Service Division
- Job Description
- JD-RT-002 Service Division
- JD-RT-004 ลูกค้าสัมพันธ์
- JD-RT-007 ประชาสัมพันธ์
- JD-RT-006 ช่างประจำร้าน
- JD-RT-002 Service Division S01
- JD-RT-005 Housing Expert
- JD-RT-006 พนักงานขาย Landscape
- WI : Service Division
- WI-SA1-001 การจัดทำใบ Back Order
- WI-SA1-002 การเสนอขายและรับคำสั่งขาย
- WI-SA1-003 การควบคุมสินค้า SPO และสินค้า Back Order
- WI-SA1-004 การให้บริการด้านการออกแบบ
- WI-SA1-005 กระบวนการรับฝากซ่อมสินค้า
- WI-SA1-006 Return Policy การรับเปลี่ยน-คืนสินค้า
- WI-SA1-007 การขายสินค้าคอนกรีตซีแพค
- WI-SA1-008 การออกแบบห้องน้ำ
- WI-SA1-009 การเบิกเติมของแถม
- WI-SA1-010 ข้อควรระวังในการออก Invoice
- WI-SA1-011 กระบวนการตัดจ่ายเบิกภายใน
- WI-SA1-012 กระบวนการออกแบบประมาณการ
- WI-SA1-013 การจองสินค้า (Reservation)
- WI-SA-014 มาตรฐานการตอบแชทลูกค้า
- WI-SA1-015 กระบวนการรับสินค้าระหว่างสาขา
Job Description
JD-RT-002 Service Division
|
ชื่อตำแหน่ง(ไทย) |
ผู้จัดการแผนกบริการ |
ชื่อตำแหน่ง(อังกฤษ) |
Service Division |
|
แผนก |
ค้าปลีก สำนักงานใหญ่ |
ฝ่าย |
ขาย |
|
ผู้บังคับบัญชา |
ผู้อำนวยการฝ่ายค้าปลีก |
ระดับตำแหน่งงาน |
G5 |
วัตถุประสงค์ของตำแหน่งงาน (Job Purpose)
|
การให้บริการลูกค้า ติดตามการปฏิบัติงานของพนักงานในแผนกที่รับผิดชอบ ด้านความรู้สินค้าและเสนอราคาสินค้า ตามที่กำหนดแก่ลูกค้าที่มาติดต่อ เข้ารับการอบรมความรู้สินค้า แก้ไขปัญหาเกี่ยวกับสินค้าให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจ และเกิดการซื้อซ้ำในอนาคต รับข้อร้องเรียนของลูกค้าเกี่ยวกับการบริการลูกค้า |
ความรับผิดชอบหลัก (Key Responsibilities)
|
หน้าที่หลัก/กิจกรรมหลัก (Key Responsibilities and Activities) |
วัตถุประสงค์หลักของงาน (Key Objectives) |
ตัวชี้วัดผลงานของตำแหน่งงาน (Performance Indicators) |
|
1. งานด้านลูกค้าสัมพันธ์ |
- วางแผนด้านการบริการเพื่อเพิ่มยอดขาย - จัดทำข้อมูลลูกค้า CRM - ติดตามและออกเยี่ยมลูกค้า - วิเคราะห์ผลการดำเนินงาน ปัญหา ………...อุปสรรค ในการปฏิบัติงาน |
- สร้างภาพลักษณ์ให้กับบริษัทและรักษา…....ฐานลูกค้าเก่าและใหม่ - เพิ่มยอดขายในกลุ่มลูกค้าเก่าพร้อมทั้ง…....สร้างโอกาสการขายให้กลุ่มลูกค้าใหม่ - สร้างระบบงานโครงสร้างข้อมูลและ………..รายงานต่างๆ เพิ่มทักษะในการวิเคราะห์....ข้อมูลและการนำไปใช้ในการวางแผนงาน |
|
2. งานด้านบริการของแคชเชียร์ |
- การตรวจสอบความถูกต้องของสินค้า……..และการชำระเงิน - ตรวจสอบพนักงานแคชเชียร์ในการแจ้ง…..โปรโมชั่นต่างๆ |
- การรับและทอนเงินถูกต้อง 100% - สุ่มตรวจการแจ้งโปรโมชั่นของพนักงาน…..แคชเชียร์ทุกวัน |
|
3. งานบริการช่างโฮมมาร์ท |
- รับความต้องการของลูกค้า - ให้บริการช่างตามแผนงานและจัดคิวช่าง....ตรงตามเวลาที่นัดหมาย - วางแผนกำหนดราคาการให้บริการงาน…...ช่างตามราคาตลาด - ตรวจสอบรายงานการให้บริการของช่าง |
- ให้บริการได้ตามนัดหมายในปฏิทิน - มีการปรับปรุงราคาค่าบริการช่างให้เป็น....ไปตามราคาตลาด - ตรวจสอบรายงานการเบิกค่า Incentive ..ของช่างภายในวันที่ 20-25 ของทุกเดือน |
|
4. เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน |
- อบรม ประชุม พนักงานอย่างสม่ำเสมอ ....เพื่อแจ้งข่าวสาร และแนะแนวทางการ…....ปฏิบัติงานใหม่ๆ |
- พนักงานมีความกระตือรือล้นในการ………ปฏิบัติงานอยู่เสมอ - มีการแจ้งข่าวสารกับพนักงานทุกเช้าก่อน..เริ่มทำงาน |
|
5. แก้ไขปัญหาเกี่ยวกับงานบริการ |
- ประชุมพนักงาน เพื่อรับทราบปัญหา……....ต่างๆ เกี่ยวกับงานบริการ - แนะแนวทางการแก้ไขปัญหาให้แก่………...พนักงาน |
- พนักงานสามารถบริการลูกค้าได้ตามเป้า....หมาย มีความสุขในการทำงานและมี……....ความจงรักภักดีต่อองค์กร - ลดข้อร้องเรียนจากลูกค้าในเรื่องงาน……....บริการ |
|
6. ควบคุมกำกับดูแลการปฏิบัติงานของพนักงาน |
- ตรวจสอบการทำงานของพนักงาน ด้าน....การแต่งกาย มาตรฐานการบริการ การ…...ปฏิบัติงานตามกฎ ระเบียบ - ตรวจรายงานผลการดำเนินงานของ………..พนักงาน - ประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงาน - นำเสนอผลการดำเนินงานให้แก่ผู้บริหาร |
- พนักงานปฏิบัติงานตามมาตรฐาน กฎ …...ระเบียบที่กำหนด - ลูกค้ามีความพึงพอใจต่อสินค้าที่ให้………...บริการ - ลูกค้ามีความพึงพอใจต่อการดูแลลูกค้าไม่..ต่ำกว่าร้อยละ 80 - ข้อร้องเรียนงานบริการทีมช่างไม่เกิน 3 ....ครั้ง/เดือน - ความพึงพอใจทีมช่างไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 |
คู่มือปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง |
ความยากของงาน/ความเสี่ยง/ข้อควรระวัง (Major Challenges)
|
- การงานแผนและการวิเคราะห์งานด้านบริการ - การขอข้อมูลลูกค้า CRM - การควบคุมและการสั่งงาน |
ขอบเขตงานของผู้ใต้บังคับบัญชา (Subordinate's Responsibilities)
|
ตำแหน่ง (Position) |
ขอบเขตงานโดยย่อ (Job Scope) |
|
พนักงานลูกค้าสัมพันธ์ |
- ให้บริการลูกค้าในด้านความรู้สินค้าและเสนอราคาสินค้าให้กับลูกค้า |
|
ช่างโฮมมาร์ท |
- ให้บริการและแก้ไขปัญหาหน้างานด้านงานช่างให้ลูกค้าได้รับความพึงพอใจ..และงานสำเร็จไปได้ด้วยดี |
อำนาจดำเนินการ (Financial Responsibilities/Authorization)
|
เรื่อง (Item) |
ระดับอำนาจอนุมัติ (Amount/Authorized level) |
||
|
อนุมัติได้เอง (Own Decision) |
ต้องขอคำแนะนำ (Consulted by Superior) |
นำเสนอผู้บังคับบัญชา (Superior Approval) |
|
|
การรับคืนสินค้า |
/ |
/ |
/ |
|
การเบิกจ่ายของแถม |
/ |
/ |
/ |
|
การอนุมัติเอกสาร Back Order |
/ |
/ |
|
|
การอนุมัติเอกสารเสนอราคา |
/ |
/ |
/ |
การทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่น (Working Relationship)
|
หน่วยงาน/ตำแหน่งงานที่ติดต่อ |
เรื่องที่ต้องติดต่อ |
ความถี่ |
|
ฝ่ายพัฒนาระบบ |
ระบบคอมพิวเตอร์ |
ทุกวัน |
|
ฝ่ายขาย |
ทำ PR ใบเสนอซื้อ Backorder การรับสินค้าเพื่อจำหน่ายและส่งมอบให้ลูกค้า |
ทุกวัน |
|
ฝ่ายสินเชื่อ-การเงิน |
- การให้เครดิต เอกสารการชำระเงินของลูกค้า …...ยอดค้างชำระเงินของลูกค้า |
ทุกวัน |
|
แผนกบริหารสินค้า,แผนกตรวจรับสินค้า |
- การติดต่อสินค้าชำรุดเสียหาย |
ไม่แน่นอน |
|
ฝ่าย Logistic |
- ตรวจสอบสินค้า - จัดส่งสินค้าให้แก่ลูกค้า |
ทุกวัน |
คุณสมบัติประจำตำแหน่ง (Job Specifications
1. การวางแผนและการวิเคราะห์งาน
2. การควบคุม สั่งการ ติดตามและประเมินผล
3. มีไหวพริบในการแก้ไขปัญหาและสถานการณ์ที่เกิดต่างๆ ได้เป็นอย่างดี
วุฒิการศึกษา (Education Background)
|
ระดับปริญญาตรี หรือเทียบเท่าไม่ต่ำกว่านี้ ด้านบริการจัดการ การตลาด หรือสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง |
ประกาศนียบัตร/ใบรับรองทางวิชาชีพ/ใบอนุญาต (Certification/Licensing)
ประสบการณ์การทำงาน (Professional Experiences)
|
มีประสบการณ์ด้านบริการและงานขายวัสดุก่อสร้าง อย่างน้อย 5 ปี |
ความสามารถประจำตำแหน่ง (Competencies)
|
ความรู้ (Knowledge) |
ทักษะ (Skills) |
ความสามารถด้านความคิด/บุคลิกภาพ (Mental Abilities/Personalities) |
|
1. มีความเชี่ยวชาญงานด้านวัสดุก่อสร้าง 2. ต้องรู้จักราคาสินค้าด้านวัสดุก่อสร้างในท้องตลาดเพื่อประกอบการตัดสินใจให้ส่วนลดกับลูกค้าเบื้องต้น 3. ความรู้ด้านการขายและบริการ |
- คอมพิวเตอร์ - ภาษาอังกฤษ |
- มีศิลปะในการพูด - มีทัศนะคติที่ดีในการทำงาน - แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี - บุคลิกภาพดี - มนุษยสัมพันธ์ดี |
คุณสมบัติอื่นๆ (Others)
|
ผู้จัดทำ (Prepare By) |
ผู้อนุมัติ (Approved By) |
ผู้ดำรงตำแหน่ง (Acknowledged By) |
(…..........................................) วันที่........../........./.......... |
(…..........................................) วันที่........../........./.......... |
(…..........................................) วันที่........../........./.......... |
JD-RT-004 ลูกค้าสัมพันธ์
|
ชื่อตำแหน่ง (ไทย) |
พนักงานลูกค้าสัมพันธ์ |
ชื่อตำแหน่ง (อังกฤษ) |
Customer Relation |
|
แผนก |
ค้าปลีก สำนักงานใหญ่ |
ฝ่าย |
ขาย |
|
ผู้บังคับบัญชา |
หัวหน้าลูกค้าสัมพันธ์ |
ระดับตำแหน่งงาน |
G3 |
วัตถุประสงค์ของตำแหน่งงาน (Job Purpose)
|
เพื่อให้บริการลูกค้าด้านรายละเอียดของสินค้า และเสนอราคาสินค้าให้แก่ลูกค้า แก้ไขปัญหาเกี่ยวกับสินค้าให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจ และเกิดการใช้บริการซ้ำในอนาคต |
ความรับผิดชอบหลัก (Key Responsibilities)
|
หน้าที่หลัก/กิจกรรมหลัก (Key Responsibilities and Activities) |
วัตถุประสงค์หลักของงาน (Key Objectives) |
ตัวชี้วัดผลงานของตำแหน่งงาน (Performance Indicators) |
|
1. งานด้านบริการ |
- จัดทำข้อมูลลูกค้า CRM - ติดตามและออกเยี่ยมลูกค้า - วิเคราะห์ผลการดำเนินงาน ปัญหาและอุปสรรค ในการปฏิบัติงาน |
- รักษาลูกค้าเดิมและเพิ่มลูกค้าใหม่ - สามารถแก้ไขปัญหาให้แก่ลูกค้าเกิดความพึงพอใจไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 |
|
2. การจัดการคำสั่งซื้อของลูกค้า |
- รับคำสั่งขายจากลูกค้า - เสนอราคาและติดตามผล - จัดทำเอกสารประกอบการขายเช่น การมัดจำสินค้า, สินค้าสั่งจอง,สินค้าสั่งพิเศษ, สินค้า Drop Ship |
- ลูกค้าได้รับสินค้าถูกต้องตามความต้องการ - ลูกค้าได้รับสินค้าตามกำหนดเวลา |
|
3. เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน |
- เข้าอบรมประชุมพนักงานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อรับข่าวสาร และแนะแนวทางการปฏิบัติงานใหม่ๆ |
- พนักงานมีความกระตือรือร้นในการปฏิบัติงานอยู่เสมอ |
|
4. การแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับงานบริการ |
- ร่วมประชุมเพื่อรับทราบปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับงานบริการ - ร่วมแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากงานบริการ |
- พนักงานสามารถบริการลูกค้าได้ตามเป้าหมาย มีความสุขในการทำงานและมีความจงรักภัคดีต่อองค์กร |
คู่มือปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง |
ความยากของงาน/ความเสี่ยง/ข้อควรระวัง (Major Challenges)
|
- ความถูกต้องของเอกสาร - การจัดทำข้อมูลลูกค้า CRM - การบริการลูกค้าให้เกิดความพึงพอใจสูงสุด |
อำนาจดำเนินการ (Financial Responsibilities/Authorization)
|
เรื่อง (Item) |
ระดับอำนาจอนุมัติ (Amount/Authorized level) |
||
|
อนุมัติได้เอง (Own Decision) |
ต้องขอคำแนะนำ (Consulted by Superior) |
นำเสนอผู้บังคับบัญชา (Superior Approval) |
|
|
การอนุมัติเอกสาร Back Order |
/ |
||
|
การอนุมัติเอกสารเสนอราคา |
/ |
||
การทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่น (Working Relationship)
|
หน่วยงาน/ตำแหน่งงานที่ติดต่อ |
เรื่องที่ต้องติดต่อ |
ความถี่ |
|
ฝ่ายพัฒนาระบบ |
ระบบคอมพิวเตอร์ |
ทุกวัน |
|
ฝ่ายขาย |
- ทำ PR ใบเสนอซื้อ Backorder - การรับสินค้าเพื่อจำหน่ายและส่งมอบให้ลูกค้า |
ทุกวัน |
|
ฝ่ายสินเชื่อ-การเงิน |
- การให้เครดิต เอกสารการชำระเงินของลูกค้า ยอดค้างชำระเงินของลูกค้า |
ทุกวัน |
|
แผนกบริหารสินค้า, แผนกตรวจรับสินค้า |
- การติดต่อสินค้าชำรุดเสียหาย |
ไม่แน่นอน |
|
ฝ่าย Logistic |
- ตรวจสอบสินค้า - จัดส่งสินค้าให้แก่ลูกค้า |
ทุกวัน |
คุณสมบัติประจำตำแหน่ง (Job Specifications)
1. มีใจรักด้านงานบริการ
2. สนทนาภาษาอังกฤษได้เบื้องต้น
3. ความเข้าใจในสินค้าและบริการ
4. แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี
วุฒิการศึกษา (Education Background)
|
ระดับปริญญาตรี เทียบเท่าไม่ต่ำกว่านี้ ด้านบริการจัดการ การตลาด หรือสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง |
ประกาศนียบัตร/ใบรับรองทางวิชาชีพ/ใบอนุญาต (Certification/Licensing)
ประสบการณ์การทำงาน (Professional Experiences)
|
มีประสบการณ์งานด้านบริการหรือการขายไม่น้อยกว่า 1 ปี |
ความสามารถประจำตำแหน่ง (Competencies)
|
ความรู้ (Knowledge) |
ทักษะ (Skills) |
ความสามารถด้านความคิด/บุคลิกภาพ (Mental Abilities/Personalities) |
|
1. รู้จักสินค้าแต่ละชนิด |
คอมพิวเตอร์ |
- มีศิลปะในการพูด |
|
2. ความรู้ด้านการขายและบริการ |
ภาษาอังกฤษ |
- บุคลิกภาพดี |
|
- แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี |
||
|
- มนุษยสัมพันธ์ดี |
คุณสมบัติอื่นๆ (Others)
|
ผู้จัดทำ (Prepare By) |
ผู้อนุมัติ (Approved By) |
ผู้ดำรงตำแหน่ง (Acknowledged By) |
(…..........................................) วันที่........../........./.......... |
(…..........................................) วันที่........../........./.......... |
(…..........................................) วันที่........../........./.......... |
JD-RT-007 ประชาสัมพันธ์
|
ชื่อตำแหน่ง (ไทย) |
พนักงานประชาสัมพันธ์ |
ชื่อตำแหน่ง (อังกฤษ) |
Information |
|
แผนก |
ค้าปลีก สำนักงานใหญ่ |
ฝ่าย |
ขาย |
|
ผู้บังคับบัญชา |
หัวหน้าแผนกบริการ |
ระดับตำแหน่งงาน |
G3 |
วัตถุประสงค์ของตำแหน่งงาน (Job Purpose)
|
เพื่อให้บริการลูกค้า ด้านข้อมูลสินค้า ตอบข้อสอบถามของลูกค้า แก้ไขปัญหาต่างๆ ให้แก่ลูกค้าเกิดความพึงพอใจ จัดทำบัตรสมาชิก และอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้า |
ความรับผิดชอบหลัก (Key Responsibilities)
|
หน้าที่หลัก/กิจกรรมหลัก (Key Responsibilities and Activities) |
วัตถุประสงค์หลักของงาน (Key Objectives) |
ตัวชี้วัดผลงานของตำแหน่งงาน (Performance Indicators) |
|
1. งานด้านบริการ |
- ศึกษาข้อมูลสินค้า และจุดวางสินค้าที่มีจำหน่ายภายในร้าน - รับ/โอน ต่อโทรศัพท์ - สอบถามข้อมูลผู้มาติดต่อ - การเปลี่ยน-คืนสินค้า - ออกใบกำกับภาษีเต็มรูป - สื่อสารและประชาสัมพันธ์กิจกรรมการตลาด - ประกาศคิวจัดสินค้าให้พนักงานมารับใบจัดสินค้า (ใบหยิบ) |
- สามารถตอบข้อซักถามของลูกค้าได้อย่างถูกต้องครบถ้วนและชัดเจน |
|
2. จัดทำบัตรสมาชิก |
