WI-ST9-001 คู่มือร้าน Stock9 (ฉบับเต็ม)
คลิปภาพรวมแจะลึก Stock9
ลูกค้ามีตัวเลือกหลากหลายในการสั่งสินค้า
-
Online Order (Online Shop) สั่งสินค้าออนไลน์ ผ่านมือถือ โดยเลือกร้านสาขาที่ต้องการสั่งก่อน
-
โทรมาสั่งสินค้า/ส่งไลน์คุยกับศูนย์บริการ Call center ส่วนกลาง วิธีนี้ระบบจะส่งใบเสนอราคาให้ลูกค้าเป็นลิงค์กลับไปเปิดหน้าตะกร้าสินค้าในเว็บ My Pay9 เลือกทำการต่อได้เองว่าจะชำระเงินออนไลน์เลย หรือเข้ามาชำระที่ร้าน
-
เข้ามาสั่งสินค้าที่หน้าร้านสาขา โดยสั่งกับพนักงานที่เคาท์เตอร์ Order หรือ Self service กับ Kiosk ก็ได้
-
ลูกค้าสามารถเลือกบริการจัดส่ง หรือเข้ามารับเองที่สาขาใกล้ๆ
Payment การชำระเงิน
Order จะเกิดขึ้นในระบบตะกร้า เมื่อมีการชำระเงิน หรือเฉพาะสมาชิกที่เปิดบัญชีเครดิต หรือมีเงินมัดจำเดบิต จะสามารถสั่งมัดจำโดยตัดเงินจากบัญชีเครดิต เพื่อให้ร้านจัดสินค้าล่วงหน้าเพื่อเข้าไปรับของได้เร็วขึ้น
-
ออนไลน์ หรือเข้ามาชำระที่ร้านก็ได้ ชำระเงินผ่าน Prompt Pay หรือ Credit Pay9 ก็ได้
-
หากเข้ามาสั่งของที่ร้านก็สามารถ Self service ผ่าน Kiosk ได้ด้วยตัวเอง หรือสั่งกับพนักงาน
-
พนักงานที่ทำรายการสามารถ Login ด้วยหน้า Staff-Login ซึ่งจะเข้าผ่าน Intranet ได้ภายในร้านสาขาเท่านั้น
-
Staff Login จะสามารถเลือกรายการสินค้าลงตะกร้า และเอาตะกร้าเข้าคิวหยิบสินค้าให้ลูกค้าได้ หรือหยิบสินค้ามายิงบาร์โค้ดสินค้าเพื่อลงตะกร้าได้ และออกโค้ดให้ลูกค้าไปชำระเงินกับตู้ Paybox
-
ตู้ Paybox สามารถรับ เครดิตการ์ด Prompt Pay หรือ Pay9 Credit ได้ โดยการรับเงินสดให้พนักงานเป็นผู้รับเงิน และจ่ายแทนลูกค้าด้วย Prompt Pay
การเบิกจ่ายสินค้า
-
ลูกค้าสามารถเลือกบริการจัดส่งที่ต้องการ (พร้อมแสดงราคา) หรือเข้ามารับสินค้าเองที่ร้านได้
-
ระบบจะจบการจัดการที่การ Packing และจ่ายสินค้าให้จัดส่งภายนอกเท่านั้น และมี API คุยกับบริการจัดส่งเหล่านั้นเพื่อติดตามสถานะการจัดส่ง หรือรับคืนต่อไป
-
เมื่อชำระเงินเสร็จ ระบบจะออกใบเบิกสินค้าที่มีโค้ดให้ไปรับสินค้าใน Zone ต่างๆ แยกกัน
-
ลูกค้าเข้าไปรับในคลัง หรือในโชว์รูมตามรายละเอียดที่จะพิมพ์แจ้งในใบเบิก
โครงสร้างงาน
พนักงานประจำสาขารวม 15-20 คน ต่อ 1 สาขา ประกอบไปด้วย ผู้จัดการร้าน,Staff Stock และพนักงานคลังสินค้า และพนักงานตรวจรับสินค้า
1. ผู้จัดการสาขา(Branch Manager)
ผู้จัดการสาขาเป็นผู้นำสูงสุดของสาขา มีหน้าที่รับผิดชอบภาพรวมทั้งหมดของการดำเนินงาน การขาย การบริการ การบริหารคน คลังสินค้า ระบบคุณภาพ ความปลอดภัย และการสื่อสารกับส่วนกลาง เพื่อให้สาขาดำเนินงานได้ตามนโยบายและมาตรฐานของบริษัทฯ แบ่งเป็นงานด้านต่างๆ ดังนี้
- งานด้านการขายและการบริการ (Sales & Service Management)
1.1 ควบคุม ดูแล และผลักดันยอดขายของสาขาให้เป็นไปตามเป้าหมายที่บริษัทกำหนด
1.2 วิเคราะห์ยอดขาย รายการสินค้าขายดี–ขายช้า แนวโน้มตลาด และพฤติกรรมลูกค้าในพื้นที่
1.3 วางแผนและติดตามการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย โปรโมชั่น และการจัดเรียงสินค้า (Merchandising)
1.4 สอนงาน ควบคุม และพัฒนาทักษะพนักงานขายให้สามารถแนะนำสินค้า ให้ข้อมูลทางเทคนิค และบริการลูกค้าได้ตามมาตรฐาน
1.5 มอบหมายงานและจัดกำลังคนให้เหมาะสมกับปริมาณลูกค้าในแต่ละช่วงเวลา
1.6 กำหนดให้มี Duty Manager ประจำวันอย่างน้อย 1 คน/วัน และวางแผนการเวียนงาน เพื่อให้พนักงานสามารถทำงานทดแทนกันได้
1.7 ติดตามคุณภาพการให้บริการหน้าร้าน เช่น ความรวดเร็ว ความถูกต้อง มารยาท และการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า
1.8 รับเรื่อง บันทึก และติดตามข้อร้องเรียน ข้อเสนอแนะของลูกค้า รวมถึงรายงานปัญหาที่กระทบต่อภาพลักษณ์ร้าน
1.9 ตรวจสอบรายงานการขายประจำวัน การรับเงินสด การโอนเงิน และเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องครบถ้วน
1.10 ติดต่อประสานงานกับส่วนกลางเกี่ยวกับนโยบาย ข้อกำหนด โปรโมชั่น และการสื่อสารต่างๆ ให้พนักงานรับทราบและปฏิบัติตาม -
งานด้านการบริหารคลังสินค้า (Inventory & Warehouse Management)
2.1 ควบคุมประสิทธิภาพการสั่งซื้อสินค้าให้เหมาะสมกับยอดขาย พื้นที่จัดเก็บ และรอบการเติมสินค้า
2.2 ดูแลมาตรฐานการตรวจรับสินค้า (Goods Receiving : GR) ให้ถูกต้องตามเอกสาร จำนวน และสภาพสินค้า2.3 ควบคุมการจัดเก็บสินค้าให้เป็นระบบ ถูกต้องตามผังคลัง แยกโซนชัดเจน และปลอดภัย
2.4 ดูแลและรับผิดชอบสต๊อกสินค้าในขอบข่ายของสาขาอย่างเคร่งครัด
2.5 หากพบสินค้าขาดเกิน สูญหาย หรือชำรุด ให้ตรวจสอบสาเหตุ และรายงานต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น บัญชีสินค้าคงคลัง หรือพนักงานป้องกันการสูญเสีย
2.6 ควบคุมและติดตามการตรวจนับสินค้า (Cycle Count / Stock Count) ให้เป็นไปตามแผนที่กำหนด
2.7 ตรวจสอบและลงนามรับรองรายงานผลการตรวจนับสต๊อกประจำวัน / ประจำเดือน
-
งานด้านการบริหารบุคลากร (People Management)
3.1 ควบคุม ดูแล และกำกับการทำงานของพนักงานในสาขาให้เป็นไปตามกฎ ระเบียบ และวินัยของบริษัทฯ
3.2 วางแผนอัตรากำลังคนให้เหมาะสมกับขนาดสาขา ยอดขาย และช่วงเวลาการให้บริการ
3.3 สอนงาน แนะนำงาน และประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานตามบทบาทหน้าที่
3.4 ดูแลเรื่องการเข้างาน ขาด ลา มาสาย การจัดตารางกะ และการทำงานล่วงเวลา
3.5 สร้างแรงจูงใจ บรรยากาศการทำงานที่ดี และแก้ไขปัญหาความขัดแย้งภายในสาขา
3.6 ประสานงานกับฝ่ายทรัพยากรบุคคลในเรื่องการสรรหา การอบรม การพัฒนา และการดำเนินการทางวินัย
-
งานด้านระบบคุณภาพและมาตรฐานร้าน (Quality & Standard Management)
4.1 ควบคุม ตรวจสอบ และรักษาสภาพร้านให้เป็นไปตามมาตรฐานที่บริษัทฯ กำหนด
4.2 ตรวจมาตรฐาน 5ส. ความสะอาด ความเป็นระเบียบ ความปลอดภัย และภาพลักษณ์ร้าน
4.3 ดูแลการปฏิบัติงานตามคู่มือ มาตรฐานร้าน และขั้นตอนการทำงาน (SOP)
4.4 ติดตามผลการตรวจประเมินคุณภาพทั้งจากภายในและส่วนกลาง พร้อมดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่อง
4.5 สื่อสารและปลูกฝังให้พนักงานตระหนักถึงความสำคัญของระบบคุณภาพและมาตรฐานบริการ -
งานด้านความปลอดภัยและทรัพย์สิน (Safety & Asset Control)
5.1 ควบคุมดูแลความปลอดภัยของพนักงาน ลูกค้า และทรัพย์สินภายในสาขา
5.2 ตรวจสอบการใช้อุปกรณ์ เครื่องมือ รถยก และพื้นที่จัดเก็บสินค้าให้ปลอดภัย
5.3 ประสานงานกับพนักงานป้องกันการสูญเสีย (LPI) ในการป้องกันการสูญหาย การทุจริต และความเสียหายของสินค้า
5.4 รายงานอุบัติเหตุ เหตุผิดปกติ ความเสี่ยง หรือเหตุฉุกเฉินต่อส่วนกลางตามขั้นตอนที่กำหนด
5.5 ติดตามและประสานงานการแจ้งซ่อม บำรุงรักษาอาคารและเครื่องจักร เมื่อเกิดการชำรุดหรือผิดปกติ
5.6 ควบคุมและติดตามการซ่อมบำรุงให้อยู่ในงบประมาณและเป็นไปตามขั้นตอนที่กำหนด
5.7 ดูแลระบบสาธารณูปโภคภายในสาขาให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน
คุณสมบัติ & ทักษะที่ต้องมี
-
มีลักษณะความเป็นผู้นำ มีความยุติธรรม
-
มีความซื่อสัตย์สุจริต
-
มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่
-
มีจิตสำนึกในการรักษาผลประโยขน์ของบริษัท
-
มีทักษะในการจัดเรียงลำดับความสำคัญของงาน แบ่งงาน
-
เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับพนักงานสาขา
ตารางการปฎิบัติงานประจำวัน
|
เวลา |
รายละเอียดงาน |
|
07.50 น. |
นำประชุม Morning Brief ประจำวันและถ่ายภาพลงกลุ่ม |
|
08.15 น. |
ตรวจสอบเครื่องมือความพร้อมในการขายและตรวจมาตรฐานร้าน |
|
09.00 น. |
ประชุมผู้จัดการผ่าน Google Meet รายงานผลการดำเนินงานประจำวัน |
|
09.40 น. |
ควบคุมการทำงานของพนักงานStaff ขาย คลัง ตรวจรับสินค้า และอื่นๆ |
|
12.00 น. |
พักรับประทานอาหารกลางวัน |
|
13.00 น. |
ควบคุมการทำงานของพนักงานStaff ขาย คลัง ตรวจรับสินค้า และอื่นๆ |
|
16.00 น. |
ควบคุมการตรวจนับสต๊อกของพนักงานตามแผนประจำวัน |
|
16.40 น. |
ตรวจสอบรายงานสิ้นวัน |
หมายเหตุ: สามารถปรับเปลี่ยนตารางการทำงานได้ ตามความเหมาะสม หากมีเหตุผลอันสมควร เช่น ต้องบริการลูกค้าในร้าน เนื่องจากลูกค้าเยอะ หรือต้องออกไปขายงานโครงการข้างนอกเพิ่ม และอื่นๆ
2. พนักงานขาย (Sales Staff)
พนักงานขายมีหน้าที่ปฏิบัติงานตามเวรและบทบาทหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมายในแต่ละวัน เพื่อสนับสนุนงานขาย งานบริการลูกค้า และการดำเนินงานภายในสาขาให้เป็นไปตามมาตรฐานที่บริษัทฯ กำหนด
1. งานตามเวร Duty Manager (กรณีได้รับมอบหมาย)
1.1 ปฏิบัติหน้าที่ผู้จัดการประจำวันตามที่ได้รับมอบหมาย
1.2 รับ–ส่งคืน และดูแลอุปกรณ์ประจำตัวให้ครบถ้วนและพร้อมใช้งาน
1.3 ตรวจสอบความพร้อมของกำลังคนในแต่ละวัน
1.4 นำ Stand Up Meeting ประจำวัน เพื่อสื่อสารเป้าหมาย งาน และข้อควรระวัง
1.5 รายงานปัญหา เหตุผิดปกติ หรือข้อเสนอแนะต่อผู้จัดการสาขา
2. งานด้านการขายและการบริการลูกค้า (Sales & Service)
2.1 ให้บริการลูกค้า แนะนำสินค้า และสร้างยอดขายให้เป็นไปตามเป้าหมาย
2.2 จัดเรียงและเติมเต็มสินค้า (Put Away) ให้พร้อมจำหน่าย
2.3 ดูแลป้ายราคา ป้ายโปรโมชั่น และข้อมูลสินค้าให้ถูกต้องครบถ้วน
2.4 ดูแลความสะอาดและความเป็นระเบียบในพื้นที่รับผิดชอบตามมาตรฐาน 5ส.
