# WI-SA-008 คู่มือในการขายแผนกกระเบื้องเซรามิค

[![young-couple-choosing-tiles-building-market.jpg](https://book.nopadol.com/uploads/images/gallery/2022-06/scaled-1680-/young-couple-choosing-tiles-building-market.jpg)](https://book.nopadol.com/uploads/images/gallery/2022-06/young-couple-choosing-tiles-building-market.jpg)

#### **1. วัตถุประสงค์**

- <span style="font-weight: 400;">พนักงานขายมีหน้าที่แนะนำ ให้ความรู้เกี่ยวกับกระเบื้องเซรามิค ฃ ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ อย่างถ่องแท้เพื่อจะได้แบ่งปันความรู้ และคำแนะนำดังกล่าวไปสู่ลูกค้าได้ พนักงานขายทุกคนควรตระหนังถึงความรับงผิดชอบที่มีต่อลูกค้าเมื่อจำหน่าย กระเบื้องของบริษัท ฯ ให้แก่ลูกค้า พนักงานขายควรให้ความรู้เกี่ยวกับคุณสมบัติ การออกแบบ และวิธีการปูกระเบื้องแก่ ลูกค้าไปในขณะเดียวกัน เพื่อช่วยให้ลูกค้าเลือกกระเบื้อง ได้ถูกต้องตามวัตถุประสงค์ที่จะนำไปใช้ นอกจากนี้ ยังควรเน้นย้ำ การดูแลรักษาเฉพาะที่จำเป็นสำหรับพื้นที่ที่จะปูกระเบื้อง เพื่อป้องกันการเข้าใจผิดหรือการโต้เถยงที่ไม่จำเป็นหลังการขาย </span>

#### **2. สิ่งที่พนักงานขายควรแนะนำให้กับลูกค้า**

- <span style="font-weight: 400;">พนักงานขายควรแนะนำกระเบื้องให้ลูกค้าตามความเหมาะสมกับการใช้งาน ควรคำนึงถึงความต้องการนำกระเบื้องไปปูส่วนใดของบ้าน ดังต่อไปนี้ </span>

#### **3. ส่วนพักผ่อนและรับประทานอาหาร**

- <span style="font-weight: 400;">แนะนำให้ลูกค้าใช้กระเบื้องที่ไม่ลื่น โดยเฉพาะถ้าลูกค้ามีเด็กเล็ก หรืออาจเลือกใช้กระเบื้องที่มีขนาดเล็กลงซึ่งมีร่องยาแนวเพิ่ม ซึ่งจะช่วยลดความลื่นของกระเบื้องลงได้ สำหรับส่วนรับประทานอาหารควรเลือกกระเบื้องที่ง่ายต่อการดูแลรักษา </span>

#### **4. ห้องครัว**

- <span style="font-weight: 400;">แนะนำให้ลูกค้าเลือกกระเบื้องที่ไม่ต้องการการดูแลรักษามากนัก ซึ่งทนทานต่อสารเคมี และกันลื่นได้ โดยต้องมีการทำความสะอาดเป็นประจำ ส่วนบนเคาน์เตอร์ควรปูด้วยกระเบื้องที่สามารถทนความร้อนได้ และพื้นที่ส่วนเตรียมอาหารควรปูด้วยกระเบื้องที่มีความแข็งแกรงที่ง่ายต่อการดูแล เช่น กระเบื้องดูดซึมน้ำต่ำ แกรนิ่ตโต้ พอร์ซแลน </span>

#### **5. ห้องน้ำ**

- <span style="font-weight: 400;">แนะนำให้ลูกค้าเลือกใช้กระเบื้องที่ไม่ลื่นและมีคุณสมบัติดูดซึมน้ำต่ำ รวมทั้งมีความทนทานต่อสารเคมีจาก ผงซักฟอก สบู่ แชมพู น้ำยาซักล้าง และน้ำยาฆ่าเชื่อโรงต่าง ๆ ได้ เพื่อการดูแลรักษาที่ไม่มากนัก การใช้กระเบื้องที่มีสีสันผสมกันบนผนังและพื้นจะช่วยให้คุณผ่อนคลายสายตาได้ </span>