- จัดทำฐานข้อมูลลูกค้าเบื้องต้น - จัดทำบัตรสมาชิกส่งให้ลูกค้า |
- ลูกค้าที่สมัครสมาชิกเพิ่มขึ้น |
|
3. อำนวยความสะดวกแก่ลูกค้า |
- ดูแลอำนวยความสะดวกตามที่ลูกค้าร้องขอ - ส่งมอบสินค้าสมนาคุณให้แก่ลูกค้า - อำนวยความสะดวกในการเปลี่ยนคืนสินค้า - แก้ไขปัญหาต่างๆ ให้แก่ลูกค้า |
- ลูกค้ามีความประทับใจในการให้บริการนำมาสู่ความพึงพอใจในการดูแลต้องเกินร้อยละ 80 |
คู่มือปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง |
ความยากของงาน/ความเสี่ยง/ข้อควรระวัง (Major Challenges)
|
- การสื่อสารกับลูกค้าที่หลากหลาย - การขอข้อมูลส่วนตัวจากลูกค้า - การบริการลูกค้าให้เกิดความประทับใจ |
ขอบเขตงานของผู้ใต้บังคับบัญชา (Subordinate's Responsibilities)
|
ตำแหน่ง (Position) |
ขอบเขตงานโดยย่อ (Job Scope) |
อำนาจดำเนินการ (Financial Responsibilities/Authorization)
|
เรื่อง (Item) |
ระดับอำนาจอนุมัติ (Amount/Authorized level) |
||
|
อนุมัติได้เอง (Own Decision) |
ต้องขอคำแนะนำ (Consulted by Superior) |
นำเสนอผู้บังคับบัญชา (Superior Approval) |
|
|
การแลกฝาสี |
/ |
||
|
การแลกของสมนาคุณ |
/ |
/ |
/ |
การทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่น (Working Relationship)
|
หน่วยงาน/ตำแหน่งงานที่ติดต่อ |
เรื่องที่ต้องติดต่อ |
ความถี่ |
|
ฝ่ายพัฒนาระบบ |
ระบบคอมพิวเตอร์ |
ทุกวัน |
|
ฝ่ายบริหารกลาง |
แจ้งสินค้าชำรุดเสียหาย |
ทุกวัน |
|
แผนกต่างๆ ภายในบริษัท |
งานที่ลูกค้าสอบถาม |
ทุกวัน |
|
ลูกค้า |
อำนวยความสะดวกตามที่ลูกค้าต้องการ |
ทุกวัน |
|
แผนกบุคคล/GR |
เบิกจ่ายของสมนาคุณ |
ทุกวัน |
|
แผนกบัญชี-การเงิน |
นำส่งฝาสี |
ทุกวัน |
|
แผนกบริหารสินค้า |
ตรวจสอบฝาสีก่อนนำส่ง Vendor |
ทุกวัน |
คุณสมบัติประจำตำแหน่ง (Job Specifications)
1. มีใจรักงานด้านบริการ
2. สนทนาภาษาอังกฤษได้เบื้องต้น
3. บุคลิกภาพดี จิตใจแจ่มใส
4. มุ่งมั่นต่อการแก้ไขปัญหา
5. แสวงหาความรู้เพิ่มเติมตลอดเวลา
วุฒิการศึกษา (Education Background)
|
ระดับปริญญาตรี หรือเทียบเท่าไม่ต่ำกว่านี้ ด้านบริการจัดการ การตลาด |
ประกาศนียบัตร/ใบรับรองทางวิชาชีพ/ใบอนุญาต (Certification/Licensing)
ประสบการณ์การทำงาน (Professional Experiences)
|
มีประสบการณ์งานด้านประชาสัมพันธ์ |
ความสามารถประจำตำแหน่ง (Competencies)
|
ความรู้ (Knowledge) |
ทักษะ (Skills) |
ความสามารถด้านความคิด/บุคลิกภาพ (Mental Abilities/Personalities) |
|
1. รู้จักสินค้าแต่ละชนิด |
คอมพิวเตอร์ |
- มีศิลปะในการพูด |
|
2. ราคาสินค้า |
ภาษาอังกฤษ |
- บุคลิกภาพดี |
|
3. ความรู้ด้านการขายและบริการ |
- แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี |
|
|
- มนุษยสัมพันธ์ดี |
คุณสมบัติอื่นๆ (Others)
|
ผู้จัดทำ (Prepare By) |
ผู้อนุมัติ (Approved By) |
ผู้ดำรงตำแหน่ง (Acknowledged By) |
(…..........................................) วันที่........../........./.......... |
(…..........................................) วันที่........../........./.......... |
(…..........................................) วันที่........../........./.......... |
JD-RT-006 ช่างประจำร้าน
|
ชื่อตำแหน่ง(ไทย) |
ช่างประจำร้าน |
ชื่อตำแหน่ง(อังกฤษ) |
Expert technician |
|
แผนก |
ค้าปลีก สำนักงานใหญ่ |
ฝ่าย |
ขาย |
|
ผู้บังคับบัญชา |
หัวหน้าแผนกช่างบริการ |
ระดับตำแหน่งงาน |
G2 |
วัตถุประสงค์ของตำแหน่งงาน (Job Purpose)
|
เพื่อบริการติดตั้ง ซ่อมแซมให้กับลูกค้า บำรุงรักษาอุปกรณ์ภายในบริษัทให้มีสภาพดี พร้อมใช้งานอยู่เสมอ |
ความรับผิดชอบหลัก (Key Responsibilities)
|
หน้าที่หลัก/กิจกรรมหลัก (Key Responsibilities and Activities) |
วัตถุประสงค์หลักของงาน (Key Objectives) |
ตัวชี้วัดผลงานของตำแหน่งงาน (Performance Indicators) |
|
1. การบริการ |
- ติดตั้ง ซ่อมแซม อุปกรณ์ภายในบ้านลูกค้า - บริการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการซ่อม บำรุงอุปกรณ์ภายในบ้าน - ตรวจสอบผนัง Willy และอุปกรณ์ก่อนทำการติดตั้ง |
- ข้อร้องเรียนงานบริการทีมช่างไม่เกิน 3 ครั้ง/เดือน - ความพึงพอใจทีมช่างไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 |
|
2. มาตรฐานการบริการ |
- ศึกษามาตรฐานการให้บริการ - ปฏิบัติงานตามมาตรฐานการให้บริการ |
- การปฏิบัติงานเป็นไปตามมาตรฐานการให้บริการ |
|
3. การบำรุงดูแลรักษาอุปกรณ์ภายในร้าน |
- ตรวจสอบอุปกรณ์ภายในร้านให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ - ซ่อมแซม และบำรุงรักษาอุปกรณ์ ที่ชำรุดเสียหาย |
- อุปกรณ์อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน |
ความยากของงาน/ความเสี่ยง/ข้อควรระวัง (Major Challenges)
|
- ความรู้การติดตั้ง ซ่อมแซมของสินค้าแต่ละประเภท - การซ่อมแซมอุปกรณ์ของลูกค้าที่ติดตั้งไม่ได้มาตรฐาน - การอธิบายให้ลูกค้าเข้าใจถึงปัญหาการชำรุดของอุปกรณ์ |
ขอบเขตงานของผู้ใต้บังคับบัญชา (Subordinate's Responsibilities)
|
ตำแหน่ง (Position) |
ขอบเขตงานโดยย่อ (Job Scope) |
อำนาจดำเนินการ (Financial Responsibilities/Authorization)
|
เรื่อง (Item) |
ระดับอำนาจอนุมัติ (Amount/Authorized level) |
||
|
อนุมัติได้เอง (Own Decision) |
ต้องขอคำแนะนำ (Consulted by Superior) |
นำเสนอผู้บังคับบัญชา (Superior Approval) |
|
การทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่น (Working Relationship)
|
หน่วยงาน/ตำแหน่งงานที่ติดต่อ |
เรื่องที่ต้องติดต่อ |
ความถี่ |
|
แผนกบุคคล-ธุรการ |
- รายงานสินค้าเสียหาย LP |
ไม่แน่นอน |
|
ทุกหน่วยงานในบริษัท |
ติดตั้ง อุปกรณ์ ซ่อมแซมตามคำร้องขอ |
ไม่แน่นอน |
|
ลูกค้า |
ติดตั้งซ่อมแซมอุปกรณ์ตามความต้องการของลูกค้า |
ทุกวัน |
คุณสมบัติประจำตำแหน่ง (Job Specifications)
1. มีความรู้ด้านงานก่อสร้าง งานไฟฟ้า-ประปา
2. มีความละเอียดรอบคอบช่างสังเกต
3. มีการสื่อสารที่ชัดเจน
วุฒิการศึกษา (Education Background)
|
ปวส.- ปริญญาตรี ด้านการก่อสร้าง ไฟฟ้า ช่างอิเล็คทรอนิกส์ |
ประกาศนียบัตร/ใบรับรองทางวิชาชีพ/ใบอนุญาต (Certification/Licensing)
|
มีใบอนุญาตจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน สาขาไฟฟ้า |
ประสบการณ์การทำงาน (Professional Experiences)
|
มีประสบการณ์งานด้านการซ่อมทั่วไป เช่น ไฟฟ้า ปะปา สุขภัณฑ์ สิ่งก่อสร้างภายในอาคาร |
ความสามารถประจำตำแหน่ง (Competencies)
|
ความรู้ (Knowledge) |
ทักษะ (Skills) |
ความสามารถด้านความคิด/บุคลิกภาพ (Mental Abilities/Personalities) |
|
- ด้านการติดตั้ง-ซ่อมแซมงานระบบไฟฟ้า ปะปา สุขภัณฑ์ สิ่งก่อสร้างภายในอาคาร - การบริการ |
มีความเชี่ยวชาญงานด้านระบบไฟฟ้า ปะปา สุขภัณฑ์ สิ่งก่อสร้างภายในอาคาร |
- บุคลิกมั่นใจในตัวเอง - มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีต่อลูกค้า - แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี - มีใจรักงานบริการ ใจเย็น |
คุณสมบัติอื่นๆ (Others)
|
ผู้จัดทำ (Prepare By) |
ผู้อนุมัติ (Approved By) |
ผู้ดำรงตำแหน่ง (Acknowledged By) |
(…..........................................) วันที่........../........./.......... |
(…..........................................) วันที่........../........./.......... |
(…..........................................) วันที่........../........./.......... |
JD-RT-002 Service Division S01
|
ชื่อตำแหน่ง(ไทย) |
ผู้จัดการแผนกบริการ |
ชื่อตำแหน่ง(อังกฤษ) |
Service Division |
|
แผนก |
ค้าปลีก สำนักงานใหญ่ |
ฝ่าย |
ขาย |
|
ผู้บังคับบัญชา |
ผู้อำนวยการฝ่ายค้าปลีก |
ระดับตำแหน่งงาน |
G5 |
วัตถุประสงค์ของตำแหน่งงาน (Job Purpose)
|
การให้บริการลูกค้า ติดตามการปฏิบัติงานของพนักงานในแผนกที่รับผิดชอบ ด้านความรู้สินค้าและเสนอราคาสินค้า ตามที่กำหนดแก่ลูกค้าที่มาติดต่อ เข้ารับการอบรมความรู้สินค้า แก้ไขปัญหาเกี่ยวกับสินค้าให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจ และเกิดการซื้อซ้ำในอนาคต รับข้อร้องเรียนของลูกค้าเกี่ยวกับการบริการลูกค้า |
ความรับผิดชอบหลัก (Key Responsibilities)
|
หน้าที่หลัก/กิจกรรมหลัก (Key Responsibilities and Activities) |
วัตถุประสงค์หลักของงาน (Key Objectives) |
ตัวชี้วัดผลงานของตำแหน่งงาน (Performance Indicators) |
|
1. งานด้านลูกค้าสัมพันธ์ |
- วางแผนด้านการบริการเพื่อเพิ่มยอดขาย - จัดทำข้อมูลลูกค้า CRM - ติดตามและออกเยี่ยมลูกค้า - วิเคราะห์ผลการดำเนินงาน ปัญหา อุปสรรค ในการปฏิบัติงาน |
- สร้างภาพลักษณ์ให้กับบริษัทและรักษาฐานลูกค้าเก่าและใหม่ - เพิ่มยอดขายในกลุ่มลูกค้าเก่าพร้อมทั้งสร้างโอกาสการขายให้กลุ่มลูกค้าใหม่ - สร้างระบบงานโครงสร้างข้อมูลและรายงานต่างๆ เพิ่มทักษะในการวิเคราะห์ข้อมูลและการนำไปใช้ในการวางแผนงาน - ออกพื้นที่หาลูกค้าใหม่และลงข้อมูล Project Card |
|
2. งานด้านบริการของแคชเชียร์ |
- การตรวจสอบความถูกต้องของสินค้าและการชำระเงิน - ตรวจสอบพนักงานแคชเชียร์ในการแจ้งโปรโมชั่นต่างๆ |
- การรับและทอนเงินถูกต้อง 100% - สุ่มตรวจการแจ้งโปรโมชั่นของพนักงานแคชเชียร์ทุกวัน |
|
3. งานบริการช่างโฮมมาร์ท |
- รับความต้องการของลูกค้า - ให้บริการช่างตามแผนงานและจัดคิวช่างตรงตามเวลาที่นัดหมาย - วางแผนกำหนดราคาการให้บริการงานช่างตามราคาตลาด - ตรวจสอบรายงานการให้บริการของช่าง |
- ให้บริการได้ตามนัดหมายในปฏิทิน - มีการปรับปรุงราคาค่าบริการช่างให้เป็นไปตามราคาตลาด - ตรวจสอบรายงานการเบิกค่า Incentive ..ของช่างภายในวันที่ 20-25 ของทุกเดือน |
|
4. การบริการคิวช่าง |
- ลูกค้าแจ้งปัญหาที่ต้องการทีมช่างเข้าไปตรวจสอบรับฟังพร้อม แจ้งบริการที่เข้ากับปัญหาของลูกค้าพร้อมเปิดสำรวจ |
- บริการคิวช่างให้ได้ตามเป้าหมายที่กำหนดเพื่อเพิ่มช่องทางการขายและบริการให้กับลูกค้า |
|
5. เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน |
- ประชุม พนักงานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อแจ้งข่าวสาร และแนะแนวทางการปฏิบัติงานใหม่ๆ |
- พนักงานมีความกระตือรือล้นในการปฏิบัติงานอยู่เสมอ - มีการแจ้งข่าวสารกับพนักงานทุกเช้าและติดตามงานทุกวัน |
|
6. แก้ไขปัญหาเกี่ยวกับงานบริการ |
- ประชุมพนักงาน เพื่อรับทราบปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับงานบริการ - แนะแนวทางการแก้ไขปัญหาให้แก่พนักงาน |
- พนักงานสามารถบริการลูกค้าได้ตามเป้าหมาย มีความสุขในการทำงานและมีความจงรักภักดีต่อองค์กร - ลดข้อร้องเรียนจากลูกค้าในเรื่องงานบริการ |
|
7. ควบคุมกำกับดูแลการปฏิบัติงานของพนักงาน |
- ตรวจสอบการทำงานของพนักงาน ด้านการแต่งกาย มาตรฐานการบริการ การปฏิบัติงานตามกฎ ระเบียบ - ตรวจรายงานผลการดำเนินงานของพนักงาน - ประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงาน - นำเสนอผลการดำเนินงานให้แก่ผู้บริหาร |
- พนักงานปฏิบัติงานตามมาตรฐาน กฎ ระเบียบที่กำหนด - ลูกค้ามีความพึงพอใจต่อสินค้าที่ให้บริการ - ลูกค้ามีความพึงพอใจต่อการดูแลลูกค้าไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 - ข้อร้องเรียนงานบริการทีมช่างไม่เกิน 3 ครั้ง/เดือน - ความพึงพอใจทีมช่างไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 |
คู่มือปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง |
ความยากของงาน/ความเสี่ยง/ข้อควรระวัง (Major Challenges)
|
- การงานแผนและการวิเคราะห์งานด้านบริการ - การขอข้อมูลลูกค้า CRM - การควบคุมและการสั่งงาน |
ขอบเขตงานของผู้ใต้บังคับบัญชา (Subordinate's Responsibilities)
|
ตำแหน่ง (Position) |
ขอบเขตงานโดยย่อ (Job Scope) |
|
พนักงานลูกค้าสัมพันธ์ |
- ให้บริการลูกค้าในด้านความรู้สินค้าและเสนอราคาสินค้าให้กับลูกค้า |
|
ช่างโฮมมาร์ท |
- ให้บริการและแก้ไขปัญหาหน้างานด้านงานช่างให้ลูกค้าได้รับความพึงพอใจ..และงานสำเร็จไปได้ด้วยดี |
อำนาจดำเนินการ (Financial Responsibilities/Authorization)
|
เรื่อง (Item) |
ระดับอำนาจอนุมัติ (Amount/Authorized level) |
||
|
อนุมัติได้เอง (Own Decision) |
ต้องขอคำแนะนำ (Consulted by Superior) |
นำเสนอผู้บังคับบัญชา (Superior Approval) |
|
|
การรับคืนสินค้า |
/ |
/ |
/ |
|
การเบิกจ่ายของแถม |
/ |
/ |
/ |
|
การอนุมัติเอกสาร Back Order |
/ |
/ |
|
|
การอนุมัติเอกสารเสนอราคา |
/ |
/ |
/ |
การทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่น (Working Relationship)
|
หน่วยงาน/ตำแหน่งงานที่ติดต่อ |
เรื่องที่ต้องติดต่อ |
ความถี่ |
|
ฝ่ายพัฒนาระบบ |
ระบบคอมพิวเตอร์ |
ทุกวัน |
|
ฝ่ายขาย |
ทำ PR ใบเสนอซื้อ Backorder การรับสินค้าเพื่อจำหน่ายและส่งมอบให้ลูกค้า |
ทุกวัน |
|
ฝ่ายสินเชื่อ-การเงิน |
- การให้เครดิต เอกสารการชำระเงินของลูกค้า …...ยอดค้างชำระเงินของลูกค้า |
ทุกวัน |
|
แผนกบริหารสินค้า,แผนกตรวจรับสินค้า |
- การติดต่อสินค้าชำรุดเสียหาย |
ไม่แน่นอน |
|
ฝ่าย Logistic |
- ตรวจสอบสินค้า - จัดส่งสินค้าให้แก่ลูกค้า |
ทุกวัน |
คุณสมบัติประจำตำแหน่ง (Job Specifications
1. การวางแผนและการวิเคราะห์งาน
2. การควบคุม สั่งการ ติดตามและประเมินผล
3. มีไหวพริบในการแก้ไขปัญหาและสถานการณ์ที่เกิดต่างๆ ได้เป็นอย่างดี
วุฒิการศึกษา (Education Background)
|
ระดับปริญญาตรี หรือเทียบเท่าไม่ต่ำกว่านี้ ด้านบริการจัดการ การตลาด หรือสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง |
ประสบการณ์การทำงาน (Professional Experiences)
|
มีประสบการณ์ด้านบริการและงานขายวัสดุก่อสร้าง อย่างน้อย 5 ปี |
ความสามารถประจำตำแหน่ง (Competencies)
|
ความรู้ (Knowledge) |
ทักษะ (Skills) |
ความสามารถด้านความคิด/บุคลิกภาพ (Mental Abilities/Personalities) |
|
1. มีความเชี่ยวชาญงานด้านวัสดุก่อสร้าง 2. ต้องรู้จักราคาสินค้าด้านวัสดุก่อสร้างในท้องตลาดเพื่อประกอบการตัดสินใจให้ส่วนลดกับลูกค้าเบื้องต้น 3. ความรู้ด้านการขายและบริการ |
- คอมพิวเตอร์ - ภาษาอังกฤษ |
