมมนาตามหัวข้อหรือหลักสูตร ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน  โดยได้รับความเห็นชอบและอนุมัติจากผู้บริหารเท่านั้น  สำหรับการไปท่องเที่ยวและทัศนศึกษาจะไม่รวมอยู่ในระเบียบปฏิบัตินี้ ค่าเบี้ยเลี้ยง  หมายถึง  ค่าปฏิบัติงานนอกสถานที่นอกพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่  เพื่อเข้ารับการอบรม/สัมมนา มีระยะเวลาเกินกว่า 24 ชั่วโมง โดย นับตามจำนวนวันที่จัดอบรม/สัมมนาเท่านั้น และ ไม่นับเวลาการเดินทาง   ไป-กลับ  ไม่ว่าหน่วยงานจะเลี้ยงอาหารหรือไม่ก็จ่ายค่าเบี้ยเลี้ยงเหมารายวันให้กับพนักงาน สถานที่นอกพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ หมายถึง ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล  ได้แก่  กรุงเทพ  นนทบุรี  ปทุมธานี สมุทรปราการ  นครปฐม  และสมุทรสาคร  ส่วนต่างจังหวัดคือจังหวัดอื่นๆนอกเหนือที่ได้กล่าวมา ค่าเดินทาง  หมายถึง ค่ารถโดยสารประจำทาง/รถไฟ/เครื่องบิน เฉพาะการเดินทางข้ามจังหวัดในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล บริษัทฯจะจ่ายให้ตามสิทธิ์ โดยแบ่งตามระดับของพนักงาน (ให้ยึดราคาจาก เครื่องบิน  (Low cost) ได้แก่ สายการบิน Lion Air, Nok Air ,Air Asia, Thai Smile , การรถไฟแห่งประเทศไทย, รถทัวร์ของบริษัท นครชัยแอร์ จำกัด เป็นเกณฑ์)  ส่วนการเดินทางจังหวัดอื่นให้พิจารณาตามเส้นทาง ระยะทาง และราคาตั๋วในแต่ละจังหวัดที่เดินทางไปตามที่จ่ายจริง โดยทางแผนกบุคคจะเป็นผู้จัดหาให้ และให้พนักงานนำหลักฐานการเดินทางให้ทางแผนกบุคคลเมื่อกลับจากการอบรม/สัมมนา  เครื่องบิน ให้ใช้ Boarding Pass รถทัวร์ ให้ใช้บัตรเดินทาง  ค่ารถแท็กซี่ในกรุงเทพ และปริมณฑล หมายถึง ค่าเดินทางจากสถานีขนส่ง/สถานีรถไฟ/สนามบิน - โรงแรมที่พักในวันเดินทางไป และค่าเดินทางจากโรงแรมที่พัก-สถานีขนส่ง/สถานีรถไฟ/สนามบิน ในวันเดินทางกลับ  โดยเป็นอัตราเหมาจ่าย และในกรณีต่างจังหวัดให้พิจารณาเป็นกรณีไป การจัดหาที่พัก ในกรณีอบรม/สัมมนานอกพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ทางแผนกบุคคลจะดำเนินการจัดหาและสำรองห้องพักไว้ให้พนักงาน  เมื่ออบรมเสร็จให้พนักงานนำใบเสร็จจากทางโรงแรมกลับมาให้ทางแผนกบุคคล กรณีพนักงานจัดหาที่พักเอง เช่น บ้านพักกับบิดา มารดา ญาติ พี่น้อง เพื่อน ฯลฯ จะไม่ได้รับสิทธิ์ค่าที่พัก โดยให้พนักงานแจ้งกับทางแผนกบุคคลล่วงหน้า กรณีหน่วยงานที่จัดอบรม/สัมมนา ได้ดำเนินการจัดหาที่พัก อาหาร  การเดินทาง และรถรับ-ส่ง  ไว้ให้กับพนักงานเรียบร้อยแล้ว พนักงานจะได้รับสิทธิ์ เฉพาะค่าเบี้ยเลี้ยง เท่านั้น หากมีความจำเป็นที่ไม่สามารถปฏิบัติตามที่กำหนดได้ ให้นำเสนอขออนุมัติผู้บริหารเพื่อขอพิจารณาดำเนินการอย่างอื่นเป็นกรณีไป พนักงานที่กลับจากอบรม/สัมมนาแล้ว  พนักงานจะต้องนำเอกสารหลักฐานการเงิน/ใบเสร็จรับเงิน ฯลฯ มาให้ทางแผนกบุคคลทุกครั้ง หากไม่มีเอกสารดังกล่าว ถือว่าพนักงานละเลยในหน้าที่ อัตราค่าที่พัก ค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าอาหาร และค่าเดินทาง ที่กำหนดไว้ ตามประกาศนี้ อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสมขึ้นอยู่กับสภาวะเศรษฐกิจ หรือ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้บริหาร WI-HR-009 การตรวจสอบพนักงานลาออก วัตถุประสงค์ เอกสารฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นขั้นตอนในการปฏิบัติเมื่อพนักงานลาออก หรือ พนักงานขาดงานเกินกว่า 3 วัน ซึ่งจะอธิบายถึงขั้นตอนการลาออกของพนักงาน การตรวจสอบสต๊อกสินค้าที่ดูแลรับผิดชอบ หนี้สินของพนักงานที่คงค้างและค่าใช้จ่ายอื่นใดที่พนักงานจะต้องชำระก่อนวันที่จะลาออก เพื่อนำไปหักค่าใช้จ่ายจากเงินประกันของพนักงาน ขอบข่าย เอกสารฉบับนี้เป็นขั้นตอนในการลาออกของพนักงานในบริษัท นพดลพานิช จำกัด ซึ่งจะถือเป็นแนวปฏิบัติของพนักงานทั้งสาขาสำนักงานใหญ่และสาขาแยกต้นเปา สันกำแพง  คำจำกัดความ เงินประกันพนักงาน  หมายถึง เงินที่ทางบริษัทได้เรียกเก็บจากพนักงานเพื่อเป็นหลักประกันหากเกิดความเสีย หายขึ้นระหว่างที่พนักงานทำงานอยู่ที่บริษัท การปรับปรุงสินค้า   หมายถึง การนำรายงานผลต่างจากการตรวจนับสินค้ามาปรับจำนวนสินค้าในระบบกับ จำนวนสินค้าที่นับได้จริงให้ตรงกัน หน้าที่และความรับผิดชอบ หัวหน้างาน/Store Manager พิจารณาการลาออกของพนักงาน ร่วมตรวจนับสต๊อกสินค้ากับพนักงานที่จะลาออก พิจารณาและประเมินค่าเสียหายจากการตรวจนับสต๊อก ผู้จัดการส่วนบุคคล-ธุรการ สอบถามการลาออกของพนักงาน ให้ใบลาออกกับพนักงานที่ต้องการลาออก ตรวจเช็คหนี้สินคงค้างของพนักงานและเงินประกันพนักงาน สรุปเงินประกันพนักงานหลังหักค่าใช่จ่าย เจ้าหน้าที่ ICC ตรวจสอบและยืนยยันผลการนับสต๊อกของพนักงาน ปรับปรุงสต๊อกสินค้า พนักงานที่จะลาออกk แจ้งความประสงค์การลาออกต่อหัวหน้างาน/Store Manager และผู้จัดการส่วนบุคคล ตรวจนับสต๊อกสินค้าที่ดูแลรับผิดชอบ ดำเนินการขอปรับปรุงสินค้าหลังาจากที่ตรวจนับ เจ้าหน้าที่แผนกบัญชี ตรวจสอบเอกสารสรุปค่าเสียหาย , หนี้สินคงค้าง และเงินประกันพนักงาน เจ้าหน้าที่การเงิน เบิกเงินและปิดบัญชีเงินประกันพนักงานของพนักงานที่จะลาออก ขั้นตอนการปฏิบัติงาน                           ตรวจสอบสต๊อกสินค้า รายละเอียดขั้นตอนในการปฏิบัติงาน การลาออกของพนักงาน มีดังนี้ 6.1. พนักงานขาดงานเกินกว่า 3 วัน          6.1.1 หัวหน้างานดำเนินการตรวจสอบว่าพนักงานขาดงานเนื่องจากสาเหตุใด หากไม่สามารถติดต่อพนักงานได้และไม่มาทำงานเกินกว่า 3 วันทำการให้ทางหัวหน้างานแจ้งแผนกบุคคล (HR) ให้ทำหนังสือแจ้งพ้นสภาพงาน         6.1.2 เมื่อพนักงานขาดการติดต่อ 3 วัน แผนกบุคคลทำเอกสารแจ้งพ้นสภาพพนักงานทันทีพร้อมติดตามผลการตรวจนับสต๊อกของหัวหน้างาน เพื่อตรวจสอบความเสียหาย          6.1.3 หัวหน้าแผนกตรวจสอบผลสต๊อกและเซ็นต์รับทราบผลการตรวจนับสต๊อกและส่งให้ทางแผนกบุคคล         6.1.4 