WI : Service Division

WI-SA1-001 การจัดทำใบ Back Order

การจัดทำใบ Back Order

young-asia-businesswoman-using-mobile-phone-call-receiving-purchase-order-check-product-stock-work-home-office-small-business-owner-online-market-delivery-lifestyle-freelance-concept.jpg

1. วัตถุประสงค์

2. ขอบเขต

3. หน้าที่และความรับผิดชอบ 

3.1 ผู้อำนวยการฝ่ายขาย

3.2 ผู้จัดการส่วนค้าส่งโครงการ

3.3 พนักงานขาย (พนักงานขายนอกสำนักงาน / พนักงานขายในสำนักงาน)

3.4 ธุรการขาย

4. คำจำกัดความ

5. เอกสารที่เกี่ยวข้อง

6. ขั้นตอนการปฏิบัติงาน

  DeepinScreenshot_select-area_20220611165013.png

7. รายละเอียดขั้นตอนการปฏิบัติงาน

7.1 กรณีโทรศัพท์สั่งซื้อสินค้า หรือโทรศัพท์ขอราคา

  1. ให้บันทึกข้อมูลการรับคำสั่งจากการโทรศัพท์ลงใน ใบแบบฟอร์มบันทึกข้อตกลงกับลูกค้า (RT3-F01)
  2. จัดทำใบเสนอราคา (WS3-F01) ในระบบ BC ดังนี้

7.2 กรณีมีการส่งโทรสารใบสั่งซื้อ 

มีการทราบราคาแล้วในเบื้องต้น หรือมีการสั่งซื้อมาแล้วระยะหนึ่ง ให้จัดทำใบเสนอราคาในระบบ BC ประกบกับใบสั่งซื้อ ก่อนออกเอกสารการสั่งขายทุกครั้ง 

ให้นำข้อมูลจาก ใบสั่งซื้อของลูกค้า จัดทำเป็นใบเสนอราคา (WS3-F01) ในระบบ BC ดังนี้

7.3 กรณีส่งโทรสารด้วยใบขอราคา 

เพื่อขอทราบราคาเบื้องในการพิจารณาซื้อ ให้จัดทำใบเสนอราคา (WS3-F01) ด้วยระบบ BC ดังนี้ 

หมายเหตุ 

  1. กรณีเป็นการจัดทำใบเสนอราคา (WS3-F01) เพื่อแก้ไข จากการต่อรองจากลูกค้าให้ระบุการ REVICE ครั้งใหม่ทุกครั้ง
  2. พนักงานขายนำเสนอเพื่อขออนุมัติ โดยผ่านหัวหน้าแผนก, ผู้จัดการส่วนค้าส่ง และผู้อำนวยการฝ่าย 

   3. พนักงานธุรการขาย บันทึกใบเสนอราคา (WS3-F01) ในทะเบียนบันทึกใบเสนอราคา (WS3-F02) พร้อมทั้งกำหนดสถานะของใบเสนอราคา (WS3-F01) ในกรณีที่ลูกค้าตอบรับการเสนอราคาให้ดึงไปทำใบสั่งขาย (F-WS-404)

8. แบบฟอร์มที่เกี่ยวข้อง

WI-SA1-002 การเสนอขายและรับคำสั่งขาย

1. วัตถุประสงค์

2. ขอบข่าย

3. คำจำกัดความ

4. หน้าที่และความรับผิดชอบ

  1. ผจก.ค้าปลีก มีหน้าที่ พิจารณาอนุมัติใบเสนอราคา 
  2. Division มีหน้าที่ ตรวจสอบความเตรียมพร้อมในการให้บริการ 
  3. Duty Manager มีหน้าที่ 
    • Morning Brief แจ้งข่าวสารประจำวัน 
    • แก้ไขสถานการณ์ประจำวันที่เกิดขึ้น 
    • รับทราบปัญหาพร้อมดำเนินการแก้ไข 
    • ตรวจสอบตามแบบฟอร์ม Check List ประจำวัน 
  4. พนักงานขาย มีหน้าที่
    • ให้บริการลูกค้า พร้อมทั้งคำแนะนำและตอบข้อซักถามของลูกค้า
    • จัดทำเอกสารในการขายต่างๆ ได้แก่ ใบสั่งขาย ใบสั่งจองสินค้า ใบเสนอราคา ใบ Back Order 
    • เตรียมความพร้อมการบริการ
  5. แคชเชียร์ มีหน้าที่
    • เก็บเงินและตรวจนับให้ถูกต้อง ตรวจสอบความถูกต้องของสินค้าที่ลูกค้านำมาชำระ

5. ขั้นตอนการปฏิบัติงาน

การเสนอขายและการรับใบสั่งซื้อ แบ่งการพิจารณาตามการสั่งซื้อของลูกค้า แยกเป็น 4 กรณี คือ

5.1 กรณีที่ 1 ลูกค้าเลือกซื้อสินค้าเองDeepinScreenshot_select-area_20220613104520.png

ขั้นตอนการทำงาน

5.2 กรณีที่ 2 ลูกค้าสั่งสินค้า ณ จุด CR

                        ผู้รับผิดชอบ                                กระบวนการ                              เอกสารที่เกี่ยวข้อง

DeepinScreenshot_select-area_20220613104735.png

ขั้นตอนการทำงาน

    1. แจ้งราคาสินค้าให้กับลูกค้า จากนั้นพนักงาน CR จะทำการแจ้งราคาสินค้าให้กับลูกค้าได้รับทราบ
    2. ลูกค้าพิจารณาราคา ต่อรองเมื่อลูกค้าได้รับทราบราคาสินค้าแล้วก็จะพิจารณาราคา และต่อรองราคาสินค้า ในกรณีที่ลูกค้าต่อรองราคาพนักงาน CR จะทำการพิจารณาได้ในราคา 1 และ ราคา 2 ระดับราคาที่ทางร้านกำหนดเป็นมาตรฐานไว้ หากต้องกำหนดราคาที่ตำกว่าราคา 2 ให้ผ่านการอนุมัติและเห็นชอบจากระดับผู้จัดการร้าน Servise Division / Sale Division/ ผู้อำนวยการ และแจ้งราคาที่สามารถ
      ลดราคาได้ให้กับลูกค้า จนลูกค้าพึงพอใจ ในกรณีที่ลูกค้าไม่ต่อรองราคาและมีความพึงพอใจในราคานั้นก็จะเข้าสู่ขั้นตอนต่อไป
    3. การให้ส่วนลดลูกค้าที่ตำกว่าราคา 2 และมีการเสนอขายลูกค้าเกิดการขายขาดทุนขึ้น พนักงานและผู้จัดการจะต้องรับผิดชอบส่วนต่างที่อาจจะเกิดขึ้น 
    1. พิจารณาการจัดส่ง เมื่อออกเอกสารแล้วพนักงานขาย CR จะสอบถามการรับสินค้าแก่ลูกค้า ว่าลูกค้าต้องการรับสินค้าด้วยตนเอง หรือต้องการให้บริษัทฯ ส่งสินค้าให้กับลูกค้า

กรณีที่ลูกค้าต้องการรับสินค้าด้วยตนเอง

    1. พนักงาน CR จัดทำใบหยิบสินค้า เพื่อให้พนักงานคลัง จัดสินค้าตามใบหยิบสินค้า
    2. แจ้งให้ลูกค้าชำระค่าสินค้า
    3. ให้พนักงาน CH รับชำระค่าสินค้า พร้อมออกเอกสารใบกำกับภาษีให้กับลูกค้า
    4. ส่งมอบเอกสารใบกำกับภาษีให้กับลูกค้าเพื่อนำเอกสารไปรับสินค้า
    5. ลูกค้านำเอกสารใบกำกับภาษีไปรับสินค้า เข้าสู่กระบวนการเตรียมและจ่ายสินค้าต่อไป
    6.  กรณีลูกค้ายังไม่มารับสินค้า ให้ออกเป็นใบมัดจำก่อนเสมอ

กรณีที่ลูกค้าต้องการให้บริษัทฯ เป็นผู้จัดส่งสินค้าให้

    1. พนักงาน CR แจ้งให้ลูกค้าชำระค่าสินค้า หรือ รับเงินมัดจำ ค่าสินค้าให้กับลูกค้า
    2. พนักงาน CR จัดทำเอกสาร F-DS-101 ใบเข้าคิวขนส่ง
    3. ส่งเอกสาร FM-WS-002 ใบสั่งขาย หรือ F-RT-302 ใบสั่งจองสินค้า F-DS-101 ใบเข้าคิวขนส่ง ให้แผนกจัดส่ง
    4. เข้าสู่กระบวนการวางแผนงานจัดส่ง

5.3 กรณีที่ 3 ลูกค้าต้องการใบเสนอราคา

                        ผู้รับผิดชอบ                                กระบวนการ                              เอกสารที่เกี่ยวข้อง

DeepinScreenshot_select-area_20220613104735.png

ขั้นตอนการทำงาน

กรณีที่ลูกค้าต้องการรับสินค้าด้วยตนเอง

    1. พนักงาน CR จัดทำใบหยิบสินค้า เพื่อให้พนักงานคลัง จัดสินค้าตามใบหยิบสินค้า
    2. แจ้งให้ลูกค้าชำระค่าสินค้า
    3. ให้พนักงาน CH รับชำระค่าสินค้า พร้อมออกเอกสารใบกำกับภาษีให้กับลูกค้า
    4. ส่งมอบเอกสารใบกำกับภาษีให้กับลูกค้าเพื่อนำเอกสารไปรับสินค้า
    5. ลูกค้านำเอกสารใบกำกับภาษีไปรับสินค้า เข้าสู่กระบวนการเตรียมและจ่ายสินค้าต่อไป