- มีศิลปะในการพูด - มีทัศนะคติที่ดีในการทำงาน - แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี - บุคลิกภาพดี - มนุษยสัมพันธ์ดี |
คุณสมบัติอื่นๆ (Others)
|
ผู้จัดทำ (Prepare By) |
ผู้อนุมัติ (Approved By) |
ผู้ดำรงตำแหน่ง (Acknowledged By) |
(…..........................................) วันที่........../........./.......... |
(…..........................................) วันที่........../........./.......... |
(…..........................................) วันที่........../........./.......... |
JD-RT-005 Housing Expert
JD-RT-006 พนักงานขาย Landscape
|
ชื่อตำแหน่ง (ไทย) |
พนักงานขาย |
ชื่อตำแหน่ง (อังกฤษ) |
Landscape |
|
แผนก |
ฝ่ายขาย / Landscape |
ฝ่าย |
ขาย |
|
ผู้บังคับบัญชา |
ผู้จัดการแผนกขาย / ผู้จัดการสาขา |
ระดับตำแหน่งงาน |
|
วัตถุประสงค์ของตำแหน่ง (Job Purpose)
รับผิดชอบงานขายสินค้าในพื้นที่ Landscape ดูแลความเป็นระเบียบ ความสวยงามของพื้นที่แสดงสินค้า บริหารสินค้าหน้าร้าน ให้คำแนะนำลูกค้า ติดตามการขาย และประสานงานการจัดส่งสินค้า เพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าและบรรลุเป้าหมายยอดขายของบริษัท
หน้าที่และความรับผิดชอบหลัก (Key Responsibilities)
|
หน้าที่หลัก/กิจกรรมหลัก (Key Responsibilities and Activities) |
รายละเอียดของหน้าที่ |
|
1. ดูแลพื้นที่ขายและภาพลักษณ์ร้าน |
|
|
2. การจัดแสดงสินค้า (Display) |
|
|
3. การขายและให้คำปรึกษาลูกค้า |
|
|
4. การบริหารสินค้า |
|
|
5. การดูแลลูกค้าและการขยายฐานลูกค้า |
|
|
6. การส่งเสริมการขาย |
|
|
7. การติดตามการชำระเงิน |
|
|
8. การประสานงานจัดส่งสินค้า |
|
|
9. การสรุปยอดขาย |
|
|
10. การบริการหลังการขาย |
|
คุณสมบัติของตำแหน่ง (Job Specification)
วุฒิการศึกษา
-
ปวช. / ปวส. / ปริญญาตรี สาขาที่เกี่ยวข้อง
ประสบการณ์การทำงาน
-
มีประสบการณ์ด้านงานขายจะพิจารณาเป็นพิเศษ
ทักษะที่จำเป็น
-
ทักษะการขายและการเจรจาต่อรอง
-
ทักษะการบริการลูกค้า
-
ทักษะการสื่อสาร
-
การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า
-
การทำงานเป็นทีม
ตัวชี้วัดผลการปฏิบัติงาน (KPI)
ตัวอย่าง KPI เช่น
-
ยอดขายตามเป้าหมาย
-
ความพึงพอใจของลูกค้า
-
ความถูกต้องของการบันทึกการขาย
-
ความเรียบร้อยของพื้นที่ขาย
-
อัตราการรักษาฐานลูกค้า
อำนาจหน้าที่ (Authority)
-
สนอแนวทางการจัด Display สินค้า
-
ให้คำแนะนำสินค้าแก่ลูกค้า
-
ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาให้ลูกค้า
คุณสมบัติอื่นๆ (Others)
1. คุณสมบัติด้านพฤติกรรมและบุคลิกภาพ เช่น
-
มีมนุษยสัมพันธ์ดี
-
มีใจรักงานบริการ
-
มีความรับผิดชอบและความซื่อสัตย์
-
มีความละเอียดรอบคอบ
-
สามารถทำงานภายใต้แรงกดดันได้
-
มีความกระตือรือร้นในการขาย
2. คุณสมบัติด้านร่างกาย (Physical Requirement)
เนื่องจากงาน Landscape มักอยู่กลางแจ้ง เช่น
-
สามารถทำงานกลางแจ้งได้
-
สามารถเดินตรวจพื้นที่หรือยกจัดสินค้าได้ในบางกรณี
3. ความรู้พื้นฐานที่ต้องมีในการปฏิบัติงาน เช่น
-
ความรู้เกี่ยวกับสินค้า Landscape เช่น หินตกแต่ง อิฐบล็อก กระเบื้องทางเดิน หรือวัสดุตกแต่งสวน
-
ความรู้เกี่ยวกับการจัดพื้นที่ Landscape หรือการตกแต่งพื้นที่ภายนอก
-
ความรู้ด้านการขายและการบริการลูกค้า
-
ความรู้เกี่ยวกับโปรโมชั่นหรือเงื่อนไขการขายของบริษัท
4. คุณสมบัติที่เป็นข้อได้เปรียบ เช่น
-
มีประสบการณ์ขายวัสดุก่อสร้าง
-
มีความรู้เรื่องการจัดสวนหรือ Landscape
-
สามารถใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์พื้นฐานได้
-
มีใบขับขี่รถยนต์ (กรณีต้องไปดูหน้างานลูกค้า)
|
ผู้จัดทำ (Prepare By) |
ผู้อนุมัติ (Approved By) |
ผู้ดำรงตำแหน่ง (Acknowledged By) |
(…..........................................) วันที่........../........./.......... |
(…..........................................) วันที่........../........./.......... |
(…..........................................) วันที่........../........./.......... |
WI : Service Division
WI-SA1-001 การจัดทำใบ Back Order
การจัดทำใบ Back Order
1. วัตถุประสงค์
- เอกสารนี้จัดทำขึ้นเพื่อควบคุมมาตรฐานในการปฏิบัติงานของ แผนกค้าส่ง-โครงการ ในเรื่องของ “การจัดทำใบเสนอราคา” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเสนอราคา P-WS-3 เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในด้านการเสนอราคาที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ในการพิจารณาสั่งซื้อสินค้า
2. ขอบเขต
- -
3. หน้าที่และความรับผิดชอบ
3.1 ผู้อำนวยการฝ่ายขาย
- พิจารณาอนุมัติใบเสนอราคา
3.2 ผู้จัดการส่วนค้าส่งโครงการ
- รับผิดชอบเป้าการขาย
3.3 พนักงานขาย (พนักงานขายนอกสำนักงาน / พนักงานขายในสำนักงาน)
- นำเสนอขายต่อลูกค้า
- จัดทำรายงานการปฏิบัติงานประจำวัน
- จัดทำใบเสนอราคา
3.4 ธุรการขาย
- บันทึกทะเบียนใบเสนอราคา
- ประสานงานด้านการขาย
4. คำจำกัดความ
- บริษัทฯ หมายถึง บริษัท นพดลพานิช จำกัด
- ลูกค้าส่วนค้าส่งโครงการ หมายถึง ลูกค้าโครงการ, บ้านจัดสรร, ร้านค้า และหน่วยงานราชการ ที่มีการสั่งซื้อเป็นประจำ
- พนักงานขาย หมายถึง พนักงานที่ออกปฏิบัติงานนอกสถานที่ และพนักงานที่ปฏิบัติงานในสำนักงาน
- ธุรการขาย หมายถึง พนักงานที่ประจำในสำนักงานเพื่อประสานงานด้านการขายระหว่างภายในและภายนอกองค์กร และบันทึกทะเบียนข้อมูล ต่าง ๆ ของแผนก
5. เอกสารที่เกี่ยวข้อง
- -
6. ขั้นตอนการปฏิบัติงาน
7. รายละเอียดขั้นตอนการปฏิบัติงาน
7.1 กรณีโทรศัพท์สั่งซื้อสินค้า หรือโทรศัพท์ขอราคา
- ให้บันทึกข้อมูลการรับคำสั่งจากการโทรศัพท์ลงใน ใบแบบฟอร์มบันทึกข้อตกลงกับลูกค้า (RT3-F01)
- จัดทำใบเสนอราคา (WS3-F01) ในระบบ BC ดังนี้
- เข้าระบบ BC ด้วย รหัสผ่านของพนักงานขาย
- เลือกคำสั่ง “ จัดขาย ”
- เลือกคำสั่ง “ บันทึกใบเสนอราคาสินค้า ”
- เลือกเงื่อนไขการขาย ดังนี้
- QCV คือ ขายเชื่อ รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
- QHV คือ ขายสด รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
- บันทึกข้อมูลการรับคำสั่งซื้อลงใน รายการใบเสนอราคา (WS3-F01)
- บันทึกข้อมูลใบเสนอราคา (F-WS-301) และสั่งพิมพ์
7.2 กรณีมีการส่งโทรสารใบสั่งซื้อ
มีการทราบราคาแล้วในเบื้องต้น หรือมีการสั่งซื้อมาแล้วระยะหนึ่ง ให้จัดทำใบเสนอราคาในระบบ BC ประกบกับใบสั่งซื้อ ก่อนออกเอกสารการสั่งขายทุกครั้ง
ให้นำข้อมูลจาก ใบสั่งซื้อของลูกค้า จัดทำเป็นใบเสนอราคา (WS3-F01) ในระบบ BC ดังนี้
- เข้าระบบ BC ด้วย รหัสผ่านของพนักงานขาย
- เลือกคำสั่ง “ จัดขาย ”
- เลือกคำสั่ง “ บันทึกใบเสนอราคาสินค้า ”
- เลือกเงื่อนไขการเสนอราคา ดังนี้
- QCV คือ ขายเชื่อ รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
- QHV คือ ขายสด รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
- QCN คือ ขายเชื่อ ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
- บันทึกข้อมูลการรับคำสั่งซื้อลงใน รายการใบเสนอราคา
- บันทึกข้อมูลใบเสนอราคา และสั่งพิมพ์
7.3 กรณีส่งโทรสารด้วยใบขอราคา
เพื่อขอทราบราคาเบื้องในการพิจารณาซื้อ ให้จัดทำใบเสนอราคา (WS3-F01) ด้วยระบบ BC ดังนี้
- เข้าระบบ BC ด้วย รหัสผ่านของพนักงานขาย
- เลือกคำสั่ง “ จัดขาย ”
- เลือกคำสั่ง “ บันทึกใบเสนอราคาสินค้า ”
- เลือกเงื่อนไขการขาย ดังนี้
- QCV คือ ขายเชื่อ รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
- QHV คือ ขายสด รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
- QCN คือ ขายเชื่อ ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
- บันทึกข้อมูลการรับคำสั่งซื้อลงใน รายการใบเสนอราคา (WS3-F01)
- บันทึกข้อมูลใบเสนอราคา (WS3-F01) และสั่งพิมพ์
หมายเหตุ
- กรณีเป็นการจัดทำใบเสนอราคา (WS3-F01) เพื่อแก้ไข จากการต่อรองจากลูกค้าให้ระบุการ REVICE ครั้งใหม่ทุกครั้ง
- พนักงานขายนำเสนอเพื่อขออนุมัติ โดยผ่านหัวหน้าแผนก, ผู้จัดการส่วนค้าส่ง และผู้อำนวยการฝ่าย
- กรณีที่ไม่ผ่านการพิจารณาอนุมัติให้ย้อนไปแก้ไขในขั้นตอนการจัดทำใบเสนอราคา (WS3-F01) เพื่อนำเสนอเพื่อขออนุมัติ
- กรณีที่ผ่านการพิจารณาอนุมัติให้นำใบเสนอราคา (WS3-F01) ลงบันทึกในทะเบียนบันทึกใบเสนอราคา (WS3-F02)
- กรณีผู้อำนวยการฝ่ายไม่อยู่ให้ ผู้จัดการส่วนค้าส่ง สามารถอนุมัติแทนได้
3. พนักงานธุรการขาย บันทึกใบเสนอราคา (WS3-F01) ในทะเบียนบันทึกใบเสนอราคา (WS3-F02) พร้อมทั้งกำหนดสถานะของใบเสนอราคา (WS3-F01) ในกรณีที่ลูกค้าตอบรับการเสนอราคาให้ดึงไปทำใบสั่งขาย (F-WS-404)
8. แบบฟอร์มที่เกี่ยวข้อง
- ใบเสนอราคา
- ทะเบียนบันทึกใบเสนอราคา
WI-SA1-002 การเสนอขายและรับคำสั่งขาย
1. วัตถุประสงค์
- ระเบียบปฏิบัติฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ฝ่ายขายถือเป็นแนวทางในการปฎิบัติใน การให้บริการและรับข้อตกลง ของลูกค้า ให้สามารถปฎิบัติในทิศทางเดียวกัน อย่างมีประสิทธิภาพ และบรรลุ KPI ในเรื่องการเสนอขายและรับคำสั่งซื้อ
2. ขอบข่าย
- ใช้เป็นกรอบแนวทางการปฎิบัติเพื่อการให้บริการและรับข้อตกลง เฉพาะกลุ่มลูกค้าที่ซื้อสินค้าโดยการชำระเงินทันทีหรือเก็บเงินปลายทางเมื่อส่งสินค้าถึงหน่วยงานไม่รวมถึงลูกค้าที่ซื้อ –ขายเป็นเงินเชื่อ
3. คำจำกัดความ
- ผจก.ค้าปลีก หมายถึง ผู้จัดการค้าปลีกที่ดูแลในส่วนของการค้าปลีก
- Division หมายถึง หัวหน้าฝ่ายขาย/หัวหน้าฝ่ายบริการ
- Duty Manager หมายถึง ผู้จัดการประจำวัน
- พนักงานขาย หมายถึง พนักงานประจำสินค้า (CA) / พนักงานลูกค้าสัมพันธ์ (CR)
- แคชเชียร์ (CH) หมายถึง พนักงานเก็บเงินในส่วนของการขายปลีก
- POS หมายถึง เครื่องบันทึกการรับเงินโดยการยิงผ่านเครื่องอ่านบาร์โค๊ด
4. หน้าที่และความรับผิดชอบ
- ผจก.ค้าปลีก มีหน้าที่ พิจารณาอนุมัติใบเสนอราคา
- Division มีหน้าที่ ตรวจสอบความเตรียมพร้อมในการให้บริการ
- Duty Manager มีหน้าที่
- Morning Brief แจ้งข่าวสารประจำวัน
- แก้ไขสถานการณ์ประจำวันที่เกิดขึ้น
- รับทราบปัญหาพร้อมดำเนินการแก้ไข
- ตรวจสอบตามแบบฟอร์ม Check List ประจำวัน
- พนักงานขาย มีหน้าที่
- ให้บริการลูกค้า พร้อมทั้งคำแนะนำและตอบข้อซักถามของลูกค้า
- จัดทำเอกสารในการขายต่างๆ ได้แก่ ใบสั่งขาย ใบสั่งจองสินค้า ใบเสนอราคา ใบ Back Order
- เตรียมความพร้อมการบริการ
- แคชเชียร์ มีหน้าที่
-
เก็บเงินและตรวจนับให้ถูกต้อง ตรวจสอบความถูกต้องของสินค้าที่ลูกค้านำมาชำระ
-
5. ขั้นตอนการปฏิบัติงาน
การเสนอขายและการรับใบสั่งซื้อ แบ่งการพิจารณาตามการสั่งซื้อของลูกค้า แยกเป็น 4 กรณี คือ
5.1 กรณีที่ 1 ลูกค้าเลือกซื้อสินค้าเอง
ขั้นตอนการทำงาน
- ลูกค้าเลือกสินค้า ในส่วนของโฮมมาร์ทแม็กซ์ จะเป็นส่วนที่ลูกค้าสามารถเลือกซื้อสินค้าเองได้ตามชั้นวาง และที่เก็บสินค้า ซึ่งแบ่งออกเป็นหมวดหมู่
- นำสินค้าบันทึกการขายจุด POS เมื่อลูกค้าได้เลือกสินค้าที่ตนเองต้องการแล้ว ก็จะนำสินค้าดังกล่าว มายังจุดรับชำระเงิน ซึ่ง ณ จุดนี้จะมีพนักงาน CH บริการแก่ลูกค้า
- ทำการบันทึกการขาย สอบถามบัตรสมาชิกในขั้นตอนการชำระเงินพนักงาน CH จะทำการสอบถามถึงบัตรสมาชิกของลูกค้า เพื่อเป็นยอดในการ สะสมแต้มของบริษัท ในการแลกของรางวัลต่าง ๆ จากนั้นก็จะทำการคิดค่าสินค้า Scan Barcode โดยใช้ระบบ POS และบอกจำนวนเงินที่ลูกค้าต้องชำระให้ลูกค้า
- ชำระค่าสินค้า เมื่อพนักงาน CH ได้แจ้งยอดค่าสินค้าให้กับลูกค้าแล้ว ลูกค้าก็จะทำการชำระค่าสินค้าดังกล่าว ให้กับ พนักงาน พนักงาน CH จะทำการนับเงินและจะทวนจำนวนเงินที่ลูกค่าส่งมอบให้แก่ลูกค้าอีกครั้ง ในกรณีที่มีเงินทอนพนักงาน CH ก็จะทำการทวนยอดเงินทออนให้กับลูกค้าอีกครั้ง
- จ่ายสินค้าให้กับลูกค้า เมื่อพนักงาน CH ได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่ 4 แล้ว ก็จะมอบสินค้าให้กับลูกค้าพร้อม ใบเสร็จรับเงินอน่างย่อให้กับลูกค้า และกล่าวขอบคุณลูกค้า
5.2 กรณีที่ 2 ลูกค้าสั่งสินค้า ณ จุด CR
ผู้รับผิดชอบ กระบวนการ เอกสารที่เกี่ยวข้อง
ขั้นตอนการทำงาน
- รับคำสั่งซื้อจากลูกค้า ในกรณีที่ลูกค้าต้องการสินค้าจำนวนมาก ต้องการใช้บัตรเครดิต และต้องรับสินค้าหลายที่เก็บ พนักงาน CR จะเป็นผู้ดำเนินการออกเอกสารและรับคำสั่งซื้อของลูกค้า
- ตรวจสอบสินค้า เมื่อรับคำสั่งซื้อจากลูกค้าว่าลูกค้าต้องการสินค้าใด จำนวนเท่าไหร่ พนักงาน CR ก็จะทำการตรวจสอบสินค้าในคลัง ว่ามีสต๊อคสินค้าเพียงพอกับความต้องการของลูกค้าหรือไม่ในกรณีไม่มีสินค้าเพียงพอกับความต้องการของลูกค้าก็จะเข้าไปสู่กรณีที่ 4 สินค้าไม่มีใน Stock ในกรณีที่มีสินค้าเพียงพอต่อความต้องการของลูกค้าก็จะเข้าสู่ขั้นตอนต่อไป
-
- แจ้งราคาสินค้าให้กับลูกค้า จากนั้นพนักงาน CR จะทำการแจ้งราคาสินค้าให้กับลูกค้าได้รับทราบ
- ลูกค้าพิจารณาราคา ต่อรองเมื่อลูกค้าได้รับทราบราคาสินค้าแล้วก็จะพิจารณาราคา และต่อรองราคาสินค้า ในกรณีที่ลูกค้าต่อรองราคาพนักงาน CR จะทำการพิจารณาได้ในราคา 1 และ ราคา 2 ระดับราคาที่ทางร้านกำหนดเป็นมาตรฐานไว้ หากต้องกำหนดราคาที่ตำกว่าราคา 2 ให้ผ่านการอนุมัติและเห็นชอบจากระดับผู้จัดการร้าน Servise Division / Sale Division/ ผู้อำนวยการ และแจ้งราคาที่สามารถ
ลดราคาได้ให้กับลูกค้า จนลูกค้าพึงพอใจ ในกรณีที่ลูกค้าไม่ต่อรองราคาและมีความพึงพอใจในราคานั้นก็จะเข้าสู่ขั้นตอนต่อไป - การให้ส่วนลดลูกค้าที่ตำกว่าราคา 2 และมีการเสนอขายลูกค้าเกิดการขายขาดทุนขึ้น พนักงานและผู้จัดการจะต้องรับผิดชอบส่วนต่างที่อาจจะเกิดขึ้น
- ออกเอกสารใบสั่งขาย ใบสั่งจองสินค้าเมื่อลูกค้าพึงพอใจในด้านสินค้าและราคาแล้ว พนักงานขาย CR ก็จะทำการออกเอกสาร FM-WS-002 ใบสั่งขาย หรือ F-RT-302 ใบสั่งจองสินค้า
-
- พิจารณาการจัดส่ง เมื่อออกเอกสารแล้วพนักงานขาย CR จะสอบถามการรับสินค้าแก่ลูกค้า ว่าลูกค้าต้องการรับสินค้าด้วยตนเอง หรือต้องการให้บริษัทฯ ส่งสินค้าให้กับลูกค้า
กรณีที่ลูกค้าต้องการรับสินค้าด้วยตนเอง
-
- พนักงาน CR จัดทำใบหยิบสินค้า เพื่อให้พนักงานคลัง จัดสินค้าตามใบหยิบสินค้า
- แจ้งให้ลูกค้าชำระค่าสินค้า
- ให้พนักงาน CH รับชำระค่าสินค้า พร้อมออกเอกสารใบกำกับภาษีให้กับลูกค้า