สรุปผลสต๊อกและให้ทางแผนกบัญชีเซ็นต์รับเอกสารเพื่อดำเนินการพิจารณาหักเงินประกันการทำงานของพนักงาน        6.2. พนักงานประสงค์ที่จะลาออก  ซึ่งแจ้งหัวหน้างานให้ทราบ ล่วงหน้า 30 วัน โดยมีขั้นตอนการตรวจสอบพนักงานลาออกดังนี้ 6.2.1. เมื่อพนักงานที่ประสงค์จะลาออกแจ้งหัวหน้างานแล้ว ทางหัวหน้างาน/Store manager ได้สอบถามเหตุผล รายละเอียดต่างๆของการลาออกและอนุมัติการลาออกของพนักงานแล้ว พนักงานสามารถไปขอใบลาออกได้ที่แผนกบุคคล 6.2.2. เมื่อพนักงานไปขอใบลาออกจากแผนกบุคคลทางผู้จัดการแผนกบุคคลจะสอบถามเหตุผลในการลาออกอีกครั้ง จากนั้นจึงจะมอบใบลาออก (FM-HR-029) และแบบสัมภาษณ์พนักงานที่ลาออก (FM-HR-028) ให้กรอกและให้หัวหน้าแผนกเซ็นอนุมัติใบลาออก 6.2.3. ทางแผนกบุคคลดำเนินการตรวจสอบหนี้สินและเงินประกันของพนักงาน 6.2.4. พนักงานที่จะลาออกและหัวหน้างานร่วมกันตรวจนับสต๊อกสินค้าที่รับผิดชอบ ภายใน 14 วัน 6.2.5. เมื่อพนักงานและหัวหน้างานตรวจนับสต๊อกสินค้าเรียบร้อบแล้วจากนั้นนำส่งรายงานผลการตรวจนับสต๊อกสินค้าให้ทางแผนก ICC  6.2.6. แผนก ICC เมื่อได้รับรายงานผลการตรวจนับสต๊อกสินค้าแล้ว ดำเนินการตรวจสอบสต๊อกสินค้าอีกครั้งเพื่อยืนยันผลการตรวจนับ ภายใน 7  วัน หากเกิน 21 วัน นำเข้าที่ประชุมแจ้งผู้บริหารทราบ  และติดตามทวงถามในที่ประชุม หลังการติดตามแผนกบัญชี  ต้องได้รับผลการนับสต๊อค ภายใน 7 วัน หลังจากการทวงถามที่เกิน 30 วัน 6.2.7. เมื่อแผนก ICC ตรวจสอบและยืนยันสต๊อกสินค้าแล้ว นำส่งสรุปผลยืนยันการตรวจนับสต๊อกให้ทางหัวหน้าแผนก/Store Manager เพื่อประเมินค่าเสียหายของสินค้าที่ตรวจนับ โดยแยกเป็น 2 ประเภท ดังนี้ ไม่มีค่าเสียหายจากการตรวจนับสต๊อกสินค้าที่รับผิดชอบ ทางหัวหน้าแผนกดำเนินการส่งรายงานสรุปค่าเสียหายให้ทางแผนกบุคคลเพื่อสรุปเงินประกันพนักงานหลังหักค่าใช้จ่ายต่างๆ มีค่าเสียหายจากการตรวจนับสต๊อกสินค้าที่รับผิดชอบ ทางหัวหน้าแผนกดำเนินการสรุปค่าเสียหายและออกบิลเก็บเงินค่าเสียหายกับพนักงานพร้อมกับขอดำเนินการปรับสต๊อกสินค้ากับทางแผนก ICC จากนั้นส่งรายงานสรุปค่าเสียหายให้ทางแผนกบุคคลเพื่อสรุปเงินประกันพนักงานหลังหักค่าใช้จ่ายต่างๆ 6.2.8. เมื่อทางแผนกบุคคลสรุปเงินประกันพนักงานหลังหักค่าใช้จ่ายต่างๆแล้ว จากนั้นนำเสนอให้ทางผู้บริหารรับทราบและเซ็นอนุมัติใบลาออกให้กับพนักงาน  6.2.9. เมื่อผู้บริหารเซ็นอนุมัติใบลาออก จากนั้นทางแผนกบุคคลจะส่งเอกสารใบลาออกและรายงานสรุปรายละเอียดค่าเสียหายสินค้าจากการนับสต๊อก , รายงานการปรับปรุงสินค้าจากแผนก ICC , รายงานหนี้สินคงค้างของพนักงาน , รายงานสรุปเงินประกันพนักงานหลังหักค่าใช้จ่าย ให้ทางแผนกบัญชีตรวจสอบความครบถ้วนถูกต้องของเอกสาร  กรณีที่เอกสารไม่ถูกต้อง ครบถ้วน ทางแผนกบัญชีจะส่งเอกสารกลับไปยังแผนกบุคคลเพื่อแก้ไขและติดตามเอกสารให้ครบถ้วนก่อนจะนำส่งเอกสารให้แผนกการเงินเบิกเงินประกันพนักงานและปิดบัญชีเงินประกันของพนักงาน  กรณีที่เอกสารถูกต้อง ครบถ้วน ทางแผนกบัญชีจะนำส่งเอกสารให้แผนกการเงินเบิกเงินประกันพนักงานและปิดบัญชีเงินประกันของพนักงาน    รวมระยะเวลาในการตรวจสอบและคืนเงินประกันพนักงาน ๆ ต้องได้รับเงินประกันคืน  ภายใน 30 วัน หลังจากที่พนักงานลาออก 6.2.10. แผนกการเงินแจ้งให้พนักงานมารับเงินประกันคืน โดยการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร หรือ เข้ามารับด้วยตัวเองที่แผนกการเงินจ่าย 6.