กรณีที่ลูกค้าต้องการให้บริษัทฯ เป็นผู้จัดส่งสินค้าให้

    1. พนักงาน CR แจ้งให้ลูกค้าชำระค่าสินค้า หรือ รับเงินมัดจำ ค่าสินค้าให้กับลูกค้า
    2. พนักงาน CR จัดทำเอกสาร F-DS-101 ใบเข้าคิวขนส่ง
    3. ส่งเอกสาร FM-WS-002 ใบสั่งขาย หรือ F-RT-302 ใบสั่งจองสินค้า F-DS-101 ใบเข้าคิวขนส่ ให้แผนกจัดส่ง
    4. เข้าสู่กระบวนการวางแผนงานจัดส่ง

5.4 กรณีที่ 4 สินค้าไม่มีในสต๊อค

DeepinScreenshot_select-area_20220613111813.png

ขั้นตอนการทำงาน

กรณีที่ลูกค้าต้องการรับสินค้าด้วยตนเอง

    1. พนักงาน CR จัดทำใบหยิบสินค้า เพื่อให้พนักงานคลัง จัดสินค้าตามใบหยิบสินค้า
    2. แจ้งให้ลูกค้าชำระค่าสินค้า
    3. ให้พนักงาน CH รับชำระค่าสินค้า พร้อมออกเอกสารใบกำกับภาษีให้กับลูกค้า
    4. ส่งมอบเอกสารใบกำกับภาษีให้กับลูกค้าเพื่อนำเอกสารไปรับสินค้า
    5. ลูกค้านำเอกสารใบกำกับภาษีไปรับสินค้า เข้าสู่กระบวนการเตรียมและจ่ายสินค้าต่อไป

กรณีที่ลูกค้าต้องการให้บริษัทฯ เป็นผู้จัดส่งสินค้าให้

    1. พนักงาน CR แจ้งให้ลูกค้าชำระค่าสินค้า หรือ รับเงินมัดจำ ค่าสินค้าให้กับลูกค้า
    2. พนักงาน CR จัดทำเอกสาร F-DS-101 ใบเข้าคิวขนส่ง
    3. ส่งเอกสาร F-WS-404 ใบสั่งขาย หรือ F-RT-302 ใบสั่งจองสินค้า F-DS-101 ใบเข้าคิวขนส่ง ให้แผนกจัดส่ง
    4. เข้าสู่กระบวนการวางแผนงานจัดส่ง

6. เอกสารที่เกี่ยวข้อง

รูปแบบใบหยิบที่ไม่ถูกต้อง

image.png

ไม่มีการกรอกรายละเอียด จำนวน / ชื่อผู้จัด

รูปแบบใบหยิบที่ถูกต้อง

image.png

กรอกรายละเอียดในใบหยิบครบถ้วน

WI-SA1-003 การควบคุมสินค้า SPO และสินค้า Back Order

1. วัตถุประสงค์

กำหนดแนวทางและขั้นตอนการสั่งสินค้าสั่งพิเศษ (SPO) และสินค้าไม่มีในสต๊อก (Back Order) เพื่อ

2. ขอบข่าย

ใช้เป็นมาตรฐานการปฏิบัติงานสำหรับการสั่งซื้อสินค้าสั่งพิเศษ (SPO) และสินค้าไม่มีในสต๊อก (Back Order) ของ บริษัท นพดลพานิช จำกัด 

3. อุปกรณ์/เครื่องมือ

4. หน้าที่ความรับผิดชอบ

ตำแหน่ง หน้าที่
1. พนักงานขาย

1.1 อธิบายรายละเอียดและเงื่อนไข SPO ให้ลูกค้าทราบก่อนสั่งซื้อ พร้อมบันทึกในใบเสนอราคา (QCV, QCN
1.2 รับคำยืนยันสั่งซื้อเป็นลายลักษณ์อักษร (E-mail, ลายเซ็น, Line, Facebook ตาม e-Signature)
1.3 เรียกเก็บมัดจำ:
      * Back Order: มัดจำ ≥ 30%
      * PASS ส่ง: มัดจำ 100%
      * ยกเว้นการเก็บมัดจำต้องมีอนุมัติจากผู้บริหาร

1.4 พนักงานขายแจ้งลูกค้าให้ทราบตั้งแต่ต้นเรื่องข้อตกลงการรับฝากสินค้า SPO ภายใน 30 วัน หากเกิน 30 วันจะมีการเรียกเก็บเงินค่าสินค้าเต็มจำนวนโดยรับเข้าเป็นมัดจำตามมูลค่าสินค้า
1.5 ลูกค้าฝากสินค้า SPO ครบ 60 วัน จะมีการเรียกเก็บค่าฝาก 3% ของมูลค่าสินค้า
1.5 ก่อนการสั่งซื้อสินค้าจะต้องมีแผนการรับสินค้าที่ชัดเจนให้กับแผนกบริหารสินค้าเพื่อวางแผนการสั่งซื้อและส่งสินค้าให้กับลูกค้า
1.5 ตรวจสอบรายงานค้างส่งในคลัง SPO ทุกวัน (GR114)
1.6 ดำเนินการคืนสินค้า (RTV) ภายใน 30 วัน หากสั่งผิด
1.7 หากลูกค้าไม่มารับของตามกำหนดที่ตกลงไว้ตั้งแต่ต้นให้แจ้งค่าฝากสินค้าตามนโยบาย และอาจขึ้น Blacklist

2. เจ้าหน้าที่จัดซื้อ 2.1 ตรวจสอบความถูกต้องของ Back Order และเงื่อนไขมัดจำ/ค่าขนส่ง
2.2 ประสานสั่งซื้อสินค้าที่ค้างส่งหรือฝากขายตามความเหมาะสม(กรณีลูกค้าสั่งผิดและขอทำฝากขายในนามลูกค้า)
2.3 เจรจากับ Supplier กรณีสินค้ามาก่อนกำหนดหรือสินค้าที่มีล๊อตการสั่งซื้อปริมาณมากแต่ลูกค้าทยอยรับตามงานที่ทำเสร็จ
2.4 จัดซื้อสินค้าตาม Order โดยควบคุมไม่ให้เกิด Dead Stock
3. เจ้าหน้าที่ตรวจรับสินค้า 3.1 ตรวจสอบความถูกต้องก่อนรับเข้า
3.2 แจ้งพนักงานขายเพื่อติดตามการส่งมอบลูกค้าภายใน 30 วัน
3.3 แยกสินค้า SPO และติด Back Order ให้ชัดเจน
4.พนักงานบัญชีสินค้าคงคลัง 4.1 จัดการเรื่องการผ่อนผันค่าฝาก (ขอผ่อนผันได้ 1 ครั้ง ไม่เกิน 30 วัน)
4.2. คิดค่าฝากสินค้า 3% ของมูลค่า หากเกินกำหนดผ่อนผันหากเก็บลูกค้าไม่ได้ให้ตั้งหนี้พนักงานโดยหักจากเงินค่าคอมมิชชั่น (แจ้ง Support ให้รับทราบ) 
4.3 ดำเนินการตั้งหนี้พนักงาน/ลูกค้า กรณีสินค้าสั่งผิดหรือไม่รับสินค้า

5. คำจำกัดความ

6. เอกสารที่เกี่ยวข้อง

7. ขั้นตอนการปฏิบัติงาน

DeepinScreenshot_select-area_20220613100837.pngDeepinScreenshot_select-area_20220613100908.png

7.1 ขั้นเตรียมการ

  1. พนักงานขายรับคำสั่งซื้อ → อธิบายรายละเอียดและเงื่อนไขเป็นลายลักษณ์อักษรในใบเสนอราคา (QCV, QCN) 

  2. สอบถามกำหนดการรับสินค้าหรือการทยอยรับ → ส่งข้อมูลแผนการรับให้ฝ่ายบริหารสินค้าวางแผนการสั่งซื้อหรือ PASS ส่ง

  3. ขอเอกสารยืนยันการสั่งซื้อ (E-mail, ลายเซ็น, e-signature, ใบสั่งซื้อของลูกค้า)

  4. เรียกเก็บเงินมัดจำ

    • Back Order: มัดจำ ≥ 30%

    • PASS ส่ง: มัดจำ 100%

    • SPO: มัดจำ 100% (เว้นแต่ได้รับอนุมัติยกเว้น)

7.2 ขั้นดำเนินการ

        1. ส่งเอกสารให้ฝ่ายจัดซื้อสั่งสินค้า
        2. Supplier ส่งสินค้า → PASS ส่ง: ส่งตรงถึงลูกค้า
             เข้าบริษัท: GR ตรวจรับ → โอนเข้าคลัง (SPO หรือ BOD) → แจ้งติดตามพนักงานขาย
        3. พนักงานขายแจ้งลูกค้า → นัดรับหรือส่งมอบ พร้อมแจ้งยอดคงค้าง
        4. ครบกำหนด 30 วันลูกค้าปฏิเสธการรับสินค้าเนื่องจากหน้างานไม่พร้อมพนักงานขายแจ้งเรียกเก็บเกินค่าสินค้า 100% ตามข้อตกลงที่ได้แจ้งลูกค้าไว้ตั้งแต่ตอนต้น ลูกค้าสามารถฝากสินค้าต่อได้อีก 30 วัน 
        5. เมื่อครบ 60 วัน ลูกค้ายังไม่มารับสินค้าฝ่ายขายแจ้งลูกค้าเพื่อคิดบริการค่าฝากสินค้า 3% ของมูลค่าสินค้า 
        4. ลูกค้ารับสินค้า/ชำระเงินคงค้าง → ออกบิลขาย

7.3 ขั้นควบคุมพิเศษ

8. เงื่อนไขการมัดจำและการอนุมัติยกเว้น

มูลค่าสินค้า ผู้อนุมัติ
≤ 100,000 บาท หัวหน้าทีม/หัวหน้าแผนก
100,001 - 500,000 บาท ผู้จัดการฝ่ายขาย/ผู้จัดการสาขา
> 500,000 บาท ผู้อำนวยการฝ่ายขาย
กรณีพิเศษ กรรมการผู้จัดการ

ยกเว้น: ส่วนงานราชการ (ต้องมีเอกสารการตั้งเบิก)