- ส่งมอบเอกสารใบกำกับภาษีให้กับลูกค้าเพื่อนำเอกสารไปรับสินค้า
- ลูกค้านำเอกสารใบกำกับภาษีไปรับสินค้า เข้าสู่กระบวนการเตรียมและจ่ายสินค้าต่อไป
- กรณีลูกค้ายังไม่มารับสินค้า ให้ออกเป็นใบมัดจำก่อนเสมอ
กรณีที่ลูกค้าต้องการให้บริษัทฯ เป็นผู้จัดส่งสินค้าให้
-
- พนักงาน CR แจ้งให้ลูกค้าชำระค่าสินค้า หรือ รับเงินมัดจำ ค่าสินค้าให้กับลูกค้า
- พนักงาน CR จัดทำเอกสาร F-DS-101 ใบเข้าคิวขนส่ง
- ส่งเอกสาร FM-WS-002 ใบสั่งขาย หรือ F-RT-302 ใบสั่งจองสินค้า F-DS-101 ใบเข้าคิวขนส่ง ให้แผนกจัดส่ง
- เข้าสู่กระบวนการวางแผนงานจัดส่ง
5.3 กรณีที่ 3 ลูกค้าต้องการใบเสนอราคา
ผู้รับผิดชอบ กระบวนการ เอกสารที่เกี่ยวข้อง
ขั้นตอนการทำงาน
- รับคำสั่งซื้อจากลูกค้า CA CR การรับคำสั่งซื้อจากลูกค้า จะมีการรับคำสั่งซื้อจากพนักงาน CA ซึ่งในการรับคำสั่งซื้อของ พนักงาน CA จะต้องจัดทำใบขอตกลงกับลูกค้า และต้องให้ทาง Section Manager เป็นผู้ทำการตรวจสอบราคา เมื่อตรวจสอบราคาแล้ว ก็นำเอกสารส่งให้กับทางพนักงาน CR จัดทำใบเสนอราคา ส่วนในด้านการรับคำสั่งซื้อของ CR นั้นสามารถกระทำได้โดยไม่ต้องผ่านSection Manager
- จัดทำใบเสนอราคา เมื่อได้ผ่านกระบวนการต่าง ๆ ตามข้อ 1 แล้ว พนักงาน CR จะจัดทำเอกสาร F-ws-301 ใบเสนอราคา ตามสินค้าที่ลูกค้าต้องการ
- Division พิจารณาอนุมัติหลังจากที่จัดทำจัดทำเอกสาร F-ws-301 ใบเสนอราคา แล้ว พนักงาน CR จะทำการส่งมอบให้กับ Division เพื่อพิจารณาอนุมัติเอกสาร F-WS-301 ใบเสนอราคา เมื่ออนุมัติแล้วก็จะเข้าสู่ขั้นตอนต่อไป
- ส่งเอกสารใบเสนอราคาให้กับลูกค้า พนักงาน CR CA จะส่งมอบเอกสาร F-WS-301 ใบเสนอราคา ให้กับลูกค้า
- ลูกค้าพิจารณาราคา ต่อรองราคา เมื่อลูกค้าได้รับเอกสาร F-WS-301 ใบเสนอราคา จะทำการพิจารณาราคา เปรียบเทียบ และทำการต่อรองราคากับพนักงานขาย ซึ่งหากมีการต่อรองราคาลูกค้าต้องการให้ลดราคาลงอีก ก็จะกลับไปเริ่มกระบวนการในข้อ 1 อีกครั้ง หากลูกค้าพึงพอใจในราคาที่เสนอก็จะเข้าสู่ขั้นตอนต่อไป
- ออกเอกสารใบสั่งจองสินค้า เมื่อลูกค้าตกลงและยอมรับราคาในเอกสารใบเสนอราคาแล้ว พนักงานขายก็จะดำเนินการ ออกเอกสาร F-RT-302 ใบสั่งจองสินค้า เพื่อเข้าสู่กระบวนการต่อไป
- พิจารณาการจัดส่ง เมื่อออกเอกสารแล้วพนักงานขาย CR จะสอบถามการรับสินค้าแก่ลูกค้า ว่าลูกค้าต้องการรับสินค้าด้วยตนเอง หรือต้องการให้บริษัทฯ ส่งสินค้าให้กับลูกค้า
กรณีที่ลูกค้าต้องการรับสินค้าด้วยตนเอง
-
- พนักงาน CR จัดทำใบหยิบสินค้า เพื่อให้พนักงานคลัง จัดสินค้าตามใบหยิบสินค้า
- แจ้งให้ลูกค้าชำระค่าสินค้า
- ให้พนักงาน CH รับชำระค่าสินค้า พร้อมออกเอกสารใบกำกับภาษีให้กับลูกค้า
- ส่งมอบเอกสารใบกำกับภาษีให้กับลูกค้าเพื่อนำเอกสารไปรับสินค้า
- ลูกค้านำเอกสารใบกำกับภาษีไปรับสินค้า เข้าสู่กระบวนการเตรียมและจ่ายสินค้าต่อไป
กรณีที่ลูกค้าต้องการให้บริษัทฯ เป็นผู้จัดส่งสินค้าให้
-
- พนักงาน CR แจ้งให้ลูกค้าชำระค่าสินค้า หรือ รับเงินมัดจำ ค่าสินค้าให้กับลูกค้า
- พนักงาน CR จัดทำเอกสาร F-DS-101 ใบเข้าคิวขนส่ง
- ส่งเอกสาร FM-WS-002 ใบสั่งขาย หรือ F-RT-302 ใบสั่งจองสินค้า F-DS-101 ใบเข้าคิวขนส่ง ให้แผนกจัดส่ง
- เข้าสู่กระบวนการวางแผนงานจัดส่ง
5.4 กรณีที่ 4 สินค้าไม่มีในสต๊อค
ขั้นตอนการทำงาน
- รับคำสั่งซื้อจากลูกค้า พนักงานขายทำการรับคำสั่งซื้อสินค้าจากลูกค้า
- ตรวจสอบสินค้า พนักงานทำการตรวจสอบสินค้า หากพบว่าสินค้ามีเพียงพอที่ลูกค้าต้องการ ให้เข้าสู่กรณีที่ 2 ในกรณีที่ไม่มีสินค้าในคลัง พนักงานขายทำการแจ้งลูกค้า หากลูกค้าต้องการจะเป็นสั่งสินค้าเป็นพิเศษให้กับลูกค้า เมื่อลูกค้าตกลงก็จะเข้าสู่ขั้นตอนที่ 3 ต่อไป
- จัดทำเอกสารใบรับข้อตกลงลูกค้า เมื่อลูกค้ายินยอมให้พนักงานดำเนินการสั่งสินค้าให้กับลูกค้า พนักงานขายจะต้องทำเอกสาร FM-SA-003 ใบบันทึกรับข้อตกลงของลูกค้า ไว้เป็หนหลักฐาน จากนั้นเก็จะเข้าสู่ขั้นตอนต่อไป
- จัดทำใบ Back Order เมื่อพนักงานได้ทำการบันทึก FM-SA-003 ใบบันทึกรับข้อตกลงของลูกค้า แล้ว ก็จะจัดทำ FM-WS-003 ใบ Back Order และจัดพิมพ์ใบกำกับสินค้า FM-GR-003 ใบกำกับสินค้า Back Order
- เปลี่ยนใบ Back Order เป็นเอกสารใบสั่งขาย/สั่งจองสินค้า เมื่อจัดทำเอกสารในข้อ 4 เสร็จแล้ว พนักงานก็จะทำการ Transfer เอกสารดังกล่าว เป็น FM-WS-002 ใบสั่งขาย หรือ F-RT-302 ใบสั่งจองสินค้า เพื่อดำเนินการแจ้งยอดเงินมัดจำ 30 % ของราคาสินค้า กับลูกค้า
- เก็บเงินมัดจำ 30% ของมูลค่าสินค้าทั้งหมด เมื่อดำเนินด้านเอกสารเสร็จ พนักงานก็จะแจ้งเก็บยอดเงินมัดจำค่าสินค้าที่สั่งให้กับ
- ลูกค้าในอัตรา 30% ของมูลค่าสินค้า และจัดส่งให้พนักงาน CH ออกเอกสารให้กับลูกค้าไว้เป็นหลักฐานในการมารับสินค้าและชำระเงินที่คงค้างหลังจากมัดจำแล้ว 30%
- ส่งเอกสารให้จัดซื้อ พนักงานขายจะทำการส่งเอกสาร FM-WS-003 ใบ Back Order และจัดพิมพ์ใบกำกับสินค้า FM-GR-003 ใบกำกับสินค้า Back Order ให้กับแผนกจัดซื้อ เพื่อดำเนินการสั่งซื้อสินค้าให้กับลูกค้า
- สินค้าที่สั่งซื้อมีการรับเข้า เมื่อสินค้าที่สั่งซื้อเข้ามาได้รับเข้าตามเอกสาร FM-GR-005 ใบบันทึกผลการตรวจรับสินค้าเข้าคลังซึ่งได้รับแจ้งจากทางแผนกตรวจรับสินค้า ทาง E-Mail หรือทางโทรศัพท์ พนักงานขายก็จะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
- แจ้งลูกค้าเพื่อรับสินค้า เมื่อได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าที่สั่งพิเศษ ได้มีการรับเข้าแล้ว พนักงานขายก็จะทำการแจ้งให้ลูกค้าทราบเพื่อมารับสินค้า พร้อมแจ้งยอดค้างชำระค่าสินค้าแก่ลูกค้า
- พิจารณาการจัดส่ง เมื่อออกเอกสารแล้วพนักงานขาย CR จะสอบถามการรับสินค้าแก่ลูกค้า ว่าลูกค้าต้องการรับสินค้าด้วยตนเอง หรือต้องการให้บริษัทฯ ส่งสินค้าให้กับลูกค้า
กรณีที่ลูกค้าต้องการรับสินค้าด้วยตนเอง
-
- พนักงาน CR จัดทำใบหยิบสินค้า เพื่อให้พนักงานคลัง จัดสินค้าตามใบหยิบสินค้า
- แจ้งให้ลูกค้าชำระค่าสินค้า
- ให้พนักงาน CH รับชำระค่าสินค้า พร้อมออกเอกสารใบกำกับภาษีให้กับลูกค้า
- ส่งมอบเอกสารใบกำกับภาษีให้กับลูกค้าเพื่อนำเอกสารไปรับสินค้า
- ลูกค้านำเอกสารใบกำกับภาษีไปรับสินค้า เข้าสู่กระบวนการเตรียมและจ่ายสินค้าต่อไป
กรณีที่ลูกค้าต้องการให้บริษัทฯ เป็นผู้จัดส่งสินค้าให้
-
- พนักงาน CR แจ้งให้ลูกค้าชำระค่าสินค้า หรือ รับเงินมัดจำ ค่าสินค้าให้กับลูกค้า
- พนักงาน CR จัดทำเอกสาร F-DS-101 ใบเข้าคิวขนส่ง
- ส่งเอกสาร F-WS-404 ใบสั่งขาย หรือ F-RT-302 ใบสั่งจองสินค้า F-DS-101 ใบเข้าคิวขนส่ง ให้แผนกจัดส่ง
- เข้าสู่กระบวนการวางแผนงานจัดส่ง
6. เอกสารที่เกี่ยวข้อง
- PM-CH-001 การรับเงินผ่านจุด POS
- FM-WS-002 ใบสั่งขาย
- F-RT-302 ใบสั่งจองสินค้า
- F-DS-101 ใบเข้าคิวขนส่ง
- F-WS-301 ใบเสนอราคา
- FM-SA-003 ใบบันทึกรับข้อตกลงของลูกค้า
- FM-WS-003 ใบ Back Order
- FM-GR-003 ใบกำกับสินค้า Back Order
- FM-GR-005 ใบบันทึกผลการตรวจรับสินค้าเข้าคลัง
- FM-CH-001 ใบเสร็จรับเงิน
รูปแบบใบหยิบที่ไม่ถูกต้อง
ไม่มีการกรอกรายละเอียด จำนวน / ชื่อผู้จัด
- เมื่อพนักงานจัดสินค้าไม่ได้ทำการกรอกรายละเอียดข้อมูลในใบหยิบจะทำให้ไม่ทราบจำนวนสินค้าที่หยิบจริง - เสี่ยงต่อการหยิบขาด หยิบเกิน
- ไม่รู้ว่าใครเป็นผู้หยิบ ตรวจสอบย้อนหลังไม่ได้
- เมื่อต้องตรวจเช็คสินค้า - ไม่มีข้อมูลอ้างอิง เสียเวลาตรวจนับใหม่
- ทำให้กระบวนการจัดส่งล่าช้า กระทบต่อกำหนดการส่งสินค้าให้กับลูกค้า
- หากลูกค้าได้รับสินค้าผิด - เกิดข้อร้องเรียน กระทบต่อภาพลักษณ์บริษัท
รูปแบบใบหยิบที่ถูกต้อง
กรอกรายละเอียดในใบหยิบครบถ้วน
- ความถูกต้องของการจ่ายสินค้า ระบุจำนวนที่หยิบจริงลดความเสี่ยงการหยิบขาด/เกิน
- มีการลงชื่อผู้หยิบ/ผู้ตรวจเช็ค - หากเกิดปัญหาสามารถหาสาเหตุได้รวดเร็ว
- จ่ายสินค้าได้ถูกต้องครบถ้วน - ลดโอกาสการร้องเรียน
WI-SA1-003 การควบคุมสินค้า SPO และสินค้า Back Order
1. วัตถุประสงค์
กำหนดแนวทางและขั้นตอนการสั่งสินค้าสั่งพิเศษ (SPO) และสินค้าไม่มีในสต๊อก (Back Order) เพื่อ
-
ลดปริมาณสินค้าคงเหลือที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้
-
ป้องกันปัญหาสินค้าตกค้างจากการยกเลิกคำสั่งซื้อ การสั่งผิด หรือการทุจริต
-
ควบคุมการสั่งซื้อให้เป็นระบบ
- แยกกรณีใดออกไปเป็นเอกสารใหม่ WI-SA-010 คู่มือการขายสินค้าคอนกรีตซีแพค
2. ขอบข่าย
ใช้เป็นมาตรฐานการปฏิบัติงานสำหรับการสั่งซื้อสินค้าสั่งพิเศษ (SPO) และสินค้าไม่มีในสต๊อก (Back Order) ของ บริษัท นพดลพานิช จำกัด
3. อุปกรณ์/เครื่องมือ
- คอมพิวเตอร์ที่มีระบบ BC Account
4. หน้าที่ความรับผิดชอบ
| ตำแหน่ง | หน้าที่ |
| 1. พนักงานขาย |
1.1 อธิบายรายละเอียดและเงื่อนไข SPO ให้ลูกค้าทราบก่อนสั่งซื้อ พร้อมบันทึกในใบเสนอราคา (QCV, QCN 1.4 พนักงานขายแจ้งลูกค้าให้ทราบตั้งแต่ต้นเรื่องข้อตกลงการรับฝากสินค้า SPO ภายใน 30 วัน หากเกิน 30 วันจะมีการเรียกเก็บเงินค่าสินค้าเต็มจำนวนโดยรับเข้าเป็นมัดจำตามมูลค่าสินค้า |
| 2. เจ้าหน้าที่จัดซื้อ | 2.1 ตรวจสอบความถูกต้องของ Back Order และเงื่อนไขมัดจำ/ค่าขนส่ง 2.2 ประสานสั่งซื้อสินค้าที่ค้างส่งหรือฝากขายตามความเหมาะสม(กรณีลูกค้าสั่งผิดและขอทำฝากขายในนามลูกค้า) 2.3 เจรจากับ Supplier กรณีสินค้ามาก่อนกำหนดหรือสินค้าที่มีล๊อตการสั่งซื้อปริมาณมากแต่ลูกค้าทยอยรับตามงานที่ทำเสร็จ2.4 จัดซื้อสินค้าตาม Order โดยควบคุมไม่ให้เกิด Dead Stock |
| 3. เจ้าหน้าที่ตรวจรับสินค้า | 3.1 ตรวจสอบความถูกต้องก่อนรับเข้า 3.2 แจ้งพนักงานขายเพื่อติดตามการส่งมอบลูกค้าภายใน 30 วัน 3.3 แยกสินค้า SPO และติด Back Order ให้ชัดเจน |
| 4.พนักงานบัญชีสินค้าคงคลัง | 4.1 จัดการเรื่องการผ่อนผันค่าฝาก (ขอผ่อนผันได้ 1 ครั้ง ไม่เกิน 30 วัน) 4.2. คิดค่าฝากสินค้า 3% ของมูลค่า หากเกินกำหนดผ่อนผันหากเก็บลูกค้าไม่ได้ให้ตั้งหนี้พนักงานโดยหักจากเงินค่าคอมมิชชั่น (แจ้ง Support ให้รับทราบ) 4.3 ดำเนินการตั้งหนี้พนักงาน/ลูกค้า กรณีสินค้าสั่งผิดหรือไม่รับสินค้า |
5. คำจำกัดความ
- สินค้าสั่งพิเศษ (Special-Order Item) คือ สินค้าสั่งพิเศษ, สินค้าสั่งผลิต, สินค้าสั่งตัดเฉพาะงาน เช่น ผนังวิลลี่ , ไม้พื้นลามิเนต , ประตูไซด์พิเศษ เป็นต้น
- สินค้าไม่มีในสต๊อก (Back order) คือ สินค้าที่มีขายในร้านปกติแต่สินค้าหมดสต๊อกชั่วคราว แต่จะมีการสั่งสินค้ามาเพิ่มภายหลัง
(การสั่งสินค้า Backorder เป็นการจองสินค้าไว้ก่อน) - เงินรับมัดจำ (Deposit) หมายถึง เงินขั้นต้นจำนวนหนึ่งที่ผู้สั่งซื้อชำระแก่ผู้ขาย เพื่อเป็นหลักประกันยืนยันว่าผู้ซื้อจะไม่ยกเลิกคำสั่งซื้อในภายหลัง หากลูกค้ายกเลิกการรับสินค้าในภายหลัง จะไม่สามารถเรียกคืนเงินมัดจำได้ และพนักงานจะต้องออกใบจองสินค้า ควบคู่กับใบรับเงินมัดจำ เพื่อให้สามารถระบุสินค้าที่มัดจำไว้ได้
6. เอกสารที่เกี่ยวข้อง
- ใบสั่งขาย
- ใบสั่งจอง
- ใบรับเงินมัดจำ
-
Link นโยบายสินค้า SPO (ฉบับล่าสุด 2568)
7. ขั้นตอนการปฏิบัติงาน
7.1 ขั้นเตรียมการ
-
พนักงานขายรับคำสั่งซื้อ → อธิบายรายละเอียดและเงื่อนไขเป็นลายลักษณ์อักษรในใบเสนอราคา (QCV, QCN)
-
สอบถามกำหนดการรับสินค้าหรือการทยอยรับ → ส่งข้อมูลแผนการรับให้ฝ่ายบริหารสินค้าวางแผนการสั่งซื้อหรือ PASS ส่ง
-
ขอเอกสารยืนยันการสั่งซื้อ (E-mail, ลายเซ็น, e-signature, ใบสั่งซื้อของลูกค้า)
-
เรียกเก็บเงินมัดจำ
-
Back Order: มัดจำ ≥ 30%
-
PASS ส่ง: มัดจำ 100%
-
SPO: มัดจำ 100% (เว้นแต่ได้รับอนุมัติยกเว้น)
-
7.2 ขั้นดำเนินการ
1. ส่งเอกสารให้ฝ่ายจัดซื้อสั่งสินค้า
2. Supplier ส่งสินค้า → PASS ส่ง: ส่งตรงถึงลูกค้า
เข้าบริษัท: GR ตรวจรับ → โอนเข้าคลัง (SPO หรือ BOD) → แจ้งติดตามพนักงานขาย
3. พนักงานขายแจ้งลูกค้า → นัดรับหรือส่งมอบ พร้อมแจ้งยอดคงค้าง
4. ครบกำหนด 30 วันลูกค้าปฏิเสธการรับสินค้าเนื่องจากหน้างานไม่พร้อมพนักงานขายแจ้งเรียกเก็บเกินค่าสินค้า 100% ตามข้อตกลงที่ได้แจ้งลูกค้าไว้ตั้งแต่ตอนต้น ลูกค้าสามารถฝากสินค้าต่อได้อีก 30 วัน
5. เมื่อครบ 60 วัน ลูกค้ายังไม่มารับสินค้าฝ่ายขายแจ้งลูกค้าเพื่อคิดบริการค่าฝากสินค้า 3% ของมูลค่าสินค้า
4. ลูกค้ารับสินค้า/ชำระเงินคงค้าง → ออกบิลขาย
7.3 ขั้นควบคุมพิเศษ
-
ห้ามรับสินค้าสั่งพิเศษเข้าคลังก่อนกำหนดลูกค้าเกิน 30 วัน
-
เก็บค่าฝากสินค้า 3%/เดือน หากเกินกำหนด
-
ติดตามสถานะสินค้าค้างทุกวัน และรายงานทุกสัปดาห์
8. เงื่อนไขการมัดจำและการอนุมัติยกเว้น
| มูลค่าสินค้า | ผู้อนุมัติ |
|---|---|
| ≤ 100,000 บาท | หัวหน้าทีม/หัวหน้าแผนก |
| 100,001 - 500,000 บาท | ผู้จัดการฝ่ายขาย/ผู้จัดการสาขา |
| > 500,000 บาท | ผู้อำนวยการฝ่ายขาย |
| กรณีพิเศษ | กรรมการผู้จัดการ |
ยกเว้น: ส่วนงานราชการ (ต้องมีเอกสารการตั้งเบิก)
9. KPI และการควบคุมสต๊อก
-
KPI Rank C: สินค้าที่ขายน้อยกว่า 5% ของกลุ่ม ต้องดำเนินการนำออกหรือเปลี่ยนสถานะ
-
KPI Dead Stock 6 เดือน: สินค้าที่ไม่มีการซื้อซ้ำเกิน 6 เดือน ต้องผลักดันหรือส่งคืน
10. การแก้ปัญหา
-
ลูกค้ายกเลิก SPO → ดำเนินการส่งคืนด่วน
-
Supplier ส่งก่อนกำหนด → เลื่อนวันชำระเงินตามกำหนดเดิม
-
พนักงานลาออก → ทีมรับผิดชอบร่วมกันในค่าฝาก
11. ความรับผิดชอบกรณีผิดพลาด
1. พนักงานสั่งผิด: ผ่อนผัน 1 ครั้ง ครั้งละ 30 วัน หากยังขายสินค้าไม่ได้ ให้ตั้งหนี้และหักจากเงินเดือน/คอมมิชชั่น หรือฝากขายในนามพนักงาน
2. ลูกค้าสั่งผิด/ไม่รับของ: เรียกเก็บเงิน 100% หรือฝากขายในนามลูกค้า
3. ลูกค้าไม่มารับของตามกำหนด: ให้ติดตามแจ้งค่าฝากกับลูกค้า
12. กำหนดเวลาการรับสินค้าและส่งมอบ “สินค้าสั่งพิเศษ" (Special Order Item)
- ห้ามรับสินค้าเข้าคลังก่อนกำหนดนัดลูกค้าเกิน 30 วัน หากไม่มีหมายเหตุ หรือเหตุผลอันควรแจ้งล่วงหน้ากับแผนกบริหารสินค้าเมื่อสั่งซื้อ พนักงานขาย หรือพีซี ที่สั่งจะต้องรับผิดชอบค่าฝากสินค้า หรือมิฉะนั้นแผนก GR ก็ห้ามรับสินค้าเข้าคลัง
- ให้วางแผนร่วมกับลูกค้า ให้สามารถรับสินค้าเข้าไซต์งานภายใน 30 วัน หลังจากวันที่นัดส่ง หากผิดจากเงื่อนไขฝ่ายการเงินจะคิดค่าฝากสินค้า 3% จากมูลค่าสินค้าต่อเดือน โดยนับจากวันแรกที่เกิน ซึ่งจะหักจากเงินมัดจำที่ลูกค้าวางไว้
- หากลูกค้าไม่ยินยอมชำระ ให้หักค่าฝากสินค้า 3% นั้นจาก Incentive และ Commission ของพนักงานขาย
การคำนวณการหักค่าฝากสินค้าสั่งพิเศษ
1. แจ้งสถานะทุกสัปดาห์
มีการรายงานแจ้งสถานะการคิดค่าบริการฝากสินค้าสั่งพิเศษ (SPO) ทุกวันจันทร์ของสัปดาห์ โดยแผนกคอมพิวเตอร์จะส่งให้กับพนักงานทุกท่านได้ทราบทาง e-mail หรือสามารถติดตามได้จากรายงาน GR115 ประกอบ
2. คำนวนค่าบริการฝากสินค้า SPO ประจำเดือน
ทุกวันที่ 1 ของเดือน จะคำนวณสรุปค่าบริการฝากสินค้าสั่งพิเศษ (SPO) ของเดือนที่ผ่านมาระบบจะส่ง Mail รายงานสรุป ให้กับพนักงานได้ทราบ หรือสามารถติดตามได้จากรายงาน GR115 จากศูนย์กลางรายงาน
3. นำยอดคำนวณไปหักตามรอบการจ่าย Incentive
ทุกวันที่ 28 ของเดือน จะมีการคำนวณการจ่ายค่า Incentive และนำค่าบริการฝากสินค้าสั่งพิเศษ (SPO) ที่คำนวณไว้เมื่อวันที่ 1 มาหักจากค่า Incentive ที่พนักงานขายได้รับ
ข้อกำหนดในการจัดการปัญหาโดยทั่วไป
- กรณีลูกค้ายกเลิกสินค้า SPO ให้พนักงานขายติดตามส่งคืนร่วมกับบริหารสินค้าโดยด่วน
- หากไม่สามารถส่งคืนสินค้าให้ Supplier ได้ พนักงานขายมีหน้าที่ร่วมกับผู้จัดการทีมขายผลักดันสินค้าออกจากร้าน
- หากพนักงานลาออก ภาระค่าฝากสินค้าในแต่ละเดือนจะตกเป็นของทีมรับผิดชอบร่วมกัน หากไม่สามารถตกลงกันได้ ถือว่าหัวหน้าทีมจะต้องรับผิดชอบก่อน
- หากต้องการผ่อนผัน ให้วางแผนแก้ไขปัญหามาเสนอกรรมการผู้จัดการก่อนสิ้นเดือน มิฉะนั้นรายงานจะถูกส่งให้กรรมการผู้จัดการลงชื่อเพื่อดำเนินการหักเงิน Incentive ตามข้อตกลงนี้
กรณีที่ Supplier ส่งสินค้ามาก่อนกำหนด
ดังกล่าว บริษัทถือว่าเป็นการผลักภาระการสต๊อกสินค้า และจะถือว่ายังไม่ได้รับสินค้า โดยจะทดวันชำระเงินจากวันที่ครบกำหนดชำระจริงตามวันที่นัดส่งมอบเดิมตามใบสั่งซื้อ ด้วยจำนวนวันที่ส่งมาก่อนนัด
ตัวอย่าง
PO นัดรับวันที่ 31 มกราคม ครบกำหนดชำระในรอบบัญชี วันที่ 28 กุมภาพันธ์ Supplier ส่งสินค้ามาวันที่ 1 มกราคม ระบบคอมพิวเตอร์ จะคำนวณวันนัดชำระเงินใหม่ เป็นรอบบัญชี วันที่ 31 มีนาคม
กรณีปกติ
กรณีพนักงานขายหักเงินมัดจำกับสินค้าอื่นที่ไม่ได้จองไว้
ให้ใช้วิธีปฏิบัติงานการตัดเงินรับมัดจำ
กำหนด KPI เพื่อการควบคุม
- KPI สินค้า Rank C เป็นศูนย์
วัตถุประสงค์
เพื่อควบคุมไม่ให้สินค้าใหม่ที่ขายยาก หลุดเข้ามาค้างสต๊อคขายปลีก และเร่งให้ Vender รับคืนหรือเปลี่ยนสินค้าที่ขายดีมาแทน
กรรมวิธีวัดผล
ประมวลผลทุกวันอาทิตย์ตามยอดขายย้อนหลัง 12 สัปดาห์ (สามเดือน) จัดเรียงอันดับในแต่ละกลุ่มสินค้าย่อย (Sub Category) เฉพาะสินค้าสถานะ “สต๊อกขาย” (Sale Inventory/Re-Order) ไม่ว่าจะมีสต๊อคสินค้าหรือไม่ โดยการจัดอันดับนี้ไม่รวมยอดขายจากคลัง Drop-Ship (หรือคลังค้าส่ง) เพราะถือว่าสินค้าสต๊อคขายควรถูกประเมินจากการขายออกจากคลังค้าปลีกเท่านั้น หากนำยอดขายสินค้าจากการขาย Drop-Ship มาร่วมอาจทำให้เกณฑ์จัดอันดับคลาดเคลื่อนจากยอดขายงานโครงการซึ่งจะมียอดสั่งขายที่ไม่สม่ำเสมอ
โดย...
- A = สินค้าที่ยอดขายสูงสุดรวม 75% ของยอดขายรวมในกลุ่มสินค้าเดียวกัน
- B = สินค้าที่กินยอดขายอีก 20% ถัดมา
- C = สินค้าที่เหลือ ที่มียอดขายไม่ถึง 5% ของยอดขายทั้งกลุ่ม
ตามหลักการจะถือว่า Rank C เป็นสินค้าที่ขายไม่ดี ควรพิจารณานำสินค้าส่งคืน/เปลี่ยนสินค้าใหม่ที่ขายดีมาทดแทน หรือ เปลี่ยนสถานะเป็น “สินค้าสั่งพิเศษ” (Special-Order) หรือ “หยุดซื้อ” (Stop buy) ในกรณีเปลี่ยนสถานะ จะต้องดำเนินการติดตามการคืน หรือผลักดันสินค้าออกไป
แต่อีกนัยหนึ่ง เป็นไปได้ว่าสินค้าที่ขายไม่ดีเพราะไม่มีสต๊อคสินค้า จึงไม่เกิดการขายขึ้น จึงควรพิจารณาสภาพสินค้าที่ติด Rank C ในมุมของโอกาสในการเพิ่มยอดขายด้วยเช่นกัน
Action และ จุดควบคุม
สินค้าใหม่ที่ซื้อครั้งแรกเข้ามาไม่เกิน 1 ปีที่ติด Rank C ต่อเนื่อง 12 สัปดาห์จะต้องเป็นศูนย์ โดยทำรายงานแจ้งเตือนภายในสัปดาห์ที่ 12 และภายใน 30 วันจะต้องนำออกจากร้าน เว้นแต่ในกรณีพบว่า
- ขายไม่ดีเนื่องจากไม่มีสต๊อค
- เปลี่ยนสถานะเป็นสินค้าสั่งพิเศษ ซึ่งจะอนุญาติให้เหลือเพียงตัวโชว์ และจะถูกวัดผลใน KPI Dead stock 9 เดือนต่อไป
- KPI Dead Stock 6 เดือน
เพื่อควบคุมสินค้าสั่งพิเศษ, สินค้าสต๊อคขาย หรือสินค้าที่หยุดซื้อไปแล้วไม่มีการเคลื่อนไหวถูกติดตาม
เกณฑ์วัด
สินค้าที่ซื้อครั้งสุดท้ายเกินกว่า 6 เดือน ที่มีสต๊อคคงเหลือ แม้จะมีการขายอยู่ก็ตาม แปลว่าไม่มีการซื้อซ้ำ ควรถูกพิจารณาเปลี่ยนสถานะ หรือผลักดัน หรือส่งคืนออกจากระบบ
Action และ จุดควบคุม
- รายงานสินค้าสั่งพิเศษแจกแจงตามอายุคลัง นับจากวันที่รับเข้า โดยมูลค่าสินค้าสั่งพิเศษ ที่มีอายุเกิน 30 วันควรจะลดลงเรื่อยๆ โดยจะแจกแจงมูลค่าตามช่วงอายุทุกๆ 30 วัน แจกแจงตามรหัสคลัง แยก SPO และ AVL ด้วย
- มูลค่าสินค้าสั่งพิเศษที่จัดเก็บเข้า AVL ที่อายุเกิน 30 วัน ต้องถูกควบคุมป้องกันการผลักสินค้ามีปัญหาเข้าสู่ระบบ ขายปลีก
- รายงานการเรียกเก็บค่าฝากสินค้า
- โดยหักจากเงิน Incentive พนักงานขาย
- สินค้าห้าม Re-Order ที่มียอดสต๊อคอายุเกิน 30 วัน
WI-SA1-004 การให้บริการด้านการออกแบบ
1. วัตถุประสงค์
- เพื่อเป็นแนวทางในการบริการด้านการออกแบบและกำหนดมาตรฐานในด้านการรับงาน การส่งงาน เพื่อให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจในด้านการให้บริการของแผนก และเป็นแบบอย่างให้เหมือนกันทุกสาขา
2. ขอบข่าย
- ใช้เป็นกรอบแนวทางในการเพิ่มช่องทางในการขายปลีกและผลักดันสินค้าที่ค้างจำหน่ายให้มียอดขายเพิ่มขึ้น รวมไปถึงสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ
3. คำจำกัดความ
- Component หมายถึง องค์ประกอบหรือวัตถุที่นำมาตกแต่งในห้องที่ได้รับการสร้างขึ้นมา
- Material หมายถึง ลวดลายที่นำมาตกแต่งใส่ลงในวัตถุที่ได้สร้างขึ้นมา
- Render หมายถึง การปับสภาพของแสงในห้องที่เราสร้างขึ้นให้มีความเสมือนจริง และให้ดูมีความเป็นธรรมชาติ
4. หน้าที่และความรับผิดชอบ
Design Consultant
- รับความต้องการของลูกค้า
- ให้คำปรึกษาด้านการเลือกใช้กระเบื้อง
- ออกแบบให้ลูกค้าและคำนวณจำนวนกระเบื้องที่ต้องใช้ทั้งหมด
พนักงานประจำสินค้า / PC
- แนะนำสินค้า
5. ขั้นตอนการปฏิบัติงาน
ผู้รับผิดชอบ กระบวนการ เอกสารที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดขั้นตอนการปฏิบัติงาน
5.1. พนักงานขายรับความต้องการเบื้องต้นของลูกค้า
- ขนาดของห้อง
- ขนาดและลวดลายกระเบื้อง
- สีของห้อง
5.2. เลือกกระเบื้อง
- กรณีลูกค้ายังไม่ได้เลือกกระเบื้อง
- พนักงานขายแนะนำลูกค้าในการเลือกกระเบื้อง และห้องโชว์ - กรณีลูกค้าเลือกกระเบื้องแล้ว
- ให้ลูกค้ากรอกแบบฟอร์มการรับงานและแนบเอกสาร
* แบบฟอร์มสมัครสมาชิก กรณีที่ลูกค้าต้องการสมัครสมาชิก
* แบบแปลน
5.3. แจ้งรายละเอียดค่าใช้จ่ายและเงื่อนไข พร้อมทั้งกำหนด วัน-เวลารับงาน
- แจ้งค่าบริการในการออกแบบให้ชัดเจน
- แจ้งวัน-เวลา นัดรับงานให้ชัดเจน
- สอบถามที่อยู่ สถานที่ติดต่อ ได้สะดวก (เบอร์โทรศัพท์-E-mail)
5.4. ดำเนินการออกแบบ
- สร้างห้อง
- ใส่ Component
- ใส่ Material
- Render แสงสว่าง
- คำนวณจำนวนกระเบื้องที่ต้องการใช้ทั้งหมด
- คำนวณราคากระเบื้องทั้งหมด
5.5. ติดต่อลูกค้า นัดรับงาน
- พร้อมชำระเงินค่าแบบ แบบละ 1,000 บาท
5.6. ลูกค้ารับงาน ตามนัดหมาย
- กรณีลูกค้าพอใจ สามารถรับงานได้ทันที
- กรณีลูกค้าไม่พอใจ
- แก้แบบครั้งแรก ไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม - - แก้แบบตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไป คิดค่าบริการเพิ่ม ครั้งละ 500 บาทเมื่อลูกค้าพอใจแล้ว สามารถรับงานได้ทันที
บันทึกคุณภาพ (แบบฟอร์ม, รายงาน)
WI-SA1-005 กระบวนการรับฝากซ่อมสินค้า
1) 🎯 วัตถุประสงค์
เพื่อกำหนดแนวทางการรับฝากซ่อมสินค้าให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ส่งมอบการบริการที่ชัดเจน และเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้าในการซ่อมสินค้าแต่ละรูปแบบ
2) 📏 ขอบข่าย
ครอบคลุมงานบริการรับฝากซ่อมสินค้าทั้งกรณี
✔ ลูกค้าซื้อสินค้าจากร้าน
✔ ลูกค้านำสินค้ามาฝากซ่อม (ไม่ว่าจะซื้อจากที่อื่นหรือไม่มีใบรับประกัน)
3) ❓ คำจำกัดความ
การรับฝากซ่อมสินค้า คือ การให้บริการตรวจสภาพและซ่อมสินค้าที่ลูกค้านำมาฝาก ไม่ว่าจะอยู่ในระยะประกันหรือไม่
4) 👤 หน้าที่และความรับผิดชอบ
| บทบาท | หน้าที่หลัก |
|---|---|
| พนักงานประชาสัมพันธ์ | รับลงทะเบียนลูกค้า ตรวจเช็กสินค้าและเอกสารให้ตรงบิล/ใบรับประกัน |
| พนักงานขาย/PC | ตรวจสภาพประกัน ตรวจเงื่อนไขการซ่อม และคิดค่าบริการให้ถูกต้อง |
| ช่างประจำร้าน | ตรวจสอบสินค้าเบื้องต้น และระบุความสามารถในการซ่อม |
| ผู้จัดการ/Section Manager | อนุมัติการรับซ่อม แจ้งลูกค้า และรับเซ็นยืนยันจากลูกค้า |
| Checker / QC | ตรวจสอบสินค้าและเอกสารก่อนส่งมอบหลังซ่อม |
5) 🔄 กระบวนการปฏิบัติงาน (Flow Chart)
6) 🧩 รายละเอียดขั้นตอน (Key Steps)
-
ลูกค้านำสินค้าและเอกสารมาที่จุดบริการลูกค้า
-
พนักงานประชาสัมพันธ์ตรวจสภาพและเอกสารให้ตรงบิล/ใบรับประกัน
-
แจ้งเงื่อนไขการรับซ่อมและค่าบริการให้ลูกค้าทราบ (กรณีไม่มีใบประกัน/ซื้อจากภายนอก) หากลูกค้าซื้อสินค้าจากทางร้านจะได้รับส่วนลดค่าบริการฝากซ่อม 5%
-
ช่างตรวจสภาพว่า “ซ่อมได้” หรือ “ส่งต่อศูนย์บริการ”
-
ถ้าซ่อมได้ ให้ดำเนินการซ่อมตามมาตรฐานและบันทึกลงระบบ/ใบงาน
-
ติดตามลูกค้าเมื่อซ่อมเสร็จ และแจ้งเวลานัดรับสินค้า
-
Checker ตรวจเช็คงานซ่อมก่อนได้รับสินค้าโดยลูกค้า
7) 💡 นโยบาย/เงื่อนไขการซ่อม
✔ ต้องแสดงบิล/ใบรับประกันก่อนรับซ่อม
✔ กรณีไม่มีใบรับประกัน ต้องชำระเงินค่าบริการตามจริง
✔ บริษัทไม่รับเปลี่ยนสินค้าเก่าโดยไม่อยู่ในเงื่อนไขประกัน
✔ ในกรณีส่งศูนย์บริการ ลูกค้าต้องรับทราบค่าใช้จ่ายและเวลาคืนสินค้า
8) ❓ นโยบายการรับซ่อม(ที่มีใบรับประกัน)และการคิดค่าธรรมเนียมการซ่อม(สินค้าที่หมดประกัน)
- บริษัทไม่มีนโยบายเปลี่ยนสินค้าที่ใช้แล้วทุกกรณี
- บริษัทรับซ่อมสินค้าที่ซื้อจากที่อื่น ลูกค้าต้องชำระเงินตามจริง
- ค่าใช้จ่ายในการส่งซ่อม ในกรณีที่มีใบรับประกัน ลูกค้าต้องชำระค่าจัดส่งการซ่อมเอง
- ค่าใช้จ่ายในการส่งซ่อม ในกรณีที่ไม่มีใบรับประกัน ลูกค้าต้องชำระเงินค่าจัดส่ง/ค่าอะไหล่/ค่ามือช่างเอง
- ทางบริษัทจำเป็นต้องเก็บเงินค่าดำเนินการเบื้องต้นจำนวน 300 บาท ทุกกรณี
- หากสินค้าไม่มีใบรับประกันทางบริษัทจะโทรแจ้งลูกค้าในเรื่องค่าใช้จ่ายในการซ่อมและให้ลูกค้าตัดสินใจว่าจะซ่อมหรือไม่ หากลูกค้าต้องการซ่อม ต้องโอนเงินค่าซ่อมทันที โดยทางพนักงานต้องแจ้งวันรับของให้ลูกค้าทราบ
9) 🧩 รายละเอียดวิธีปฏิบัติ
- แสดงเอกสารใบกำกับภาษี/บิลขาย พร้อมกับสินค้าทุกครั้ง กรณีไม่มีเอกสารมาแสดง ทางร้านขอสงวนสิทธิในการซ่อม
- รับซ่อม สินค้าที่มีใบรับประกันนับจากวันที่ออกบิล
- รับซ่อมสินค้าที่ลูกค้าฝากซ่อมและดำเนินการตามเงื่อนไขข้างต้นแล้วแต่กรณีไป
- ลูกค้าต้องวางเงินมัดจำ และชำระเงินส่วนต่างจากการประกัน และไม่มีใบรับประกัน
- กรณีสินค้าที่มีการซ่อม จะมีทีมช่างที่ผ่านการอบรมจากผู้ผลิตทำการซ่อมแซมให้ โดยจะมีค่าใช้จ่ายในการซ่อม
- การเปลี่ยนคืนสินค้าอ้างอิงตามมาตรฐานของผู้ผลิตและข้อตกลงกับ vendor
WI-SA1-006 Return Policy การรับเปลี่ยน-คืนสินค้า
1. วัตถุประสงค์
เพื่อเป็นการรับประกันความพึงพอใจของลูกค้า และลดการรับสินค้าผิดเงื่อนไขคืน กลายมาเป็น Dead Stock
2. เงื่อนไขการรับ/เปลี่ยนสินค้า
- รับเปลี่ยนสินค้าไม่เกิน 7 วัน โดยออกเป็นคูปองส่วนลดเพื่อนำไปซื้อสินค้าใหม่ภายใน 30 วัน
- คืนเป็นเงินสดเฉพาะกรณีเกิดจากข้อผิดพลาดของทางร้านเท่านั้น
- สภาพสินค้าต้องสมบูรณ์ กรณีสินค้าขายปลีกมีบาร์โค้ด ต้องติดสติ๊กเกอร์สมบูรณ์
- ลูกค้าต้องตรวจรับสินค้า และปฎิเสธการรับสินค้านั้นทันที หากพบปัญหา แนะนำให้ถ่ายวิดิโอเป็นหลักฐานตั้งแต่เปิดกล่องสินค้า เช่น
| สาเหตุการคืน | สินค้าที่คืนต้องอยู่ในสภาพ | |||
| บรรจุภัณฑ์ยังไม่ถูกแกะ | อุปกรณ์ครบสมบูรณ์ตามมาตรฐาน | สินค้ายังไม่ถูกใช้งาน | มีใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษี | |
| สินค้าที่ผิดไปจากที่สั่งซื้อ เช่น ผิดรุ่น ผิดสี จำนวนไม่ครบ หรือสินค้าชำรุดเสียหาย | - | ✓ | ✓ | ✓ |
| สินค้าที่มีปัญหาจากตัวผลิตภัณฑ์หรือการติดตั้งโดยบริษัทฯ | - | ✓ | - | ✓ |
| สินค้าเสียหายจากการขนส่ง | ✓ | ✓ | ✓ | ✓ |
3. หน้าที่และความรับผิดชอบ
- พนักงานขาย/ประชาสัมพันธ์ มีหน้าที่ ทำเอกสารใบแจ้งการรับคืนสินค้า F-WH-303 โดยตรวจสอบใบส่งของ/ใบกำกับภาษีกับรายการรับคืนสินค้าจากลูกค้า งดรับคืนสินค้าที่ไม่ตรงกับใบส่งของ
- พนักงานจัดส่ง (กรณีส่งรถไปรับคืนสินค้า) มีหน้าที่ นำเอกสารใบแจ้งการรับคืนสินค้า F-WH-303 ตรวจเช็กสินค้าที่รับขึ้นรถให้ตรงกับรายการใบแจ้งการรับคืนสินค้าที่ได้จากพนักงานขาย
- ผู้จัดการร้าน / Duty manager มีหน้าที่ เซ็นอนุมัติรับคืนในเอกสารรับคืนสินค้า
- Cashier มีหน้าที่ ทำเอกสารใบลดหนี้
- Section Manager มีหน้าที่ ตรวจสอบสภาพสินค้าก่อนรับคืนสินค้าเข้าคลัง
4. ขั้นตอนการปฏิบัติ
- ส่งภาพถ่ายสินค้าและเอกสารประกอบการคืนสินค้า/เปลี่ยนสินค้า/เคลมสินค้าที่จำเป็น ได้แก่
- หลักฐานการซื้อขายสินค้า ที่มีเลขที่ใบสั่งสินค้าอยู่ด้วย
- สำเนาบัตรประชาชน (เพื่อเป็นหลักฐานให้สาขาทำการคืนสินค้า) โดยแนบไฟล์เอกสารและรูปภาพทั้งหมดส่งมาที่ไลน์แอด @nopadol
- ลูกค้านำสินค้าพร้อมใบส่งของ/ใบกำกับภาษีเดิมที่ซื้อไปยื่นที่ประชาสัมพันธ์เพื่อตรวจสอบตัวสินค้า รหัส และชื่อสินค้าในใบส่งของ/ใบกำกับภาษีเดิมตรงกัน/กรอกใบรับคืนสินค้าและลงลายมืิอชื่อช่องที่1(พนักงานผู้รับคืนจากลูกค้า)
- แจ้งผู้จัดการร้าน หรือ Duty manager ตรวจสอบสภาพของสินค้าและความถูกต้องของใบแจ้งการรับคืนสินค้า พร้อมลงลายมือชื่อผู้อนุมัติรับคืน(ช่องที่2)
- แคชเชียร์ออกใบลดหนี้และคิดค่าเสื่อมราคา(ถ้ามี) ลงลายมือชื่อช่องแคชเชียร์(ช่องที่3) ส่งมอบให้เจ้าของผู้ดูแลสินค้า และลงลายมือชื่อในช่องที่4(คลังสินค้า/ผู้รับของเข้าคลัง)
- แคชเชียร์นำส่งเอกสารประจำวันให้แผนกบัญชีโดยมีลายมือชื่อครบทั้ง 4 ช่อง
ข้อควรระวัง
- ให้พนักงานที่เกี่ยวข้องตรวจสภาพสินค้าให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ เช่น
- การบรรจุของสินค้าคงอยู่ในสภาพเดิมหรือไม่?