เอกสารอ้างอิง ใบลาออก  (FM-HR-029) แบบสัมภาษณ์พนักงานที่ลาออก (FM-HR-028) รายงานการตรวจนับสินค้า WI-HR-010 กระบวนการเปิดบัญชีและคืนเงินประกันพนักงาน วัตถุประสงค์            กระบวนการนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้การดำเนินงานประสานงานเกี่ยวกับกระบวนการเปิดบัญชี-คืนเงินประกันพนักงาน เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นระเบียบปฏิบัติในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและปฏิบัติ กระบวนการ รายละเอียดกระบวนการเปิดบัญชีเงินประกันพนักงาน UOB เมื่อพนักงานใหม่เข้ามาทำงานกับบริษัทฯ แผนกบุคคลทำการอบรมปฐมนิเทศทำสัญญาจ้างและแจ้งเงื่อนไขเรื่องเงินประกันหรือเงินสะสมพนักงานพนักงานทุกตำแหน่ง - ปฐมนิเทศ ชี้แจงกฏระเบียบ ข้อบังคับ - แจ้งเงื่อนไขการเก็บเงินประกันหรือเงินสะสมพนักงาน (พนักงาน 8,000 บาท/หัวหน้างาน 10,000 บาท) เอกสารที่เกี่ยวข้อง พนักงาน 1. ใบส่งตัวขอเปิดบัญชีเงินประกันพนักงาน 2.บันทึกข้อตกลงนำบัญชีเงินฝากประกันการทำงาน(ผู้บริหารลงนามแล้ว) 3.ใบคำขอถอนเงินประกันการทำงาน 4.หนังสือยินยอมหักเงินประกันการทำงาน แผนกบุคคล 5. สรุปใบปะหน้าจำนวนพนักงานที่เปิดบัญชี 3. แผนกบุคคล  รวบรวมเอกสารเปิดบัญชีเงินประกัน ที่ลงนามแล้ว นำส่งเอกสารเปิดสมุดบัญชีเงินฝากสะสมให้กับ ธนาคาร UOB   -ทุกเช้าวันจันทร์  เจ้าหน้าที่ธนาคารมารับ เวลา 10.00 น. -ทุกวันพุธ   พนักงานติดต่อเปิดบัญชี - ทุกวันศุกร์ การเงินติดตามถามคืน สมุดบัญชี/ใบคำขอถอนเงินประกัน/ใบบันทึกข้อตกลง 4. ธนาคารส่งกลับสมุดบัญชีที่มีเลขที่บัญชีแล้ว  - การเงิน แจ้งเลขที่บัญชีให้แผนกบุคคล  พร้อมส่งเอกสารและใบปะหน้าให้แผนกบัญชี - บัญชี  ตรวจสอบยอดเงินประกันในสมุดบัญชีและรายงานที่แผนกบุคคลสรุปให้ตรงกัน  และเก็บสมุดบัญชี+เอกสารทุกฉบับ 5. แผนกบุคคลทำการหักเงินประกันพนักงานเดือนละ 500 บาท กรณีพนักงานรายวันให้หักจากงวดการจ่ายเงินเดือนแบ่งเป็น 2 งวด งวดละ 250 บาท จนกว่าจะครบวงเงินประกันที่ตกลงหรือทำสัญญาไว้   หากต่ำกว่านี้ให้อยู่ในดุลพินิจและการพิจารณาการหักตามเห็นสมควร 6. แผนกบุคคลส่งรายงานเงินประกันที่มีเลขที่บัญชี     ส่งให้แผนกบัญชี ไม่เกินวันที่ 7 ของเดือนถัดไป - แผนกบัญชีบันทึกการหักเงินประกันพนักงาน - แผนกบัญชีส่งเรื่องให้แผนกการเงินทำเช็คเพื่อนำฝาก  - กรณีโอนเงินประกัน ผ่าน  BiBplus UOB แผนกบุคคลทำรายการเงินโอนธนาคาร UOB  ให้ผู้บริหารอนุมัติ 7. แผนกบุคคลแยกรายงานการเบิกเงินหรือนำฝาก     - พนักงานบัญชีบันทึกการเบิกเงิน DR.