#### **6. ห้องนอน**

- <span style="font-weight: 400;">ควรใช้กระเบื้องที่มีการผสมสีที่สบายตา เพื่อช่วยสร้างบรรยากาศผ่อนคลาย ซึ่งจะช่วยให้คุณรู้สึกสบาย และเป็นการปล่อยวางจากการทำงานอย่างคร่ำเคร่งมาทั้งวัน </span>

#### **7. ลานจอดรถและทางเดินรถ**

- <span style="font-weight: 400;">กระเบื้องที่ใช้ไม่เพียงแต่จะต้องกันลื่นเท่านั้น หากแต่ยังต้องทนทาน และควรเป็นกระเบื้องขนาดเล็กเพื่อให้มีรอยแนวยาปูนมากขึ้น เป็นการเพิ่มคุณสมบัติกันลื่นอีกทางหนึ่ง </span>

#### **8. สระว่ายน้ำและสวน** 

- <span style="font-weight: 400;">ควรเป็นกระเบื้องดูดซึมน้ำต่ำ และกันลื่นได้สูง 3 </span>

#### **9. พื้นที่การค้า และพื้นที่สาธารณะ**

- <span style="font-weight: 400;">กระเบื้องที่ใช้พื้นที่การค้า และพื้นที่สาธารณะควรมีความทนทาน ไม่ลื่น ดูแลรักษาได้ง่ายและสะอาดตา </span>