- มีการแกะสินค้าหรือไม่? หรือมีการทดลองสินค้าหรือไม่?
- สินค้าที่รับคืนจะต้องอยู่ในสภาพที่สามารถพร้อมขายต่อได้ ไม่เสียหาย อยู่ในเงื่อนไขถูกต้องทุกประการ
- ให้พนักงานจัดทำเอกสารการรับคืนสินค้า (F-WH-303) ให้ครบขั้นตอน รวมถึงการถ่ายภาพสภาพสินค้าที่รับคืนโดยละเอียดด้วย
6. ป้ายสื่อสารลูกค้า
นโยบายการรับเปลี่ยน/คืนสินค้า
และการคิดค่าธรรมเนียมรับเปลี่ยนคืนสินค้าที่เกินกำหนดเวลา
- บริษัทยินดีรับเปลี่ยนสินค้าหากมีข้อผิดพลาด หรือเสียหายจากการส่งมอบ หรือไม่พอใจตัวสินค้า
(ยกเว้นสินค้าสั่งพิเศษ) ภายใน 30 วันนับจากวันที่จำหน่ายสินค้าไป - สินค้าที่จะพิจารณารับคืนจะต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ทั้งตัวสินค้าและบรรจุภัณฑ์ รวมไปถึงฉลากบาร์โค้ดสมบูรณ์ สินค้าไม่ถูกเปิดหรือแกะใช้งาน
- บริษัทไม่มีนโยบายคืนเงินสด โดยจะให้เปลี่ยนสินค้า เท่านั้น เว้นแต่อยู่ในดุลย์พินิจของผู้จัดการสาขา โดยออกเป็นคูปองส่วนลด หรือใบรับเงินมัดจำไม่เกินกรณีละ 5,000 บาท หากเกินจากนี้จะต้องทำจดหมายแจ้งขออนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษรจากกรรมการผู้จัดการ เท่านั้น
- บริษัทไม่มีนโยบายรับคืนสินค้าจากร้านอื่นในทุกกรณี
- กรุณานำสินค้ามาคืน ณ สาขาที่จ่ายสินค้าพร้อมกับเอกสาร ใบกำกับภาษีทุกครั้ง พร้อมของแถมที่จ่ายไป (ถ้ามี) หากมีการคืนสินค้าข้ามสาขาให้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการร้าน
- ไม่รับคืนสินค้าที่จำหน่ายไปเกินกว่า 30 วัน เว้นแต่บางกรณีที่ให้อยู่ในดุลย์พินิจของผู้จัดการสาขา ให้รับฝากขายซึ่งจะจ่ายเงินคืนเมื่อจำหน่ายสินค้าได้เท่านั้น
ค่าธรรมเนียมการรับสินค้าคืนเกินกำหนด (Restocking fee)
สินค้าที่ขอคืนเกินกำหนดข้างต้น ต้องผ่านผู้บริหารอนุมัติ และชำระค่าธรรมเนียมตามตารางนี้ หากรับคืนโดยไม่เก็บค่าธรรมเนียม ผู้จัดการที่เซ็นอนุมัติต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง
|
ระยะเวลานับจากวันที่ขายสินค้าไป |
หักค่าธรรมเนียม Restocking fee |
|
>7 วัน |
30% |
|
>30 วัน |
50% |
|
>60 วัน |
70% |
|
>90 วัน |
ไม่รับเปลี่ยนคืนทุกกรณี |
สินค้าดังต่อไปนี้ไม่รับคืนในทุกกรณี
- สินค้าที่เก็บเงินมัดจำ หรือสั่ง Back Order ให้กับลูกค้า
- สินค้าวางขายในชั้นเก็บแบบบรรจุในกล่อง แพค ลัง มีสภาพไม่สมบูรณ์ มีรอยแกะใช้งานหรือฉีกขาด
- สินค้าที่บริษัทไม่มีนโยบายจัดเก็บสต๊อค
- สินค้าขายยาก/สังพิเศษ (Special Order)
- สีผสมจากเครื่องผสมสีทุกยี่ห้อ
- สินค้าเคมีภัณฑ์ที่จะหมดอายุภายในสามเดือน
- สินค้าจัดรายการพิเศษ/สินค้าโปรโมชั่น
- ปูนซิเมนต์และกาวซิเมนต์ ทุกชนิด ไม่รับเปลี่ยนคืนข้ามวัน
อ้างอิงร้านคู่แข่ง
- https://www.dohome.co.th/return-condition
- https://globalhouse.co.th/service/service_pro
- https://www.homemegamart.com/%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%82%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%99-%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2/
- https://www.homesukkapan.com/content/view/84
WI-SA1-007 การขายสินค้าคอนกรีตซีแพค
การขายสินค้าคอนกรีตซีแพค
1. วัตถุประสงค์
- เอกสารนี้จัดทำขึ้นเพื่อควบคุมมาตรฐานในการปฏิบัติงานของ แผนกค้าส่ง โครงการ ลูกค้าสัมพันธ์ พนักงานขาย ในเรื่องของ “กระบวนการขายสินค้า คอนกรีต ซีแพค” เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในด้านการเสนอราคา เงื่อนไขการขายและการจ่ายเงินของลูกค้าที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ในการพิจารณาสั่งซื้อสินค้าของลูกค้า
2. ขอบเขต
- การเสนอขายสินค้าคอนกรีตซีแพคต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขและแนวปฏิบัติอย่างเคร่งครัดตามกระบวนการทำงานที่กำหนด
3. หน้าที่และความรับผิดชอบ
3.1 ผู้อำนวยการฝ่ายค้าปลีก / ผู้จัดการส่วนค้าส่ง-โครงการ / Store Manager
- พิจารณาอนุมัติใบเสนอราคา
- รับผิดชอบเป้าขาย
3.2 พนักงานขาย
- ส่งใบขอราคาคอนกรีต ให้จัดซื้อ (ตามฟอร์มที่กำหนด)
- นำเสนอขายต่อลูกค้า
- จัดทำใบเสนอราคาคอนกรีต
- ติดตามผลการเสนอราคา เพื่อพิจารณาปรับปรุง แก้ไข เพิ่มเติมและต่อรองราคา
- ติดตามผลการสรุปการสั่งซื้อ และให้ลูกค้าออก Po ยืนยันการสั่งซื้อ กรณีลูกค้าไม่มี
po ให้เซ็นต์สั่งซื้อในเอกสารเสนอราคา - ขอเปิด ไซ้ดโค๊ต กับทาง Cpac ให้กับลูกค้า ก่อนเทคอนกรีตทุกครั้ง **ปกติต้องขอเปิดไซด์โค้ทกับทางจัดซื้อ ฝ่ายจัดซื้อประสานงานเปิดไซด์โค้ทกับทาง cpac
- ออกเอกสาร BCV เพื่อให้ทางสินเชื่อเซ็นต์อนุมัตการขาย(กรณีเงินเชื่อ) ส่วนเงินสด โอนเงินก่อนเทคอนกรีตทุกครั้ง หรือต้องมัดจำ 100% **หลังจากลูกค้าทำการยอมรับในเอกสารเสนอราคา ให้ทำการจองคิวเทคอนกรึตกับทาง ศูนย์รับจอง ตามวันและเวลาที่ลูกค้าต้องการ และทำการออกเอกสาร back order และทำการรับมัดจำ 100% (กรณีลูกค้าเงินสด)
- ก่อนการเทคอนกรีต ทางศูนย์จ่ายจะแจ้งรายงานการจองคอนกรีตล่วงหน้า 1 วัน โดยจะส่ง mail เวลา 16.00-16.30 น. ของทุกวัน เพื่อให้ฝ่ายขายทุกช่องทาง
- ทำเอกสาร Back Order ภายในวัน (กรณีมีการจองเทวันจันทร์ ฝ่ายขายต้องจัดทำ back order ส่งขออนุมัติภายในวันจันทร์ เวลา 09.00 น.) หรือหากมีการเทคอนกรีตระหว่างวัน ทางศูนย์จ่ายจะแจ้งทางกลุ่มไลน์ CPAC เพื่อขออนุมัติการเททุกครั้ง
- ฝ่ายขายแจ้งลูกค้าโอนเงินชำระก่อนการเท (กรณีเงินสด) หรือทำเอกสาร BCV ขออนุมัติจากสินเชื่อ (กรณีเงินเชื่อ) หลังจากมีการเทคอนกรีตประจำวันทาง Cpac จะมีเอกสารแจ้งการใช้คอนกรีตโดยส่งมาทาง E-mail ของทุกหน่วยงาน มาให้ทางฝ่ายขาย เพื่อทำเอกสาร BCV ภายในวัน
3.3 พนักงานขาย
- จัดลำดับความสำคัญของการสั่งซื้อ
- จัดทำบันทึกทะเบียนการสั่งซื้อจากลูกค้า
- จัดทำบันทึกทะเบียนการสั่งขาย
- จัดทำบันทึก BACK ORDER
- ส่งมอบเอกสารให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
- ติดตามการสั่งซื้อสินค้า และตัดบันทึกทะเบียนการสั่งซื้อ
- สรุปรายงานการสั่งซื้อ
3.4 บริหารสินค้า
- ขอราคาคอนกรีต CPAC ผ่านเจ้าหน้าที่ Telesale กทม. โดยส่งทางเมล
(ตามแบบฟอร์มขอราคา) - แจ้งเสนอราคาให้ฝ่ายขาย (ตามแบบฟอร์ม)
- ติดตามการเสนอราคาแต่ละโครงการจากฝ่ายขาย เพื่อช่วยกระตุ้นปิดการขาย
- รับแจ้งปิดการขายจากฝ่ายขาย แจ้งขอปิด Sitecode ผ่านเจ้าหน้าที่ Telesale
กทม. โดยส่งทางเมล - เช็ครายงานเทคอนกรีตล่วงหน้าจากศูนย์จ่าย ทางเมล และเช็ครายงานเทคอนกรีตระหว่างวันผ่านระบบ Cpac e-business
- ติดตามเอกสาร Back Order จากฝ่ายขายก่อนการเทคอนกรีต(เงินสด และเงินเชื่อ)
- ตรวจสอบรายงานการเทคอนกรีต จากระบบ Cpac e-business และส่งเอกสารรายงานเทคอนกรีตเพื่อให้ฝ่ายขายตรวจสอบจำนวนที่ลูกค้าสั่งซื้อให้ตรงกับ Back Order
- ตรวจสอบรายงานการเทคอนกรีต จากระบบ Cpac e-business และส่งเอกสารรายงานเทคอนกรีตเพื่อให้ฝ่ายขายตรวจสอบจำนวนที่ลูกค้าสั่งซื้อให้ตรงกับ Back Order
- จัดทำใบสั่งซื้อ PO
- รวมรวม PO. และ Back Order นำส่งให้ฝ่าย GR. รับสินค้าเข้าระบบ เพื่อให้ฝ่ายขายออกบิล
4. คำจำกัดความ
- บริษัทฯ หมายถึง บริษัท นพดลพานิช จำกัด
- ลูกค้าส่วนค้าส่งโครงการ หมายถึง ลูกค้าโครงการ, บ้านจัดสรร, ร้านค้า และหน่วยงานราชการ ที่มีการสั่งซื้อเป็นประจำ ทั้งเงินสดและเงินเชื่อ
- พนักงานขาย หมายถึง พนักงานที่ออกปฏิบัติงานนอกสถานที่ และพนักงานที่ปฏิบัติงานในสำนักงาน
- ธุรการขาย หมายถึง พนักงานที่ประจำในสำนักงานเพื่อประสานงานด้านการขายระหว่างภายในและภายนอกองค์กร และบันทึกทะเบียนข้อมูล ต่าง ๆ ของแผนก
5. เอกสารที่เกี่ยวข้อง
- WI-WS-001 การจัดทำใบเสนอราคา
- WI-SA-009 การจัดทำใบ Back Order
- PM-SA-002 การควบคุมสินค้า SPO และ สินค้า Back Order
6. ขั้นตอนการปฏิบัติงาน
7. รายละเอียดขั้นตอนการปฏิบัติงาน
- พนักงานขายสอบถามความต้องการของลูกค้ารายละเอียดที่ลูกค้าต้องการที่จะใช้ซีแพคคอนกรีตกับงานอะไร เช่น งานถนน งานตอม้อ งานสะพาน งานโครงสร้าง งานเข็มเจาะ งานตากผลิตภัณฑ์สินค้าการเกษตร ฯลฯ
ขอรายละเอียดที่ชัดเจน ชื่อลูกค้า เบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้ เพื่อคอนเฟิร์มวันเวลาที่ใช้คอนกรีต ,หน้างานที่ใช้คอนกรีต (บ้านพักอาศัย,อาคารพาณิชย์ ฯลฯ),สถานที่ ที่จะใช้งานคอนกรีต , ปริมาณการใช้งาน และ กำลังอัดของคอนกรีตที่จะใช้งาน ,ลักษณะหน้างานที่จะใช้งานคอนกรีต ( เทเสา,เทคาน,เทตอม่อ,เทฟุตติ้ง ฯลฯ) ,วันเวลาที่ลูกค้าต้องการใช้งานคอนกรีต , วิธีการเทคอนกรีต (โดยรถเครน,ใช้คนเท,รถปั๊ม ฯลฯ) ,พื้นที่หน้างาน สำหรับการจัดส่งคอนกรีต สามารถใช้รถคอนกรีตขนาดไหน จัดส่งเข้าหน้างานได้บ้าง
ตัวอย่าง
ลูกค้า นาย ก เบอร์โทรศัพท์ 01234567890 งานคฤหาสน์ 3 ชั้น ต.ต้นเปา อ.สันกำแพง ปริมาณคอนกรีตทั้งหมด 500 คิว ใช้งานคอนกรีต st240 ต้องการใช้งานเทคานบ้านชั้น 1 วันที่ 10 มกราคม 2564 จำนวน 20 คิว ต้องการเวลา 09.50 น. เริ่มเทคอนกรีต **เวลาฤกษ์ ห้ามคลาดเคลื่อน ใช้รถเครน ถนนเข้าหน้างานกว้าง 5 เมตร ความสูงไม่มีสิ่งกึดขวาง รถใหญ่เข้าได้
- พนักงานขายเจรจาขอราคาที่แผนกบริหารสินค้าเมื่อได้ราคาเรียบร้อยตามที่ต้องการจัดทำการเสนอราคาให้กับลูกค้า WI-WS-001 ขั้นตอนการจัดทำใบเสนอราคา
- เมื่อส่งเอกสารใบเสนอราคาให้ลูกค้าผ่านช่องทางต่างๆ เช่น E- Mail ,Line,Fax เมื่อลูกค้าได้รับใบเสนอราคาเรียบร้อยแล้ว และสรุปตกลงซื้อสินค้า ให้พนักงานขายเซ็นต์ชื่อในช่องผู้เสนอราคา และผู้อำนวยการฝ่ายขายหรือผู้จัดการฝ่ายขายเป็นผู้อนุมัติใบเสนอราคา เท่านั้น
- ส่งเอกสารใบสั่งซื้อให้ลูกค้าเซ็นต์อนุมัติการสั่งซื้อ
- พนักงานขายรับคำสั่งซื้อจากลูกค้าและตรวจสอบวงเงินของลูกค้า (กรณีเงินเชื่อ)
- เมื่อตรวจสอบการอนุมัติวงเงินเรียบร้อยสามารถขายสินค้าให้ลูกค้าได้ให้ทำตามกระบวนการ WI-SA-009 การจัดทำใบ Back Order
- บริหารสินค้าจัดทำใบสั่งซื้อ PO. การจัดทำใบสั่งซื้อ สั่งจ้าง (PO)
- รวมรวม PO. และ Back Order นำส่งให้ฝ่าย GR รับสินค้าเข้าระบบ
- บริหารสินค้าส่งเอกสาร KPI รายละเอียดการเทให้พนักงานขาย เพื่อให้ฝ่ายขายดำเนินการออกบิล
8. แบบฟอร์มที่เกี่ยวข้อง
- ใบเสนอราคา
- ใบบันทึกข้อตกลงกับลูกค้า
- ใบเสนอราคา
- ใบขออนุมัติการขายเกินวงเงิน
- ใบ PO
- ใบ BACK ORDER
- ใบสั่งขาย
WI-SA1-008 การออกแบบห้องน้ำ
1. วัตถุประสงค์
เพื่อให้พนักงานทุกคนปฏิบัติเป็นแนวทางเดียวกัน และสร้างความพึงพอใจและตอบสนองของลูกค้าในการเลือกสินค้า
2. นโยบายผังกระบวนการ
3. หลักในการปฏิบัติงาน
- พนักงานแผนกเซรามิค และ เจ้าหน้าที่ออกแบบ Cotto Tiles Studio แนะนำลวดลายเซรามิค ให้เหมาะสมกับพื้นที่ ที่ลูกค้าต้องการใช้งานในแต่ละส่วน เช่น ห้องน้ำ ห้องรับแขก ห้องครัว ห้องนอน ทั้งพื้นและผนัง
- แจ้งเงื่อนไขการออกแบบห้องน้ำ คือ คิดค่าออกแบบห้องละ 1,000 บาท โดยค่าออกแบบสามารถนำมา หัก ค่าเซรามิคได้เมื่อลูกค้าสั่งสินค้ากับทางนพดลฯ
- เมื่อลูกค้าตกลงให้ออกแบบให้แล้ว พนักงานแผนกเซรามิค แนะนำลายเซรามิคเพื่อให้ลูกค้าเลือกลายตามที่ต้องการ
- นำชื่อลายเซรามิคที่ลูกค้าเลือกให้กับเจ้าหน้าที่ Cotto Tiles Studio ออกแบบการปูเซรามิคให้ลูกค้า ซึ่งใช้ระยะเวลาในการออกแบบประมาณ 3 วัน ขึ้นอยู่กับจำนวนของห้องที่ลูกค้าให้ออกแบบ
- พนักงานแผนกเซรามิค นำลูกค้ามาที่เคาน์เตอร์ลูกค้าสัมพันธ์ เพื่อออกบิลค่าออกแบบห้องน้ำ แล้วนำบิลที่ลูกค้าชำระไปเบิกคูปองออกแบบห้องน้ำ ที่ เจ้าหน้าที่ Cotto Tiles Studio