9. KPI และการควบคุมสต๊อก


10. การแก้ปัญหา

11. ความรับผิดชอบกรณีผิดพลาด

     1. พนักงานสั่งผิด: ผ่อนผัน 1 ครั้ง ครั้งละ 30 วัน หากยังขายสินค้าไม่ได้ ให้ตั้งหนี้และหักจากเงินเดือน/คอมมิชชั่น หรือฝากขายในนามพนักงาน
     2. ลูกค้าสั่งผิด/ไม่รับของ: เรียกเก็บเงิน 100% หรือฝากขายในนามลูกค้า
     3. ลูกค้าไม่มารับของตามกำหนด: ให้ติดตามแจ้งค่าฝากกับลูกค้า

12. กำหนดเวลาการรับสินค้าและส่งมอบ “สินค้าสั่งพิเศษ" (Special Order Item)

  1. ห้ามรับสินค้าเข้าคลังก่อนกำหนดนัดลูกค้าเกิน 30 วัน หากไม่มีหมายเหตุ หรือเหตุผลอันควรแจ้งล่วงหน้ากับแผนกบริหารสินค้าเมื่อสั่งซื้อ พนักงานขาย หรือพีซี ที่สั่งจะต้องรับผิดชอบค่าฝากสินค้า หรือมิฉะนั้นแผนก GR ก็ห้ามรับสินค้าเข้าคลัง
  2. ให้วางแผนร่วมกับลูกค้า ให้สามารถรับสินค้าเข้าไซต์งานภายใน 30 วัน หลังจากวันที่นัดส่ง  หากผิดจากเงื่อนไขฝ่ายการเงินจะคิดค่าฝากสินค้า 3% จากมูลค่าสินค้าต่อเดือน โดยนับจากวันแรกที่เกิน ซึ่งจะหักจากเงินมัดจำที่ลูกค้าวางไว้ 
  3. หากลูกค้าไม่ยินยอมชำระ ให้หักค่าฝากสินค้า 3% นั้นจาก Incentive และ Commission ของพนักงานขาย 

DeepinScreenshot_select-area_20220616140753.png

การคำนวณการหักค่าฝากสินค้าสั่งพิเศษ

DeepinScreenshot_select-area_20220616140836.png

1. แจ้งสถานะทุกสัปดาห์

มีการรายงานแจ้งสถานะการคิดค่าบริการฝากสินค้าสั่งพิเศษ (SPO) ทุกวันจันทร์ของสัปดาห์ โดยแผนกคอมพิวเตอร์จะส่งให้กับพนักงานทุกท่านได้ทราบทาง e-mail  หรือสามารถติดตามได้จากรายงาน GR115 ประกอบ

2. คำนวนค่าบริการฝากสินค้า SPO ประจำเดือน

ทุกวันที่ 1 ของเดือน จะคำนวณสรุปค่าบริการฝากสินค้าสั่งพิเศษ (SPO) ของเดือนที่ผ่านมาระบบจะส่ง Mail รายงานสรุป ให้กับพนักงานได้ทราบ หรือสามารถติดตามได้จากรายงาน GR115 จากศูนย์กลางรายงาน

3. นำยอดคำนวณไปหักตามรอบการจ่าย Incentive 

ทุกวันที่ 28 ของเดือน จะมีการคำนวณการจ่ายค่า Incentive และนำค่าบริการฝากสินค้าสั่งพิเศษ (SPO) ที่คำนวณไว้เมื่อวันที่ 1 มาหักจากค่า Incentive ที่พนักงานขายได้รับ   

ข้อกำหนดในการจัดการปัญหาโดยทั่วไป            
  1. กรณีลูกค้ายกเลิกสินค้า SPO ให้พนักงานขายติดตามส่งคืนร่วมกับบริหารสินค้าโดยด่วน
  2. หากไม่สามารถส่งคืนสินค้าให้ Supplier ได้ พนักงานขายมีหน้าที่ร่วมกับผู้จัดการทีมขายผลักดันสินค้าออกจากร้าน
  3. หากพนักงานลาออก ภาระค่าฝากสินค้าในแต่ละเดือนจะตกเป็นของทีมรับผิดชอบร่วมกัน หากไม่สามารถตกลงกันได้ ถือว่าหัวหน้าทีมจะต้องรับผิดชอบก่อน
  4. หากต้องการผ่อนผัน ให้วางแผนแก้ไขปัญหามาเสนอกรรมการผู้จัดการก่อนสิ้นเดือน มิฉะนั้นรายงานจะถูกส่งให้กรรมการผู้จัดการลงชื่อเพื่อดำเนินการหักเงิน Incentive ตามข้อตกลงนี้

กรณีที่ Supplier ส่งสินค้ามาก่อนกำหนด 

ดังกล่าว บริษัทถือว่าเป็นการผลักภาระการสต๊อกสินค้า และจะถือว่ายังไม่ได้รับสินค้า โดยจะทดวันชำระเงินจากวันที่ครบกำหนดชำระจริงตามวันที่นัดส่งมอบเดิมตามใบสั่งซื้อ ด้วยจำนวนวันที่ส่งมาก่อนนัด 

ตัวอย่าง

PO นัดรับวันที่ 31 มกราคม  ครบกำหนดชำระในรอบบัญชี วันที่ 28 กุมภาพันธ์ Supplier ส่งสินค้ามาวันที่ 1 มกราคม  ระบบคอมพิวเตอร์ จะคำนวณวันนัดชำระเงินใหม่ เป็นรอบบัญชี วันที่ 31 มีนาคม

กรณีปกติ 

DeepinScreenshot_select-area_20220616141012.png

กรณีพนักงานขายหักเงินมัดจำกับสินค้าอื่นที่ไม่ได้จองไว้ 

ให้ใช้วิธีปฏิบัติงานการตัดเงินรับมัดจำ

กำหนด KPI เพื่อการควบคุม

วัตถุประสงค์

เพื่อควบคุมไม่ให้สินค้าใหม่ที่ขายยาก หลุดเข้ามาค้างสต๊อคขายปลีก และเร่งให้ Vender รับคืนหรือเปลี่ยนสินค้าที่ขายดีมาแทน

กรรมวิธีวัดผล

ประมวลผลทุกวันอาทิตย์ตามยอดขายย้อนหลัง 12 สัปดาห์ (สามเดือน) จัดเรียงอันดับในแต่ละกลุ่มสินค้าย่อย (Sub Category) เฉพาะสินค้าสถานะ “สต๊อกขาย” (Sale Inventory/Re-Order) ไม่ว่าจะมีสต๊อคสินค้าหรือไม่ โดยการจัดอันดับนี้ไม่รวมยอดขายจากคลัง Drop-Ship (หรือคลังค้าส่ง) เพราะถือว่าสินค้าสต๊อคขายควรถูกประเมินจากการขายออกจากคลังค้าปลีกเท่านั้น หากนำยอดขายสินค้าจากการขาย Drop-Ship มาร่วมอาจทำให้เกณฑ์จัดอันดับคลาดเคลื่อนจากยอดขายงานโครงการซึ่งจะมียอดสั่งขายที่ไม่สม่ำเสมอ

โดย...

ตามหลักการจะถือว่า Rank C เป็นสินค้าที่ขายไม่ดี ควรพิจารณานำสินค้าส่งคืน/เปลี่ยนสินค้าใหม่ที่ขายดีมาทดแทน หรือ เปลี่ยนสถานะเป็น “สินค้าสั่งพิเศษ” (Special-Order) หรือ “หยุดซื้อ” (Stop buy) ในกรณีเปลี่ยนสถานะ จะต้องดำเนินการติดตามการคืน หรือผลักดันสินค้าออกไป

แต่อีกนัยหนึ่ง เป็นไปได้ว่าสินค้าที่ขายไม่ดีเพราะไม่มีสต๊อคสินค้า จึงไม่เกิดการขายขึ้น จึงควรพิจารณาสภาพสินค้าที่ติด Rank C ในมุมของโอกาสในการเพิ่มยอดขายด้วยเช่นกัน

Action และ จุดควบคุม

สินค้าใหม่ที่ซื้อครั้งแรกเข้ามาไม่เกิน 1 ปีที่ติด Rank C ต่อเนื่อง 12 สัปดาห์จะต้องเป็นศูนย์ โดยทำรายงานแจ้งเตือนภายในสัปดาห์ที่ 12 และภายใน 30 วันจะต้องนำออกจากร้าน เว้นแต่ในกรณีพบว่า 

  1. ขายไม่ดีเนื่องจากไม่มีสต๊อค
  2. เปลี่ยนสถานะเป็นสินค้าสั่งพิเศษ ซึ่งจะอนุญาติให้เหลือเพียงตัวโชว์ และจะถูกวัดผลใน KPI Dead stock 9 เดือนต่อไป

เพื่อควบคุมสินค้าสั่งพิเศษ, สินค้าสต๊อคขาย หรือสินค้าที่หยุดซื้อไปแล้วไม่มีการเคลื่อนไหวถูกติดตาม

เกณฑ์วัด

สินค้าที่ซื้อครั้งสุดท้ายเกินกว่า 6 เดือน ที่มีสต๊อคคงเหลือ แม้จะมีการขายอยู่ก็ตาม แปลว่าไม่มีการซื้อซ้ำ ควรถูกพิจารณาเปลี่ยนสถานะ หรือผลักดัน หรือส่งคืนออกจากระบบ

Action และ จุดควบคุม

  1. รายงานสินค้าสั่งพิเศษแจกแจงตามอายุคลัง นับจากวันที่รับเข้า โดยมูลค่าสินค้าสั่งพิเศษ ที่มีอายุเกิน 30 วันควรจะลดลงเรื่อยๆ โดยจะแจกแจงมูลค่าตามช่วงอายุทุกๆ 30 วัน แจกแจงตามรหัสคลัง แยก SPO และ AVL ด้วย
  2. มูลค่าสินค้าสั่งพิเศษที่จัดเก็บเข้า AVL ที่อายุเกิน 30 วัน ต้องถูกควบคุมป้องกันการผลักสินค้ามีปัญหาเข้าสู่ระบบ   ขายปลีก
  3. รายงานการเรียกเก็บค่าฝากสินค้า