2.5 เบิก–จ่ายสินค้า และทวนรายการสินค้าให้ถูกต้องตามขั้นตอน
2.6 ให้บริการรับชำระเงินและจัดทำเอกสาร เช่น ใบเสร็จ ใบกำกับภาษี ตามที่ลูกค้าต้องการ
3. งานด้านสนับสนุนและหลังบ้าน (Support & Back Office)
3.1 ปฏิบัติงานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย เช่น
3.1.1 Checker ตรวจสอบจุดเข้า–ออก
3.1.2 Goods Receiving (GR) ตรวจรับสินค้า
3.1.3 Loss Prevention (LP) ป้องกันความสูญเสี
3.1.4 Facility Management (FM) ดูแลอาคาร เครื่องมือ และอุปกรณ์
3.2 ช่วยเหลืองานตรวจสอบ รายงาน และงานสนับสนุนอื่นๆ ภายในสาขา
3.3 งานด้านการตรวจรับและจัดการสินค้า
3.4 งานด้านการตรวจรับและจัดการสินค้า
3.4.1 ตรวจรับสินค้าเข้าคลังให้ถูกต้องตามเอกสารและกระบวนการทำงาน
3.4.2 ช่วยจัดเก็บสินค้า จัดพื้นที่ ติดป้ายกำกับ และบันทึกสินค้าเข้าชั้นเก็บ
3.4.3 พิมพ์บาร์โค้ด ป้ายราคา และเปลี่ยนป้ายราคาบนแผงโชว์ตามที่กำหนด
3.5 งานด้านการตรวจสอบสต๊อกสินค้า
3.5.1 ตรวจนับสต๊อกสินค้าให้ถูกต้องตามแผนที่กำหนด
3.5.2 จัดทำรายงานสินค้าคงเหลือ สินค้าชำรุด หรือสินค้าผิดปกติ
3.5.3 ช่วยตรวจสอบความถูกต้องของสินค้าและพื้นที่จัดเก็บร่วมกับพนักงานคลังสินค้า
4. งานด้านระบบคุณภาพและมาตรฐานร้าน
4.1 ปฏิบัติงานตามขั้นตอนและมาตรฐานการทำงานที่บริษัทกำหนดอย่างเคร่งครัด
4.2 ห้ามลัดขั้นตอนหรือปฏิบัติงานนอกเหนือจากมาตรฐาน
4.3 ดูแลพื้นที่รับผิดชอบให้ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน 5ส. และการตรวจประเมินคุณภาพ
คุณสมบัติ & ทักษะที่ต้องมี
-
สภาพร่างกายแข็งแรง สามารถทำงานหนัก / ขยัน และอดทนต่อการทำงาน
-
มีระเบียบวินัย และปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด / มีความซื่อสัตย์สุจริต
-
ยิ้มแย้มแจ่มใส ยินดีช่วยเหลือ และพร้อมให้บริการลูกค้า
ตารางการปฎิบัติงานประจำวัน
|
เวลา |
รายละเอียดงาน |
|
07.30 น. |
เวร Duty ประจำวันเปิดร้าน เปิดไฟ ตรวจสอบความเรียบร้อยพื้นที่ก่อนเริ่มงาน |
|
07.50 น. |
นำประชุม Morning Brief ประจำวันและถ่ายภาพลงกลุ่ม |
|
08.15 น. |
ตรวจสอบเครื่องมือความพร้อมในการขายและตรวจมาตรฐานร้าน |
|
09.00 น. |
(กรณีต้องทำงานแทน ผจก.) ประชุมผู้จัดการผ่าน Google Meet รายงานผลการดำเนินงานประจำวัน |
|
09.40 น. |
ขายและบริการ เวียนงานประจำจุดต่างๆ ตรวจรับสินค้า เช็คเกอร์ และอื่นๆ |
|
12.00 น. |
พักกลางวัน รอบที่ 1 พักเที่ยง 11.30-12.30 น. |
|
13.00 น. |
ขายและบริการ เวียนงานประจำจุดต่างๆ ตรวจรับสินค้า เช็คเกอร์ และอื่นๆ |
|
16.00 น. |
นับสต๊อกของพนักงานตามแผนประจำวัน |
|
16.40 น. |
จัดทำรายงานสิ้นวัน |
|
17.00 น. |
เวร Duty ประจำวันตรวจอบความเรียบร้อย ปิดประตู ปิดไฟ ก่อนกลับ |
หมายเหตุ: พนักงานขาย ต้องช่วยพนักงานคลัง ยกสินค้าขึ้นรถด้วย
3. พนักงานคลังสินค้า (Store)
พนักงานคลังสินค้ามีหน้าที่รับผิดชอบงานด้านการตรวจรับ จัดเก็บ ดูแล และจ่ายสินค้า รวมถึงสนับสนุนงานขายและงานบริการลูกค้า เพื่อให้การบริหารสินค้าเป็นไปอย่างถูกต้อง ปลอดภัย และเป็นไปตามมาตรฐานที่บริษัทกำหนด
หมายเหตุ: กรณีเป็นร้านเดิมที่ไม่มีพนักงานคลังสินค้า ให้รวมขอบเขตหน้าที่งานนี้เข้ากับตำแหน่งพนักงานขาย
- งานด้านการตรวจรับและจัดเก็บสินค้า
1.1 ตรวจรับสินค้าเข้าคลังให้ถูกต้องตามเอกสารและกระบวนการทำงาน
1.2 จัดเก็บสินค้าเข้าพื้นที่ที่กำหนด จัดทำป้ายกำกับ จุดบ่งชี้ และบันทึกสินค้าเข้าชั้นเก็บ
1.3 ดูแลสินค้าให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ ป้องกันการชำรุด สูญหาย หรือเสียหาย
1.4 ติดบาร์โค้ด ป้ายราคา และเปลี่ยนป้ายราคาสินค้าบนแผงโชว์ตามที่กำหนด - งานด้านการบริการลูกค้าและสนับสนุนงานขาย
2.1 ดูแลพื้นที่ร้านและคลังสินค้าให้เป็นไปตามมาตรฐานที่บริษัทกำหนด
2.2 รักษาความสะอาด ความเป็นระเบียบ การเติมเต็มสินค้า และความถูกต้องของป้ายราคา
2.3 ดูแลเครื่องมือ อุปกรณ์ และอุปกรณ์ยกสินค้าให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน
2.4 เบิก–จ่ายสินค้า ทวนรายการสินค้า และจัดสินค้าให้ลูกค้าอย่างถูกต้อง ครบถ้วน
2.5 บริหารการจัดส่งสินค้าในแต่ละวันให้มีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
2.6 รับผิดชอบความถูกต้องของสต๊อกสินค้าในขอบเขตที่ดูแล
2.7 สนับสนุนงานขายและช่วยเหลือพนักงานขายในการให้บริการลูกค้าเพื่อสร้างยอดขาย - งานด้านการตรวจสอบและควบคุมสต๊อก
3.1 ตรวจนับสต๊อกสินค้าให้ถูกต้องตามแผนที่กำหนด
3.2 จัดทำรายงานสินค้าคงเหลือ สินค้าชำรุด หรือสินค้าผิดปกติ
3.3 ตรวจสอบความถูกต้องของสินค้าและจำนวน ก่อนการจ่ายสินค้าให้ลูกค้า - งานด้านระบบคุณภาพ ความปลอดภัย และอุปกรณ์
4.1 ปฏิบัติงานตามขั้นตอนและมาตรฐานการทำงานที่บริษัทกำหนดอย่างเคร่งครัด (ห้ามลัดขั้นตอน)
4.2 ปฏิบัติตามมาตรฐาน 5ส. โดยพื้นที่ที่รับผิดชอบต้องผ่านเกณฑ์การประเมิน
4.3 ขับรถโฟล์คลิฟท์ และขนถ่ายสินค้าอย่างระมัดระวัง ปลอดภัย
4.4 ตรวจเช็คสภาพ ความสะอาด และความพร้อมใช้งานของรถโฟล์คลิฟท์ เครน และอุปกรณ์ต่างๆ
4.5 ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาตามที่ได้รับมอบหมาย
คุณสมบัติ & ทักษะที่ต้องมี
-
สามารถขับรถโฟล์คลิฟท์ได้และมีใบอนุญาต (สำหรับสาขาที่มีรถโฟล์คลิฟท์)
-
สามารถใช้งานเครนหรือบังคับเครนในการยกสินค้าได้
-
มีสภาพร่างกายแข็งแรง สามารถทำงานหนักและยกสินค้าหนักได้
-
มีความขยัน อดทน และรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย
-
มีระเบียบวินัย ปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ และคำสั่งอย่างเคร่งครัด
-
มีความซื่อสัตย์สุจริต
-
มีมนุษยสัมพันธ์ดี ยิ้มแย้มแจ่มใส และพร้อมให้บริการลูกค้า
ตารางการปฎิบัติงานประจำวัน
|
เวลา |
รายละเอียดงาน |
|
07.50 น. |
ร่วมประชุม Morning Brief ประจำวัน |
|
08.15 น. |
ตรวจเช็คเครื่องมือในการให้บริการ รถโฟร์คลิฟท์ เครน แอนลิฟท์ และเครื่อง hand Hald |
|
09.00 น. |
ตรวจรับสินค้า จัดเก็บสินค้า และจัด-จ่าย สินค้าตามมาตรฐาน |
|
12.00 น. |
พักกลางวัน รอบที่ 1 พักเที่ยง 11.30-12.30 น. |
|
13.00 น. |
ตรวจรับสินค้า จัดเก็บสินค้า และจัด-จ่าย สินค้าตามมาตรฐาน |
|
16.00 น. |
นับสต๊อกของพนักงานตามแผนประจำวัน |
|
16.40 น. |
รายงานสิ้นวัน |
4. พนักงานเช็คเกอร์ (GR)
พนักงานเช็คเกอร์ มีหน้าที่รับผิดชอบงานด้านการความถูกต้องการเข้า-ออก ของสินค้าและป้องกันปัญหาการทุจริต เพื่อให้การบริหารสินค้าเป็นไปอย่างถูกต้อง ปลอดภัย และเป็นไปตามมาตรฐานที่บริษัทกำหนด โดยมีขอบเขตหน้าที่งาน ดังนี้
- งานด้านการตรวจรับสินค้า (Goods Receiving : GR)
1.1 ตรวจสอบการนำสินค้าเข้า–ออกบริเวณประตูคลัง / จุดโหลดสินค้า
1.2 ตรวจนับจำนวนสินค้าให้ตรงตามเอกสาร (บิล / ใบส่งของ / ใบโอน)
1.3 ตรวจสอบชนิดสินค้า รุ่น ขนาด สี และสภาพสินค้าเบื้องต้น
1.4 ควบคุมการเคลื่อนย้ายสินค้าไม่ให้ข้ามขั้นตอนหรือออกนอกพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาต
1.6 ประสานงานกับพนักงานคลัง พนักงานขาย และ รปภ. เมื่อพบความผิดปกติ
1.7 บันทึกหรือรายงานกรณีพบสินค้าเกิน ขาด ชำรุด หรือไม่ตรงเอกสาร - งานด้านเช็คเกอร์ (Checker)
2.1 แจกบัตรคิวและสอบถามความต้องการลูกค้า
2.1.1แจกบัตรคิวให้รถขนส่งสินค้าทุกคันที่เข้าพื้นที่
2.1.2 ควบคุมลำดับการเข้ารับสินค้าให้เป็นไปตามบัตรคิว
2.1.3 ให้คำแนะนำผู้ขับรถเกี่ยวกับขั้นตอนการตรวจรับสินค้า
2.1.4 ป้องกันการแซงคิวหรือเข้าพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาต
2.2 ตรวจสอบบิลและสินค้า
2.2.1 ตรวจสอบเอกสารการรับสินค้า เช่น ใบส่งของ ใบสั่งซื้อ ใบโอนสินค้า
2.2.2 ตรวจสอบข้อมูลบนบิลให้ตรงกับสินค้า ได้แก่
-
-
-
ชื่อสินค้า / รหัสสินค้า
-
จำนวน
-
หน่วยนับ
-
สาขาปลายทาง
-
-
2.2.3 ตรวจสอบสภาพสินค้าเบื้องต้นก่อนรับเข้า เช่น แตก หัก บิ่น เปียก ชำรุด
2.2.4 ปฏิเสธหรือแจ้งหัวหน้างานกรณีพบสินค้าผิดปกติหรือไม่ตรงเอกสาร
2.3 ถ่ายภาพท้ายรถและเก็บบัตรคิว
2.3.1 ถ่ายภาพท้ายรถก่อนและหลังการขนถ่ายสินค้า เพื่อเป็นหลักฐาน
2.3.2 ตรวจสอบให้แน่ใจว่าสินค้าได้ขนถ่ายครบถ้วนก่อนรถออก
2.3.3 เก็บบัตรคิวพร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้องตามระเบียบที่กำหนด
2.3.4 จัดเก็บข้อมูลภาพและเอกสารให้สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้
3. งานด้านป้องกันการสูญเสีย (Loss Prevention)3.1ตรวจสอบและเฝ้าระวังความผิดปกติในการเคลื่อนย้ายสินค้า
3.1 ป้องกันการลักลอบนำสินค้าออกโดยไม่ได้รับอนุญาต
3.3 ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารสินค้าเข้า–ออกทุกครั้ง
3.4 รายงานเหตุการณ์ผิดปกติ เช่น สินค้าขาด สินค้าเกิน การสับเปลี่ยนสินค้า และรายงานสินค้าแตกหักเสียหาย
3.5 ปฏิบัติตามมาตรการควบคุมการสูญเสียของบริษัทอย่างเคร่งครัด
3.6 ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบกรณีเกิดข้อร้องเรียนหรือการตรวจสอบภายใน
4. งานด้านอาคารสถานที่
4.1 ดูแลความเรียบร้อย ความสะอาดบริเวณจุดตรวจรับสินค้า
4.2 ตรวจสอบสภาพพื้นที่โหลดสินค้า ทางลาด และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง
4.3 แจ้งซ่อมเมื่อพบอุปกรณ์ชำรุด เช่น ไฟส่องสว่าง ป้ายสัญลักษณ์ พื้นทางเดิน
4.4 ปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยในการทำงาน (Safety)
4.5 ช่วยดูแลการจัดระเบียบพื้นที่ไม่ให้กีดขวางทางเข้า–ออก
4.6 ประสานงานกับส่วนกลางเรื่องซ่อมบำรุงจุดต่างๆ ภายในสาขา
คุณสมบัติ & ทักษะที่ต้องมี
-
สุขภาพแข็งแรง สามารถยืนทำงานและยกของได้
-
มีความซื่อสัตย์ รอบคอบ และรับผิดชอบ
-
สามารถตรวจนับสินค้าและตรวจสอบเอกสารได้
-
ปฏิบัติตามกฎระเบียบและมาตรฐานความปลอดภัยของบริษัท
-
หากมีประสบการณ์งานคลังสินค้า / ตรวจรับสินค้า จะพิจารณาเป็นพิเศษ
ตารางการปฎิบัติงานประจำวัน
|
เวลา |
รายละเอียดงาน |
|
07.50 น. |
ร่วมประชุม Morning Brief ประจำวัน |
|
08.15 น. |
ตรวจเช็คเครื่องมือในการให้บริการ รถโฟร์คลิฟท์ พาเลท และเครื่อง hand Hald ให้พร้อม |
|
09.00 น. |
ปฏิบัติงานเป็นเช็คเกอร์ ตรวจรับสินค้า และเวียนงานตามจุดต่างๆ ตามแผน |
|
12.00 น. |
พักกลางวัน รอบที่ 1 พักเที่ยง 11.30-12.30 น. |
|
13.00 น. |
ปฏิบัติงานเป็นเช็คเกอร์ ตรวจรับสินค้า และเวียนงานตามจุดต่างๆ ตามแผน |
|
16.00 น. |
ตรวจสอบความเรียบร้อย ความสะอาดของพื้นที่ |
|
16.40 น. |
รายงานสิ้นวัน |
ข้อกำหนด ข้อบังคับและกฎระเบียบ
1. ข้อบังคับ
1.1 เวลาทำงาน 08.00 - 17.00 (เวลาทำการร้าน 08.00 - 17.00 น.) โดยหากพนักงานมาทำงานสาย จะไม่ได้รับค่าจ้างตามเวลาที่มาทำงานสาย และมี ความผิดตามกฎระเบียบของบริษัทฯ