- เจ้าหน้าที่ Cotto Tiles Studio นัดลูกค้าอีกครั้ง เพื่อพิจารณาแบบห้อง ที่ออกแบบ หากไม่ตรงตามที่ต้องการก็สามารถแก้ไขแบบห้องน้ำได้ก่อนการพิมพ์แบบเพื่อเป็นแบบให้ช่างปู
- เมื่อลูกค้าตกลงตามแบบที่ เจ้าหน้าที่ Cotto Tile Studio ออกแบบ ให้พนักงานแผนกเซรามิค นำลูกค้ามาที่เคาน์เตอร์ลูกค้าสัมพันธ์ เพื่อทำใบสั่งขาย/ใบสั่งจอง (ดู SA3-P04 กระบวนการรับข้อตกลงการขาย
WI-SA1-009 การเบิกเติมของแถม
ขั้นตอนปฏิบัติงาน
1. ทะเบียนของแถม
- การตลาดทำหน้าที่จัดทำข้อมูลทะเบียนของแถม โดยกำหนดข้อมูลซื้อสินค้าแลกได้อะไร และเริ่ม-หมดเขตเมื่อไหร่ ขึ้นหน้า Share Point
2. แจ้งขอเบิกจ่าย/โอน
- พนักงาน CS ของแต่ละสาขา ทำการแจ้งขอเบิก/โอนของแถมประจำสัปดาห์ โดยแจ้งจำนวน Maximum ของแต่ละรายการให้กับ AM เพื่อทำการเติมสินค้าในตู้ของแถม
3. โอนของจากที่เก็บ
- พนักงาน CS แต่ละสาขา จัดทำใบขอโอนสินค้า F-RT-401
- พนักงาน AM จัดเตรียมของแถมตามใบเบิกให้กับ พนักงาน CS
- พนักงาน CS แจ้งให้ พนักงาน GR โอนสินค้าของแถมจากคลัง OFS → NIV/FRE
4. การจ่ายของแถม
- กรณีมีเอกสารใบสั่งขายให้จ่ายตามยอดการสั่งซื้อที่มีการกำหนดของแถมอยู่แล้ว
- กรณีจุดโพสมีการสั่งซื้อสินค้าเงินสดแล้วยอดการสั่งซื้อเมื่อจ่ายสินค้าของแถมทุกครั้งให้ลงบันทึกสต๊อกการ์ดและตัดจ่ายทุกสิ้นวัน
- พนักงานประชาสัมพันธ์ทำหน้าที่จ่ายสินค้าของแถมให้กับลูกค้าหรือหากไม่อยู่ให้บัดดี้หรือ CR ทำหน้าที่จ่ายแทน
4. ตรวจนับ
- พนักงาน AM เข้าตรวจนับกับพนักงาน CS ว่าจำนวนที่เบิกเท่ากับจำนวนที่จ่ายไปหรือไม่ อ้างอิงจาก Stock Card
5. Update Stock Card
- พนักงาน CS จัดทำ Update Stock Card
6. หมดเขตจัดรายการ
- พนักงาน CS นำสินค้าที่หมดเขตการจัดรายการพร้อม Stock Card ส่งคืนให้กับ พนักงาน AM
WI-SA1-010 ข้อควรระวังในการออก Invoice
กรณีขายเงินเชื่อ
- ให้ตรวจสอบ “รหัสลูกหนี้” ทุกครั้งก่อนดึงใบสั่งขายมาออกบิล ว่าเป็นรหัสเดียวกัน เพื่อป้องกันปัญหาลูกหนี้ที่มีหลายรหัส แล้วสับสนว่าไม่ีมีใบสั่งขายค้างให้ดึงออกบิล
- ตรวจสอบเลขที่ใบสั่งขาย,ใบสั่งจองให้ชัดเจนว่าเป็น SCV, SCN, RWV, RWN เพื่อจะได้ออก Invoice ได้ถูกต้อง
- กรณีที่ไม่สามารถทำ Invoice ตามใบสั่งขายได้ให้รีบติดต่อพนักงานขายทันทีสาเหตุจะเกิดจาก
3.1 สถานะลูกค้าดิดวงเงินต้องให้พนักงงานขายขออนุมัติจากสินเชื่อก่อน
3.2 พนักงานขายเลือกคลังสินค้าผิดเช่น ออกบิลที่ S02 แต่เลือกคลัง S01AVL เป็นต้น
3.3 พนักงานขายเลือกเลขที่ใบสั่งขายเป็นเงินเชื่อ แต่เลือกประเภทการขายเป็นเงินสด
- เมื่อออก invoice แล้วให้ดึงสำเนาใบสุดท้ายออกทันที
- เวลารับคำสั่งจากพนักงานขายในกรณีลูกค้ารับของเอง ให้ถ่ายเอกสารปิดราคาทุกครั้ง
กรณีขายเงินสด
- การออก Invoice ต้องมีเอกสารจากพนักงานขาย เช่น ใบฺ Back order,ใบสั่งจอง, ใบสั่งขาย เพื่อจะได้ออกได้ถูกต้องและแม่นยำ
- กรณีสินค้าสั่งพิเศษ แคชเชียร์ต้องประทับตรา รับเงินมัดจำเลขที่ ,จำนวนเงิน, ผู้รับเงิน,วัน/เดือน/ปี ลงในใบ ฺBack order,ใบสั่งจองทุกครั้ง
- กรณีที่ออก Invoice ตัดมัดจำหากลูกค้ามารับเองต้องมีใบมัดจำแนบเพื่อ แคชเชียร์จะได้ตรวจสอบและประทับตรา ตัดมัดจำแล้ว ระบุเลขที่ Invoice ,วัน/เดือน/ปี,จำนวนเงินให้ถูกต้อง
- กรณีที่ทางร้านส่งให้พนักงานขายต้องนำใบสั่งจองสินค้าพร้อมที่มีตรารับมัดจำพร้อมรายละเอียดเพื่อหักมัดจำได้ถูกต้อง
- แคชเชียร์ต้องระบุการชำระเงินให้ถูกต้อง เช่น ชำระด้วยเงินสด,ชำระด้วยบัตรเครดิตชำระด้วยเงินโอน,ชำระด้วยเช็ค และห้ามขีดเขียนข้อความใดๆลงในใบ Invoice
- เก็บสำเนาบิลไว้ให้ครบทุกใบ
กรณีขายผ่าน POS
- ยิงบาร์โค้ดสินค้าทุกตัว และต้องดูหน้าจอทุกครั้งเพื่อตรวจสอบว่าบาร์โค้ดผ่านหรือไม่
- กล่าว Wording แล้วสอบถามบัตรสมาชิกลูกค้าทุกครั้ง
- กรณีลูกค้าชำระเป็นเงินสดต้องขานรับเงิน-ทอนเงินให้ชัดเจนพร้อมทวนรายการจากหน้าจอ
- กรณีชำระด้วยบัตรเคดิตร หากเป็นสินค้าโครงสร้างต้องแจ้งค่าธรรมเนียมบัตรลูกค้าก่อนรูดบัตร
- พนักงานแคชเชียร์ ห้าม Zoom สินค้าจากเครื่่อง หากเป็น Drive thru ต้องมี Pickup slip พร้อมลายเซ็นต์ผู้จ่าย, ผู้รับ ……….. Checker
- Pos 4 Drive thru ห้ามพักบิล เพราะจะมีสินค้ารายการอื่นๆหลุดติดมาด้วย
WI-SA1-011 กระบวนการตัดจ่ายเบิกภายใน
วัตถุประสงค์
คู่มือการปฏิบัติงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการควบคุมดูแลสินค้าแต่ละคลังและตัดจ่ายสินค้าภายใน เป็นแนวทางในการควบคุมกระบวนการและขั้นตอนการตัดจ่ายสินค้าภายในให้กับพนักงานให้ถูกต้องตามกระบวนการ และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้ดียิ่งขึ้น
นโยบาย
- การเบิก-จ่ายสินค้า กระทำภายในระยะเวลาที่กำหนดเท่านั้น
- ใบเบิก-จ่าย ที่ไม่มีผู้มารับสินค้า จะถูกยกเลิกภายในสิ้นวัน
- ใบจ่ายสินค้าจะต้องมี Running Number ในระบบ
- การรับสินค้าสามารถรับสินค้าจากส่วนงานที่รับผิดชอบโดยแยกตามคลังสินค้าได้ถึงเวลา 12.00 น. เท่านั้น
- การจ่ายสินค้า การเบิกจ่าย ต้อง ผ่านผู้ควบคุมดูแลคลัง เท่านันๆ
ผู้รับผิดชอบ
- แผนก Support Division รับผิดชอบตัดจ่ายสินค้าคลัง A
- แผนกลูกค้าสัมพันธ์ รับผิดชอบตัดจ่ายสินค้าคลัง PRO
- แผนกจัดซื้อ 1-4 รับผิดชอบตัดจ่ายสินค้าคลัง PRM
- แผนกบุคคล-ธุรการ รับผิดชอบตัดจ่ายสินค้าคลัง OFS
ความหมาย
1. คลัง A/B หมายถึง คลังสินค้าขายปกติหน้าร้าน และ Drive Thru
2. คลัง PRO หมายถึง คลังสินค้าของแถมที่ Vender สนับสนุนหรือแถมมากับสินค้าที่มีโปรโมชั่น
3. คลัง PRM หมายถึง คลังพักสินค้าของแถมที่ Vender สนับสนุนแถมมากับสินค้าที่ยังไม่ถูกจัดทำโปรโมชั่น
4. คลัง OFS หมายถึง คลังสินค้าเบิกจ่ายในสำนักงาน
Work Flow

วิธีปฏิบัติ
การรับสินค้าเข้าคลัง
1. แผนกตรวจรับสินค้าตรวจรับสินค้าลงแจ้งให้ผู้รับผิดชอบสินค้าแต่ละคลังรับสินค้าเข้าคลังของตนเอง ดังนี้
1.1. เมื่อมีสินค้าคลัง A/B เข้ามาแผนกตรวจรับสินค้าจะตรวจสอบสินค้าและแจ้งให้กับ Section Manager ผู้รับผิดชอบสินค้าให้รับทราบเพื่อรับสินค้าเข้าคลัง A/B
1.2. เมื่อมีสินค้าของแถมที่ยังไม่มีโปรโมชั่นทางแผนกตรวจรับสินค้าจะแจ้งให้กับทางแผนกจัดซื้อเพื่อมารับสินค้าเข้าคลัง PRM
1.3 เมื่อมีสินค้าของแถมที่มีโปรโมชั่นสินค้าเข้า ทางแผนกตรวจรับสินค้าจะแจ้งให้กับแผนกประชาสัมพันธ์รับสินค้าเข้าคลัง PRO
1.4 เมื่อมีสินค้าวัสดุสำนักงานต่างๆ เข้ามา แผนกตรวจรับสินค้าแจ้งให้กับทางพนักงานจัดซื้อ-จัดจ้าง รับสินค้าเข้าคลัง OFS
การจ่ายสินค้าคลัง A/B
1. การเบิกสินค้าคลัง A/B พนักงาน End Control รับใบขอเบิกจากพนักงาน
2. พนักงานผู้ขอเบิก/พนักงานจัดสินค้ายื่นเอกสารใบขอเบิกให้กับพนักงานที่ดูแลสินค้าให้ช่วยจัดสินค้าและเซ็นต์เอกสารการจ่ายสินค้าให้
3. เมื่อพนักงานจะนำสินค้าออกจากคลังให้ยื่นสินค้าพร้อมกับเอกสารการขอเบิกให้กับพนักงาน End Control ตรวจสอบความถูกต้อง โดยต้องตรวจสอบรายละเอียด ดังนี้
3.1 จำนวนสินค้าที่จัดได้ในใบขอเบิก
3.2. ความถูกต้องของสินค้าที่เบิก
3.3 รหัสสินค้าถูกต้อง
กรณีที่รายละเอียดไม่ครบถ้วนถูกต้อง พนักงาน End Control ตีกลับไปยังพนักงานผู้ขอเบิก/พนักงานจัดสินค้า ถือว่าไม่สมบูรณ์
4. เมื่อตรวจสอบเอกสารและสินค้าถูกต้องแล้วพนักงาน End Control ดำเนินการตัดสินค้าออกจากคลัง ตามประเภทการเบิกประเภทต่าง ๆ ประกอบด้วย ใบเบิกเพื่อเป็นสินทรัพย์ เบิกเพื่อเป็นค่าใช้จ่าย เบิกเพื่องานก่อสร้าง เบิกใช้ส่วนตัวผู้บริหาร เบิกเพื่อซ่อมแซม เป็นต้น
5. ระบุเลขที่เอกสารที่ได้ในใบขอเบิกฯ กรณีที่พนักงานนำสินค้าที่เบิกกลับมาใช้งานในพื้นที่ขายหรือคลัง ให้ติดสติกเกอร์ “ สินค้าเบิกใช้แล้ว” ที่ตัวสินค้านั้น ๆ
6. จ่ายสินค้า เมื่อตัดสินค้าออกจากสต๊อก และระบุเลขที่ในเอกสารแล้ว ให้ส่งมอบเอกสารดังกล่าวพร้อมจ่ายสินค้าให้พนักงานเซ็นต์รับสินค้าในเอกสารใบขอเบิกใช้สินค้าและวัตถุดิบ ส่งคืนให้กับพนักงาน End Control และรับสินค้าที่มีสติกเกอร์เข้าแผนกต่อไป
7. พนักงาน End Control ปริ้นเอกสารรายงานการส่งใบเบิกประจำวันรวบรวมเอกสารส่งให้กับ Support Division เพื่อตรวจสอบ ภายในเวลาก่อน 12.00 น. และรวบรวมส่งแผนกบัญชีทุกสิ้นวัน
การจ่ายสินค้าคลัง PRM
1. การเบิกสินค้าคลัง PRM พนักงานจัดซื้อรับใบขอเบิกจากพนักงาน
2. พนักงานผู้ขอเบิกยื่นเอกสารใบขอเบิกให้กับพนักงานที่ดูแลสินค้าให้ช่วยจัดสินค้าและเซ็นต์เอกสารการจ่ายสินค้าให้โดยมีลายเซ็นต์ผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อแต่ละ CAT เป็นผู้อนุมัติการเบิก
3. เมื่อพนักงานจ่ายสินค้าตรวจสอบความถูกต้อง โดยต้องตรวจสอบรายละเอียด ดังนี้
3.1 จำนวนสินค้าที่จัดได้ในใบขอเบิก
3.2. ความถูกต้องของสินค้าที่เบิก
3.3 รหัสสินค้าถูกต้อง
4. เมื่อตรวจสอบเอกสารและสินค้าถูกต้องแล้วพนักงานจัดซื้อดำเนินการตัดสินค้าออกจากคลัง
5. พนักงานจัดซื้อปริ้นเอกสารรายงานการส่งใบเบิกประจำวันและรวบรวมส่งแผนกบัญชีทุกสิ้นวัน
หมายเหตุ สินค้าของแถมในคลัง PRM คือสินค้าที่หมดโปรโมชั่น แล้ว หรือสินค้าที่ยังไม่ถูกทำโปรโมชั่น หากสินค้าทำโปรให้โอนเข้าคลังสินค้า PRO และ หากสินค้าต้องการเก็บไว้จัดกิจกรรมเกี่ยวกับพนักงานให้โอนเข้าคลัง OFS
การจ่ายสินค้าคลัง PRO
1. สินค้าของแถมที่อยู่ในโปรโมชั่นจะไม่อนุญาตให้มีการเบิกนำไปใช้อย่างอื่นนอกจากการแถมให้ลูกค้าเท่านั้น และเมื่อมีสินค้าของแถมที่หมดโปรโมชั่นแล้วให้ตรวจนับและโอนสินค้ากลับเข้าคลัง PRM
2. กระบวนการตัดเบิกสินค้าของแถม
การจ่ายสินค้าคลัง OFS
1. การเบิกสินค้าคลัง OFS พนักงานจัดซื้อ-จัดจ้าง รับใบขอเบิกจากพนักงานทุกวันที่ 10 และ 20 ของทุกเดือน
2. พนักงานผู้ขอเบิกยื่นเอกสารใบขอเบิกให้กับพนักงานที่ดูแลสินค้าให้ช่วยจัดสินค้าและเซ็นต์เอกสารการจ่ายสินค้าให้โดยมีลายเซ็นต์ผู้จัดการแผนกเป็นผู้ตรวจสอบและอนุมัติ
3. เมื่อพนักงานจ่ายสินค้าตรวจสอบความถูกต้อง โดยต้องตรวจสอบรายละเอียด ดังนี้
3.1 จำนวนสินค้าที่จัดได้ในใบขอเบิก
3.2. ความถูกต้องของสินค้าที่เบิก
3.3 รหัสสินค้าถูกต้อง
4. เมื่อตรวจสอบเอกสารและสินค้าถูกต้องแล้วพนักงานจัดซื้อ-จัดจ้าง ดำเนินการตัดสินค้าออกจากคลัง
5. พนักงานจัดซื้อ-จัดจ้าง ปริ้นเอกสารรายงานใบเบิกประจำวัน และรวบรวมส่งแผนกบัญชีทุกสิ้นวัน
WI-SA1-012 กระบวนการออกแบบประมาณการ
1. วัตถุประสงค์
- เพื่อเป็นแนวทางในการบริการด้านการออกแบบและกำหนดมาตรฐานในด้านการรับงาน
- เพื่อให้บริการลูกค้าทางด้านการประมาณการสินค้าและค่าใช้จ่ายให้กับลูกค้าที่มารับบริการ
- เพื่อให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจในด้านการให้บริการทางด้านการให้คำปรึกษา
2. ขอบข่าย
- ใช้เป็นกรอบแนวทางในการเพิ่มช่องทางในการขายปลีกและผลักดันสินค้าที่ค้างจำหน่ายให้มียอดขายเพิ่มขึ้น รวมไปถึงสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ
3. หน้าที่และความรับผิดชอบ
Design Consultant
- และคำปรึกษาและรับความต้องการของลูกค้า
- ให้คำปรึกษาด้านการออกแบบ ประมาณราคา ติดตั้งและรับประกัน
4. ขั้นตอนการปฏิบัติ

รายละเอียดขั้นตอนการปฏิบัติงาน
- ลูกค้านำแบบมาถอดประมาณการ
- เคลียแบบประมาณการสินค้าให้กับลูกค้า - ทำประมาณการ เอกสารที่ต้องมีคือ แบบแปรน รายละเอียดสินค้า
- เมื่อลูกค้าระบุสินค้าที่ลูกค้าต้องการมาแล้วให้ทำการคำนวณประมาณการให้กับลูกค้าส่งให้กับทาง CR เพื่อทำเสนอราคา