1. <span style="font-weight: 400;">กระเบื้องสำหรับปูพื้น เป็นกระเบื้องที่เผาครั้งเดียว ที่อุณหภูมิประมาณ 1,000 องศาเซลเซียสมีคุณสมบัติ แข็งแกร่ง มีความหนาปน่นสูง ทนทานรับน้ำหนักได้มาก</span>
2. <span style="font-weight: 400;">กระเบื้องสำหรับบุผนัง คือ กระเบื้องที่ผ่านการเผา 2 ครั้ง ที่อุณหภูมิ 1,200 องศาเซลเซียส มีคุณสมบัติ การหดตัวหลังการเผาน้อยทำให้สามารถพิมพ์ลาดได้มากการรับน้ำหนักได้พอสมควรกระเบื้องผนังมีลวดลายมากให้เลือก</span>
3. <span style="font-weight: 400;">ขนาด กระเบื้องเซรามิคมีขนาดมากมายทั้งสี่เหลี่ยมจัตุรัส 8\*8 , 12\*12 ,13\*13 , 16\*16 ,18\*18 เป็นต้น และสี่เหลี่ยมผืนผ้า 4\*8 , 8\*10 , 8\*12 , 8\*16 เป็นต้น ส่วนกระเบื้องที่มีขนาดเล็ก เช่น 2\*2 , 4\*4 วางเรียงกันเป็นแผ่นใหญ่ประสานตัวกระดาษหรือเส้นใยสังเคราะห์แผ่นละ 12\*12 เรียกว่ากระเบื้องโมเสค</span>
4. <span style="font-weight: 400;">ขนาดของห้อง หากห้องเล็กไม่ควรเลือกกระเบื้องที่มีขนาดแผ่นใหญ่เกินไปจะแลดูไม่สวยงาม ลวดลายต่าง ๆ ควรมีการออกแบบคำนวณขนาดและจำนวนแผ่นก่อนการเลือกซื้อ เมื่อเลือกซื้อควรนำกระเบื้องที่ปูมาทดล</span><span style="font-weight: 400;">องวางลาย และสีดูให้ตรงตามความต้องการจำนวนที่สั่งซื้อ ควรเผื่อจำนวนกระเบื้องไว้ประมาณ 5-10 % สำหรับความเสียหาย การตัดเหลือเศษหรือเก็บไว้สำหรับการซ่อมแซมภายหลัง</span>
5. คุณภาพ รุ่น สี ของกระเบื้องที่เลืกควรตรงและหมายเลข LOT การผลิตควรเป็นครั้งเดียวกัน เกรดของกระเบื้องควรเป็นเกรด A เพราะจะทำให้การปูออกมาสวยงาม ทั้งหมดสามารถตรวจสอบได้จากฉลากที่ระบุไว้ข้างกล่องกระเบื้อง
6. ต้องมั่นใจว่าพื้นที่ปูกระเบื้องนั้นได้ทำความสะอาดเป็นที่เรียบร้อย ไม่มี คราบฝุ่น น้ำมัน รอยสักปรกติดอยู่ ตลอดจนไม่ลืมตรวจเช็คระดับพื้น หรือแนวระนาบของผนังที่จะปูถ้าไม่ได้ระดับ หรือ ระนาบควรตกแต่งหรือปรับให้ได้แนวที่ต้องการ
7. พื้นที่ที่จะปูกระเบื้อง ต้องแห้ง ไม่มีความชื้น หากเป็นพื้นหรือผนังคอนกรีตนั้น พื้นที่ที่จะปูกระเบื้องได้ต้องทิ้งไว้ให้แห้งหลังการเทพื้นหรือฉาบแล้วอย่างน้อยเป็นเวลา 2 - 3 สัปดาห์ จนแน่ใจว่าพื้นไม่มีความชื้นแล้วจึงเริ่มลงมือปูกระเบื้องได้ เพราะหากพื้นที่จะปูกระเบื้องมีความชื้นอยู่จะมีผลทำให้แรงยึดกันระหว่างพื้นและวัสดุปูพื้นอ่อนลง สำหรับพื้นชั้นล่างที่อยู่ติดพื้นดิน ควรรองพื้นด้วยแผ่นพลาสติก และปูนซีเมนต์ผสมทรายที่จะทำการเทพื้นปรับระดับควรผสมน้ำยากันซึม เพื่อป้องกันความชื้นซึมขึ้นมาตามร่องยาแนว หรือผิวของกระเบื้อง
8. ในการปูกระเบื้องนั้น ควรเว้นร่องประมาณ 1 - 3 ม.ม. เพื่อป้องกันปัญหาการโก่งแอ่นหลังจากการปู และใช้งาน ในการปูกระเบื้องในปัจจุบันนั้นมีวัสดุประสานอยู่สองชนิดใหญ่ ๆ ด้วยกันคือ ใช้กาวซีเมนต์ หรือปูซีเมนต์ตามอัตราส่วน (ยกเว้นการปูกระเบื้องทับพื้นเดิม ซึ่งควรใช้กาวซีเมนต์ชนิดพิเศษปู หรือใช้น้ำยาที่ช่วยเพิ่มแรงยึดเกาะผสมกับกาวซีเมนต์ทั่วไป ไม่ควรใช้ปูนซีเมนต์ผสมทรายเพียงอย่างเดียว) ในการปูพื้นกระเบื้องใหม่ แนะนำใช้ใช้ปูนกาวซีเมนต์ เนื่องจากมีความแข็งแรงทนทานสามรถยึดเกาะได้ดีรวมทั้งสะดวกและรวดเร็วกว่า