1.2 ต้องมีการประชุมประจำวันทุกวัน เวลา 07.50 น. ในบริเวณจุดที่ขึ้นของให้ลูกค้า หรือในสำนักงานโดยใช้เวลาไม่เกิน 15 นาที และส่งภาพบันทึกรายงานการประชุมประจำวัน
1.3 การแต่งกาย
1.3.1 เสื้อ ให้สวมเสื้อเครื่องแบบของบริษัทกำหนด เท่านั้น ไม่อนุญาตให้สวมเสื้ออื่นๆ
1.3.2 กางเกง ให้สวมกางเกงขายาวทรงสุภาพสีดำ ไม่ขาด
1.3.4 รองเท้า ผู้ชาย/หญิง เป็นรองเท้าคัทชูหรือรองเท้าผ้าใบ พนักงานคลังสวมรองเท้าเซฟตี้ ห้ามสวมใส่รองเท้าแตะเด็ดขาด
1.4 ห้ามพกพาและเสพสิ่งเสพติดผิดกฎหมายทุกชนิด และห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด ทั้งก่อนและในช่วงเวาลาทำงาน ทั้งในร้าน และพื้นที่อื่นในช่วงเวลาปฏิบัติงาน
1.5 ห้ามมีเรื่องทะเลาะวิวาทในพื้นที่ / ห้ามนอนหลับในพื้นที่ขาย
1.6 ห้ามพกพาอาวุธ สิ่งผิดกฎหมายเข้ามาบริเวณปฏิบัติงาน
1.7 ห้ามรับประทานอาหาร นอกจุดที่กำหนดไว้
1.8 กำหนดให้ผู้จัดการร้าน เพียง 1 คน ที่นั่งประจำในสำนักงานได้ ส่วนพนักงานตำแหน่งอื่นๆ รอต้อนรับและให้บริการลูกค้าประจำจุดที่กำหนด
1.9 การใช้ล็อกเกอร์
1.9.1บริษัทฯ จัดล็อคเกอร์ไว้ให้สำหรับพนักงานทุกคน
1.9.2 พนักงานสามารถเก็บของใช้ส่วนตัว เช่น กระเป๋า โทรศัพท์ ห้ามใส่ยาเสพติด หรือของใช้ที่ผิด
1.9.3 กฎหมายอื่นๆ โดยหากตรวจพบถือว่ามีความผิดตามกฎระเบียบการทำงานของบริษัท
1.9.4 กุญแจล็อคเกอร์พนักงานถือไว้ 1 ดอก และผู้จัดการสาขา ถือไว้ 1 ดอก และต้องส่งคืนเมื่อพนักงานพันสภาพ
1.9.5 ล็อกเกอร์เป็นสมบัติของบริษัท ที่บริษัทสามารถเปิดตรวจสอบได้ตลอดเวลา
มาตรฐานร้านและการบริการคลัง Stock9
1. มาตรฐานร้าน (Store Standard)
1.1 Logo และป้ายร้าน
- ป้ายร้านและโลโก้ขนาดเหมาะสม มองเห็นได้จากระยะไกล
- สภาพสมบูรณ์ ไม่ลอก ไม่ซีดจาง
- มีการทำความสะอาดสม่ำเสมอ และมีไฟส่องสว่างตอนกลางคืน
1.2 Booth & Display (พื้นที่โชว์สินค้า)
- จัดเรียงสินค้าตามหมวดหมู่ชัดเจน (เหล็ก, ปูน, สี, เครื่องมือ, ไฟฟ้า ฯลฯ)
- สินค้าตัวโชว์และชั้นวางอยู่ในสภาพดี ไม่มีฝุ่น คราบ หรือความเสียหาย
- มีป้ายราคาและป้ายโปรโมชั่นครบถ้วน ชัดเจน อ่านง่าย
- เดินทางสะดวก ทางเดินไม่กีดขวาง มีความกว้างเพียงพอ
- มีการกำหนดจุดแสดงสินค้าใหม่/โปรโมชั่น และมีการจัดวางจริง
- แสงสว่างเพียงพอ หลอดไฟไม่ดับหรือกระพริบ
TV/สื่อโฆษณาภายในร้านเปิดใช้งานตลอดเวลาทำการ
1.3 เคาน์เตอร์บริการลูกค้า
- เคาน์เตอร์อยู่ในตำแหน่งเด่น เข้าถึงง่าย
- อุปกรณ์พร้อมใช้งาน: คอมพิวเตอร์, POS, ปริ้นเตอร์, ใบกำกับภาษี, ป้ายสแกนจ่ายเงิน/ประเมินความพึงพอใจ
- โต๊ะ/เก้าอี้/สายไฟจัดเป็นระเบียบ ไม่มีสิ่งรบกวนหรืออาหารบนเคาน์เตอร์
- มีป้ายบอกประเภทบริการ เช่น “ชำระเงิน”, “รับเรื่องร้องเรียน”
- พนักงานประจำเคาน์เตอร์ต้อนรับและให้ข้อมูลลูกค้าได้
2. มาตรฐานการปฏิบัติงาน (Operation Standard)
2.1 ความพร้อมพนักงาน
- แต่งกายด้วยยูนิฟอร์มร้าน ติดป้ายชื่อ รองเท้าเป็นแบบหุ้มส้นสีสุภาพ
(หรือรองเท้านิรภัยในโกดัง)
- บุคลิกภาพสุภาพ: ทรงผมเรียบร้อย, หนวดเคราตัดแต่ง, แต่งหน้าโทนสุภาพ
- เข้างานตรงเวลา พร้อมปฏิบัติหน้าที่
- ผ่านการอบรมสินค้าและความปลอดภัยประจำปี
2.2 มาตรฐานการบริการ
- กล่าวทักทายลูกค้าภายใน 10 วินาที พร้อมรอยยิ้ม
- ใช้ Smart Script ในการต้อนรับและขอบคุณลูกค้า
- แนะนำสินค้าถูกต้อง จัดสินค้าและออกบิลภายใน 15 นาที
- เชิญลูกค้านั่งรอ พร้อมติดตามดูแลการบริการจนเสร็จสิ้น
- มีช่องทางรับฟังความคิดเห็น เช่น QR ประเมิน, กล่องข้อเสนอแนะ
2.3 มาตรฐาน 5ส.