เงินประกันรอนำฝาก    - นำสมุดกลับมาเพื่อตรวจสอบยอดเงินประกันหรือเงินสะสมพนักงานในบัญชี  รายละเอียดกระบวนการปิดบัญชีเงินประกันพนักงาน UOB และคืนเงินประกันพนักงาน 1. เมื่อพนักงานยื่นเอกสารใบลาออก    - แผนกบุคคลเรียกพนักงานพูดคุยเรื่องการตรวจสอบความเสียหาย การส่งมอบงาน การตรวจสอบสินทรัพย์ในความดูแลของพนักงาน และการส่งผลการตรวจนับสต๊อกกรณีตำแหน่งที่ดูแลสินค้า ตรวจสอบการขายขาดทุนกรณี พนักงานขาย พนักงานจัดซื้อ พนักงานลูกค้าสัมพันธ์    - แผนกบุคคลแจ้งหัวหน้างานติดตามผลและตรวจสอบความเสียหาย ตรวจสอบการส่งมอบงานให้กับคู่ Buddy และอนุมัติเอกสารการลาออกและเอกสารการส่งมอบงานรวบรวมเอกสารส่งให้กับทางแผนกบุคคลเพื่อพิจารณาเรื่องการคืนเงินประกัน 2. ผลการตรวจสอบเงินประกันพนักงาน   - หากตรวจสอบแล้วไม่มีความเสียหายใดๆ ทางแผนกบุคคลส่งเอกสารผลการตรวจสอบให้กับแผนกบัญชีเพื่อทำเงินประกันคืนให้กับพนักงานภายใน 7 วันหลังจากพนักงานลาออก   - กรณีพนักงานลาออกไม่ถูกต้องติดต่อไม่ได้ให้หัวหน้างานตรวจสอบสต๊อกและความเสียหายแทน หากพบความเสียหายให้หักล้างจากเงินประกันที่สะสม ส่วนต่างโอนคืนให้พนักงานภายใน 7 วัน หลังจากพนักงานลาออก   - กรณีที่ความเสียหายมากกว่ายอดเงินประกันที่สะสมไว้ ให้ติดต่อและเจรจากับพนักงานเพื่อชดใช้ส่วนต่างที่เหลือ   - กรณีพนักงานลาออกไม่ถูกต้องโดยไม่ได้ยื่นเอกสารเช่น ขาดงานติดต่อเกิน 3 วัน และบุคคลไม่สามารถติดต่อเพื่อให้พนักงานรับเงินประกันได้เมื่อครบ 1 ปี ไม่มีปัญหาร้องเรียน แผนกบัญชีออกรายงานการขออนุมัติยึดเงินประกันการทำงาน บันทึกเลขที่ประกันเป็นรายได้อื่นๆ  3.- แผนกบัญชีและสินเชื่อ  ตรวจสอบหนี้สินคงค้างของพนักงาน /เมคคาเฟ่ ฯลฯ - แผนกบัญชีบัญชีสรุปเงินประกันของพนักงาน และ ใส่จำนวนเงินในใบคำขอถอนเงิน+สมุดบัญชีเงินประกันส่งให้แผนกบุคคล - หากไม่มีความเสียหายให้ทำเบิกคืนพนักงานเต็มจำนวน - กรณีพบความเสียหายให้หักส่วนที่เสียหายคืนบริษัท พร้อมทำใบนำฝากเข้าบัญชีบริษัท - แแผนกบุคคล  ส่งเอกสารเสนอผู้บริหารเซ็นอนุมัติให้คืนเงินประกันกับพนักงาน  - ผู้บริหารอนุมัติ  เอกสารใบลาออกได้รับการอนุมัติแล้วให้แจ้งพนักงาน -พนักงานได้รับการติดต่อจากแผนกบุคคล เซ็นรับทราบจำนวนเงินประกันที่ได้รับคืน  พร้อมกับเซ็นรับเอกสารใบคำขอเงินประกัน เพื่อเบิกที่ ธนาคาร UOB ด้วยตนเอง ธนาคารส่งสมุดบัญชี+ใบนำฝากคืนบริษัท  หากมีเงินประกันคืนเข้าบริษัท แผนกการเงินบันทึกรับเงินค่าเสียหาย และส่งสมุดบัญชีและใบนำฝากให้แผนกบัญชีลงบันทึก ADE และเมื่อคืนเงินประกันแล้วจะบันทึก RTE ให้เรียบร้อย รายละเอียดกระบวนการปิดบัญชีเงินประกันพนักงาน UOB กรณีไม่คืนเงินประกันกรณีพ้นสภาพและ/หรือออกไม่ถูกต้อง 1. แผนกบัญชีสรุปเงินประกันของพนักงาน และ ทำหนังสือมอบอำนาจให้ แผนกการเงินผู้รับมอบอำนาจ ติดอากรแสตมป์ 10 บาท เสนอผู้บริหารเซ็น 2.ผู้รับมอบอำนาจ (แผนกการเงิน) นำใบถอนเงินประกันพนักงาน และแจ้งธนาคารทราบเป็นการถอนเงินกรณีพนักงานผิดเงื่อนไขเพื่อให้ธนาคารทำเรื่องไว้ 3.ไปติดต่อที่ ธนาคาร UOB สาขาซุปเปอร์ไฮเวย์ (เท่านั้น) และนำบัตรประชาชนฉบับจริงพร้อมหนังสือมอบอำนาจ ถอนเงินประกันพนักงานเข้าบัญชี บริษัท ฯเลขบัญชี 809-3-00190-7 มีค่าธรรมเนียม 20 บาท 4.นำไปรับชำระที่แผนกการเงิน พร้อมแนบสมุดบัญชีและเอกสารประกอบนำส่งพร้อมรายงานการส่งเงินประจำวันให้ผู้บริหารตรวจสอบ 5.เมื่อผู้บริหารตรวจรายงานการรับเงินประจำวันเรียบร้อยแล้ว ส่งเอกสารการถอนเงินประกันคืนให้แผนกบัญชีบันทึกใบลดหนี้คืนเงินประกัน (RTE) ในระบบบ้านเชียง(BC) จัดเก็บเอกสารลงกล่องเอกสาร "เงินประกันพนักงานลาออก/พ้นสภาพ" สิ้นสุดกระบวนการ       WI-HR-011 คูปองอาหารกลางวัน กระบวนการ รายละเอียดกระบวนการ พนักงาน PC ที่ต้องการรับประทานอาหารที่ห้องครัวให้ติดต่อซื้อคูปองอาหารได้ที่หัวหน้าแผนกแคชเชียร์พร้อมกับลงชื่อ เมื่อได้คูปองอาหารให้นำไปแลกอาหารที่ห้องครัวกับแม่ครัว ทุกเย็นแม่ครัวรวบรวมคูปองอาหารส่งคืนให้แผนกการเงิน หัวหน้าแผนกแคชเชียร์ส่งเงินและรายชื่อพนักงานให้กับแผนกการเงินเพื่อตรวจสอบเงินและคูปองที่ได้รับในแต่ละวัน WI-HR-012 คู่มือปฏิบัติงานเมื่อพบปัญหาพนักงานทุจริตต่อหน้าที่ 1. วัตถุประสงค์              เพื่อกำหนดกระบวนการปฏิบัติงานที่ชัดเจน เมื่อพบว่าพนักงานไม่ว่าตำแหน่งใดมีพฤติกรรมทุจริตหรือสร้างความเสียหายแก่บริษัทฯ โดยมุ่งเน้นให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมีแนวทางปฏิบัติที่ ถูกต้อง รวดเร็ว โปร่งใส สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ และเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำในอนาคต              2. ขอบเขตการใช้งาน คู่มือนี้ใช้กับ                2.1 พนักงานของบริษัทฯ ทุกตำแหน่ง                2.2 พนักงานจ้างเหมาบริการ                2.3 พนักงาน PC จาก Vender                2.4 พนักงานชั่วคราว / ฝึกงาน                2.5 บุคลากรที่เข้ามาปฏิบัติงานในพื้นที่บริษัทฯ ไม่ว่าต้นสังกัดใด 3. คำจำกัดความ               3.1 พนักงาน : บุคลากรทุกประเภทที่ปฏิบัติงานในบริษัทฯ รวมถึงพนักงาน PC และผู้รับเหมาช่วง               3.2 ทุจริตต่อหน้าที่ : การกระทำที่ผิดกฎหมาย ผิดวินัย หรือสร้างความเสียหายต่อบริษัท เช่น ขโมยสินค้า ปลอมเอกสาร ยักยอกข้อมูล หรือ                      จงใจกระทำผิดจริยธรรม จนทำให้บริษัทได้รับความเสียหาย               3.3 เอกสารรับสภาพหนี้ : เอกสารที่ใช้ยืนยันว่าพนักงานยอมรับค่าเสียหายที่เกิดขึ้น 4. ขั้นตอนการปฏิบัติงานเมื่อพบปัญหาทุจริต 4.1 ขั้นตอนที่ 1: พบเหตุหรือหลักฐานเบื้องต้น                4.1.1 เมื่อพบเหตุจากกล้องวงจรปิด การตรวจนับสต๊อก หรือจากพยานบุคคล ให้หัวหน้าแผนกหรือผู้จัดการสาขารายงานทันที                4.1.2 แจ้ง แผนกบุคคล และ ส่วนงานพัฒนาระบบคุณภาพ ภายในวันเดียวกัน                4.1.3 เก็บรักษาหลักฐาน เช่น ภาพกล้องวงจรปิด เอกสารที่เกี่ยวข้อง หรือข้อมูลพยาน 4.2 ขั้นตอนที่ 2: การสอบสวนข้อเท็จจริง                4.2.1 แผนกบุคคลพร้อมหัวหน้างานดำเนินการสอบสวนภายใน บันทึกคำให้การและรวบรวมหลักฐานทั้งหมด แจ้งส่วนที่เกี่ยวข้องทราบรวมถึงผู้บริหารเพื่อหาแนวทางดำเนินการต่อไป                4.2.2 แผนกบุคคลพร้อมหัวหน้างานเจรจากับพนักงานเบื้องต้นเรื่องความเสียหาย หากสามารถตกลงกันได้และพนักงานยอมชดใช้ความเสียหายทั้งหมด  หลังจากการตรวจสอบเสร็จสิ้น ให้ดำเนินการแจ้งส่วนที่เกี่ยวข้องทราบพร้อมนัดหมายการชำระความเสียหายโดยระบุวัน เวลา นัดชำระให้ชัดเจน                4.2.3 หากพนักงานผิดนัดหมายให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมทำประกาศแจ้งลงสื่อออนไลน์ และแจ้งบริษัทฯ คู่ค้าวัสดุก่อสร้างในเชียงใหม่ ทั้งหมด                 4.2.43 ส่วนงานพัฒนาระบบคุณภาพร่วมตรวจสอบเพื่อหาสาเหตุเชิงระบบ เพื่อพัฒนาและป้องกันต่อไป  4.3 ขั้นตอนที่ 3: การประสานงานกับ Vender ต้นสังกัด               4.3.1 หากผู้กระทำผิดเป็นพนักงานจากหน่วยงานภายนอก เช่น PC Vender หรือ Outsource ให้แผนกบุคคลประสานงานต้นสังกัดทันที หากมีความเสียหายให้แจ้งต้นสังกัดของพนักงานชะลอการจ่ายเงินเดือน ค่าคอมมิชชั่น และเงินประกันพนักงานไว้ จนกว่าจะมีการสืบสวนหรือตรวจสอบความเสียหายแล้วเสร็จ                                                                                                                                                                                                                                         4.3.2 แผนกบุคคลแจ้งฝ่ายบริหารสินค้าทราบ 4.4 ขั้นตอนที่ 4: การแจ้งความและดำเนินคดี               4.4.1 แผนกบุคคลประสานงานกับทางแผนกสินเชื่อ เพื่อปรึกษาหารือข้อความทางกฎหมาย กับทนายความของบริษัท                                                          4.2.2 จัดทำเอกสารมอบอำนาจและประสานงานกับผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการแจ้งความตามกฎหมาย                4.4.2 แผนกบุคคลติดตามจัดการนัดไกล่เกลี่ยหรือติดตามคดี               4.4.3 ทั้งกระบวนการตรวจสอบสรุปผลความเสียหาย สืบสวนพนักงาน และแจ้งความต้องแล้วเสร็จ ภายใน 7 วัน 4.5 ขั้นตอนที่ 5: การตรวจนับสต๊อกสินค้า               4.5.1แผนกบัญชีสินค้าคงคลังตรวจแจ้งผู้ที่เกี่ยวข้องตรวจนับสินค้าและสรุปผลความเสียหายภายใน 3 วัน                4.5.2 แผนกสินเชื่อตรวจสอบความเสียหายหรือหนี้สินคงค้างกับบริษัท                4.5.2 แผนกบัญชีสินค้าคงคลังรายงานผลเพื่อนำเสนอผู้บริหาร  และแจ้งไปยังแผนกบุคคลและส่วนงานพัฒนาระบบคุณภาพ  4.6 ขั้นตอนที่ 6: การจัดทำเอกสารรับสภาพหนี้               4.6.1 แผนกบุคคลแจ้งพนักงานถึงมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นและนัดหมายพนักงานเข้ามายังบริษัทฯ พบกับแผนกสินเชื่อ               4.6.2 แผนกสินเชื่อจัดทำเอกสารบันทึกยอมรับผิดพร้อมค่าเสียหาย / ให้พนักงานลงนาม                                                                                                            4.6.3 พนักงานต้องมาพบและยินยอมรับผิดค่าเสียหายที่เกิดขึ้น  ตามวันเวลาที่นัดหมายและเซ็นเอกสารบันทึกยอมรับความผิดพร้อมค่าเสียหาย              4.6.4 หากไม่มาตามนัดหมาย บริษัทฯ  จะดำเนินคดีตามกฎหมายจนถึงที่สุด  4.7 ขั้นตอนที่ 7: การสรุปผลและตั้งหนี้               4.7.1 แผนกบัญชีสินค้าคงคลังส่งข้อมูลไปยังแผนกบัญชีเพื่อทำการตั้งหนี้ในระบบ               4.7.2 แผนกบัญชีตั้งหนี้ค่าเสียหายในระบบ  หลังจากได้้รับผลสรุปความเสียหายจากแผนกสินค้าคงคลัง  และบันทึกยอมรับผิดจากแผนกสินเชื่อ                  4.7.3 เก็บเอกสารทั้งหมดลงแฟ้มทะเบียนคดี 4.8 ขั้นตอนที่ 8: การจัดการสถานะพนักงาน               4.8.1 แผนกบุคคลออกประกาศพ้นสภาพตามกฎระเบียบบริษัท               4.8.2 แจ้งผลให้สื่อประชาสัมพันธ์ภายในองค์กรทราบ               4.8.3 แจ้งต้นสังกัด (กรณีพนักงานภายนอก)               4.8.4 หากพนักงานไม่ยอมชดใช้ความเสียหาย  ให้ทำประกาศลงสื่อประชาสัมพันธ์ภายนอก ลง Social และส่งให้กับบริษัทฯ พันธมิตร ร่วมค้าวัสดุก่อสร้างในเชียงใหม่ทั้งหมด  **** ทุกขั้นตอนแผนกบุคคลจะต้องเป็นผู้ติดตามผลและรายงานความคืบหน้าให้กับผู้บริหาทราบท้ายการประชุมผู้บริหารในทุกวัน *** 5. ระยะเวลาดำเนินการ (Timeframe Summary) ขั้นตอน ผู้รับผิดชอบ ระยะเวลา แจ้งเหตุ ผู้จัดการแผนก/ผู้จัดการสาขา ทันที ที่ทราบเหตุ สอบสวนข้อเท็จจริง แผนกบุคคล ภายใน 1 วัน แจ้ง Vender แผนกบุคคล ภายใน  1 วัน  ตรวจนับสต๊อก แผนกบัญชีสินค้าคงคลัง ภายใน 3 วัน  แจ้งความ-ไกล่เกลี่ย แผนกบุคคล/ตำรวจ ภายใน 7 วัน  ตั้งหนี้ในระบบ แผนกบัญชี ภายใน 1 วันหลังได้ผลสรุปข้อมูล 6. เอกสารที่ต้องจัดทำ            7.1 บันทึกการสอบสวนพนักงาน            7.2 รายงานตรวจนับสต๊อกสินค้า            7.3 รายงานสรุปมูลค่าความเสียหาย            7.4 เอกสารมอบอำนาจจาก Vender            7.5 หนังสือแจ้งความ            7.6 บันทึกยอมรับผิด            7.7 ประกาศพ้นสภาพพนักงาน            7.8 รายงานวินิจฉัยปัญหาและป้องกันการเกิดซ้ำ (โดยส่วนงานพัฒนาระบบคุณภาพ) 7. การป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ            8.1 เพิ่มความถี่ในการตรวจนับสต๊อกสินค้าพนักงาน PC            8.2 กำหนดผู้รับผิดชอบการประสานงานอย่างชัดเจนตั้งแต่เริ่มพบเหตุ            8.3 ปรับปรุงกระบวนการรักษาความปลอดภัย เช่น กล้องวงจรปิด การตรวจประตูเข้าออก            8.4 อบรมจริยธรรมทางธุรกิจให้พนักงานทุกเดือนหรือทุกไตรมาส            8.5 ตรวจทานระบบการทำงานร่วมกับ Vender ให้มีช่องทางการสื่อสารที่รวดเร็วและชัดเจน