WI-SA1-004 การให้บริการด้านการออกแบบ

graphic-design-color-swatches-pens-desk-architectural-drawing-with-work-tools-accessories (3).jpg

1. วัตถุประสงค์

2. ขอบข่าย

3. คำจำกัดความ

4. หน้าที่และความรับผิดชอบ

Design Consultant 

พนักงานประจำสินค้า / PC 

5. ขั้นตอนการปฏิบัติงาน

             ผู้รับผิดชอบ                       กระบวนการ                                               เอกสารที่เกี่ยวข้อง

DeepinScreenshot_select-area_20220613141642.png

รายละเอียดขั้นตอนการปฏิบัติงาน

5.1. พนักงานขายรับความต้องการเบื้องต้นของลูกค้า

5.2. เลือกกระเบื้อง

5.3. แจ้งรายละเอียดค่าใช้จ่ายและเงื่อนไข พร้อมทั้งกำหนด วัน-เวลารับงาน

5.4. ดำเนินการออกแบบ

5.5. ติดต่อลูกค้า นัดรับงาน

5.6. ลูกค้ารับงาน ตามนัดหมาย

บันทึกคุณภาพ (แบบฟอร์ม, รายงาน)

DeepinScreenshot_select-area_20220613142750.png

WI-SA1-005 กระบวนการรับฝากซ่อมสินค้า

woman-using-hand-drill-assemble-wooden-table.jpg

1) 🎯 วัตถุประสงค์

เพื่อกำหนดแนวทางการรับฝากซ่อมสินค้าให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ส่งมอบการบริการที่ชัดเจน และเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้าในการซ่อมสินค้าแต่ละรูปแบบ

2) 📏 ขอบข่าย

ครอบคลุมงานบริการรับฝากซ่อมสินค้าทั้งกรณี
✔ ลูกค้าซื้อสินค้าจากร้าน
✔ ลูกค้านำสินค้ามาฝากซ่อม (ไม่ว่าจะซื้อจากที่อื่นหรือไม่มีใบรับประกัน)

3) ❓ คำจำกัดความ

การรับฝากซ่อมสินค้า คือ การให้บริการตรวจสภาพและซ่อมสินค้าที่ลูกค้านำมาฝาก ไม่ว่าจะอยู่ในระยะประกันหรือไม่

4) 👤 หน้าที่และความรับผิดชอบ

บทบาท หน้าที่หลัก
พนักงานประชาสัมพันธ์ รับลงทะเบียนลูกค้า ตรวจเช็กสินค้าและเอกสารให้ตรงบิล/ใบรับประกัน
พนักงานขาย/PC ตรวจสภาพประกัน ตรวจเงื่อนไขการซ่อม และคิดค่าบริการให้ถูกต้อง
ช่างประจำร้าน ตรวจสอบสินค้าเบื้องต้น และระบุความสามารถในการซ่อม
ผู้จัดการ/Section Manager อนุมัติการรับซ่อม แจ้งลูกค้า และรับเซ็นยืนยันจากลูกค้า
Checker / QC ตรวจสอบสินค้าและเอกสารก่อนส่งมอบหลังซ่อม

5) 🔄 กระบวนการปฏิบัติงาน (Flow Chart)


6) 🧩 รายละเอียดขั้นตอน (Key Steps)

  1. ลูกค้านำสินค้าและเอกสารมาที่จุดบริการลูกค้า

  2. พนักงานประชาสัมพันธ์ตรวจสภาพและเอกสารให้ตรงบิล/ใบรับประกัน

  3. แจ้งเงื่อนไขการรับซ่อมและค่าบริการให้ลูกค้าทราบ (กรณีไม่มีใบประกัน/ซื้อจากภายนอก) หากลูกค้าซื้อสินค้าจากทางร้านจะได้รับส่วนลดค่าบริการฝากซ่อม 5% 

  4. ช่างตรวจสภาพว่า “ซ่อมได้” หรือ “ส่งต่อศูนย์บริการ”

  5. ถ้าซ่อมได้ ให้ดำเนินการซ่อมตามมาตรฐานและบันทึกลงระบบ/ใบงาน

  6. ติดตามลูกค้าเมื่อซ่อมเสร็จ และแจ้งเวลานัดรับสินค้า

  7. Checker ตรวจเช็คงานซ่อมก่อนได้รับสินค้าโดยลูกค้า

7) 💡 นโยบาย/เงื่อนไขการซ่อม

✔ ต้องแสดงบิล/ใบรับประกันก่อนรับซ่อม
✔ กรณีไม่มีใบรับประกัน ต้องชำระเงินค่าบริการตามจริง
✔ บริษัทไม่รับเปลี่ยนสินค้าเก่าโดยไม่อยู่ในเงื่อนไขประกัน
✔ ในกรณีส่งศูนย์บริการ ลูกค้าต้องรับทราบค่าใช้จ่ายและเวลาคืนสินค้า

8) ❓ นโยบายการรับซ่อม(ที่มีใบรับประกัน)และการคิดค่าธรรมเนียมการซ่อม(สินค้าที่หมดประกัน)

  1. บริษัทไม่มีนโยบายเปลี่ยนสินค้าที่ใช้แล้วทุกกรณี 
  2. บริษัทรับซ่อมสินค้าที่ซื้อจากที่อื่น ลูกค้าต้องชำระเงินตามจริง 
  3. ค่าใช้จ่ายในการส่งซ่อม ในกรณีที่มีใบรับประกัน ลูกค้าต้องชำระค่าจัดส่งการซ่อมเอง
  4. ค่าใช้จ่ายในการส่งซ่อม ในกรณีที่ไม่มีใบรับประกัน ลูกค้าต้องชำระเงินค่าจัดส่ง/ค่าอะไหล่/ค่ามือช่างเอง
  5. ทางบริษัทจำเป็นต้องเก็บเงินค่าดำเนินการเบื้องต้นจำนวน 300 บาท ทุกกรณี
  6. หากสินค้าไม่มีใบรับประกันทางบริษัทจะโทรแจ้งลูกค้าในเรื่องค่าใช้จ่ายในการซ่อมและให้ลูกค้าตัดสินใจว่าจะซ่อมหรือไม่ หากลูกค้าต้องการซ่อม ต้องโอนเงินค่าซ่อมทันที โดยทางพนักงานต้องแจ้งวันรับของให้ลูกค้าทราบ

9) 🧩 รายละเอียดวิธีปฏิบัติ 

  1.   แสดงเอกสารใบกำกับภาษี/บิลขาย พร้อมกับสินค้าทุกครั้ง กรณีไม่มีเอกสารมาแสดง ทางร้านขอสงวนสิทธิในการซ่อม
  2.   รับซ่อม สินค้าที่มีใบรับประกันนับจากวันที่ออกบิล 
  3.   รับซ่อมสินค้าที่ลูกค้าฝากซ่อมและดำเนินการตามเงื่อนไขข้างต้นแล้วแต่กรณีไป
  4.   ลูกค้าต้องวางเงินมัดจำ และชำระเงินส่วนต่างจากการประกัน และไม่มีใบรับประกัน
  5.   กรณีสินค้าที่มีการซ่อม จะมีทีมช่างที่ผ่านการอบรมจากผู้ผลิตทำการซ่อมแซมให้ โดยจะมีค่าใช้จ่ายในการซ่อม
  6.   การเปลี่ยนคืนสินค้าอ้างอิงตามมาตรฐานของผู้ผลิตและข้อตกลงกับ vendor

WI-SA1-006 Return Policy การรับเปลี่ยน-คืนสินค้า

express-delivery-service-flat_335657-3152.webp

1. วัตถุประสงค์

เพื่อเป็นการรับประกันความพึงพอใจของลูกค้า และลดการรับสินค้าผิดเงื่อนไขคืน กลายมาเป็น Dead Stock

2. เงื่อนไขการรับ/เปลี่ยนสินค้า

สาเหตุการคืน สินค้าที่คืนต้องอยู่ในสภาพ
บรรจุภัณฑ์ยังไม่ถูกแกะ อุปกรณ์ครบสมบูรณ์ตามมาตรฐาน สินค้ายังไม่ถูกใช้งาน มีใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษี
สินค้าที่ผิดไปจากที่สั่งซื้อ เช่น ผิดรุ่น ผิดสี จำนวนไม่ครบ หรือสินค้าชำรุดเสียหาย -
สินค้าที่มีปัญหาจากตัวผลิตภัณฑ์หรือการติดตั้งโดยบริษัทฯ - -
สินค้าเสียหายจากการขนส่ง

3. หน้าที่และความรับผิดชอบ

4. ขั้นตอนการปฏิบัติ

  1. ส่งภาพถ่ายสินค้าและเอกสารประกอบการคืนสินค้า/เปลี่ยนสินค้า/เคลมสินค้าที่จำเป็น ได้แก่
    1. หลักฐานการซื้อขายสินค้า ที่มีเลขที่ใบสั่งสินค้าอยู่ด้วย
    2. สำเนาบัตรประชาชน (เพื่อเป็นหลักฐานให้สาขาทำการคืนสินค้า) โดยแนบไฟล์เอกสารและรูปภาพทั้งหมดส่งมาที่ไลน์แอด @nopadol
  2. ลูกค้านำสินค้าพร้อมใบส่งของ/ใบกำกับภาษีเดิมที่ซื้อไปยื่นที่ประชาสัมพันธ์เพื่อตรวจสอบตัวสินค้า รหัส และชื่อสินค้าในใบส่งของ/ใบกำกับภาษีเดิมตรงกัน/กรอกใบรับคืนสินค้าและลงลายมืิอชื่อช่องที่1(พนักงานผู้รับคืนจากลูกค้า)
  3. แจ้งผู้จัดการร้าน หรือ Duty manager ตรวจสอบสภาพของสินค้าและความถูกต้องของใบแจ้งการรับคืนสินค้า พร้อมลงลายมือชื่อผู้อนุมัติรับคืน(ช่องที่2)
  4. แคชเชียร์ออกใบลดหนี้และคิดค่าเสื่อมราคา(ถ้ามี) ลงลายมือชื่อช่องแคชเชียร์(ช่องที่3) ส่งมอบให้เจ้าของผู้ดูแลสินค้า และลงลายมือชื่อในช่องที่4(คลังสินค้า/ผู้รับของเข้าคลัง)
  5. แคชเชียร์นำส่งเอกสารประจำวันให้แผนกบัญชีโดยมีลายมือชื่อครบทั้ง 4 ช่อง

                                      ผู้รับผิดชอบ                                กระบวนการDeepinScreenshot_select-area_20220613113102.png

ข้อควรระวัง

  1. ให้พนักงานที่เกี่ยวข้องตรวจสภาพสินค้าให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ เช่น
  2. การบรรจุของสินค้าคงอยู่ในสภาพเดิมหรือไม่?
  3. มีการแกะสินค้าหรือไม่? หรือมีการทดลองสินค้าหรือไม่?
  4. สินค้าที่รับคืนจะต้องอยู่ในสภาพที่สามารถพร้อมขายต่อได้ ไม่เสียหาย อยู่ในเงื่อนไขถูกต้องทุกประการ
  5. ให้พนักงานจัดทำเอกสารการรับคืนสินค้า (F-WH-303) ให้ครบขั้นตอน รวมถึงการถ่ายภาพสภาพสินค้าที่รับคืนโดยละเอียดด้วย

6. ป้ายสื่อสารลูกค้า

นโยบายการรับเปลี่ยน/คืนสินค้า

และการคิดค่าธรรมเนียมรับเปลี่ยนคืนสินค้าที่เกินกำหนดเวลา

  1. บริษัทยินดีรับเปลี่ยนสินค้าหากมีข้อผิดพลาด หรือเสียหายจากการส่งมอบ หรือไม่พอใจตัวสินค้า
    (ยกเว้นสินค้าสั่งพิเศษ) ภายใน 30 วันนับจากวันที่จำหน่ายสินค้าไป
  2. สินค้าที่จะพิจารณารับคืนจะต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ทั้งตัวสินค้าและบรรจุภัณฑ์ รวมไปถึงฉลากบาร์โค้ดสมบูรณ์ สินค้าไม่ถูกเปิดหรือแกะใช้งาน
  3. บริษัทไม่มีนโยบายคืนเงินสด โดยจะให้เปลี่ยนสินค้า เท่านั้น เว้นแต่อยู่ในดุลย์พินิจของผู้จัดการสาขา โดยออกเป็นคูปองส่วนลด หรือใบรับเงินมัดจำไม่เกินกรณีละ 5,000 บาท หากเกินจากนี้จะต้องทำจดหมายแจ้งขออนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษรจากกรรมการผู้จัดการ เท่านั้น
  4. บริษัทไม่มีนโยบายรับคืนสินค้าจากร้านอื่นในทุกกรณี
  5. กรุณานำสินค้ามาคืน ณ สาขาที่จ่ายสินค้าพร้อมกับเอกสาร ใบกำกับภาษีทุกครั้ง พร้อมของแถมที่จ่ายไป (ถ้ามี) หากมีการคืนสินค้าข้ามสาขาให้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการร้าน
  6. ไม่รับคืนสินค้าที่จำหน่ายไปเกินกว่า 30 วัน เว้นแต่บางกรณีที่ให้อยู่ในดุลย์พินิจของผู้จัดการสาขา ให้รับฝากขายซึ่งจะจ่ายเงินคืนเมื่อจำหน่ายสินค้าได้เท่านั้น 

ค่าธรรมเนียมการรับสินค้าคืนเกินกำหนด (Restocking fee)

สินค้าที่ขอคืนเกินกำหนดข้างต้น ต้องผ่านผู้บริหารอนุมัติ และชำระค่าธรรมเนียมตามตารางนี้ หากรับคืนโดยไม่เก็บค่าธรรมเนียม ผู้จัดการที่เซ็นอนุมัติต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง

ระยะเวลานับจากวันที่ขายสินค้าไป

หักค่าธรรมเนียม Restocking fee

>7 วัน

30%

>30 วัน

50%

>60 วัน

70%

>90 วัน

ไม่รับเปลี่ยนคืนทุกกรณี

สินค้าดังต่อไปนี้ไม่รับคืนในทุกกรณี

  1. สินค้าที่เก็บเงินมัดจำ หรือสั่ง Back Order ให้กับลูกค้า
  2. สินค้าวางขายในชั้นเก็บแบบบรรจุในกล่อง แพค ลัง มีสภาพไม่สมบูรณ์ มีรอยแกะใช้งานหรือฉีกขาด
  3. สินค้าที่บริษัทไม่มีนโยบายจัดเก็บสต๊อค
  4. สินค้าขายยาก/สังพิเศษ (Special Order)
  5. สีผสมจากเครื่องผสมสีทุกยี่ห้อ
  6. สินค้าเคมีภัณฑ์ที่จะหมดอายุภายในสามเดือน
  7. สินค้าจัดรายการพิเศษ/สินค้าโปรโมชั่น
  8. ปูนซิเมนต์และกาวซิเมนต์ ทุกชนิด ไม่รับเปลี่ยนคืนข้ามวัน

อ้างอิงร้านคู่แข่ง

WI-SA1-007 การขายสินค้าคอนกรีตซีแพค

การขายสินค้าคอนกรีตซีแพค

1. วัตถุประสงค์

2. ขอบเขต

3. หน้าที่และความรับผิดชอบ 

3.1 ผู้อำนวยการฝ่ายค้าปลีก / ผู้จัดการส่วนค้าส่ง-โครงการ / Store Manager

3.2 พนักงานขาย

3.3 พนักงานขาย

 3.4 บริหารสินค้า

4. คำจำกัดความ

5. เอกสารที่เกี่ยวข้อง 

6. ขั้นตอนการปฏิบัติงาน

DeepinScreenshot_select-area_20220614093338.png

7. รายละเอียดขั้นตอนการปฏิบัติงาน

  1. พนักงานขายสอบถามความต้องการของลูกค้ารายละเอียดที่ลูกค้าต้องการที่จะใช้ซีแพคคอนกรีตกับงานอะไร เช่น งานถนน งานตอม้อ งานสะพาน งานโครงสร้าง งานเข็มเจาะ งานตากผลิตภัณฑ์สินค้าการเกษตร ฯลฯ

ขอรายละเอียดที่ชัดเจน ชื่อลูกค้า เบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้ เพื่อคอนเฟิร์มวันเวลาที่ใช้คอนกรีต ,หน้างานที่ใช้คอนกรีต (บ้านพักอาศัย,อาคารพาณิชย์ ฯลฯ),สถานที่ ที่จะใช้งานคอนกรีต , ปริมาณการใช้งาน และ กำลังอัดของคอนกรีตที่จะใช้งาน ,ลักษณะหน้างานที่จะใช้งานคอนกรีต ( เทเสา,เทคาน,เทตอม่อ,เทฟุตติ้ง ฯลฯ) ,วันเวลาที่ลูกค้าต้องการใช้งานคอนกรีต , วิธีการเทคอนกรีต (โดยรถเครน,ใช้คนเท,รถปั๊ม ฯลฯ) ,พื้นที่หน้างาน สำหรับการจัดส่งคอนกรีต สามารถใช้รถคอนกรีตขนาดไหน จัดส่งเข้าหน้างานได้บ้าง 

ตัวอย่าง 

ลูกค้า นาย ก  เบอร์โทรศัพท์ 01234567890  งานคฤหาสน์ 3 ชั้น ต.ต้นเปา อ.สันกำแพง ปริมาณคอนกรีตทั้งหมด 500 คิว ใช้งานคอนกรีต st240  ต้องการใช้งานเทคานบ้านชั้น 1 วันที่ 10 มกราคม 2564 จำนวน 20 คิว ต้องการเวลา 09.50 น. เริ่มเทคอนกรีต **เวลาฤกษ์ ห้ามคลาดเคลื่อน ใช้รถเครน ถนนเข้าหน้างานกว้าง 5 เมตร ความสูงไม่มีสิ่งกึดขวาง รถใหญ่เข้าได้  

  1. พนักงานขายเจรจาขอราคาที่แผนกบริหารสินค้าเมื่อได้ราคาเรียบร้อยตามที่ต้องการจัดทำการเสนอราคาให้กับลูกค้า WI-WS-001 ขั้นตอนการจัดทำใบเสนอราคา
  2. เมื่อส่งเอกสารใบเสนอราคาให้ลูกค้าผ่านช่องทางต่างๆ เช่น E- Mail ,Line,Fax เมื่อลูกค้าได้รับใบเสนอราคาเรียบร้อยแล้ว และสรุปตกลงซื้อสินค้า ให้พนักงานขายเซ็นต์ชื่อในช่องผู้เสนอราคา และผู้อำนวยการฝ่ายขายหรือผู้จัดการฝ่ายขายเป็นผู้อนุมัติใบเสนอราคา เท่านั้น 
  3. ส่งเอกสารใบสั่งซื้อให้ลูกค้าเซ็นต์อนุมัติการสั่งซื้อ 
  4. พนักงานขายรับคำสั่งซื้อจากลูกค้าและตรวจสอบวงเงินของลูกค้า (กรณีเงินเชื่อ)
  5. เมื่อตรวจสอบการอนุมัติวงเงินเรียบร้อยสามารถขายสินค้าให้ลูกค้าได้ให้ทำตามกระบวนการ WI-SA-009 การจัดทำใบ Back Order
  6. บริหารสินค้าจัดทำใบสั่งซื้อ PO. การจัดทำใบสั่งซื้อ สั่งจ้าง (PO)
  7. รวมรวม PO. และ Back Order นำส่งให้ฝ่าย GR รับสินค้าเข้าระบบ 
  8. บริหารสินค้าส่งเอกสาร KPI รายละเอียดการเทให้พนักงานขาย เพื่อให้ฝ่ายขายดำเนินการออกบิล

8. แบบฟอร์มที่เกี่ยวข้อง

WI-SA1-008 การออกแบบห้องน้ำ

1. วัตถุประสงค์

เพื่อให้พนักงานทุกคนปฏิบัติเป็นแนวทางเดียวกัน และสร้างความพึงพอใจและตอบสนองของลูกค้าในการเลือกสินค้า 

2. นโยบายผังกระบวนการ

DeepinScreenshot_select-area_20220616145333.png

3. หลักในการปฏิบัติงาน

WI-SA1-009 การเบิกเติมของแถม

young-girl-with-present.jpg

DeepinScreenshot_select-area_20220614090016.png

ขั้นตอนปฏิบัติงาน

1. ทะเบียนของแถม

2. แจ้งขอเบิกจ่าย/โอน

3. โอนของจากที่เก็บ

4. การจ่ายของแถม


4. ตรวจนับ

5. Update Stock Card

6. หมดเขตจัดรายการ

WI-SA1-010 ข้อควรระวังในการออก Invoice

invoice-bill-paid-payment-financial-account-concept.jpg

กรณีขายเงินเชื่อ

  1. ให้ตรวจสอบ “รหัสลูกหนี้” ทุกครั้งก่อนดึงใบสั่งขายมาออกบิล ว่าเป็นรหัสเดียวกัน เพื่อป้องกันปัญหาลูกหนี้ที่มีหลายรหัส แล้วสับสนว่าไม่ีมีใบสั่งขายค้างให้ดึงออกบิล
  2. ตรวจสอบเลขที่ใบสั่งขาย,ใบสั่งจองให้ชัดเจนว่าเป็น SCV, SCN, RWV, RWN เพื่อจะได้ออก Invoice ได้ถูกต้อง
  1.   กรณีที่ไม่สามารถทำ Invoice ตามใบสั่งขายได้ให้รีบติดต่อพนักงานขายทันทีสาเหตุจะเกิดจาก

       3.1 สถานะลูกค้าดิดวงเงินต้องให้พนักงงานขายขออนุมัติจากสินเชื่อก่อน

       3.2 พนักงานขายเลือกคลังสินค้าผิดเช่น ออกบิลที่ S02 แต่เลือกคลัง S01AVL เป็นต้น

       3.3 พนักงานขายเลือกเลขที่ใบสั่งขายเป็นเงินเชื่อ แต่เลือกประเภทการขายเป็นเงินสด

  1.   เมื่อออก invoice แล้วให้ดึงสำเนาใบสุดท้ายออกทันที
  2.   เวลารับคำสั่งจากพนักงานขายในกรณีลูกค้ารับของเอง ให้ถ่ายเอกสารปิดราคาทุกครั้ง

กรณีขายเงินสด

  1. การออก Invoice ต้องมีเอกสารจากพนักงานขาย เช่น ใบฺ Back order,ใบสั่งจอง, ใบสั่งขาย เพื่อจะได้ออกได้ถูกต้องและแม่นยำ
  2. กรณีสินค้าสั่งพิเศษ แคชเชียร์ต้องประทับตรา รับเงินมัดจำเลขที่ ,จำนวนเงิน, ผู้รับเงิน,วัน/เดือน/ปี ลงในใบ ฺBack order,ใบสั่งจองทุกครั้ง
  3. กรณีที่ออก Invoice ตัดมัดจำหากลูกค้ามารับเองต้องมีใบมัดจำแนบเพื่อ แคชเชียร์จะได้ตรวจสอบและประทับตรา ตัดมัดจำแล้ว ระบุเลขที่ Invoice ,วัน/เดือน/ปี,จำนวนเงินให้ถูกต้อง
  4. กรณีที่ทางร้านส่งให้พนักงานขายต้องนำใบสั่งจองสินค้าพร้อมที่มีตรารับมัดจำพร้อมรายละเอียดเพื่อหักมัดจำได้ถูกต้อง
  5. แคชเชียร์ต้องระบุการชำระเงินให้ถูกต้อง เช่น ชำระด้วยเงินสด,ชำระด้วยบัตรเครดิตชำระด้วยเงินโอน,ชำระด้วยเช็ค และห้ามขีดเขียนข้อความใดๆลงในใบ Invoice
  6. เก็บสำเนาบิลไว้ให้ครบทุกใบ         

กรณีขายผ่าน POS

  1. ยิงบาร์โค้ดสินค้าทุกตัว และต้องดูหน้าจอทุกครั้งเพื่อตรวจสอบว่าบาร์โค้ดผ่านหรือไม่
  2. กล่าว Wording แล้วสอบถามบัตรสมาชิกลูกค้าทุกครั้ง
  3. กรณีลูกค้าชำระเป็นเงินสดต้องขานรับเงิน-ทอนเงินให้ชัดเจนพร้อมทวนรายการจากหน้าจอ
  4. กรณีชำระด้วยบัตรเคดิตร หากเป็นสินค้าโครงสร้างต้องแจ้งค่าธรรมเนียมบัตรลูกค้าก่อนรูดบัตร
  5. พนักงานแคชเชียร์ ห้าม Zoom สินค้าจากเครื่่อง หากเป็น Drive thru ต้องมี Pickup slip  พร้อมลายเซ็นต์ผู้จ่าย, ผู้รับ ……….. Checker
  6. Pos 4  Drive thru ห้ามพักบิล เพราะจะมีสินค้ารายการอื่นๆหลุดติดมาด้วย 

WI-SA1-011 กระบวนการตัดจ่ายเบิกภายใน

image-1666685298872.png

วัตถุประสงค์

คู่มือการปฏิบัติงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการควบคุมดูแลสินค้าแต่ละคลังและตัดจ่ายสินค้าภายใน เป็นแนวทางในการควบคุมกระบวนการและขั้นตอนการตัดจ่ายสินค้าภายในให้กับพนักงานให้ถูกต้องตามกระบวนการ และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้ดียิ่งขึ้น 

นโยบาย

  1. การเบิก-จ่ายสินค้า กระทำภายในระยะเวลาที่กำหนดเท่านั้น
  2. ใบเบิก-จ่าย ที่ไม่มีผู้มารับสินค้า จะถูกยกเลิกภายในสิ้นวัน
  3. ใบจ่ายสินค้าจะต้องมี Running Number ในระบบ
  4. การรับสินค้าสามารถรับสินค้าจากส่วนงานที่รับผิดชอบโดยแยกตามคลังสินค้าได้ถึงเวลา 12.00 น. เท่านั้น
  5. การจ่ายสินค้า การเบิกจ่าย ต้อง ผ่านผู้ควบคุมดูแลคลัง เท่านันๆ 

ผู้รับผิดชอบ

  1. แผนก Support Division รับผิดชอบตัดจ่ายสินค้าคลัง A 
  2. แผนกลูกค้าสัมพันธ์ รับผิดชอบตัดจ่ายสินค้าคลัง PRO
  3. แผนกจัดซื้อ 1-4 รับผิดชอบตัดจ่ายสินค้าคลัง PRM
  4. แผนกบุคคล-ธุรการ รับผิดชอบตัดจ่ายสินค้าคลัง OFS

ความหมาย
  1. คลัง A/B หมายถึง คลังสินค้าขายปกติหน้าร้าน และ Drive Thru
  2. คลัง PRO หมายถึง คลังสินค้าของแถมที่ Vender สนับสนุนหรือแถมมากับสินค้าที่มีโปรโมชั่น
  3. คลัง PRM หมายถึง คลังพักสินค้าของแถมที่ Vender สนับสนุนแถมมากับสินค้าที่ยังไม่ถูกจัดทำโปรโมชั่น
  4. คลัง OFS หมายถึง คลังสินค้าเบิกจ่ายในสำนักงาน

Work Flow


วิธีปฏิบัติ
การรับสินค้าเข้าคลัง
1. แผนกตรวจรับสินค้าตรวจรับสินค้าลงแจ้งให้ผู้รับผิดชอบสินค้าแต่ละคลังรับสินค้าเข้าคลังของตนเอง ดังนี้
   1.1. เมื่อมีสินค้าคลัง A/B เข้ามาแผนกตรวจรับสินค้าจะตรวจสอบสินค้าและแจ้งให้กับ Section Manager ผู้รับผิดชอบสินค้าให้รับทราบเพื่อรับสินค้าเข้าคลัง A/B
   1.2. เมื่อมีสินค้าของแถมที่ยังไม่มีโปรโมชั่นทางแผนกตรวจรับสินค้าจะแจ้งให้กับทางแผนกจัดซื้อเพื่อมารับสินค้าเข้าคลัง PRM
   1.3 เมื่อมีสินค้าของแถมที่มีโปรโมชั่นสินค้าเข้า ทางแผนกตรวจรับสินค้าจะแจ้งให้กับแผนกประชาสัมพันธ์รับสินค้าเข้าคลัง PRO
   1.4 เมื่อมีสินค้าวัสดุสำนักงานต่างๆ เข้ามา แผนกตรวจรับสินค้าแจ้งให้กับทางพนักงานจัดซื้อ-จัดจ้าง รับสินค้าเข้าคลัง OFS 

การจ่ายสินค้าคลัง A/B
1. การเบิกสินค้าคลัง A/B พนักงาน End Control รับใบขอเบิกจากพนักงาน
2. พนักงานผู้ขอเบิก/พนักงานจัดสินค้ายื่นเอกสารใบขอเบิกให้กับพนักงานที่ดูแลสินค้าให้ช่วยจัดสินค้าและเซ็นต์เอกสารการจ่ายสินค้าให้
3. เมื่อพนักงานจะนำสินค้าออกจากคลังให้ยื่นสินค้าพร้อมกับเอกสารการขอเบิกให้กับพนักงาน End Control ตรวจสอบความถูกต้อง โดยต้องตรวจสอบรายละเอียด ดังนี้  
   3.1  จำนวนสินค้าที่จัดได้ในใบขอเบิก
   3.2. ความถูกต้องของสินค้าที่เบิก
   3.3  รหัสสินค้าถูกต้อง
กรณีที่รายละเอียดไม่ครบถ้วนถูกต้อง พนักงาน End Control ตีกลับไปยังพนักงานผู้ขอเบิก/พนักงานจัดสินค้า ถือว่าไม่สมบูรณ์
4. เมื่อตรวจสอบเอกสารและสินค้าถูกต้องแล้วพนักงาน End Control ดำเนินการตัดสินค้าออกจากคลัง ตามประเภทการเบิกประเภทต่าง ๆ ประกอบด้วย ใบเบิกเพื่อเป็นสินทรัพย์ เบิกเพื่อเป็นค่าใช้จ่าย เบิกเพื่องานก่อสร้าง เบิกใช้ส่วนตัวผู้บริหาร เบิกเพื่อซ่อมแซม เป็นต้น 
5. ระบุเลขที่เอกสารที่ได้ในใบขอเบิกฯ กรณีที่พนักงานนำสินค้าที่เบิกกลับมาใช้งานในพื้นที่ขายหรือคลัง ให้ติดสติกเกอร์ “ สินค้าเบิกใช้แล้ว” ที่ตัวสินค้านั้น ๆ 
6. จ่ายสินค้า เมื่อตัดสินค้าออกจากสต๊อก และระบุเลขที่ในเอกสารแล้ว ให้ส่งมอบเอกสารดังกล่าวพร้อมจ่ายสินค้าให้พนักงานเซ็นต์รับสินค้าในเอกสารใบขอเบิกใช้สินค้าและวัตถุดิบ ส่งคืนให้กับพนักงาน End Control และรับสินค้าที่มีสติกเกอร์เข้าแผนกต่อไป
7. พนักงาน End Control ปริ้นเอกสารรายงานการส่งใบเบิกประจำวันรวบรวมเอกสารส่งให้กับ Support Division เพื่อตรวจสอบ ภายในเวลาก่อน 12.00 น. และรวบรวมส่งแผนกบัญชีทุกสิ้นวัน

การจ่ายสินค้าคลัง PRM 
1. การเบิกสินค้าคลัง PRM พนักงานจัดซื้อรับใบขอเบิกจากพนักงาน
2. พนักงานผู้ขอเบิกยื่นเอกสารใบขอเบิกให้กับพนักงานที่ดูแลสินค้าให้ช่วยจัดสินค้าและเซ็นต์เอกสารการจ่ายสินค้าให้โดยมีลายเซ็นต์ผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อแต่ละ CAT เป็นผู้อนุมัติการเบิก 
3. เมื่อพนักงานจ่ายสินค้าตรวจสอบความถูกต้อง โดยต้องตรวจสอบรายละเอียด ดังนี้  
    3.1  จำนวนสินค้าที่จัดได้ในใบขอเบิก
    3.2. ความถูกต้องของสินค้าที่เบิก
    3.3  รหัสสินค้าถูกต้อง
 4. เมื่อตรวจสอบเอกสารและสินค้าถูกต้องแล้วพนักงานจัดซื้อดำเนินการตัดสินค้าออกจากคลัง
 5. พนักงานจัดซื้อปริ้นเอกสารรายงานการส่งใบเบิกประจำวันและรวบรวมส่งแผนกบัญชีทุกสิ้นวัน

หมายเหตุ สินค้าของแถมในคลัง PRM คือสินค้าที่หมดโปรโมชั่น แล้ว หรือสินค้าที่ยังไม่ถูกทำโปรโมชั่น หากสินค้าทำโปรให้โอนเข้าคลังสินค้า PRO และ หากสินค้าต้องการเก็บไว้จัดกิจกรรมเกี่ยวกับพนักงานให้โอนเข้าคลัง OFS

การจ่ายสินค้าคลัง PRO 
    1. สินค้าของแถมที่อยู่ในโปรโมชั่นจะไม่อนุญาตให้มีการเบิกนำไปใช้อย่างอื่นนอกจากการแถมให้ลูกค้าเท่านั้น และเมื่อมีสินค้าของแถมที่หมดโปรโมชั่นแล้วให้ตรวจนับและโอนสินค้ากลับเข้าคลัง PRM 
    2. กระบวนการตัดเบิกสินค้าของแถม

การจ่ายสินค้าคลัง OFS 
1. การเบิกสินค้าคลัง OFS พนักงานจัดซื้อ-จัดจ้าง รับใบขอเบิกจากพนักงานทุกวันที่ 10 และ 20 ของทุกเดือน 
2. พนักงานผู้ขอเบิกยื่นเอกสารใบขอเบิกให้กับพนักงานที่ดูแลสินค้าให้ช่วยจัดสินค้าและเซ็นต์เอกสารการจ่ายสินค้าให้โดยมีลายเซ็นต์ผู้จัดการแผนกเป็นผู้ตรวจสอบและอนุมัติ
3. เมื่อพนักงานจ่ายสินค้าตรวจสอบความถูกต้อง โดยต้องตรวจสอบรายละเอียด ดังนี้  
        3.1  จำนวนสินค้าที่จัดได้ในใบขอเบิก
        3.2. ความถูกต้องของสินค้าที่เบิก
        3.3  รหัสสินค้าถูกต้อง
    4. เมื่อตรวจสอบเอกสารและสินค้าถูกต้องแล้วพนักงานจัดซื้อ-จัดจ้าง ดำเนินการตัดสินค้าออกจากคลัง
    5. พนักงานจัดซื้อ-จัดจ้าง ปริ้นเอกสารรายงานใบเบิกประจำวัน และรวบรวมส่งแผนกบัญชีทุกสิ้นวัน

WI-SA1-012 กระบวนการออกแบบประมาณการ

download.jpg

1. วัตถุประสงค์

  • เพื่อเป็นแนวทางในการบริการด้านการออกแบบและกำหนดมาตรฐานในด้านการรับงาน
  • เพื่อให้บริการลูกค้าทางด้านการประมาณการสินค้าและค่าใช้จ่ายให้กับลูกค้าที่มารับบริการ
  • เพื่อให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจในด้านการให้บริการทางด้านการให้คำปรึกษา

2. ขอบข่าย

  • ใช้เป็นกรอบแนวทางในการเพิ่มช่องทางในการขายปลีกและผลักดันสินค้าที่ค้างจำหน่ายให้มียอดขายเพิ่มขึ้น รวมไปถึงสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ 

3. หน้าที่และความรับผิดชอบ

Design Consultant 

  • และคำปรึกษาและรับความต้องการของลูกค้า
  • ให้คำปรึกษาด้านการออกแบบ ประมาณราคา ติดตั้งและรับประกัน

4. ขั้นตอนการปฏิบัติ


รายละเอียดขั้นตอนการปฏิบัติงาน

  1. ลูกค้านำแบบมาถอดประมาณการ
    - เคลียแบบประมาณการสินค้าให้กับลูกค้า
  2. ทำประมาณการ เอกสารที่ต้องมีคือ แบบแปรน รายละเอียดสินค้า
  3. เมื่อลูกค้าระบุสินค้าที่ลูกค้าต้องการมาแล้วให้ทำการคำนวณประมาณการให้กับลูกค้าส่งให้กับทาง CR เพื่อทำเสนอราคา
  4. หากลูกค้ายังไม่ได้ดูสินค้าให้แนะนำและพาลูกค้าเดินดูสินค้า 
  5. กรณีที่ลูกค้ายังไม่มีช่างและขอใช้บริการช่างกับทางร้านให้ทำการเสนอราคาค่าแรงช่าง
  6. ลูกค้าตกลงรับงาน
  7. สำรวจหน้างาน
  8. ทบทวนผลการประมาณการรับคำยืนยันคำสั่งซื้อจากลูกค้าและให้ลูกค้าเซนต์เอกสารยืนยันการสั่งซื้อและค่าบริการ
  9. ออกเอกสาร PO ติดตั้ง
  10. เชิญลูกค้าเข้า Line หรือ Telegram กลุ่ม
  11. รายงานความคืบาหน้าและติดตามงานให้กับลูกค้า
  12. เมื่อเสร็จงานลูกค้าตรวจหน้างานและเซ็นต์รับมอบงาน
  13. วางบิล
  14. สอบถามความพึงพอใจหลังจากลูกค้าใช้บริการ

WI-SA1-013 การจองสินค้า (Reservation)

การจองสินค้า

5f56ff4.jpg

1. วัตถุประสงค์

2. ขอบเขต

3. หน้าที่และความรับผิดชอบ

    - พนักงานขาย        ทำหน้าที่   ออกเอกสารใบสั่งขายสั่งจองสินค้า และตรวจสอบรายงานใบสั่งจองที่หมดอายุทุกสิ้นวันหากหมดอายุให้ติดต่อเพื่อรับสินค้าหากลูกค้าไม่พร้อมรับให้ปริ้นเอกสารขยายเวลาใบจองให้กับทางคลังใหม่พร้อมดึงใบเก่าที่หมดอายุออก
    - พนักงานคลังสินค้า ทำหน้าที่   ติดป้ายจองที่สินค้าและติดตามใบจองหมดอายุและตรวจสอบใบจองหมดอายุทุกสินวันและแจ้งกลับพนักงานขาย

4. เอกสารที่เกี่ยวข้อง

5. ขั้นตอนการปฏิบัติงาน


6. รายละเอียดขั้นตอนการปฏิบัติงาน

  1. พนักงานขาย รับคำสั่งขายจากลูกค้า แจ้งเงื่อนไขในการซื้อ-ขาย และการจองสินค้า ให้ลูกค้ารับทราบ
  2. พนักงานขายตรวจสอบสต๊อคสินค้าที่มีในระบบ และเช็คสินค้าจริงกับแผนกคลังสินค้าอีกครั้ง
  3. กรณีลูกค้า เงินสด จะต้องชำระมัดจำค่าสินค้า เต็มจำนวน หรือ มัดจำ 30% เพื่อจองสินค้า สามารถจองสินค้าได้ 7 วัน นับจากวันที่ได้รับเงินมัดจำ 
  4. กรณีลูกค้า เงินเชื่อ จะต้องชำระมัดจำค่าสินค้า 30% เพื่อจองสินค้า สมารถจองสินค้าได้ 7 วัน นับจากวันที่ได้รับเงินมัดจำ
  5. เมื่อสินค้ามีเพียงพอ ให้พนักงานขายออกเอกสารใบกำกับสินค้าตามเอกสารอ้างอิง คือ ใบสั่งขาย/สั่งจอง 
  6. พนักงานขายนำใบกำกับสินค้า เพื่อส่งให้พนักงานคลังสินค้านำไปติดสินค้าที่จองไว้
  7. ทุกสิ้นวัน พนักงานขายตรวจสอบรายงานใบสั่งขาย/สั่งจองค้างในระบบ หากพบว่าเอกสารการจองหมดอายุ ให้พนักงานขายติดต่อลูกค้าให้มารับสินค้า กรณีลูกค้ายังไม่รับ ให้ต่ออายุเอกสาร และนำเอกสารการจองใบใหม่ ให้กับพนักงานคลังสินค้า เพื่อเปลี่ยนใบกำกับสินค้าใหม่
  8. กรณีที่มีการยกลิกการจองสินค้า เรียกเก็บ ค่าฝากสินค้า 2% โดยหักจากเงินมัดจำของลูกค้า 
  9. คลังต้องมี Check list เดินตรวจตรวจใบจองประจำวันหากตรวจสอบเจอใบจองหมดอายุให้เก็บคืนพนักงานขายทันที 
  10. กรณีสินค้าที่มีการออกบิลลูกค้าเรียบร้อยแล้วแต่ลูกค้ายังไม่รับสินค้าให้นำแบบฟอร์มใบฝากสินค้าติดที่ตัวสินค้ารวมถึงลายเซนต์ได้รับอนุมัติจากผู้อำนวยการส่วนบริหารสินค้า/ผู้บริหาร เท่านั้น ตามลิงค์ แบบฟอร์มการขออนุมัติใบฝากสินค้า(ออกบิลแล้ว)

7. แบบฟอร์มที่เกี่ยวข้อง

9. นโยบายที่เกี่ยวข้อง


WI-SA-014 มาตรฐานการตอบแชทลูกค้า

มาตรฐานการตอบแชทลูกค้า Online

วัตถุประสงค์  เพื่อให้การสื่อสารมีความเป็นมืออาชีพ และสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า 

ลักษณะของมาตรฐานการตอบคำถามลูกค้า :

1. การตอบแชทอย่างรวดเร็ว
2. ความชัดเจนและกระชับ
ลูกค้า :  สอบถาม สีน้ำ ค่ะ
พนักงานขาย :  ลูกค้าต้องการสีน้ำ ทา ภายใน หรือ ภายนอก ค่ะ
3. การใช้ภาษาที่สุภาพและเป็นมืออาชีพ
             รอสักครู่ เช็คสินค้า ให้น่ะค่ะ      
                สักครู่ ตรวจสอบ ให้ค่ะ
4. การฟังและเข้าใจความต้องการของลูกค้า
5. การเสนอทางเลือกและคำแนะนำ
6. กรณีลูกค้าโทรหาควรใช้โทนเสียงที่เป็นมิตร
7. การแก้ปัญหาที่มีประสิทธิภาพ
8. การตรวจสอบและสรุปคำตอบ
9. การทำตามสัญญา
10. การใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
ตัวอย่างการตอบคำถามลูกค้า:
ลูกค้า: “สินค้าที่สั่งไปยังไม่ถึงเลยครับ” 
พนง. : “สวัสดีค่ะ/ครับ ขอบคุณที่ติดต่อมาค่ะ ขออภัยในความไม่สะดวกที่เกิดขึ้น ขอทราบชื่อ หรือ สมาชิก ของลูกค้า ได้ไหมคะ/ครับ เพื่อให้เราสามารถตรวจสอบสถานะการจัดส่งได้อย่างรวดเร็วค่ะ/ครับ ขอบคุณค่ะ/ครับ”
                      —---------------------------------------------
จากกรณีศึกษา ที่เกิดขึ้น

กรณีลูกค้าขอเปลี่ยนคนดูแล หรือ เปลี่ยนแอดมิน 

image.png

กรณีลูกค้าต้องการสินค้าสมาร์ทบอร์ดขอบลาดแต่พนักงานเสนอขอบเรียบควรอ่านและรับฟังลูกค้าให้เข้าใจในคำสั่งซื้อ 

image.png

WI-SA1-015 กระบวนการรับสินค้าระหว่างสาขา

1. วัตถุประสงค์ของกระบวนการ

  1. ลดเวลารอคอยของลูกค้าเมื่อมารับสินค้าข้ามสาขา

  2. ป้องกันการตกหล่นเอกสารและความสับสนหน้าจุดประชาสัมพันธ์

  3. กำหนดผู้รับผิดชอบและช่องทางสื่อสารที่ชัดเจน

  4. รองรับกรณีผู้รับฝากงานไม่อยู่ มีคนทำงานแทนได้

2. ขอบเขตกระบวนการ

ตั้งแต่ ลูกค้าซื้อสินค้า/สั่งสินค้าต้นทางแจ้งฝากรับต่างสาขาลูกค้าเข้ารับสินค้า ณ สาขาปลายทาง

3. ผู้เกี่ยวข้อง (Role & Responsibility)

บทบาท หน้าที่
สาขาต้นทาง แจ้งข้อมูลฝากรับสินค้า / เตรียมเอกสาร
ผู้ประสานงานรับสินค้าข้ามสาขา (ปลายทาง) รับแจ้ง ตรวจสอบ เตรียมสินค้า
ประชาสัมพันธ์ / ลูกค้าสัมพันธ์ รับลูกค้า ประสานภายใน
พนักงานขาย / พนักงานจัดสินค้า จัดเตรียมสินค้าให้พร้อมส่งมอบ
หัวหน้าสาขา / ผู้แทน กำกับ ติดตาม แก้ไขปัญหา

ข้อเสนอเชิงระบบคุณภาพ
ให้กำหนดตำแหน่ง “ผู้ประสานงานรับสินค้าข้ามสาขา” อย่างน้อย 2 คน/สาขา (ตัวจริง + สำรอง)

4. เครื่องมือที่ใช้

  1. ระบบขาย / ERP 

  2. Telegram Group : “รับสินค้าข้ามสาขา – สาขา…….”

  3. ใบสั่งขาย / ใบจองสินค้า

5. กระบวนการทำงาน (Work Process Flow)

6. ขั้นตอนการทำงาน (SOP) : การรับลูกค้าข้ามสาขา

ขั้นตอนที่ 1 : สาขาต้นทางแจ้งฝากรับสินค้า
(ก่อนลูกค้ามา)

  1. พนักงานขายสาขาต้นทางแจ้งข้อมูลของลูกค้าให้ครบถ้วน

    • ชื่อลูกค้า / เบอร์โทร
    • เลขที่เอกสาร (SO / ใบสั่งขาย) หรือ ใบเบิกสินค้า คิวไดร์ทรู
    •  วันที่ / เวลาประมาณการรับสินค้า

2. แจ้งข้อมูลผ่าน Telegram Group หรือ Line Group รับสินค้าข้ามสาขา ติดต่อประชาสัมพันธ์

3. แนบรูปเอกสารหรือเลขอ้างอิงในระบบ

📌 ห้ามฝากงานด้วยวาจาโดยไม่แจ้งผ่านระบบหรือ Telegram Group หรือ Line Group

image.png

image.png

ขั้นตอนที่ 2 : ผู้ประสานงานสาขาปลายทางรับแจ้ง และจัดเตรียมสินค้า

  1. ผู้ประสานงานตรวจสอบข้อมูลจาก  Telegram Group หรือ Line Group และเอกสารในระบบ

  2. ตอบกลับในกลุ่ม “รับทราบ / เตรียมดำเนินการ”

  3. แจ้งคลังสินค้าเตรียมสินค้า

  4. แยกพื้นที่จัดเก็บชัดเจน (โซนรับข้ามสาขา)  พร้อมติดป้าย

    • ชื่อลูกค้า

    • เลขที่เอกสาร

     

  5. แจ้งสถานะใน Telegram Group หรือ Line Group
    “สินค้าเตรียมพร้อมแล้ว”

ขั้นตอนที่ 3 : ลูกค้าเข้ามาติดต่อ ณ จุดประชาสัมพันธ์ และส่งมอบสินค้าให้ลูกค้า

  1. ประชาสัมพันธ์สอบถาม

    • ชื่อลูกค้า /เบอร์โทร / เลขที่เอกสาร 

  2. ตรวจสอบจากระบบ  ในTelegram Group หรือ Line Group 

  3. ประสานผู้ประสานงานหรือคลังสินค้า

  4. แจ้งลูกค้าเวลารอโดยประมาณให้ลูกค้าทราบ เช่น รบกวนลูกค้ารอไม่เกิน 15 นาที นะครับ/ค่ะ

  5. ตรวจสอบสินค้าและเอกสารให้ถูกต้องครบถ้วน 

  6. ให้ลูกค้าลงนามรับสินค้า

  7. อัปเดตสถานะในTelegram Group หรือ Line Group   “ส่งมอบเรียบร้อย”

กรณีผู้รับผิดชอบไม่อยู่ (Backup Process)

ตัวชี้วัดด้านระบบคุณภาพ (ใช้ต่อยอด KPI / Audit ได้)