- หากลูกค้ายังไม่ได้ดูสินค้าให้แนะนำและพาลูกค้าเดินดูสินค้า
- กรณีที่ลูกค้ายังไม่มีช่างและขอใช้บริการช่างกับทางร้านให้ทำการเสนอราคาค่าแรงช่าง
- ลูกค้าตกลงรับงาน
- สำรวจหน้างาน
- ทบทวนผลการประมาณการรับคำยืนยันคำสั่งซื้อจากลูกค้าและให้ลูกค้าเซนต์เอกสารยืนยันการสั่งซื้อและค่าบริการ
- ออกเอกสาร PO ติดตั้ง
- เชิญลูกค้าเข้า Line หรือ Telegram กลุ่ม
- รายงานความคืบาหน้าและติดตามงานให้กับลูกค้า
- เมื่อเสร็จงานลูกค้าตรวจหน้างานและเซ็นต์รับมอบงาน
- วางบิล
- สอบถามความพึงพอใจหลังจากลูกค้าใช้บริการ
WI-SA1-013 การจองสินค้า (Reservation)
การจองสินค้า
1. วัตถุประสงค์
- ระเบียบปฏิบัติฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ฝ่ายขายถือเป็นแนวทางในการปฎิบัติใน การให้บริการและรับข้อตกลง ของลูกค้า ให้สามารถปฎิบัติในทิศทางเดียวกัน อย่างมีประสิทธิภาพ และบรรลุผล ในเรื่องการจองสินค้า นำไปสู่่การเสนอขายและรับคำสั่งซื้อ ที่มีประสิทธิภาพ
2. ขอบเขต
- ใช้เป็นกรอบแนวทางการปฎิบัติเพื่อการให้บริการและรับข้อตกลง จากลูกค้า ที่ซื้อสินค้าโดยการชำระเงินทันทีเต็มจำนวนของมูลคาขาย และ ชำระเพื่อจองสินค้าไว้บางส่วน
- เป็นกระบวนการควบคุมการจองเพื่อไม่ให้เสียโอกาสในการขายสินค้า
3. หน้าที่และความรับผิดชอบ
- พนักงานขาย ทำหน้าที่ ออกเอกสารใบสั่งขายสั่งจองสินค้า และตรวจสอบรายงานใบสั่งจองที่หมดอายุทุกสิ้นวันหากหมดอายุให้ติดต่อเพื่อรับสินค้าหากลูกค้าไม่พร้อมรับให้ปริ้นเอกสารขยายเวลาใบจองให้กับทางคลังใหม่พร้อมดึงใบเก่าที่หมดอายุออก
- พนักงานคลังสินค้า ทำหน้าที่ ติดป้ายจองที่สินค้าและติดตามใบจองหมดอายุและตรวจสอบใบจองหมดอายุทุกสินวันและแจ้งกลับพนักงานขาย
4. เอกสารที่เกี่ยวข้อง
- ใบสั่งขาย
- ใบสั่งจอง
- ใบกำกับสินค้า
5. ขั้นตอนการปฏิบัติงาน

6. รายละเอียดขั้นตอนการปฏิบัติงาน
- พนักงานขาย รับคำสั่งขายจากลูกค้า แจ้งเงื่อนไขในการซื้อ-ขาย และการจองสินค้า ให้ลูกค้ารับทราบ
- พนักงานขายตรวจสอบสต๊อคสินค้าที่มีในระบบ และเช็คสินค้าจริงกับแผนกคลังสินค้าอีกครั้ง
- กรณีลูกค้า เงินสด จะต้องชำระมัดจำค่าสินค้า เต็มจำนวน หรือ มัดจำ 30% เพื่อจองสินค้า สามารถจองสินค้าได้ 7 วัน นับจากวันที่ได้รับเงินมัดจำ
- กรณีลูกค้า เงินเชื่อ จะต้องชำระมัดจำค่าสินค้า 30% เพื่อจองสินค้า สมารถจองสินค้าได้ 7 วัน นับจากวันที่ได้รับเงินมัดจำ
- เมื่อสินค้ามีเพียงพอ ให้พนักงานขายออกเอกสารใบกำกับสินค้าตามเอกสารอ้างอิง คือ ใบสั่งขาย/สั่งจอง
- พนักงานขายนำใบกำกับสินค้า เพื่อส่งให้พนักงานคลังสินค้านำไปติดสินค้าที่จองไว้
- ทุกสิ้นวัน พนักงานขายตรวจสอบรายงานใบสั่งขาย/สั่งจองค้างในระบบ หากพบว่าเอกสารการจองหมดอายุ ให้พนักงานขายติดต่อลูกค้าให้มารับสินค้า กรณีลูกค้ายังไม่รับ ให้ต่ออายุเอกสาร และนำเอกสารการจองใบใหม่ ให้กับพนักงานคลังสินค้า เพื่อเปลี่ยนใบกำกับสินค้าใหม่
- กรณีที่มีการยกลิกการจองสินค้า เรียกเก็บ ค่าฝากสินค้า 2% โดยหักจากเงินมัดจำของลูกค้า
- คลังต้องมี Check list เดินตรวจตรวจใบจองประจำวันหากตรวจสอบเจอใบจองหมดอายุให้เก็บคืนพนักงานขายทันที
- กรณีสินค้าที่มีการออกบิลลูกค้าเรียบร้อยแล้วแต่ลูกค้ายังไม่รับสินค้าให้นำแบบฟอร์มใบฝากสินค้าติดที่ตัวสินค้ารวมถึงลายเซนต์ได้รับอนุมัติจากผู้อำนวยการส่วนบริหารสินค้า/ผู้บริหาร เท่านั้น ตามลิงค์ แบบฟอร์มการขออนุมัติใบฝากสินค้า(ออกบิลแล้ว)
7. แบบฟอร์มที่เกี่ยวข้อง
-
F-WS-404 ใบสั่งขาย
-
F-WS-404 ใบสั่งจอง
-
F-GR-205 ใบกำกับสินค้า "จอง"

ตัวอย่างเอกสารแบบฟอร์มใบฝากสินค้า
9. นโยบายที่เกี่ยวข้อง
Link นโยบายการสั่งขายสั่งจองสินค้าเหล็ก
WI-SA-014 มาตรฐานการตอบแชทลูกค้า
มาตรฐานการตอบแชทลูกค้า Online
วัตถุประสงค์ เพื่อให้การสื่อสารมีความเป็นมืออาชีพ และสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า
ลักษณะของมาตรฐานการตอบคำถามลูกค้า :
1. การตอบแชทอย่างรวดเร็ว
-
ต้องตอบแชทลูกค้าไม่เกิน 5 นาที
-
มีการแจ้งยืนยันว่าได้รับคำถามแล้ว และจะดำเนินการตอบแชทต่อไป
เช่น จะตอบกลับลูกค้าภายใน 3 นาที
2. ความชัดเจนและกระชับ
-
ตอบแชทลูกค้าอย่างตรงไปตรงมา และให้ข้อมูลที่ลูกค้าต้องการ เช่น
ลูกค้า : สอบถาม สีน้ำ ค่ะ
พนักงานขาย : ลูกค้าต้องการสีน้ำ ทา ภายใน หรือ ภายนอก ค่ะ
-
หลีกเลี่ยงการใช้คำศัพท์ที่ซับซ้อนหรือเข้าใจยาก
-
หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม ควรแนะนำให้ลูกค้าติดต่อกลับ
3. การใช้ภาษาที่สุภาพและเป็นมืออาชีพ
-
ใช้ภาษาที่สุภาพและเป็นทางการ เพื่อแสดงถึงความเคารพและให้เกียรติแก่ลูกค้า
เช่น เดี๋ยว ใช้เป็น รอสักครู่
รอสักครู่ เช็คสินค้า ให้น่ะค่ะ
สักครู่ ตรวจสอบ ให้ค่ะ
-
หลีกเลี่ยงการใช้คำที่ไม่สุภาพหรือเป็นทางการเกินไป
4. การฟังและเข้าใจความต้องการของลูกค้า
-
รับคำถามหรือข้อสงสัยจากลูกค้าฟังหาลูกค้าให้ชัดเจน
-
ไม่ควรตอบคำถามโดยข้ามประเด็นหรือไม่ให้ความสำคัญกับข้อสงสัยที่ลูกค้ากล่าวถึง
5. การเสนอทางเลือกและคำแนะนำ
-
หากลูกค้าร้องขอคำแนะนำหรือทางเลือก ควรให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์และสอดคล้องกับสถานการณ์
-
หากมีทางเลือกอื่นๆ ให้ชัดเจนว่าแต่ละทางเลือกมีข้อดีและข้อเสียอย่างไร
โดยอาจจะถ่ายรูปสินค้า หรือ ส่งแคตตาล็อก ให้ลูกค้าพิจารณาเลือก
6. กรณีลูกค้าโทรหาควรใช้โทนเสียงที่เป็นมิตร
-
ควรให้คำตอบที่มีความอ่อนโยน และสร้างบรรยากาศที่เป็นมิตรในการสื่อสาร
-
หลีกเลี่ยงการตอบด้วยคำพูดที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกไม่ดีหรือถูกตำหนิ
7. การแก้ปัญหาที่มีประสิทธิภาพ
-
หากลูกค้ามีปัญหาหรือคำร้องเรียนควรขอโทษลูกค้าและควรสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพและเสนอวิธีแก้ไขที่เหมาะสม
-
หากจำเป็นต้องให้ลูกค้ารอการดำเนินการ ควรอธิบายสถานการณ์และระยะเวลาให้ชัดเจน
8. การตรวจสอบและสรุปคำตอบ
-
หลังจากตอบคำถาม ควรทบทวนคำตอบเพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีการเข้าใจผิด และข้อมูลที่ให้ถูกต้อง
-
สรุปคำตอบให้ลูกค้าเข้าใจได้ง่าย และให้คำแนะนำที่ชัดเจน
** ข้อควรระวัง การสรุป ไม่ใช่ การใช้คำซ้ำๆ ย้ำ มากจนเกินไป **
9. การทำตามสัญญา
-
หากมีการให้คำมั่นว่าจะดำเนินการบางอย่าง ควรทำให้ตรงตามกำหนดเวลาและเงื่อนไขที่สัญญาไว้เช่น การนัด วัน / เวลา ในการจัดส่ง
10. การใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
-
ใช้เครื่องมือหรือระบบการติดตามคำถามและคำตอบ เช่น ระบบ CRM (Customer Relationship Management) เพื่อจัดการคำถามจากลูกค้าอย่างเป็นระเบียบ
-
หากคำถามมีความซับซ้อน สามารถใช้สื่อรูปภาพ วิดีโอ หรือเอกสารเพิ่มเติมในการอธิบาย
ตัวอย่างการตอบคำถามลูกค้า:
ลูกค้า: “สินค้าที่สั่งไปยังไม่ถึงเลยครับ”
พนง. : “สวัสดีค่ะ/ครับ ขอบคุณที่ติดต่อมาค่ะ ขออภัยในความไม่สะดวกที่เกิดขึ้น ขอทราบชื่อ หรือ สมาชิก ของลูกค้า ได้ไหมคะ/ครับ เพื่อให้เราสามารถตรวจสอบสถานะการจัดส่งได้อย่างรวดเร็วค่ะ/ครับ ขอบคุณค่ะ/ครับ”
—---------------------------------------------
จากกรณีศึกษา ที่เกิดขึ้น
-
การสื่อสารกับลูกค้า ไม่ตรงวัตถุประสงค์ ไม่ได้สอบถามการใช้งานของลูกค้า หรือ แนะนำไม่ตรงใจลูกค้า
ข้อปฎิบัติติดตามแชท
-
ตรวจสอบการตอบแชท Line OA ทุกๆ 5-10 นาที
-
การตอบแชท ไม่ควรเกิน 15 นาที ควรตอบอย่างรวดเร็ว
-
หากตรวจสอบแล้ว การตอบไม่ชัดเจน ข้อมูลไม่ครบถ้วน หรือ ไม่ตรงกับที่ลูกค้า ต้องการ หัวหน้างาน เข้าช่วยเหลือ ในการตอบทันที
-
กรณี ใช้โทรศัพท์ หากน้ำเสียงพนักงานขาย เริ่มเสียงดัง หรือ ตอบกลับลูกค้าด้วยน้ำเสียงโมโห ลำคาญ ให้เข้าสะกิดเตือนพนักงาน หลังจากวางสายลูกค้า สอบถามปัญหาที่เกิดขึ้น
กรณีศึกษา
กรณีลูกค้าขอเปลี่ยนคนดูแล หรือ เปลี่ยนแอดมิน
กรณีลูกค้าต้องการสินค้าสมาร์ทบอร์ดขอบลาดแต่พนักงานเสนอขอบเรียบควรอ่านและรับฟังลูกค้าให้เข้าใจในคำสั่งซื้อ
WI-SA1-015 กระบวนการรับสินค้าระหว่างสาขา
1. วัตถุประสงค์ของกระบวนการ
-
ลดเวลารอคอยของลูกค้าเมื่อมารับสินค้าข้ามสาขา
-
ป้องกันการตกหล่นเอกสารและความสับสนหน้าจุดประชาสัมพันธ์
-
กำหนดผู้รับผิดชอบและช่องทางสื่อสารที่ชัดเจน
-
รองรับกรณีผู้รับฝากงานไม่อยู่ มีคนทำงานแทนได้
2. ขอบเขตกระบวนการ
ตั้งแต่ ลูกค้าซื้อสินค้า/สั่งสินค้าต้นทาง → แจ้งฝากรับต่างสาขา → ลูกค้าเข้ารับสินค้า ณ สาขาปลายทาง
3. ผู้เกี่ยวข้อง (Role & Responsibility)
| บทบาท | หน้าที่ |
|---|---|
| สาขาต้นทาง | แจ้งข้อมูลฝากรับสินค้า / เตรียมเอกสาร |
| ผู้ประสานงานรับสินค้าข้ามสาขา (ปลายทาง) | รับแจ้ง ตรวจสอบ เตรียมสินค้า |
| ประชาสัมพันธ์ / ลูกค้าสัมพันธ์ | รับลูกค้า ประสานภายใน |
| พนักงานขาย / พนักงานจัดสินค้า | จัดเตรียมสินค้าให้พร้อมส่งมอบ |
| หัวหน้าสาขา / ผู้แทน | กำกับ ติดตาม แก้ไขปัญหา |
✅ ข้อเสนอเชิงระบบคุณภาพ
ให้กำหนดตำแหน่ง “ผู้ประสานงานรับสินค้าข้ามสาขา” อย่างน้อย 2 คน/สาขา (ตัวจริง + สำรอง)
4. เครื่องมือที่ใช้
-
ระบบขาย / ERP
-
Telegram Group : “รับสินค้าข้ามสาขา – สาขา…….”
-
ใบสั่งขาย / ใบจองสินค้า
5. กระบวนการทำงาน (Work Process Flow)
6. ขั้นตอนการทำงาน (SOP) : การรับลูกค้าข้ามสาขา
ขั้นตอนที่ 1 : สาขาต้นทางแจ้งฝากรับสินค้า
(ก่อนลูกค้ามา)
-
พนักงานขายสาขาต้นทางแจ้งข้อมูลของลูกค้าให้ครบถ้วน
- ชื่อลูกค้า / เบอร์โทร
- เลขที่เอกสาร (SO / ใบสั่งขาย) หรือ ใบเบิกสินค้า คิวไดร์ทรู
- วันที่ / เวลาประมาณการรับสินค้า
2. แจ้งข้อมูลผ่าน Telegram Group หรือ Line Group รับสินค้าข้ามสาขา ติดต่อประชาสัมพันธ์
3. แนบรูปเอกสารหรือเลขอ้างอิงในระบบ
📌 ห้ามฝากงานด้วยวาจาโดยไม่แจ้งผ่านระบบหรือ Telegram Group หรือ Line Group
ขั้นตอนที่ 2 : ผู้ประสานงานสาขาปลายทางรับแจ้ง และจัดเตรียมสินค้า
-
ผู้ประสานงานตรวจสอบข้อมูลจาก Telegram Group หรือ Line Group และเอกสารในระบบ
-
ตอบกลับในกลุ่ม “รับทราบ / เตรียมดำเนินการ”
-
แจ้งคลังสินค้าเตรียมสินค้า
-
แยกพื้นที่จัดเก็บชัดเจน (โซนรับข้ามสาขา) พร้อมติดป้าย
-
ชื่อลูกค้า
-
เลขที่เอกสาร
-
-
แจ้งสถานะใน Telegram Group หรือ Line Group
“สินค้าเตรียมพร้อมแล้ว”
ขั้นตอนที่ 3 : ลูกค้าเข้ามาติดต่อ ณ จุดประชาสัมพันธ์ และส่งมอบสินค้าให้ลูกค้า
-
ประชาสัมพันธ์สอบถาม
-
ชื่อลูกค้า /เบอร์โทร / เลขที่เอกสาร
-
-
ตรวจสอบจากระบบ ในTelegram Group หรือ Line Group
-
ประสานผู้ประสานงานหรือคลังสินค้า
-
แจ้งลูกค้าเวลารอโดยประมาณให้ลูกค้าทราบ เช่น รบกวนลูกค้ารอไม่เกิน 15 นาที นะครับ/ค่ะ
-
ตรวจสอบสินค้าและเอกสารให้ถูกต้องครบถ้วน
-
ให้ลูกค้าลงนามรับสินค้า
-
อัปเดตสถานะในTelegram Group หรือ Line Group “ส่งมอบเรียบร้อย”
กรณีผู้รับผิดชอบไม่อยู่ (Backup Process)
-
Telegram Group หรือ Line Group ต้องมีอย่างน้อย:
-
ผู้ประสานงานหลัก (ประชาสัมพันธ์)
-
ผู้ประสานงานสำรอง (พนักงาน CR/แคชเชียร์)
-
หัวหน้าสาขา(Service Division)
-
-
งานทุกงานต้องแจ้งใน Telegram Group หรือ Line Group เท่านั้น
❌ ห้ามรับงานส่วนตัว -
ผู้ที่เห็นข้อมูลสามารถประสานงานแทนได้ทันที
ตัวชี้วัดด้านระบบคุณภาพ (ใช้ต่อยอด KPI / Audit ได้)
-
% ลูกค้ารับสินค้าข้ามสาขาตรงเวลา
-
ระยะเวลารอคอยเฉลี่ยหน้าจุดประชาสัมพันธ์
-
จำนวนข้อร้องเรียนเรื่องรอสินค้า
-
% งานที่แจ้งล่วงหน้าก่อนลูกค้ามา