- สะสาง: กำจัดสิ่งของไม่จำเป็น
- สะดวก: จัดเรียงสินค้าให้หยิบใช้ง่าย ติดป้ายชัดเจน
- สะอาด: ไม่มีฝุ่น คราบปูน เศษเหล็ก/ไม้ในพื้นที่
- สุขลักษณะ: ห้องน้ำสะอาด มีการเก็บขยะประจำวัน
- สร้างนิสัย: ตรวจสอบพื้นที่ก่อนปิดร้านทุกวัน
2.4 ความปลอดภัยในการทำงาน
- ทางเดินโล่ง ไม่ลื่น
- สินค้าวางอย่างมั่นคง โดยเฉพาะสินค้าน้ำหนักมาก
- อุปกรณ์ยก-เคลื่อนย้าย (โฟล์คลิฟท์, รถเข็น) พร้อมใช้งาน
- PPE ครบถ้วนสำหรับงานคลังและขนส่ง (หมวก, ถุงมือ, รองเท้า)
- ถังดับเพลิง, ป้ายหนีไฟ, อุปกรณ์ฉุกเฉิน ตรวจสอบทุกเดือน
- มีการซ้อมอพยพและแผนฉุกเฉินประจำปี
3. มาตรฐานทักษะพนักงาน (People & Service Skill)
3.1 การแต่งกายพนักงาน Staff
- เสื้อยูนิฟอร์มสะอาด สีไม่หมอง ติดป้ายชื่อชัดเจน
- กางเกงสุภาพ (ผ้าหรือยีนส์เข้ม) รองเท้าเป็นทางการ/นิรภัย
- ผมเรียบร้อย สีสุภาพ เครื่องสำอางไม่ฉูดฉาด
- เล็บสะอาดไม่ยาว
3.2 การแต่งกายพนักงานคลังสินค้า
3.2 การบริการลูกค้า
- ทักทายด้วย “Stock 9 สวัสดีครับ/ค่ะ” พร้อมยืนต้อนรับ
- พูดจาสุภาพ รักษาระยะห่าง 1 ก้าว ยิ้มและสบตา
- ขณะให้บริการ ไม่เล่นโทรศัพท์หรือคุยกับเพื่อนร่วมงาน
- ทวนรายการสินค้า/บริการก่อนชำระเงิน
- ขอบคุณลูกค้าทุกครั้ง และเชิญชวนกลับมาใช้บริการอีก
3.3 การขายสินค้าและบริการ
- สอบถามความต้องการและทวนข้อมูลลูกค้าเพื่อความถูกต้อง
- แนะนำสินค้า/บริการอย่างตรงไปตรงมา พร้อมชี้แจงเงื่อนไข
- จัดสินค้า + ออกบิลไม่เกิน 15 นาที
- ติดตามการบริการหลังการขาย (การจัดส่ง, การติดตั้ง, การรับประกัน)
3.4 การรับโทรศัพท์
- รับสายไม่เกิน 3 ครั้ง
- ใช้สคริปต์: “ร้าน Stock 9 + ชื่อพนักงาน รับสาย สวัสดีค่ะ/ครับ”
- จดบันทึกการสนทนาทุกครั้ง
- ทวนข้อมูลก่อนจบการสนทนา
- ปิดท้ายด้วย “ขอบคุณค่ะ/ครับ สวัสดีค่ะ/ครับ”
4. การตรวจประเมินและคะแนน
4.1 ใช้แบบฟอร์มตรวจมาตรฐานรายสัปดาห์/รายเดือน
4.2 หัวข้อหลัก: ภาพรวมร้าน / การปฏิบัติงาน / 5ส. / ความปลอดภัย / ทักษะพนักงาน
4.3 คะแนนเต็ม 100 แบ่งตามสัดส่วนแต่ละหัวข้อ
4.4 หลังตรวจประเมินจะต้องมีการแก้ไขและรายงานผลภายใน 7 วัน
มาตรฐานคลังสินค้า
การจัดระบบคลังสินค้า (Warehouse) มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อคุณภาพของสินค้า และบริการ วิธีการจัดการที่เป็นมาตรฐานและมีประสิทธิภาพ มีส่วนช่วยให้การจัดเก็บ การดูแลรักษา และการกระจาย สินค้าเป็นไปอย่างรวดเร็ว หน้าที่ของคลังสินค้า คือ จัดการคลังสินค้าให้ประสิทธิภาพ หมายถึง หน้าที่ในการรับสินค้าโดยการตรวจสอบจำนวน คุณลักษณะในการที่จะแยกแยะ จัดเก็บให้เป็นหมวดหมู่ โดยการจัดการที่มีระบบการตรวจสอบและตรวจนับความถูกต้องที่เกี่ยวข้องกับปริมาณ, จำนวน, สภาพ และคุณภาพคลังสินค้าทุกประเภทจะทำหน้าที่ในฐานะความเป็นเจ้าของสินค้าชั่วคราว ซึ่งหมายถึงความ รับผิดชอบที่จะมีต่อตัวสินค้า สามารถควบคุมและรับผิดชอบต่อสินค้าที่จัดเก็บอยู่ในคลัง ซึ่งต้องอาศัยการบริหารจัดการ รวมถึงการจัดเตรียมเครื่องมือและเครื่องทุนแรงประเภทต่างๆ เช่น รถยก, พื้นที่สำหรับวาง สินค้า และสภาพแวดล้อมในคลังให้เหมาะสมกับสินค้า การคัดแยกประเภทสินค้า, รุ่น, ขนาด, สี, จำนวน, และการติดป้าย ที่สำคัญและเป็นหัวใจของคลังสินค้า คือ การควบคุมทางด้านเอกสารเช่น ใบกำกับภาษี (ใบขาย),ใบจ่ายสินค้าชั่วคราว, ใบโอนคลัง, ใบยืมสินค้า, และอื่นใบที่นำสินค้าออกจาคลัง หน้าที่ของคลังสินค้าในการส่งมอบสินค้า (จ่ายสินค้า) เป็นการส่งมอบสินค้าให้กับลูกค้าหรือผู้ที่มาเบิกจะต้องทำการตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารและจัดเตรียมสินค้า จำนวนสินค้าและชนิดสินค้า ขนาดของสินค้าให้ตรงตามเอกสาร และมีความแข็งแรงปลอดภัยต่อร่างกายและทรัพสินของร้านและผู้มาใช้บริการ
วิธีจัดการคลังสินค้าให้มีประสิทธิภาพ
-
แยกประเภทสินค้าด้วยชนิดสินค้า/รหัสสินค้า
ทำการแยกประเภทสินค้าด้วยชนิด/รหัสสินค้า และติดป้ายให้กับสินค้าทุกพาเลท และทำการรายงานยอด ตรวจนับจำนวนและชนิดสินค้า และตรวจสอบเทียบยอดในระบบ -
แยกประเภทสินค้าด้วยความเร็วในการขาย
แยกประเภทสินค้าที่ขายเร็ว-ช้า ออกจากกัน และจัดให้สินค้าขายเร็วอยู่ในพื้นที่ที่เข้าถึงได้ง่าย เพื่อให้สะดวกรวดเร็วและปลอดภัยในการนำสินค้ามาแพ็คและจัดส่งให้ลูกค้า -
จัดทำผัง Layout
กำหนดการวางสินค้าชัดเจน เพื่อความสะดวกสำหรับคนจัดสินค้าให้สามารถจัดสินค้าได้รวดเร็ว ถูกต้องตามรายการและช่วยให้การจัดการสต๊อกในระบบหลังร้านมีประสิทธิภาพ (first in first out) -
ตรวจสอบคลังสินค้า
กำหนดวันที่ต้องเช็คสต๊อกตามแผนตามไตรมาสหรือตรวจนับทุกวัน กรณีเป็นสินค้าเฝ้าระวัง เพื่อเป็นการตรวจสอบจำนวนสินค้าคงคลังเหลือและหาสาเหตุของผลต่างที่เกิดขึ้น
กระบวนการบริหารจัดการคลังสินค้า ประกอบด้วย 5 ขั้นตอน ได้แก่ รับเข้าสินค้า, จัดเก็บสินค้า, การจ่ายสินค้า, ตรวจสอบสินค้าคงคลัง และการทำรายงาน
ขั้นตอนที่ 1: การรับสินค้าเข้าสต็อก
การรับสินค้าเข้าสต็อกเป็นขั้นตอนแรกในกระบวนการบริหารจัดการคลังสินค้า และเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดสำหรับการจัดการสินค้าคงคลังที่ถูกต้อง เพื่อที่จะดำเนินการกระบวนการคลังสินค้าอย่างถูกต้องหากไม่ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด อาจทำให้การรับสินค้าเข้าสต็อกไม่ถูกต้อง ส่งผลต่อขั้นตอนต่อไป
การรับสินค้าเข้าสต็อกอย่างระมัดระวังและรอบคอบจะช่วยคัดกรองสินค้าที่เสียหาย หลีกเลี่ยงการสูญเสียและความเสียหายต่อร้านค้าเมื่อขายของในภายหลังเมื่อได้รับสินค้าจะต้องตรวจสอบ และตรวจนับจำนวนสินค้า จากนั้นก็ดำเนินการยืนยันปริมาณที่ได้รับ สถานะของสินค้า
การตรวจรับสินค้า
|
ผู้ที่รับผิดชอบ |
กระบวนการ |
รายละเอียดกระบวนการ |
|
|
- บริหารสินค้าทำ PO ที่ผ่านการอนุมัติเพื่อสั่งซื้อสินค้า - กำหนดรหัสสินค้าในระบบ
- ปริ้นใบรับเข้าที่ผูกกับ PO
- Staff Stock9 นำสินค้าไปเก็บและบันทึกชั้นเก็บสินค้าทันทีห้ามข้ามวันเด็ดขาด |
ขั้นตอนที่ 2: จัดเก็บสินค้าในคลังสินค้า
ต้องจัดเรียงสินค้าตาม Layout ที่จัดกลุ่ม/ประเภทสินค้า หรือข้อกำหนดตามมาตรฐานการจัดเก็บสินค้าของบริษัทฯ เพื่อป้องกันความเสียหายของสินค้า ประหยัดเวลาในการค้นหาและไม่เกิดความสับสนเมื่อต้องการจ่ายสินค้า และบันทึกชั้นเก็บสินค้าทันที คลิป VDO การรับสินค้าเข้าระบบ Stock9
มาตรฐานการจัดเก็บสินค้าในคลังสินค้า
-
การกองเก็บสินค้าเป็นระเบียบ จัดหมวดหมู่ชัดเจน มีการจัดวางพาเลทตรงแนว /มีสินค้าแสดงเต็มตลอดตามแนวพาเลท มีการเว้นช่องทางเดินหรือสำหรับรถยก
-
การขึ้นสินค้าตรงตามมาตรฐานที่กำหนด คือ การขึ้นสินค้า เช่น การปูรองพื้นโฟม หรือจำแนกตามประเภทสินค้าได้ถูกต้อง
-
การแยกพื้นที่จุดรอรับสินค้า / สินค้ารอส่ง คือ มีการแยกจุดรับสินค้าชัดเจนจุดเตรียมสินค้ารอส่งและไม่มีสิ่งกีดขวาง กล้องวงจรปิดเห็นได้
-
การแยกของแตกหักเสียหาย คือ มีการแยกของแตกหักเสียหาย มีการใช้สเปรย์ฉีดสินค้าเคลม
-
การขึ้นสินค้าตรงตามมาตรฐานที่กำหนด คือ การขึ้นสินค้า เช่น การปูรองพื้นโฟม หรือจำแนกตามประเภทสินค้าได้ถูกต้อง
มาตรฐานการกองเก็บสินค้า
1. สินค้าที่จัดวางกองเก็บ การจัดวางช้อนกันต้องไม่เกิน 3 ชั้น เพื่อป้องกันการโค่นล้มของสินค้าที่จัดวางไว้สูง
เกินไป
2. ไม้พาเลทที่ใช้รองสินค้า ไม่ว่าจะเป็นแบบพลาสติกหรือแบบไม้ ต้องมีสภาพดีพร้อมใช้งาน ห้ามนำไม้พา
เลทที่ชำรุดมาใช้รองสินค้าเด็ดขาด เพื่อป้องกันการโค่นล้มของสินค้าจนก่อให้เกิดอันตราย
3. ในการจัดวางสินค้าควรหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีความลาดเอียงหรือพื้นที่ที่ชำรุดและไม่เสมอกันในแนวระนาบ
เพื่อป้องกันการโค่นล้มของสินค้า
4.ตรวจสอบสภาพของไม้พาเลทและสายรัดอยู่เสมอ ในกรณีที่สินค้าไม่มีความเคลื่อนไหวและสินค้าที่กองเก็บ
เป็นเวลานาน ๆ หากพบการชำรุดต้องรีบเปลี่ยนใหม่โดยทันที