9. เมื่อเตรียมการเป็นที่เรียบร้อยแล้วจึงปูกระเบื้องโดยเริ่มปูจากแนวที่ติดผนัง 1 แนว จัดกระเบื้องให้ลงตัว และตีแนวกระเบื้องที่ผนัง (บรรดาช่างมักจะเรียกกรรมวิธีนี้ว่า ตีปักเต๊า) แล้วปูกระเบื้องจากพื้นขึ้นไปถึงจุดที่จะหยุดกระเบื้อง 1 แนว เพื่อให้กระเบื้องลงตัวไม่เหลือเศษบน และล่าง เสร็จแล้วจึงปูกระเบื้องตามแนวที่วางไว้
10. เมื่อปูกระเบื้องเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จะต้องทิ้งให้ซีเมนต์แห้งอย่างน้อย 24 ชม. แล้วจึงยาแนวโดยปาดตามแนวเฉียงกับร่องกระเบื้อง เพื่อให้ตัวยาแนว ลงร่องอย่างสม่ำเสมอ (ข้อสำคัญ คือ ต้องไม่ลืมทำความสะอาดร่องระหว่างกระเบื้อง ก่อนกากรยาแนวนะครับ ) เมื่อยาแนวเป็นที่เรียบร้อย ก็ควรที่จะต้องทิ้งพื้นที่ดังกล่าว ไว้ 1 อาทิตย์ก่อนการใช้งาน โดยทำความสะอาดกระเบื้อง หลังจากปุเสร็จแล้ว 24-36 ชั่วโมงและหลังจากพื้นกระเบื้องแห้ง ทำการเช็ดผิวของกระเบื้องอีกครั้ง ด้วยผ้าสะอาด
11. เนื่องจากทางโรงงานเคลือบ wax ไว้บนหน้าผิวหน้ากระเบื้องเพื่อป้องกันรอยขีดข่วนที่อาจเกิดจากกระบวนการเคลื่อนย้ายการขนถ่ายสินค้า หรือระหว่างการปูเพื่อใช้งาน เมื่อติดตั้งกระเบื้องเสร็จและยาแนวเรียบร้อยแล้ว ถ้าเป็นแกรนิตโต้ธรรมดาให้ใช้ผงแว๊กซ์ขัดวนให้ทั่วด้วยผ้าแห้ง และเช็ดออกโดยไม่ต้องใช้น้ำ กระเบื้องก็จะเงางาม ถ้าเป็นแกรนิตโต้ที่มีสีดำสนิท หรือไม่ได้เคลือบ wax มาจากโรงงานให้ใช้ผ้าสะอาด ๆ เช็ดทำความสะอาดได้เลย ( ถ้าใช้ผงขัดจะทำให้กระเบื้องด่าง )ถ้าเป็นกระเบื้อง เนื้อ NANO ใช้ผ้าแห้งสะอาด ๆเช็ดทำความสะอาดได้เลย
12. สำหรับการดูแลเป็นประจำทุกวันนั้น ควรถูพื้นด้วยน้ำสะอาด หรือใช้น้ำยาทำความสะอาดทั่วไปสำหรับ การทำความสะอาดตามกำหนดเวลา
13. หลีกเลี่ยงการใช้สารขัดสีต่าง ๆ เช่น แผ่นขัดบนกระเบื้องชนิดเคลือบ เพราะอาจเกิดรอยขีดข่วนหรือทำให้ส่วนเคลือบของกระเบื้องหลุดลอกได้
14. เช็ดและทำความสะอาดสิ่งที่หกบนกระเบื้องเพื่อป้องกันรอยขีดข่วนบนส่วนเคลือบของกระเบื้อง
15. ค่อย ๆ กวาดทรายหรือเศษแตกหักบนกระเบื้องออก เนื่องจากอาจก่อให้เกิดรอยขีดข่วนบน ส่วนเคลือบของกระเบื้องได้
16. ไม่ควรลากวัสดุหนักเช่น ลังไม้บนพื้นที่ปูด้วยกระเบื้องซึ่ง ไม่ได้รองรับการใช้งานหนักโดยเฉพาะ
17. งดเว้นการใช้สารซักล้างที่มีส่วนทีมีส่วนผสมของ ไฮโดรฟลูโอริก เนื่องจากว่าอาจทำให้พื้นผิว ของกระเบื้องเซรามิคเสียหายได้
18. ควรปฎิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิต ในการใช้สารซักล้าง เพื่อให้กระเบื้องมีอายุการใช้งานสูงสุด และลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับพื้นผิวกระเบื้องให้น้อยที่สุด
19. ไม่ว่าในกรณีใด ๆ ความรับผิดชอบของบริษัท จะจำกัดอยู่เพียงการเปลื่ยนกระเบื้องไม่ได้ปูเท่านั้นพนักงานขายควรแนะนำลูกค้าด้วยว่าถ้าปูกระเบื้องไปแล้วเฉดสี หรือขนาดของกระเบื้องมีปัญหา หรือ อาจเกิดจากกรณีใด ๆ ก็ตาม ให้ลูกค้าหยุดปูทันทีแล้วให้ติดต่อกับบริษัท เข้าไปตรวจสอบหน้างานก่อน และดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป