การตรวจรับสินค้า
- WI-GR-001 การตรวจรับสินค้า Goods Receiving
- WI-GR-002 การวางแผนรับสินค้า
- WI-GR-003 การรับสินค้าเข้าคลัง
- WI-GR-004 ป้ายกำกับอายุสินค้า
- WI-GR-005 การเคลื่อนย้ายสินค้าเข้าคลัง
- WI-GR-006 การรับสินค้าปูน
- WI-GR-007 การรับสินค้าเหล็ก
- WI-GR-008 การ Pack สินค้า
- WI-GR-009 การ Packing และ ติดบาร์โค้ด
- WI-GR-011 กระบวนการรับสินค้าโครงสร้าง
- WI-GR-012 กระบวนการรับเข้าสินค้าพิเศษ
- WI-GR-013 การรับสินค้าคอนกรีต(มติที่ประชุม โอนการรับเข้าให้กับบริหารสินค้าเป็นผู้ดำเนินการ)
- WI-GR-014 การบันทึกรับสินค้าเข้าในระบบ BC
- WI-GR-015 การรับสินค้าทั่วไป
- WI-GR-016 การตรวจรับสินค้า ที่มาส่งในวันหยุด
- WI-GR-017 การรับสินค้าถังบำบัดน้ำเสีย
- WI-GR-018 การจัดการของแถมที่ไม่ระบุในใบสั่งซื้อ
- WI-GR-019 คู่มือการใช้พาเลท
- WI-GR-020 กระบวนการตรวจสอบสินค้ากรณีสินค้ามี 2 รหัส
- WI-GR-022 การจัดเก็บ-จ่าย สินค้าสั่งพิเศษ SPO
- WI-GR-023 กระบวนการแบ่งแพ็คสินค้า
- WI-GR-024 กระบวนการแร็ปสินค้า
WI-GR-001 การตรวจรับสินค้า Goods Receiving
1. วัตถุประสงค์
เพื่อให้การตรวจรับสินค้ามีความถูกต้อง ครบถ้วน และมีคุณภาพตามมาตรฐานที่บริษัทกำหนด โดยมุ่งหวังให้กระบวนการตรวจรับปราศจากข้อผิดพลาด (“Zero Defect”)
2. ขอบข่าย
-
ครอบคลุมการตรวจรับสินค้าหลัก และสินค้าโครงสร้าง
-
GR ต้องร่วมตรวจรับกับ Section Manager และพิมพ์เอกสารการตรวจรับส่งให้คลังสินค้าเพื่อตรวจเช็ค
-
สินค้าที่มีเงื่อนไขพิเศษ (เช่น คอมพิวเตอร์ แอร์ ฯลฯ) ต้องมีผู้ตรวจสอบเฉพาะทางร่วมตรวจทุกครั้ง
-
กรณีสินค้าผ่านการตรวจรับ (Pass) → ส่งข้อมูลให้ฝ่ายจัดซื้อตรวจสอบกับ Vendor
-
สินค้าที่ส่งตรงถึงลูกค้า → พนักงานขายและลูกค้าต้องตรวจเช็คร่วมกันและลงนามก่อน GR จะบันทึกเข้าระบบ
3. คำจำกัดความ
-
การตรวจรับสินค้า : การตรวจสอบสภาพ รายละเอียด จำนวน และคุณลักษณะของสินค้าให้ถูกต้อง
-
สินค้า : วัสดุ/อุปกรณ์ที่สั่งซื้อเพื่อใช้ในงานขายหรือกิจการของบริษัท
-
ปฏิทินแผนการรับสินค้า : ตารางบันทึกวันที่รับสินค้าล่วงหน้า
-
แบบฟอร์มตรวจสอบรถขนส่ง : เอกสารบันทึกรายละเอียดรถขนส่งเข้า-ออก
-
ใบส่งของ / ใบกำกับภาษี : เอกสารประกอบการส่งสินค้าจากผู้แทนจำหน่าย
-
PO (Purchase Order) : ใบสั่งซื้อสินค้า
-
RV/RO/RX/CS : ใบรับเข้าระบบ เพื่อบันทึกสินค้าเข้าคลัง
4. หน้าที่และความรับผิดชอบ
ฝ่ายบริหารสินค้า
-
ตัดสินใจกรณีสินค้ามีปัญหา
-
ประสานงานกับผู้แทนจำหน่าย
-
กำกับการจัดส่งของ Vendor
พนักงานรับสินค้า
-
วางแผนและเตรียมบุคลากร/อุปกรณ์รับสินค้า
-
ตรวจสอบเอกสาร (PO, ใบส่งของ, ใบกำกับภาษี)
-
ตรวจนับและตรวจสอบสินค้าจริงกับเอกสาร
-
ย้ายสินค้าเข้าพื้นที่รับสินค้า
-
จัดทำเอกสารส่งให้ Admin GR
-
รายงานปัญหาการรับสินค้าให้ผู้จัดการแผนก
Admin GR
-
ตรวจสอบกำหนดส่งสินค้าและปรับแผนตามจริง
-
ตรวจสอบและบันทึกข้อมูลเข้าระบบ (RV/RO/RX/CS)
-
จัดทำรายงานสถานะการรับสินค้า
ผู้จัดการแผนกรับสินค้า
-
ตรวจสอบความถูกต้องของการรับเข้า
-
จัดทำ/ตรวจทานรายงานผลการตรวจรับสินค้า
-
พัฒนากระบวนการรับสินค้าให้มีประสิทธิภาพ
5. ขั้นตอนการทำงาน
คู่มือการปฏิบัติสำหรับกรณีการตรวจสอบบาร์โค้ดแล้วบาร์โค้ดยิงไม่ได้หรือ Vender ไม่ได้ติดบาร์โค้ดมาให้
กดดูที่ Link แนบรายละเอียด
-
เตรียมการ
-
ฝ่ายจัดซื้อออก PO
-
Admin GR ตรวจสอบกำหนดส่ง และลงแผนในปฏิทินรับสินค้า
-
แจ้งคลังสินค้าเพื่อเตรียมพื้นที่จัดเก็บ
-
-
การรับสินค้า
-
รถขนส่งยื่นเอกสาร (ใบส่งของ, ใบกำกับภาษี) ให้ GR
-
พนักงานตรวจสอบเอกสารกับ PO และตรวจนับสินค้าให้ถูกต้องตรงกัน
-
ถ่ายภาพสินค้าและเอกสารแนบโดย ให้เห็นรายละเอียดสินค้าและจำนวนให้ชัดเจน
ตัวอย่างการถ่าย -
ลงบันทึกใน FM-SP-009 ใบคุมตรวจรับสินค้า
-
หากถูกต้อง → ลงนามรับสินค้า → ย้ายเข้าพื้นที่
คลิปตัวอย่างการตรวจรับสินค้า -
กรณีตัวอย่างสินค้าที่มีลักษณะคล้ายกัน
ถัง DOS
รหัสสินค้า DOS GRANITO (COM-01/SB),(COM-06/SB) รหัสสินค้า DOS PORCIO (COM-02/CM)และ(COM-08/CM)
รหัสสินค้า DOS Natura (HY-42/GC) สีกราเซียร์แกรนิต รหัสสินค้าDOS Natura ( (HY-42/GY) สีแกรนิตเทา
การตรวจรับสินค้าเครื่องปั่นไฟ
1. ตรวจสภาพสินค้าโดยรอบ ให้ละเอียด สภาพสินค้ามีรอบบุบ แตก รอยขีดข่วน หรือมีตำหนิหรือไม่ และถ่ายภาพเป็นหลักฐานในการตรวจ หากสินค้ามีปัญหาแจ้งบริหารสินค้าทันที
ตารางกำหนดสินค้าที่ต้องตรวจสอบอย่างละเอียดก่อนรับเข้า (Critical Inspection List)
-
-
การบันทึกเข้าระบบ
-
Admin GR ตรวจสอบเอกสารและบันทึกเข้าระบบ (RV, RO, RX, CS)
- บันทึกรับสินค้าเข้าในระบบเฉพาะที่ไม่มีตำหนิแตกหักเสียหายระหว่างขนส่งเท่านั้นและแจ้งบริหารสินค้าให้รับทราบ
-
จัดทำรายงานผลการรับสินค้า
-
-
การจัดการปัญหา
-
สินค้าไม่ตรงเอกสาร / ไม่ครบ / เสียหาย → แจ้งฝ่ายบริหารสินค้าและทำบันทึกหมายเหตุ
-
สินค้าต้องส่งคืน → ระบุในใบขนส่งและใบกำกับภาษี พร้อมบันทึกใน FM-SP-009
-
แยกรับสินค้าเป็นครั้ง ๆ หากส่งไม่ครบ
- สินค้าที่ไม่มีบาร์โค้ดประสานบริหารสินค้าและทำการติดบาร์โค้ดและรับสินค้าเข้าให้เสร็จภายในวัน
-
-
Put Away (การเก็บสินค้าเข้าคลัง)
-
สินค้ามีบาร์โค้ด → ส่งเข้าคลังได้ทันทีหากเก็บสินค้าให้คลัง GR ต้องบันทึกชั้นเก็บให้เรียบร้อย
-
ไม่มีบาร์โค้ด → ส่งให้หน่วยงาน Packing เพื่อติดบาร์โค้ดก่อนเก็บ
-
สินค้าพาเลท → ต้องพันพลาสติกและติดป้ายจำนวนให้ครบถ้วน เช่น สี
-
-
สรุปรายงานสิ้นวัน
-
พนักงาน GR และ Admin GR ตรวจสอบยอดรับจริงกับเอกสาร
-
หัวหน้างานตรวจความครบถ้วนของเอกสารและภาพถ่ายทุกสิ้นวัน หากภาพถ่ายไม่ชัดเจนให้หัวหน้างานตรวจสอบกล้องวงจรปิด
-
รวบรวมเอกสารทั้งหมดส่งแผนกบัญชี-การเงินภายในวันถัดไx
-
6. เอกสารที่เกี่ยวข้อง
-
FM-GR-006 : ใบบันทึกผลการตรวจรับสินค้าเข้าคลัง
-
FM-SP-008 : แบบฟอร์มตรวจสอบรถขนส่ง
-
FM-SP-009 : ใบคุมการตรวจรับสินค้า
-
PO : ใบสั่งซื้อสินค้า
-
RV/RO/RX/CS : ใบรับสินค้าเข้าระบบ
-
ใบส่งของ, ใบกำกับภาษีจากผู้แทนจำหน่าย
WI-GR-002 การวางแผนรับสินค้า
1. วัตถุประสงค์
เพื่อให้การจัดเตรียมพื้นที่และการวางแผนการรับสินค้าเป็นไปอย่างถูกต้อง ตรงตามกำหนดเวลา และสามารถตรวจรับสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2. ขอบเขต
ใช้สำหรับการวางแผนและการรับสินค้าของ บริษัท นพดลพานิช จำกัด
3. คำจำกัดความ
-
การวางแผนการรับสินค้า : การวางแผนรับสินค้าที่ถึงกำหนดส่งตามใบสั่งซื้อ เพื่อเตรียมพื้นที่และทรัพยากรในการตรวจรับสินค้าได้อย่างเหมาะสม
-
การเตรียมพื้นที่รับสินค้า : การจัดเตรียมพื้นที่และพาเลทให้เพียงพอสำหรับการรับสินค้าในแต่ละวัน
4. หน้าที่และความรับผิดชอบ
ตำแหน่ง : บริหารสินค้า
-
แจ้งกำหนดการนำส่งสินค้าจากผู้ขาย (Vendor)
-
แจ้งการนำส่งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 5 วันทำการ
-
ระบุสถานะการนำส่งสินค้าอย่างถูกต้องและครบถ้วน
ตำแหน่ง : Admin GR
-
ตรวจสอบรายละเอียดสินค้าในเอกสารให้ตรงกับใบสั่งซื้อ
-
บันทึกการรับสินค้าเข้าระบบคอมพิวเตอร์
-
รวบรวมและจัดเก็บเอกสารที่เกี่ยวข้อง
ตำแหน่ง : คลังสินค้า
-
จัดเตรียมพื้นที่และอุปกรณ์สำหรับการรับสินค้า ร่วมกับ Admin GR
-
ตรวจรับสินค้า ร่วมกับ Admin GR
-
แจ้งปัญหาต่อฝ่ายจัดซื้อกรณีสินค้ามาไม่ตรงเวลา หรือตรงตามเงื่อนไขที่กำหนด
ตำแหน่ง : ผู้จัดการส่วน
-
ตรวจสอบรายละเอียดการรับเข้าสินค้า
-
ตรวจสอบความถูกต้องของสินค้าเทียบกับใบสั่งซื้อ
-
ตรวจสอบจำนวนสินค้าที่รับเข้า
5. กระบวนการทำงาน
ขั้นตอนการปฏิบัติ
รายละเอียดขั้นตอนการทำงาน
-
รับแจ้งการนำส่งสินค้าจากฝ่ายจัดซื้อ ผ่าน Line หรือ E-mail โดยต้องแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 5 วันทำการ
-
สินค้าที่มีขนาดใหญ่ เช่น ปูน สี หรือสินค้าที่ใช้รถบรรทุกใหญ่ ต้องเข้าพื้นที่ไม่เกินเวลา 10.00 น.
-
-
จัดเตรียมพื้นที่ วัสดุ และอุปกรณ์รองรับสินค้าตามแผนที่วางไว้
-
ทำการตรวจนับและตรวจสอบความถูกต้องของสินค้า หากสินค้ามีปัญหา แตก เสียหาย ไม่ครบตามจำนวน หรือบาร์งโค้ดมีปัญหาแจ้งบริหารสินค้า ทันที
-
บันทึกข้อมูลการรับสินค้าเข้าระบบ และระบุชั้นเก็บสินค้าให้เรียบร้อย
-
ตรวจสอบความถูกต้องตามกำหนดส่ง
-
หากสินค้าไม่มาตามเวลา ให้แจ้งฝ่ายจัดซื้อติดตาม และเลื่อนกำหนดนัดรับใหม่
-
6. ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
-
เอกสารอ้างอิง : CAR-GR-003 กรณีไม่ได้มีการวางแผนพื้นที่สำหรับการจัดเก็บสินค้าใหม่
หมายเหตุ
หากสามารถใช้งาน Application ติดตามการนำส่งสินค้า ได้ จะช่วยให้การติดตามและการวางแผนมีความถูกต้อง แม่นยำ และสะดวกมากยิ่งขึ้น
WI-GR-003 การรับสินค้าเข้าคลัง
วัตถุประสงค์
สินค้าที่รับเข้าจำนวน รายละเอียดของสินค้า ถูกต้องตรงตามเอกสารสินค้าที่รับเข้าคลังอยู่ในสภาพดี หีบห่อสมบูรณ์สินค้าที่รับเข้าต้องมีป้ายกำกับสินค้าและใบสั่งเข้าชั้นเก็บสินค้าที่รับเข้าต้องไม่มีสินค้าเสียหายคำจำกัดความสต๊อกสินค้าถูกต้องลดการเสียโอกาสในการขายสินค้า
ขอบข่าย
การรับสินค้าเข้า-ออกคลัง แผนก GR ให้ครอบคลุมในคลังตั้งแต่ 010 014 และ 099 ให้ถูกต้องชัดเจน
คำจำกัดความ
Stock Card คือ เอกสารที่ใช้บันทึกสินค้าที่มีการเคลื่อนไหวเข้าหรือออกจากคลังโดยบันทึกด้วยมือ
Store Layout หมายถึง ผังที่ใช้แสดงพื้นที่การจัดเก็บสินค้าว่าอยู่ในส่วนไหนของพื้นที่คลัง
Storage หมายถึง ฐานข้อมูลที่ใช้จัดเก็บสินค้าว่าจัดเก็บสินค้าประเภทไหนและจะจัดเก็บจำนวนเท่าไร
ป้ายรหัสชั้นเก็บ หมายถึง ป้ายที่บอกตำแหน่งของสินค้าที่ถูกจัดเก็บในพื้นที่คลัง
ผอ.LG หมายถึง ผู้อำนวยการฝ่าย Logistic
ผจก.แผนกคลัง หมายถึง ผู้จัดการคลังสินค้าที่ดูแลในส่วนของแผนกคลัง
ธุรการคลัง หมายถึง ผู้ที่ทำหน้าที่ด้านเอกสารทั้งหมดของคลังสินค้า
เจ้าหน้าที่คลัง หมายถึง ผู้ที่ทำหน้าที่ด้านการปฏิบัติงานภายในคลังสินค้า
หน้าที่และความรับผิดชอบ
เจ้าหน้าที่คลังสินค้า
1. รับสินค้าจาก GR ตรวจสอบสินค้าและป้ายบ่งชี้ เช่น ป้ายแถบสีกำกับอายุสินค้า หากกรณีสินค้ามีมาเต็มพาเลทให้ติดป้ายทุกครั้งว่า 1 พาเลทมีจำนวนเท่าใด

2. ขนถ่ายสินค้าเข้าชั้นเก็บ
3. ตรวจสอบความเสียหายของสินค้าก่อนนำสินค้าเข้าเก็บเข้าคลัง
4. บันทึกสินค้าลง Stock Card
Loss Prevention
ตรวจสอบสินค้าเสียหาย
ผังกระบวนการ
วิธีปฏิบัติ
ขั้นตอนที่ 1 รับสินค้าจากแผนก GR
เจ้าหน้าที่คลังรับ GR1-F05 ใบบันทึกผลการตรวจรับสินค้าจากแผนกตรวจรับสินค้า(GR)
ขั้นตอนที่ 2 ตรวจสอบสินค้าและป้ายบ่งชี้
เจ้าหน้าที่คลังตรวจสอบสินค้าและป้ายบ่งชี้สินค้าว่าสินค้าที่จะนำเข้าคลังได้บันทึกการรับสินค้าถูกต้อง ตรงกับเอกสารหรือไม่ เช่น จำนวน รายละเอียดสินค้า เป็นต้นโดยอ้างอิง GR1-F05 ใบบันทึกผลการตรวจรับสินค้าแบ่งเป็น
กรณี 1 สินค้ามีปัญหาให้ดำเนินการส่งสินค้าและเอกสารกลับแผนกตรวจรับสินค้าทันทีCAR68-GR-07 รับเข้าสินค้าถังเก็บน้ำบนดิน DOS GRANITO ผิดจำนวน
กรณีตัวอย่างสินค้าที่มีลักษณะคล้ายกัน
ถัง DOS
รหัสสินค้า DOS GRANITO (COM-01/SB),(COM-06/SB) รหัสสินค้า DOS PORCIO (COM-02/CM)และ(COM-08/CM)
รหัสสินค้า DOS Natura (HY-42/GC) สีกราเซียร์แกรนิต รหัสสินค้าDOS Natura ( (HY-42/GY) สีแกรนิตเทา
กรณี 2 สินค้าไม่มีปัญหาให้ดำเนินการนำสินค้าเข้าไปเก็บในคลังตามขั้นตอนขนถ่ายต่อไป
ขั้นตอนที่ 3 การขนถ่ายสินค้าเข้าชั้นเก็บ เจ้าหน้าที่คลังขนถ่ายสินค้าเข้าชั้นเก็บและจัดเรียงสินค้าให้เหมาะสมโดยดูเอกสารประกอบทุกครั้ง
ขั้นนตอนที่ 4. ตรวจสอบสินค้าเสียหาย เจ้าหน้าที่คลังตรวจสอบสินค้าโดยใช้ WH3-F02 การ Check List การจัดเก็บ และเมื่อตรวจพบว่าเจอ สินค้าที่แตกหักเสียหายให้แจ้ง Loss Prevention ทันทีและบันทึกข้อมูลสินค้าเสียหายใน F-LP-102 การแจ้งสินค้าเสียหายระหว่างการจัดเก็บเพื่อดำเนินการเคลมต่อไป
ขั้นตอนที่ 3 ระบุชั้นเก็บสินค้า
พนักงานประจำสินค้า เมื่อทำการตรวจสอบสินค้า และนำสินค้าเข้าไปจัดเก็บแล้ว ต้องระบุชั้นเก็บในเอกสาร F-GR-105 ใบบันทึกผลการตรวจรับสินค้าเข้าคลัง โดยให้ระบุชั้นเก็บสินค้าหลัก หรือ ที่เก็บหลักของสินค้า เท่านั้น กรณีที่นำสินค้าไปเก็บบน Top Stock ให้ใช้ป้าย Next Location ระบุที่เก็บสินค้ารองจากที่เก็บหลัก จนกว่าจะมีระบบเข้ามารองรับหลายชั้นเก็บ สินค้า SPO ในส่วนของสาขาให้จัดเก็บไว้ในส่วนของอาคาร D เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ และการสูญหาย
Link : PAR-GR-001 จัดสรรที่วางสินค้าเพื่อไม่ให้เกิดความเสี่ยงอุบัติเหตุ
.
สินค้าที่เก็บบนที่สูงหรือบนเชลล์ ให้มีการแลปสินค้าทุกชิ้น เช่น สี กระเบื้อง ปูนกาว และ อื่นๆ
เอกสารอ้างอิง
GR1-F05 ใบบันทึกผลการตรวจรับสินค้า
A-WH-301 โปรแกรมบันทึกรหัสชั้นเก็บ
LP1-F02 รายงานการสอบสวน
บันทึกคุณภาพ (แบบฟอร์ม, รายงาน)
บันทึกสินค้าที่มีการเคลื่อนไหวเข้า-ออก ภายในคลังสินค้า
WI-GR-004 ป้ายกำกับอายุสินค้า
- วัตถุประสงค์
เอกสารฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของขั้นตอนการปฏิบัติงานการจัดการสินค้า DMG ในส่วนของการป้องกันและจัดการสินค้าหมดอายุ เพื่อเป็นวิธีปฏิบัติงานให้กับพนักงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้ทราบและนำไปปฏิบัติให้เป็นแนวทางเดียวกัน
- ขอบข่าย
เป็นมาตรฐานขั้นตอนการปฏิบัติงานตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนการในการป้องกันและจัดการสินค้าหมดอายุ เพื่อให้เข้าใจและปฏิบัติงานไปในแนวทางเดียวกัน
- คำจำกัดความ
- สินค้า DMG คือ สินค้าที่เกิดจากการชำรุด เสียหาย เสื่อมสภาพ หมดอายุ
- หน้าที่และความรับผิดชอบ
4.1. เจ้าหน้าที่รับสินค้า (GR) มีหน้าที่
- ตรวจรับสินค้า พร้อมกับตรวจเช็ควันหมดอายุของสินค้าประเภทที่มีอายุบันทึกลงไปในแบบฟอร์มที่รับเข้าทุกครั้ง (สินค้าที่มีอายุและสินค้าที่มีอายุต่ำกว่า 6 เดือน)
ตาม W-GR-106 คู่มือปฏิบัติสินค้ามีอายุ
- ติดป้ายแยกสีระบุวันที่ผลิต และ วันที่หมดอายุ ตาม Lot สินค้าที่เข้ามา ให้เป็นสีเดียวกัน ตามระยะเพื่อให้สามารถรู้ได้ว่าสินค้ามีอายุการใช้งานโดยกำหนดสีคือ แดง=1เดือน,เหลือง=2 เดือน ชมพู = 3 เดือน , เชียว= 4 เดือน , ส้ม=5 เดือน , ฟ้า= 6 เดือน ตามลำดับ
- สินค้าประเภทซิลิโคน ให้แผนกคอมฯ จัดทำโปรแกรมพิมพ์ระบุวันที่หมดอายุติดตรง Barcode หรือจุดที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจน
4.2. Section Manager ส่วนคลังสินค้า มีหน้าที่
- ตรวจเช็คสินค้าก่อนรับสินค้าเข้าคลัง
- ตรวจป้ายกำกับสินค้าที่พาเลท แยกสีตาม LOT นั้นๆ
- จัดเรียงสินค้าตามระบบ First In First Out (FIFO) ตามเอกสารคู่มือ : WI-WH-001
- จ่ายสินค้าที่รับเข้าก่อนหรือสินค้าที่ใกล้จะหมดอายุก่อนทุกครั้ง
- ตรวจสอบป้ายควบคุมสินค้าหมดอายุทุกสิ้นเดือนพร้อมทั้งถ่ายภาพและรายงานให้ ICC รับทราบ
- ตรวจเช็คสต๊อคสินค้า ตรวจนับ เป็นสินค้าเฝ้าระวัง สินค้าหมดอายุ ทุกสิ้นเดือน
4.3. Section Manager ส่วนค้าปลีก มีหน้าที่
- ติดป้ายกำกับสินค้าที่ชั้นวาง(shelf) แสดงสัญญลักษณ์สินค้ามีอายุ
- จัดเรียงสินค้าขายตามระบบการจัดเรียงสินค้า ตามเอกสารคู่มือ : SA1-WO3
- ให้พนง.หรือ พีซี สินค้านั้นๆจัดทำ Stock card ระบุวันที่รับเข้า วันหมดอายุ เป็นสินค้าเฝ้าระวัง
- จ่ายสินค้าที่รับเข้าก่อนหรือสินค้าที่ใกล้จะหมดอายุก่อนทุกครั้ง
- ตรวจสอบป้ายควบคุมสินค้าหมดอายุทุกสิ้นเดือนร่วมกับพนักงาน PC พร้อมทั้งถ่ายภาพและรายงานให้ IC รับทราบ
4.4. เจ้าหน้าที่ตรวจนับสินค้า ( IC ) มีหน้าที่
- สุ่มตรวจสอบสินค้าที่มีวันหมดอายุในกระบวนการตรวจนับสินค้าทุกเดือน(ทุกวันที่ 20)ตาม
เอกสารที่เกี่ยวข้อง : คู่มือการตรวจนับสต๊อก - ตรวจสอบป้ายกำกับอายุของสินค้าว่าไม่มีสีของเดือนที่ตรวจนับคงค้างอยู่
- รายงานความเสียหายเกี่ยวกับสินค้าที่ตรวจแล้วมีอายุเหลือไม่ถึง 1 ปี
4.5. เจ้าหน้าที่บริหารสินค้า (MC) มีหน้าที่
- ตรวจสอบสินค้าว่าสามารถเคลมกับ Vendor ได้หรือไม่ได้
- แจ้งผลการเคลมให้กับเจ้าหน้าที่ป้องกันการสูญเสียทราบเพื่อดำเนินการขั้นตอนต่อไป
- พิจารณาการจัดการสินค้าเสียหายในขั้นตอนสุดท้ายว่าจะ ทิ้ง,บริจาค,ขาย,โปรโมชั่น
- ก่อนทำการสั่งซื้อสินค้ามีอายุจะต้องตรวจสอบว่าสินค้าที่เหลือมีจำนวนเท่าไหร่และหมดอายุเมื่อใดตามกระบวนการจัดซื้อ เอกสารคู่มือที่เกี่ยวข้อง : PM-BY-003
4.6. เจ้าหน้าที่ป้องกันการสูญเสีย (LP) มีหน้าที่
- รับแจ้งปัญหาสินค้าเสียหาย เสื่อมสภาพ หมดอายุ
- ดำเนินการติดตามการแก้ไขปัญหา สินค้าเสียหายนั้นๆ กับแผนกที่เกี่ยวข้อง
- จัดทำรายงานผลการตรวจสอบที่มาที่ไปของสาเหตุ
การป้องกันสินค้าหมดอายุ
|
ขั้นตอนการปฏิบัติ |
วิธีการปฏิบัติงาน |
รายละเอียดการปฏิบัติงาน |
|
แผนกตรวจรับสินค้า(GR) |
||
|
1.รับสินค้าที่มีอายุหรือมีอายุต่ำกว่า 6 เดือน |
ดู วัน เดือน ปี หมดอายุของสินค้าก่อนรับเข้าถ้าสินค้ามีอายุต่ำกว่า 6 เดือน ห้ามรับสินค้าเข้าเด็ดขาด |
แผนก GR ตรวจสอบสินค้าที่รับเข้าว่าเป็นสินค้ามีอายุหรือไม่ หากพบว่าสินค้ามีอายุน้อยกว่า 1 ปี ให้แจ้งทาง MC เพื่อตรวจสอบว่าเป็นสินค้าประเภทใดหมุนเวียนเร็วหรือไม่ หากเป็นสินค้าที่มีอายุต่ำกว่า 6 เดือน ให้ประสานงาน MC เพื่อทำการส่งกลับ Vender ทันที |
|
2.ระบุวันที่หมดอายุท้ายรายการ |
ระบุวันเดือนปีหมดอายุของสินค้า ท้ายรายการเอกสารแบบฟอร์มและติดสติ๊กเกอร์ที่ตัวสินค้าหรือพาเลท เพื่อเฝ้าระวังสินค้ามีอายุการใช้งาน |
เมื่อตรวจสอบวัน เดือน ปี หมดอายุและทราบว่าเป็นสินค้าที่มีอายุการใช้งานให้ทางแผนก GR ระบุประเภทสินค้ามีอายุท้ายเอกสารและติดสติ๊กเกอร์ให้เห็นเด่นชัดว่าเป็นสินค้ามีอายุต้องเฝ้าระวัง |
|
คลังสินค้า/ค้าปลีก |
||
|
1.ตรวจสอบวัน เดือน ปี สินค้า ก่อนรับสินค้าเข้าคลัง |
ตรวจดูวัน เดือน ปี หมดอายุของสินค้าและป้าย กำหนดอายุของสินค้าก่อนเซ็นต์รับเข้าคลังทุกครั้ง |
ก่อนรับสินค้าเข้าคลังให้ Section Manager ตรวจสอบวัน เดือน ปี ที่หมดอายุของสินค้าก่อนรับสินค้าและตรวจดูว่ามีป้ายบ่งชี้สินค้ามีอายุต้องเฝ้าระวัง เพื่อสะดวกต่อการแยกประเภทในการจัดเก็บแบบ FIFO |
|
2.จัดเรียบสินค้าแบบ FIFO |
จัดเรียงสินค้าที่มาก่อนไว้ด้านนอกหรือจัดโซนสินค้าที่มาก่อนให้เป็นสัดส่วนสามารถมองเห็นได้ชัด |
กำหนดจุดจัดเก็บสินค้าที่มีอายุให้เป็นสัดส่วนและให้นำสินค้าที่มาก่อนไว้ด้านนอกสุด |
|
3. จ่ายสินค้าที่จะหมดอายุก่อนทุกครั้ง |
ก่อนจ่ายสินค้าให้ดูวัน เดือน ปี ก่อนจ่ายทุกครั้งสินค้าที่มาก่อนให้จ่ายก่อน |
คลังสินค้าจัดโซนประเภทสินค้าที่มีอายุและจัดเรียงสินค้าที่มาก่อนไว้ด้านหน้าเพื่อจ่ายสินค้าที่ใกล้หมดอายุก่อนเสมอ ตามมาตรฐาน FIFO |
|
4.ตรวจสอบควบคุมสินค้าหมดอายุทุกสิ้นเดือน |
ทุกวันสิ้นเดือนให้ตรวจสอบและเฝ้าระวังสินค้าที่ใกล้หมดอายุ และทำการ Cleck List ป้ายสินค้าเฝ้าระวังพร้อมรูปถ่ายและรายงานให้ IC ทราบทุกเดือน |
ทุกสิ้นเดือนให้ตรวจสอบสินค้าและเฝ้าระวังสินค้าหมดอายุ หากพบสินค้าใกล้หมดอายุ 3 เดือน ให้ทำรายงานแจ้ง IC ให้มาตรวจสอบ |
|
แผนกควบคุมสินค้าคงคลัง IC (Inventory Control) |
||
|
1. ทำการสุ่มตรวจสอบสินค้าคงคลัง ประเภทที่มีอายุทุกสิ้นเดือน |
ประสานงานเจ้าของพื้นที่ให้มาตรวจสอบสินค้าเผ้าระวังหรือสินค้าใกล้หมดอายุ โดยการสุ่มตรวจทุกเดือน |
แผนก IC ทำการสุ่มตรวจสอบสินค้าที่มีอายุเพื่อเป็นการเฝ้าระวังร่วมกับ Section Manager และทำรายงานผลการดำเนินการตรวจสอบทุกเดือน |
|
2. รายงานสินค้าประเภทที่มีอายุเหลือไม่ถึง 3 เดือน |
จัดทำรายงานสินค้าใกล้หมดอายุให้กับ MC รับทราบ เพื่อทาง MC จะได้ประสาน การตลาดเพื่อจัดทำโปร หรือ ประสาน Vender เพื่อเคลมหรือคืนสินค้า |
เมื่อตรวจพบว่าสินค้าที่มีอายุน้อยกว่า |
|
แผนกบริหารสินค้า |
||
|
1.พิจารณาสินค้าก่อนรับเข้ากรณีสินค้ามีอายุการใช้งาน |
- เมื่อสั่งซื้อสินค้าเข้ามาและได้รับแจ้งจากทาง GR ว่าสินค้ามีอายุน้อยกว่า 1 ปี ให้ทาง MC พิจารณาการรับสินค้าเข้า และหากสินค้ามีอายุน้อยกว่า 6 เดือน ให้แจ้ง Vender เพื่อขอคืนสินค้าทันที -กรณีสินค้าที่ขายหมดก่อน 2 เดือนก็ให้จัดซื้อพิจารณาเซ็นต์รับทราบให้รับเข้าไปขายได้ - แจ้งส่วนที่เกี่ยวข้อง PC หรือ Section ให้ค่อยตรวจสอบสินค้าที่ดูแล ทุก ๆ วัน ให้จัดเรียงสินค้าแบบ FiFo เข้าก่อนออกก่อน |
-เมื่อได้รับแจ้งปัญหาการรับเข้าสินค้าจากแผนก GR ว่าสินค้าหมดอายุก่อน 6 เดือน ให้ดำเนินการประสานงานกับ Vender เพื่อขอคืนสินค้าที่ใกล้หมด -GR ปริ้นกระดาษสีติดสินค้าทีรับเข้า พร้อมระบุวันผลิต และวันหมดอายุติดกับสินค้าที่รับเข้าวันนั้นๆ |
|
2.แจ้งผลการดำเนินงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง |
แจ้งผู้ที่เกี่ยวข้องว่าจะมีการตรวจนับสินค้าในกลุ่มที่มีอายุ ทุก ๆ วันที่ 20 ของเดือนทำเป็นประจำทุกเดือน เพื่อตรวจสอบและลดปัญหาสินค้าหมดอายุ หากตรวจสอบเจอ ก็ประสานงานกับทาง Vender |
ประสาน Vender แจ้งสินค้าใกล้หมดอายุเพื่อติดต่อขอเคลม หรือ จัดทำโปรต่างๆ |
|
3. พิจารณาสินค้าใกล้หมดอายุ |
พิจารณาสินค้าใกล้หมดอายุหรือหมดอายุและประสาน Vender เพื่อแจ้งเคลม หรือการตลาดเพื่อจัดโปรโมชั่น ต่างๆ |
พิจารณาสินค้าใกล้หมดอายุประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาเช่น Vender เคลม หรือ จัดโปรโมชั่นต่างๆ และเมื่อพบรายงานสินค้าหมดอายุไปแล้วเคลมไม่ได้หรือ Vender ไม่รับคืนสินค้าให้ประสานแจ้ง LP ดำเนินการจัดการสินค้า DMG (PM-LP-001) |
|
แผนกป้องกันการสูญเสีย (LP) |
||
|
1. จัดทำรายงานผลการสอบสวนและจัดการสินค้าหมดอายุ |
หาสาเหตุของปัญหาสินค้าหมดอายุและจัดทำรายงานผลให้กับทาง MC ประสานผู้ที่เกี่ยวข้อง ให้มาดำเนินการแก้ไขปัญหา |
ดำเนินการตามขั้นตอนการปฏิบัติงาน การจัดการสินค้า DMG (PM-LP-001) |
- ขั้นตอนการปฏิบัติงาน
ผู้รับผิดชอบ กระบวนการ เอกสารที่เกี่ยวข้อง
หมายเหตุ : ป้ายกำหนดการรับสินค้ามีอายุเข้าคลัง
- สีแดง เดือน มกราคม กับเดือน กรกฎาคม
- สีเหลือง เดือน กุมภาพันธ์ กับเดือน สิงหาคม
- สีชมพู เดือน มีนาคม กับเดือน กันยายน
- สีเขียว เดือน เมษายน กับเดือน ตุลาคม
- สีส้ม เดือน พฤษภาคม กับเดือน พฤศจิกายน
- สีฟ้า เดือน มิถุนายน กับเดือน ธันวาคม
WI-GR-005 การเคลื่อนย้ายสินค้าเข้าคลัง
1. วัตถุประสงค์
เอกสารนี้จัดทำขึ้นเพื่อติดตามผลสัมฤทธิ์/ เพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการเคลื่อนย้ายสินค้าเข้าคลัง เพื่อเป็นการตรวจสอบสินค้าให้มีความถูกต้องในด้านรายละเอียดของสินค้า จำนวน ขนาด สภาพสินค้า การติด Barcode การ Packing ให้ถูกต้อง ก่อนการนำสินค้าเข้าคลัง
2. ขอบข่าย
ขั้นตอนการปฏิบัติการเคลื่อนย้ายสินค้าเข้าคลัง ให้มีความถูกต้องตามขั้นตอนการทำงาน การตรวจสอบ เฉพาะแผนกตรวจรับสินค้า GR บริษัท นพดลพานิช จำกัด เท่านั้น
3. คำจำกัดความ
การเคลื่อนย้ายสินค้า หมายถึง การตรวจสอบความถูกต้อง ทางด้าน รายละเอียดของสินค้า จำนวนของสินค้า ขนาดของสินค้า รุ่นของสินค้า คลังและที่เก็บสินค้า ก่อนส่งมอบสินค้าเข้าเก็บไว้ในคลัง
ใบ Checklist คุณภาพสินค้า หมายถึง ใบตรวจสอบคุณภาพสินค้าในด้านต่าง ๆ เช่น คุณภาพสินค้า การติด Barcode รูปแบบความสมบูรณ์ของการ Pack ฯลฯ
ใบกำกับสินค้า Back Order หมายถึง เอกสารกำกับสินค้าเพื่อระบุว่าสินค้าที่สั่งมาตามจำนวนในเอกสารนี้ เป็นการสั่งมาให้ลูกค้าตามที่ระบุในเอกสารเท่านั้น
ใบ Sticker End Control หมายถึง สติ๊กเกอร์ตรวจสอบคุณภาพสินค้าที่เป็นกล่อง สินค้าแตกหักเสียหายง่าย เช่น กระจก ที่ใส่สบู่ ที่ใส่กระดาษ ฯลฯ เพื่อยืนยันการตรวจสอบคุณภาพสินค้าจาก End Control
ใบบันทึกโอนย้ายสินค้าระหว่างคลัง หมายถึง เอกสารบันทึกการนำสินค้าจากคลังหนึ่งสู่อีกคลังหนึ่ง เพื่อให้ยอดสินค้าในคลังถูกต้อง
4. หน้าที่และความรับผิดชอบ
End Control GR
มีหน้าที่ 1. เป็นผู้รับใบบันทึกผลการตรวจรับสินค้าเข้าคลัง ซึ่ง Admin GR เป็นผู้ทำการบันทึก
- เป็นผู้ทำการบันทึกการโอนย้ายสินค้าระหว่างคลัง จากใบขอโอนย้ายสินค้า
- เป็นผู้ตรวจสอบความถูกต้องของสินค้าก่อนส่งมอบสินค้าเข้าคลัง
- เป็นผู้ส่งมอบสินค้าเข้าคลังสินค้า
- เป็นผู้ตรวจสอบเอกสารและสินค้าทุกชนิดที่ผ่านเข้าคลัง
พนักงานคลังสินค้า
มีหน้าที่ 1. เป็นผู้ตรวจสอบสินค้าร่วมกับ End Control
- ผู้รับสินค้าเข้าคลังสินค้าจาก End Control พร้อมสำเนาแบบฟอร์ม FM-GR-006 ใบบันทึกผล
การตรวจรับสินค้าเข้าคลัง และ แบบฟอร์ม FM-GR-007 ใบโอนย้ายสินค้าระหว่างคลัง
- เป็นผู้จัดเก็บสินค้าเข้าชั้นเก็บตามที่กำหนดไว้ให้เป็นระเบียบ
Admin GR
มีหน้าที่ 1. เป็นผู้เก็บรวบรวมเอกสาร แบบฟอร์ม FM-GR-006 ใบบันทึกผลการตรวจรับสินค้าเข้าคลัง
และ แบบฟอร์ม FM-GR-007 ใบโอนย้ายสินค้าระหว่างคลัง
- เป็นผู้ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร แบบฟอร์ม FM-GR-006 ใบบันทึกผลการตรวจรับ
สินค้าเข้าคลัง และ แบบฟอร์ม FM-GR-007 ใบโอนย้ายสินค้าระหว่างคลัง
5. ขั้นตอนการปฏิบัติงาน
JD-SP-005 พนักงานควบคุมสินค้า End Control
PAR-GR-002 สินค้าสีรองพื้นปูนใหม่กันด่าง Deltech Plus จัดนาทีทองแต่คิดเงินลูกค้าเต็มจำนวน
CAR2567-GR-003 ติดบาร์โค้ดสินค้าข้องอผิด
รายละเอียดขั้นตอนการปฏิบัติงาน
ขั้นตอนที่ 1. รับเอกสาร
พนักงาน End Control ในส่วนการตรวจสอบสินค้าเข้าคลังรับสินค้าและเอกสารจากพนักงาน End Control ส่วนการ Pack เช่นแบบฟอร์ม FM-GR-006 ใบบันทึกผลการตรวจรับสินค้าเข้าคลัง จากพนักงาน End Control จากส่วนงาน PM-GR-002 กระบวนการ Pack และ F-RT-401 ใบขอโอนย้ายสินค้าระหว่างคลังจากพนักงานผู้ขอโอนสินค้าเป็นการเร่งด่วน
ขั้นตอนที่ 2. การตรวจสอบสินค้า จำนวน มีปัญหา
1. ตรวจสอบสินค้ากับเอกสาร พนักงาน End Control ตรวจสอบสินค้าร่วมกับพนักงานคลังสินค้า (พนักงานที่รับสินค้าเข้าคลัง) ตามเอกสาร แบบฟอร์ม FM-GR-007 ใบบันทึกโอนย้ายสินค้าระหว่างคลัง และ แบบฟอร์ม FM-GR-006 ใบบันทึกผลการตรวจรับสินค้าเข้าคลัง
2. ทำการ Test Scan สินค้า เพื่อตรวจสอบ รหัสสินค้า เทียบกับเอกสาร แบบฟอร์ม FM-GR-007 ใบบันทึกโอนย้ายสินค้าระหว่างคลัง และ แบบฟอร์ม FM-GR-006 ใบบันทึกผลการตรวจรับสินค้าเข้าคลัง ให้ครบถ้วน ทุกต้อง ทั้งระบบ เอกสาร ในกรณีที่ไม่ถูกต้อง แจ้งให้บริหารสินค้า และส่วนงาน Packing ให้ดำเนินการตรวจสอบ
3. บันทึกรายละเอียดการตรวจสอบลงในแบบฟอร์ม FM-GR-012 พร้อมติดแบบฟอร์ม FM-GR-004 ใบ Sticker End Control ในกรณีที่สินค้าอยู่ในกล่อง สินค้าแตกหักเสียหายได้ผ่านการตรวจสอบแล้ว
4. ในกรณีสินค้าโปรโมชั่น ที่มีรหัสลงท้ายด้วย GD ต้องดำเนินการตรวจสอบ บาร์โค๊ตสินค้าต้องติดทับกับบาร์โค๊ตสินค้าเดิม ให้สนิท ไม่ให้สามารถ สแกนบาร์โค๊ตเดิมได้ และเมื่อทำการ Test Scan รายละเอียดรหัสสินค้าต้องมีรหัส GD ท้ายรหัส ทุกครั้ง
5. สินค้าที่มีบาร์โค๊ตข้างกล่อง 2 รหัส (รหัสบาร์ชิ้น และ รหัสบาร์กล่อง ) ต้องมีการขีดฆ่ารหัสที่ไม่ใช้งาน ให้เรียบร้อย
ขั้นตอนที่ 3. จัดเก็บสินค้าตามมาตราฐาน
พนักงานคลังสินค้าตรวจเช็คสินค้าพร้อมนำสินค้าจัดเก็บตามมาตราฐาน
1. พนักงานตรวจรับสินค้าติดแถบสีสินค้าที่มีอายุเพื่อควบคุมอายุสินค้าก่อนทำการจัดเก็บสินค้าเข้าคลัง
2. พนักงานติดป้ายกำกับจำนวนสินค้าเต็มพาเลท
3. สินค้าต้องยกพาเลทเก็บบนที่สูงให้มีการแลปสินค้าให้เรียบร้อย เช่น สี กระเบื้อง และอื่นๆ
4. นำสินค้าเข้าเก็บและแอดโลเคชั่นชั้นเก็บให้ถูกต้อง
ขั้นตอนที่ 4. ส่งเอกสารให้ Admin GR บริหารสินค้า
พนักงาน End Control ในส่วนการควบคุมการเคลื่อนย้ายสินค้าระหว่างคลัง นำส่งเอกสารแบบฟอร์ม FM-GR-006 ใบบันทึกผลการตรวจรับสินค้าเข้าคลัง และ แบบฟอร์ม FM-GR-007 ใบบันทึกโอนย้ายสินค้าระหว่างคลัง ให้ Admin GR และแบบฟอร์ม FM-GR-012 แบบ Check list คุณภาพสินค้า ให้กับผู้จัดการส่วนตรวจสอบและนำส่งบริหารสินค้าพิจารณา
WI-GR-006 การรับสินค้าปูน
1. วัตถุประสงค์
ตามนโยบายของบริษัทฯ เพื่อให้มีขั้นตอนในการรับสินค้าโครงสร้าง ให้ชัดเจน มีการวิเคราะห์ข้อมูล ติดตามสินค้า และกำหนดรอบระยะเวลา ได้อย่างถูกต้อง รวมทั้งการติดตามการทำงานของพนักงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จึงจัดทำวิธีการปฏิบัติงานในการทำงานอยู่ในกระบวนการทำงานที่ถูกต้อง และเป็นมาตรฐาน
2. ขอบข่าย
ขั้นตอนในการรับสินค้าโครงสร้าง จะต้องรับสินค้าให้เสร็จภายในสิ้นวันและมีการตรวจนับอย่างถูกต้อง ทำให้การปฏิบัติงานการรับสินค้าโครงสร้างทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ
-
คำจำกัดความ
ไม่มี
-
หน้าที่และความรับผิดชอบ
พนักงานตรวจรับสินค้า GR
มีหน้าที่ - ตรวจรับสินค้าเข้าคลัง
- ตรวจเอกสารใบส่งสินค้า / ใบกำกับภาษี จากคนขับรถ
- บรรทึกข้อมูลการรับสินค้าเข้าระบบ
- จัดทำป้ายราคา หรือบาร์โค๊ท
- ส่งมอบให้กับพนักงานประจำสินค้า/พนักงานขาย
พนักงานประจำสินค้า/พนักงานขาย
มีหน้าที่ - พนักงานประจำสินค้า ตรวจนับและติดป้ายใบตรวจรับบริเวณมุมล่างซ้ายทุกพาเลท
5. ขั้นตอนวิธีปฏิบัติงาน
5.1. รถมาส่งสินค้า
5.1.1. ขนส่งบริษัท
5.1.2. ขนส่งนอก
5.1.3. ขนส่งของ Supplier
5.2. ตรวจสอบเอกสารใบกำกับสินค้า/ใบส่งของ
พนักงานตรวจรับสินค้า GR รับเอกสารใบส่งสินค้า / ใบกำกับภาษี จากคนขับรถแล้วนำไปตรวจสอบใบสั่งซื้อ
(PO) ที่แผนกรับสินค้า หากไม่มี PO ให้ GR ติดต่อกับฝ่ายบริหารสินค้าทันที เมื่อได้รับเอกสารแล้วจัดพิมพ์เอกสารสำเนาใบสั่งซื้อ/ใบตรวจรับสินค้าเข้าคลัง แนบกับใบส่งสินค้า/ใบกำกับภาษี GR ทำการตรวจนับสินค้าร่วมกับ LP และ Section
5.2.1. ในกรณี สินค้า Pass ส่ง
-
กรณีรับแจ้งจากพนักงานขาย หรือจัดซื้อ หรือบัญชี GR พิมพ์ สำเนาใบสั่งซื้อ/ใบตรวจรับสินค้าเข้าคลัง พร้อมบันทึกลงในเครื่อง แจ้งพนักงานขายเพื่อทำการออกบิล
-
บันทึกการรับสินค้า บันทึกรายละเอียดการรับสินค้าเข้าในเอกสารทุกครั้งเพื่อป้องกัน Stock สินค้าขาด เกิน พร้อมหมายเหตุร้านค้าหรือลูกค้าที่ Pass ส่ง
5.2.2. กรณีสินค้าลงร้าน ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
5.2.2.1. ตรวจสอบสภาพรถบรรทุก
-
LP ถ่ายรูปรถก่อนลงสินค้า สภาพ / ทะเบียน
-
LP ตรวจสอบสภาพผ้าใบคลุมรถ การปิดผนึกตู้ ตลอดถึงการเปิดผ้าใบ พร้อมถ่ายรูปเป็นหลักฐาน
-
เตรียมอุปกรณ์ และ พนักงานที่จะทำการลงสินค้า เช่น เครื่องชั่ง เครน
-
Section อนุมัติ และ ลงสินค้า เมื่อได้ทำการตรวจสอบสภาพรถขนส่งจาก LP เสร็จ Section อนุมัติ และ ลงสินค้า
5.2.2.2. LP GR พนักงานประจำสินค้า ตรวจสอบสภาพสินค้า จำนวน
กรณี ปูนที่มาส่งไม่ได้จัดเรียงบนพาเลท
-
จัดเรียงพาเลทเปล่าข้างๆรถ
-
ลงปูนโดยใน 1 พาเลทจะมีปูน 50 ถุง โดยที่ชั้นแรกระหว่างปูนกับพาเลทควรมีกระดาษแข็งรองระหว่างกลางเพื่อกันปูนแตก(ถ้าในกรณีที่จะวางพาเลทซ้อนกัน 3 ชั้นให้วางแผ่นกระดาษลังขั้นระหว่างถุงปูนกับพื้นผิวพาเลททุกครั้งเพื่อกันถุงปูนแตก)
กรณี ปูนที่มาส่งจัดเรียงบนพาเลทอยู่แล้ว
-
ทำการสุ่มตรวจสอบสภาพปูนแข็งบนรถขนส่ง
-
ใช้รถโฟล์คลิฟท์ยกสินค้าพร้อมเก็บสินค้าเข้าคลังสินค้า
-
ตรวจนับพาเลทเพื่อทำการแลกเปลี่ยนตามจำนวนพาเลทที่รับมากับสินค้า
กรณีเมื่อพบถุงปูนแตกและถุงปูนที่แข็งให้แยกออกมาใส่พาเลทอื่นทันที
-
กรณีปูนแข็ง: ห้ามรับถุงปูนที่แข็งให้คืนกลับไปพร้อมกับรถ
-
กรณีปูนแตก: ให้นำถุงที่แยกไว้นำไปกรอกปูนกลับภายในวันนั้น ก่อนเลิกงาน
-
กรณีบล๊อคมวลเบา: ให้แยกสินค้าชำรุดออกและเขียนระบุในเอกสาร GR1-F01 สำเนาใบสั่งซื้อ/ใบตรวจรับสินค้าเข้าคลัง
หมายเหตุ
-
กรณีที่สินค้ามาส่งไม่มีพาเลท (ราคารวมขนลง) จะเป็นหน้าที่ของกรรมกร
-
ในกรณีขนส่งนอก สินค้าชำรุดออกบิลเก็บเงินขนส่ง
5.2.2.3. ตรวจนับและติดป้ายกำกับสินค้า พนักงานประจำสินค้า ตรวจนับและติดป้ายใบตรวจรับปูนโดยระบุรายละเอียดให้ครบถ้วนและติดบริเวณมุมล่างซ้ายทุกพาเลท
5.3. บันทึกการตรวจรับสินค้าเข้าคลัง พร้อมแนบเอกสาร GR ทำการบรรทึกข้อมูลเข้าระบบตามสำเนาใบสั่งซื้อ/ใบตรวจรับสินค้าเข้าคลัง พร้อมแนบเอกสารประกอบดังนี้.-
-
ใบรับสินค้าชั่วคราว
-
ใบส่งสินค้า / ใบกำกับภาษี
-
สำเนาใบสั่งซื้อ/ใบบันทึกผลการตรวจรับสินค้าเข้าคลัง
-
สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนพร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง (เบิกค่าแรง) ถ้ามี
5.4. GR แจ้งพนักงานประจำสินค้า เพื่อ รับสำเนาใบสั่งซื้อ/ใบตรวจรับสินค้าเข้าคลัง
5.4.1. พนักงานประจำสินค้าตรวจสอบเอกสารการรับเข้า พนักงานประจำสินค้าตรวจเช็ครายการสินค้าและจำนวนว่าถูกต้องตามที่ได้รับสินค้าหรือไม่ลงชื่อยืนยัน การรับสินค้า ในกรณีที่เอกสารและสินค้าไม่ถูกต้องตรงกันจะต้องแจ้งฝ่าย GR ดำเนินการแก้ไขทันที บันทึกการรับสินค้าลงใน สมุดรับสินค้า และรับสินค้าเข้าแผนกต่อไป
5.4.2. GR จัดทำป้ายราคา หรือบาร์โค๊ท GR จัดทำป้ายราคา บาร์โค๊ต ส่งมอบให้กับพนักงานประจำสินค้า/พนักงานขาย
5.4.3. ตรวจสอบป้ายราคาและบาร์โค๊ตเพื่อความทุกต้อง พนักขายตรวจสอบป้ายราคาและบาร์โค๊ตเพื่อความทุกต้อง หากไม่ถูกต้องให้ GRดำเนินการแก้ไขทันที
5.4.4. จัดเก็บสินค้าเข้าคลัง พนักงานประจำสินค้าจัดเก็บสินค้าเข้าคลัง
5.5. การเก็บปูนเข้าคลังสินค้า
5.5.1. พื้นที่ในการเก็บปูนจะมีช่องว่างในแต่ละแถวกว้าง 150 เซนติเมตร การวางพาเลทนั้นจะซ้อนกันได้ ไม่เกิน3 ชั้น (อยู่ที่ดุลยพินิจของผู้จัดการแผนก) โดยพาเลตในแต่ละแถวต้องวางห่างกันไม่เกิน 20 เซนติเมตร
5.5.2. ขั้นตอนการจัดเก็บปูนและการจ่ายปูน
-
ปูนที่เข้าในวันนั้นๆจะต้องเก็บในแถวเดียวกัน โดยมีป้ายกำกับสินค้า ที่ระบุวันที่ให้เห็นอย่างชัดเจน
-
การจ่ายปูนนั้นต้องจ่ายแถวที่ระบุเข้าก่อนตาม FIFO (มีวันที่ระบุก่อน) ให้หมดจึงจะจ่ายปูน ที่เข้าวันถัดมาได้ เพื่อป้องกันการแข็งของปูน
หมายเหตุ :
-
การจ่ายปูนนั้นต้องจ่ายแถวที่ระบุเข้าก่อน FIFO (มีวันที่ระบุก่อน) ให้หมดจึงจะจ่ายปูนที่เข้าวันถัดมาได้ เพื่อป้องกันการแข็งของปูน
-
ส่วนกรณีที่มีปูนห้ามจ่ายให้เขียนรายละเอียดในใบห้ามจ่าย พร้อมนำไปติดไว้บนพาเลทให้มองเห็น ได้ชัดเจน (กรณีที่ปูน Lot แรก ยังไม่หมดห้ามจ่ายสินค้า Lot ต่อไป)
-
ปูนที่ส่งมากับรถเมื่อพบว่าปูนเปียกหรือแข็ง แจ้ง LP Store รับทราบ ออกบิลเงินสดในนามบริษัทขนส่งหรือออกใบกำกับภาษี (เงินสด) ให้คนขับรถจ่ายเงิน แล้วส่งมอบไปพร้อมกับรถ หรือออกเอกสารใบกำกับภาษีเงินเชื่อเพื่อหักเงินจากบริษัทขนส่งต่อไป
5.6. มาตรฐานการทำงานแผนกปูน
5.6.1. การจัดการพื้นที่โกดังปูน
-
ต้องไม่มีเศษฝุ่นปูนแข็งจับตัวเป็นคราบ
-
ไม่มีปูนแข็งตกค้างในบริเวณกรอกปูนพื้นที่กรอกปูนต้องมิดชิด
-
ลูกค้าต้องมองไม่เห็นเศษถุงปูนแตก
-
ถุงปูนเปล่าต้องแพ็คเป็นมัดจัดเก็บในที่จัดเตรียมถุงปูน เป็นระเบียบ
-
ป้ายราคาชัดเจนมองเห็นได้ชัด
-
มีการเปลี่ยนแปลงราคาทันทีที่มีการแจ้ง
-
เอกสารต่างๆแยกเก็บง่ายต่อการตรวจสอบ ค้นหา
5.6.2. การจัดการสินค้า
-
มีกระดาษวางพาเลทก่อนวางปูนเพื่อป้องกันปูนแตกทุกพาเลท
-
มีใบกำกับสินค้าติดทุกพาเลท
-
ระบุจำนวนชัดเจน
-
ระบุวันเดือนปี ที่รับสินค้า
-
จัดเรียงสินค้าตามหลัก FIFO
-
จัดวางปูนพาเลทละไม่เกิน 50 ลูก ซ้อนทับไม่เกิน 3 พาเลท
-
จัดเรียงอิฐมวลเบาอย่างระมัดระวัง
-
แยกสินค้าชำรุดออกจากสินค้าดีมีการจัด
-
เคลมสินค้าตามงวดการส่งเคลมสินค้า
-
เมื่อเคลมเสร็จมีการประมูลจำหน่าย โดย ผู้จัดการสาขาเป็นผู้ตั้งราคาสิน ชำรุดต้องไม่มากเกินมาตรฐาน ยอดการชำรุดต้องไม่เกินที่ Supplier เคลมให้
5.6.3. การจัดการทั่วไป
5.6.3.1 การนับสต๊อกปูนประจำวัน
-
ลงบันทึกเอกสารการรับจ่ายปูนทุกครั้ง
-
ตรวจสอบเอกสารการเช็คสต๊อกปูน ( ใบตรวจนับสต๊อคสินค้าของ ICC)
-
ตรวจสอบเอกสารใบจ่ายสินค้าและบิลที่ไม่ได้จ่ายสินค้ากับเอกสารค้างรับสินค้าแผนกจัดส่ง เพื่อให้ได้ยอดสินค้าที่ตรวจนับได้อย่างถูกต้อง
5.6.3.2 การกรอกปูน
-
ถุงปูนเปล่าเก็บเป็นระเบียบเรียบร้อย
-
กรอกปูนที่แตกในวันต่อวัน
WI-GR-007 การรับสินค้าเหล็ก
1. วัตถุประสงค์
ตามนโยบายของบริษัทฯ เพื่อให้มีขั้นตอนในการรับสินค้าโครงสร้าง ให้ชัดเจน มีการวิเคราะห์ข้อมูล ติดตามสินค้า และกำหนดรอบระยะเวลา ได้อย่างถูกต้อง รวมทั้งการติดตามการทำงานของพนักงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จึงจัดทำวิธีการปฏิบัติงานในการทำงานอยู่ในกระบวนการทำงานที่ถูกต้อง และเป็นมาตรฐาน
2. ขอบข่าย
ขั้นตอนในการรับสินค้าโครงสร้าง จะต้องรับสินค้าให้เสร็จภายในสิ้นวันและมีการตรวจนับอย่างถูกต้อง ทำให้การปฏิบัติงานการรับสินค้าโครงสร้างทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ
-
คำจำกัดความ
ไม่มี
-
หน้าที่และความรับผิดชอบ
พนักงานตรวจรับสินค้า GR มีหน้าที่ - ตรวจรับสินค้าเข้าคลัง
- ตรวจเอกสารใบส่งสินค้า / ใบกำกับภาษี จากคนขับรถ
- บรรทึกข้อมูลการรับสินค้าเข้าระบบ
- จัดทำป้ายราคา หรือบาร์โค๊ท
- ส่งมอบให้กับพนักงานประจำสินค้า/พนักงานขาย
พนักงานประจำสินค้า/พนักงานขาย มีหน้าที่ - พนักงานประจำสินค้า ตรวจนับและติดป้ายใบตรวจรับ
บริเวณมุมล่างซ้ายทุกพาเลท
5. วิธีปฏิบัติงาน
5.1. รถมาส่งสินค้า
5.1.1. ขนส่งบริษัท
5.1.2. ขนส่งนอก
5.1.3. ขนส่งของ Supplier
5.2. ตรวจสอบเอกสารใบกำกับสินค้า/ใบส่งของ
พนักงานตรวจรับสินค้า GR รับเอกสารใบส่งสินค้า / ใบกำกับภาษี จากคนขับรถแล้วนำไปตรวจสอบใบสั่งซื้อ ( PO) ที่แผนกรับสินค้า หากไม่มี PO ให้ GR ติดต่อกับฝ่ายบริหารสินค้าทันที เมื่อได้รับเอกสารแล้วจัดพิมพ์เอกสารสำเนาใบสั่งซื้อ/ใบตรวจรับสินค้าเข้าคลัง แนบกับใบส่งสินค้า/ใบกำกับภาษี GR ทำการตรวจนับสินค้าร่วมกับ LP และ Section
5.2.1. ในกรณี สินค้า Pass ส่ง
-
กรณีรับแจ้งจากพนักงานขาย หรือจัดซื้อ หรือบัญชี GR พิมพ์ สำเนาใบสั่งซื้อ/ใบตรวจรับสินค้าเข้าคลัง พร้อมบันทึกลงในเครื่อง แจ้งพนักงานขายเพื่อทำการออกบิล
-
บันทึกการรับสินค้า บันทึกรายละเอียดการรับสินค้าเข้าในเอกสารทุกครั้งเพื่อป้องกัน Stock สินค้าขาด เกิน พร้อมหมายเหตุร้านค้าหรือลูกค้าที่ Pass ส่ง
5.2.2. กรณีสินค้าลงร้าน ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
5.2.2.1. ตรวจสอบสภาพรถบรรทุก
-
LP ถ่ายรูปรถก่อนลงสินค้า สภาพ / ทะเบียน
-
LP ตรวจสอบสภาพผ้าใบคลุมรถ การปิดผนึกตู้ ตลอดถึงการเปิดผ้าใบ พร้อมถ่ายรูปเป็นหลักฐาน
-
เตรียมอุปกรณ์ และ พนักงานที่จะทำการลงสินค้า เช่น เครื่องชั่ง เครน
-
Section อนุมัติ และ ลงสินค้า เมื่อได้ทำการตรวจสอบสภาพรถขนส่งจาก LP เสร็จ Section อนุมัติ และ ลงสินค้า
5.2.2.2. LP GR พนักงานประจำสินค้า ตรวจสอบสภาพสินค้า จำนวน
-
การรับเหล็กโดยการชั่งน้ำหนัก
-
การรับเหล็กจะต้องทำการชั่งน้ำหนักทุกครั้งและทุกรายการสินค้าที่รับเข้า
-
ใช้เครนที่ติดด้วยตาชั่งและตะขอเกี่ยวมัดเหล็กบนรถเกี่ยวบริเวณหัวและท้ายของมัดเหล็ก ( ยกลงครั้งละไม่เกินน้ำหนักเครน 3 ตัน )
-
ทำการอ่านค่าจากตาชั่งที่อยู่บนเครน (ต้องเป็นค่าที่ตัวเลขที่นิ่งแล้ว) แล้วทำการจดบันทึกค่าใน ใบบันทึกน้ำหนักเหล็ก
-
ในกรณีที่รับเหล็กโดยการชั่งน้ำหนักแล้วน้ำหนักของเหล็กผิดปกติเช่น น้ำหนักเบา หรือหนัก จะต้องนับจำนวนเหล็กในมัดซ้ำอีกครั้ง
-
นำเหล็กไปวางบริเวณที่เตรียมไว้ พร้อมตรวจนับอย่างถูกต้อง และเตรียมการทาสีหัวเหล็กก่อนนำเข้าเก็บพื้นที่สต็อกที่เตรียมไว้
-
กรณีมีสินค้าชำรุดหรือไม่ครบตามจำนวนให้ระบุลงใน สำเนาใบสั่งซื้อ/ใบตรวจรับสินค้าเข้าคลัง แจ้ง LP ทำการถ่ายรูป แนบส่งให้ GR ต่อไป
5.2.3. พนักงานประจำสินค้าทำการลงบันทึกลงใน สมุดรับสินค้า โดยหมายเหตุระบุจำนวนน้ำหนักเหล็กที่แจ้งมากับใบส่งสินค้า / ใบกำกับภาษี และน้ำหนักเหล็กที่ทางแผนกชั่งได้ขาด เกิน
5.2.4. บันทึกข้อมูลในเอกสารใบส่งของ /ใบกำกับภาษี ใบส่งสินค้าชั่วคราว ระบุน้ำหนักเหล็กตามใบส่งสินค้าและน้ำหนักที่ชั่งได้ขาดเกิน ลงชื่อผู้รับเหล็ก ทะเทียนรถที่ส่งสินค้า พนักงานขับรถลงชื่อรับทราบและฉีกสำเนาให้คนขับรถนำกลับไป
5.3. บันทึกการตรวจรับสินค้าเข้าคลัง พร้อมแนบเอกสาร GR ทำการบรรทึกข้อมูลเข้าระบบตามสำเนาใบสั่งซื้อ/ใบตรวจรับสินค้าเข้าคลัง พร้อมแนบเอกสารประกอบดังนี้.-
-
ใบรับสินค้าชั่วคราว
-
ใบส่งสินค้า / ใบกำกับภาษี
-
สำเนาใบสั่งซื้อ/ใบบันทึกผลการตรวจรับสินค้าเข้าคลัง
-
สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนพร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง (เบิกค่าแรง) ถ้ามี
5.4. GR แจ้งพนักงานประจำสินค้า เพื่อ รับสำเนาใบสั่งซื้อ/ใบตรวจรับสินค้าเข้าคลัง
5.4.1. พนักงานประจำสินค้าตรวจสอบเอกสารการรับเข้า พนักงานประจำสินค้าตรวจเช็ครายการสินค้าและจำนวนว่าถูกต้องตามที่ได้รับสินค้าหรือไม่ลงชื่อยืนยัน การรับสินค้า ในกรณีที่เอกสารและสินค้าไม่ถูกต้องตรงกันจะต้องแจ้งฝ่าย GR ดำเนินการแก้ไขทันที บันทึกการรับสินค้าลงใน สมุดรับสินค้า และรับสินค้าเข้าแผนกต่อไป
5.4.2. GR จัดทำป้ายราคา หรือบาร์โค๊ท GR จัดทำป้ายราคา บาร์โค๊ต ส่งมอบให้กับพนักงานประจำสินค้า/พนักงานขาย
5.4.3. ตรวจสอบป้ายราคาและบาร์โค๊ตเพื่อความทุกต้อง พนักขายตรวจสอบป้ายราคาและบาร์โค๊ตเพื่อความทุกต้อง หากไม่ถูกต้องให้ GRดำเนินการแก้ไขทันที
5.4.4. จัดเก็บสินค้าเข้าคลัง พนักงานประจำสินค้าจัดเก็บสินค้าเข้าคลัง
-
หมายเหตุ :
-
เหล็กรูปพรรณพ่นสีหัวเหล็กทั้งสองด้าน เหล็กเส้นพ่นสีด้านหัว สีตามมาตรฐานสี
-
การจัดเก็บ การกองทับกันแนวไม้หมอนต้องเรียงตรงกันเป็นแนวยาว ทุกกอง ทุกรุ่นต้องติดป้ายราคาชัดเจน
-
รถส่งสินค้าที่เข้าก่อนเวลา 16.00 น. ได้รับการลงสินค้าจนเสร็จทุกคัน
-
การจ่ายสินค้าจะต้องทำการจ่ายสินค้าที่เข้าก่อนทุกครั้งตามหลัก FIFO
5.5. มาตรฐานการทำงานแผนกเหล็ก
5.5.1. การจัดการพื้นที่ เอกสารต่างๆ ให้ชัดเจน เช่น
-
จัดพื้นที่สำหรับพักเหล็ก
-
จัดพื้นที่สำหรับจัดเรียงสินค้ากองโชว์ พร้อมขาย
-
จัดพื้นที่สำหรับเหล็กที่จัดเพื่อรอจ่ายสินค้าให้ลุกค้าหรือรอจัดส่ง
-
จัดพื้นที่สำหรับเก็บสินค้าชำรุด
-
จัดทำเอกสารควบคุมกองเก็บระบุรายการ จำนวนให้ชัดเจน
5.5.2. การจัดการสินค้า
-
เรียงสินค้าแยกเป็นรุ่น ชัดเจนไม่ปนกัน
-
สินค้าต้องถูกแยกมัดขายทีละมัด
-
การกองทับกันแนวไม้หมอนต้องเรียงตรงกันเป็นแนวดิ่ง ทุกกอง ทุกรุ่น
-
ต้องติดป้ายราคาชัดเจน ความหนาน้ำหนัก ของเหล็กต้องระบุเป็นตัวอักษร ขั้นตอนการปฏิบัติงาน
5.5.3. สินค้าชำรุดให้ทำการแยกทุกครั้งที่เจอ ให้ Loss ร่วมตรวจสอบสาเหตุ เอกสารอ้างอิง เช่น บิลใบกำกับภาษีรวบรวมขอโอนไปหมวดสินค้าชำรุดกับจัดซื้อส่งเอกสารต่อ ผอ. สาขาเพื่อขอจำหน่ายราคาพิเศษหรือเบิกใช้งานต่อไป
5.5.4. การจัดการทั่วไป อุปกรณ์การทำงาน
-
ถุงมือเก็บในที่เก็บให้เรียบร้อย
-
สลิง โซ่ ตะขอ ที่คีบเหล็ก สมบูรณ์พร้อมใช้งาน
-
ตาชั่งอิเล็คโทรนิค พร้อมใช้งาน แบตเตอร์รี่เต็ม จัดเก็บ เป็นที่ปลอดภัย
-
บำรุงรักษาเครน ตรวจสอบก่อนใช้งานทุกครั้งการเตรียมสินค้าก่อนขาย
-
เหล็กเส้นมัดที่เบาที่สุดได้รับการสุ่มนับจำนวน
-
เหล็กแบนรีดต้องนับจำนวนทั้งหมดให้เสร็จภายใน 1 วัน
-
เหล็กรูปพรรณพ่นสีหัวเหล็กทั้ง2ด้านเหล็กเส้นพ่นด้านหัว
-
เหล็กชำรุดถูกแยกออกไว้ในพื้นที่ที่กำหนด
WI-GR-008 การ Pack สินค้า
- วัตถุประสงค์
เอกสารนี้จัดทำขึ้นเพื่อติดตามผลสัมฤทธิ์/ เพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการ Pack สินค้า เพื่อดำเนินการตรวจสอบสินค้า พิจารณารูปแบบการ Pack บรรจุภัณฑ์ที่พร้อมขายตามความต้องการของลูกค้า ทำการ Marking ติด Barcode สินค้าเพื่อป้องกันการขายสินค้าผิดรายการ พร้อมทั้งติดป้ายบ่งชี้ ป้ายกำกับ และการ Test Scan ที่ถูกต้อง
- ขอบข่าย
เป็นขั้นตอนในการจัดเตรียมสินค้าให้พร้อมเข้าวางขายในร้านซึ่งประกอบด้วย การ Pack สินค้า ติดบาร์โค๊ดสินค้า การตรวจสอบการ Test Scan Barcode สำหรับแผนกตรวจรับสินค้ายกเว้นสินค้าหนัก สินค้าโครงสร้าง กระเบื้องปูพื้น-ผนัง สุขภัณฑ์ สินค้าที่ไม่จำเป็นต้องติด Barcode
- คำจำกัดความ
- การ Pack สินค้า หมายถึง กระบวนการพิจารณารูปแบบและการบรรจุสินค้าที่เหมาะสม ให้มีความสวยงาม เรียบร้อย และมีรูปแบบในทิศทางเดียวกัน ให้พร้อมต่อการนำไปยิง Barcode ขาย
- สินค้าโครงสร้าง หมายถึงสินค้าหนักที่อยู่ในหมวดโครงสร้าง เช่น ปูน เหล็ก ท่อ ตะแกรง ฯลฯ
- หน้าที่และความรับผิดชอบ
Admin GR
- เป็นผู้จัดพิมพ์เอกสารใบบันทึกผลการตรวจรับสินค้าเข้าคลัง
- ตรวจสอบ แก้ไข ข้อผิดพลาดที่ตรวจพบจากการ Pack
- ทำเอกสารแจ้งการประกอบชุดสินค้า พร้อมตรวจสอบการประกอบชุดสินค้า
- เป็นผู้พิมพ์ Barcode
พนักงาน GR
- เป็นผู้ทำการ Packing สินค้า ออกแบบการ Pack การบรรจุสินค้า และตรวจสอบปัญหาจากการ Pack
- เป็นผู้ทำการ Test Scan สินค้า ณ จุด End Control
- เป็นผู้ตรวจรับสินค้าลงจากรถขนส่ง คุณภาพ ปริมาณ ก่อนการส่งมอบให้ Section Manager/หัวหน้าคลังแผนกต่าง ๆ
บริหารสินค้า
- เป็นผู้กำหนดสินค้าชุด
- เป็นผู้ประสานงานในการพบปัญหาเกี่ยวกับสินค้ากับผู้จำหน่าย
ผู้จัดการส่วน GR
- เป็นผู้พิจารณาออกแบบการ Pack การบรรจุสินค้า
- เป็นผู้ควบคุมกระบวนการ Pack สินค้า ให้เสร็จทันเวลา และได้คุณภาพ
- เป็นผู้วิเคราะห์ข้อมูลจากการ Pack และแก้ไขปัญหา
- ขั้นตอนการปฏิบัติงาน
รายละเอียดวิธีปฏิบัติงาน
ขั้นตอนที่ 1 รับสินค้าจากรถขนส่ง
พนักงาน GR Packing รับสินค้าจากรถขนส่ง และเอกสารแบบฟอร์ม FM-GR-005 แบบฟอร์มการตรวจรับสินค้าเข้าคลัง จาก Admin GR ซึ่งได้ทำการบันทึกรับสินค้าเรียบร้อยแล้ว หรือรับสินค้ามาจากคลังสินค้าตามเอกสาร FM-GR-007 ใบโอนย้ายสินค้าระหว่างคลัง เพื่อเข้าสู่กระบวนการ Pack สินค้า
ขั้นตอนที่ 2 กระบวนการ Pack การแปรรูปสินค้า การ Packing การติดป้ายกำกับสินค้า
พนักงาน GR Packing จะพิจารณากระบวนการ Pack ตาม WI-SP-004 Packing เพื่อความเหมาะสมและความเรียบร้อยของสินค้า ซึ่งในขั้นตอนนี้จะมีการแปรรูปสินค้าในลักษณะต่าง ๆ เช่น
- สินค้าที่ไม่มี Barcode ให้ดำเนินการถ่ายรูป และแจ้งไปยังบริหารสินค้า เพื่อพิจารณาคิดค่าติด Barcode กับ Vender
- ในเอกสารใบสั่งซื้อ PO ต้องระบุการติดราคาค่าบริการติด Barcode ให้จัดเจน หากไม่มีการระบุ ต้องสอบถามไปยังบริหารทันที
- การประกอบชุดสินค้าเข้าด้วยกันเพื่อขายให้กับลูกค้าโดยใช้แบบฟอร์ม FM-GR-002 แบบฟอร์มใบเบิกสินค้าประกอบชุด
- การแบ่งแยกรหัสออกจากรหัสหลักเป็นรหัสสินค้าย่อย พนักงานจะต้องจัดทำแบบฟอร์ม FM-SP-005 แบบฟอร์มเพื่อแบ่ง Pack กรณีแยกรหัส เพื่อระบุรหัสสินค้า รายละเอียดสินค้าเดิม จำนวนสินค้าที่ต้องการแยกรหัส และรหัสสินค้าที่ต้องการใหม่ รายละเอียดสินค้าใหม่ จำนวนสินค้าใหม่ที่ต้องการ
- พนักงาน GR Packing ทำการบันทึกรายละเอียดสินค้าที่เข้ามาผ่านกระบวนการ Pack โดยการแจ้งให้กับทาง Admin GR จัดพิมพ์ Barcode ตามจำนวนสินค้าที่รับเข้า บวกเพิ่มอีก 1 ดวง เพื่อนำมาติดลงสมุด พร้อมระบุจำนวนที่พิมพ์ ใช้สำหรับการตรวจสอบหากพบว่ามีการติด Barcode ผิดพลาด
- พนักงาน GR Packing ตรวจสอบสินค้า ในกรณีที่สินค้าเป็นสินค้าจอง สินค้าที่สั่งพิเศษให้กับลูกค้า ให้ดำเนินการติด แบบฟอร์ม FM-GR-003 ใบกำกับสินค้า Back Order ที่ตัวสินค้านั้น ๆ เป็นการระบุสถานะสินค้าให้ชัดเจน
- เมื่อพิจารณารูปแบบการ Pack และดำเนินการ Packing สินค้าแล้ว พนักงาน GR Packing จะทำการติด Barcode สินค้าที่ Packไว้
ขั้นตอนที่ 3 ตรวจเช็คสินค้าตกค้างข้ามวัน
ในกรณีที่มีการ Pack สินค้าไม่เสร็จ คงค้างอยู่ในห้อง ให้ พนักงาน GR Packing ดำเนินการ แจ้งการโอนย้ายสินค้าเข้า Store PAK ในวันนั้น ๆ
ขั้นตอนที่ 4 ทำการ Test Scan
พนักงาน GR Packing จะต้องทำการ Test Scan สินค้าให้ละเอียด ตามคู่มือปฏิบัติกระบวนการ Test Scan เพื่อตรวจสอบ Barcode ของสินค้า กับเอกสารแบบฟอร์ม FM-GR-005 สำเนาใบสั่งซื้อ/ใบตรวจรับสินค้าเข้าคลัง พร้อมระบุปัญหาที่ตรวจพบในเอกสารแบบฟอร์ม FM-SP-004 แบบฟอร์มปัญหาจากกระบวนการแพ็คสินค้า ให้ผู้จัดการส่วนตรวจสอบ และเสนอบริหารสินค้าต่อไป หากพบว่าการ Test Scan สินค้า ไม่ผ่าน ก็จะตีกลับไปสู่ขั้นตอนที่ 2 เพื่อดำเนินการตรวจสอบ แก้ไขตามกระบวนการ อีกครั้ง
CAR67-GR-008 ติดบาร์โค้ดลวดตาข่ายถักสลับ
ขั้นตอนที่ 5 เข้าสู่กระบวนการเคลื่อนย้ายสินค้าเข้าคลัง
สินค้าที่ผ่านการ Test Scan แล้ว จะถูกส่งเข้าสู่การเคลื่อนย้ายสินค้าเข้าคลัง เพื่อจำหน่ายให้กับลูกค้าต่อไป
- เอกสารที่เกี่ยวข้อง
- FM-GR-005 แบบฟอร์มการตรวจรับสินค้าเข้าคลัง
- FM-GR-007 ใบโอนย้ายสินค้าระหว่างคลัง
- WI-SP-004 Packing
- FM-GR-002 แบบฟอร์มใบเบิกสินค้าประกอบชุด
- FM-SP-005 แบบฟอร์มเพื่อแบ่ง Pack กรณีแยกรหัส
- FM-GR-003 ใบกำกับสินค้า Back Order
WI-GR-009 การ Packing และ ติดบาร์โค้ด
1. วัตถุประสงค์
เพื่อกำหนดมาตรฐานการปฏิบัติงานของส่วนตรวจรับสินค้า (GR) ในกระบวนการ Packing สินค้า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการ PM-SP-002 ให้ดำเนินงานอย่างถูกต้องและเป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยครอบคลุมเรื่องดังต่อไปนี้
- ตรวจสอบความถูกต้องของสินค้า
- พิจารณารูปแบบการ Packing ให้เหมาะสมกับสินค้าและพร้อมจำหน่าย
- จัดทำและติด Barcode ให้ตรงกับสินค้า
- ติดป้ายบ่งชี้หรือป้ายกำกับที่จำเป็น
- ทดสอบการอ่าน Barcode (Test Scan)
- ป้องกันการขายสินค้าผิดรายการ ผิดรหัส หรือผิดราคา
2. ขอบเขต
ใช้เป็นแนวทางสำหรับการ Packing สินค้าประเภทต่าง ๆ ให้มีรูปแบบที่เหมาะสมกับสินค้า มีความเรียบร้อย สวยงาม ปลอดภัย และเป็นมาตรฐานเดียวกันก่อนนำสินค้าเข้าสู่พื้นที่จัดเก็บหรือจำหน่าย
3. คำจำกัดความ
3.1 การ Packing สินค้า
กระบวนการจัดเตรียม บรรจุ หรือรวมสินค้าให้อยู่ในรูปแบบที่เหมาะสมกับลักษณะของสินค้า เพื่อให้มีความเรียบร้อย ปลอดภัย และพร้อมจำหน่าย
3.2 การ Test Scan
การทดสอบ Barcode ด้วยเครื่อง Scan เพื่อยืนยันว่า Barcode สามารถอ่านได้ และข้อมูลที่แสดงในระบบ ได้แก่ ชื่อสินค้า รหัสสินค้า ราคา ยี่ห้อ และหน่วยนับ ตรงกับสินค้าจริงก่อนนำไปจำหน่าย
4. หน้าที่และความรับผิดชอบ
4.1 Admin GR
รับผิดชอบดังนี้
- จัดพิมพ์ใบบันทึกผลการตรวจรับสินค้าเข้าคลัง
- จัดพิมพ์ Barcode ตามเอกสารที่ได้รับอนุมัติ
- ตรวจสอบและประสานแก้ไขข้อผิดพลาดที่พบจากกระบวนการ Packing
- จัดทำเอกสารประกอบชุดสินค้า และตรวจสอบข้อมูลการประกอบชุดสินค้า
- จัดเก็บเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วน
4.2 End Control Packing
รับผิดชอบดังนี้
- ตรวจสอบสินค้าและพิจารณารูปแบบการ Packing
- ดำเนินการ Packing และติด Barcode
- ตรวจสอบความถูกต้องของสินค้าและ Barcode
- ทำ Test Scan ก่อนนำสินค้าเข้าสู่คลัง
- แจ้งและประสานงานเมื่อพบปัญหาหรือข้อมูลสินค้าไม่ถูกต้อง
5. วิธีปฏิบัติงาน
กระบวนการ Packing แบ่งเป็น 2 กรณีหลัก
- สินค้ารับเข้าใหม่
- สินค้าที่นำออกจากคลังเพื่อทำการ Packing หรือติด Barcode ใหม่
5.1 กรณีสินค้ารับเข้าใหม่
รายละเอียดกระบวนการ
ขั้นตอนที่ 1 : จัดทำคำขอ
พนักงานประจำสินค้า / Section / พนักงานคลัง จัดทำเอกสาร
- ใบขออนุมัติสั่งซื้อสินค้า
- ใบขอป้ายราคา / Barcode
โดยต้องระบุให้ชัดเจน
- รายการสินค้า
- จำนวนสินค้า
- จำนวนที่ต้องติด Barcode
- จำนวนที่ต้อง Packing
- รายละเอียดหรือรูปแบบการ Packing หากมีข้อกำหนดเฉพาะ
ขั้นตอนที่ 2 : ส่งเอกสารให้ฝ่ายบริหารสินค้า
ส่งเอกสารให้ฝ่ายบริหารสินค้าดำเนินการจัดซื้อกรณีมีการ ปรับลดจำนวนสินค้าในใบสั่งซื้อ ต้องแก้ไขจำนวนในใบขอป้ายราคา / Barcode ให้ตรงกับจำนวนที่สั่งซื้อจริงทุกครั้ง
ขั้นตอนที่ 3 : จัดทำใบสั่งซื้อ
เมื่อฝ่ายบริหารสินค้าจัดทำใบสั่งซื้อและได้รับการอนุมัติเรียบร้อยแล้ว ให้ส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องไปยังฝ่ายบัญชีตามกระบวนการ
ขั้นตอนที่ 4 : ตรวจรับสินค้า
เมื่อสินค้าเข้ามาถึงAdmin GR จัดพิมพ์ใบบันทึกผลการตรวจรับสินค้าเข้าคลังพร้อมแนบใบขอป้ายราคา / Barcodeและส่งให้ End Control Packing ตรวจสอบรายละเอียดสินค้าและความต้องการในการติด Barcode / Packing
ขั้นตอนที่ 5 : พิมพ์ Barcode
End Control Packing แจ้ง Admin GR ให้จัดพิมพ์ Barcode ตามจำนวนและรายละเอียดในใบขอป้ายราคา / Barcode ที่ได้รับอนุมัติ
ขั้นตอนที่ 6 : Test Scan
ก่อนติด Barcode กับสินค้าทั้งหมด ต้องทำ Test Scan เพื่อยืนยันว่า Barcode สามารถอ่านได้และข้อมูลในระบบถูกต้อง
ขั้นตอนที่ 7 : ตรวจสอบความถูกต้องของสินค้า
พนักงานต้องตรวจสอบอย่างน้อยดังนี้
- ชื่อสินค้า
- รหัสสินค้า
- Barcode
- ยี่ห้อ
- รุ่น / ขนาด / สี / ลักษณะสินค้า
- หน่วยนับ
- ราคา
- จำนวนบรรจุ
- รูปแบบ Pack
ข้อมูลทั้งหมดต้องตรงกับสินค้าจริง
เมื่อพบข้อมูลไม่ตรง
เช่น
- ชื่อสินค้าไม่ตรง
- รหัสสินค้าไม่ตรง
- จำนวนบรรจุไม่ตรง
- หน่วยนับไม่ตรง
- ลักษณะสินค้าไม่ตรง
- รูปแบบ Pack ไม่ตรง
ห้ามดำเนินการติด Barcode ต่อ ให้แจ้งฝ่ายบริหารสินค้าเพื่อตรวจสอบและยืนยันข้อมูลก่อนดำเนินการ
กรณีสินค้าใหม่
หากเป็นสินค้าใหม่หรือพนักงานยังไม่คุ้นเคยกับสินค้า ให้ฝ่ายบริหารสินค้าเป็นผู้ตรวจสอบและยืนยันรายละเอียดสินค้าพร้อมลงชื่อกำกับในเอกสารก่อนดำเนินการ Packing หรือ Barcode
ขั้นตอนที่ 8 : Test Scan หลังแก้ไข
กรณีมีการแก้ไขข้อมูล ต้องทำ Test Scan ซ้ำอีกครั้ง โดยข้อมูลต่อไปนี้ต้องถูกต้องตรงกับสินค้าจริง
- ชื่อสินค้า
- รหัสสินค้า
- Barcode
- ยี่ห้อ
- หน่วยนับ
- ราคา
หลักการสำคัญ : แก้ไขแล้วต้อง Test Scan ใหม่ทุกครั้ง
ขั้นตอนที่ 9 : ติด Barcode และ Packing
End Control Packing ดำเนินการ
- ติด Barcode
- Packing
- ติดป้ายบ่งชี้ / ป้ายกำกับ
ตามจำนวนและรายละเอียดที่ได้รับอนุมัติ
ขั้นตอนที่ 10 : ส่งสินค้าเข้าคลัง
เมื่อดำเนินการเรียบร้อยแล้ว ให้แจ้งพนักงานคลังเข้ารับสินค้า เพื่อนำสินค้าเข้าสู่ตำแหน่งจัดเก็บตามระบบต่อไป
5.2 กรณีนำสินค้าจากคลังมาทำ Packing
สินค้าที่นำออกจากคลัง 014 เพื่อทำ Packing หรือติด Barcode ต้องใช้กระบวนการ โอนย้ายระหว่างที่เก็บกำหนดสถานะ AVL → SPK (PKS) → AVL โดย SPK (PKS) หมายถึงพื้นที่จัดเก็บสินค้าที่อยู่ระหว่างดำเนินการ Packing
ขั้นตอนที่ 1 : ตรวจนับและทำใบโอน
พนักงานผู้รับผิดชอบสินค้าต้อง
- ตรวจนับสินค้าที่นำออกจากคลัง
- จัดทำใบขอโอนย้ายสินค้าระหว่างคลัง
- จำนวนในใบโอนต้องตรงกับจำนวนสินค้าจริง
ขั้นตอนที่ 2 : ส่งสินค้าเข้าห้อง Packing
ส่งสินค้าและใบขอโอนให้ End Control Packing ตรวจสอบ จากนั้นดำเนินการโอนสถานะสินค้า คลัง 014 : AVL → SPK (PKS)เพื่อให้สามารถตรวจสอบตำแหน่งและจำนวนสินค้าที่อยู่ระหว่าง Packing ได้อย่างชัดเจน
ขั้นตอนที่ 3 : ดำเนินการ Packing
End Control Packing ดำเนินการ
- ตรวจสอบสินค้า
- Packing
- ติด Barcode
- Test Scan
- ตรวจสอบความเรียบร้อย
เมื่อดำเนินการเสร็จ ให้แจ้งพนักงานคลังรับสินค้า
ขั้นตอนที่ 4 : ตรวจนับก่อนส่งกลับคลัง
พนักงานคลังต้องตรวจนับจำนวนสินค้าที่ Packing เสร็จแล้วตามจำนวนจริง
จากนั้นโอนสินค้า
คลัง 014 : SPK (PKS) → AVL
ตามจำนวนที่ตรวจนับได้จริง
ขั้นตอนที่ 5 : ตรวจสอบยอดสินค้า
จำนวนสินค้า
ที่โอนเข้า SPK (PKS)
ต้องเท่ากับ
จำนวนที่โอนกลับ AVL
หากจำนวนไม่ตรง ต้องตรวจสอบและหาสาเหตุก่อนปิดรายการสินค้าที่สูญหายหรือไม่สามารถตรวจสอบที่มาได้ระหว่างอยู่ในพื้นที่ Packing ถือเป็นรายการที่ต้องดำเนินการตรวจสอบความรับผิดชอบของส่วนงาน Packing
ขั้นตอนที่ 6 : ตรวจสอบสินค้าคงค้าง
สามารถตรวจสอบสินค้าที่ค้างอยู่ในพื้นที่ Packing ได้จากระบบรายงาน
Home
→ MC-Merchandising (ฝ่ายบริหารสินค้า)
→ GR-Good Receiving (ตรวจรับสินค้า)
→ รายงานประจำวัน
→ รายงานสินค้าสถานะ SP
ควรตรวจสอบสินค้าคงค้างเป็นประจำ เพื่อป้องกันสินค้า
- ค้าง Packing เป็นเวลานาน
- สูญหาย
- ตกหล่น
- ไม่ถูกโอนกลับคลัง
- มีจำนวนในระบบไม่ตรงกับสินค้าจริง
6. จุดควบคุมสำคัญของกระบวนการ
เพื่อป้องกันความผิดพลาด ให้ยึดหลักดังนี้
1. เอกสารต้องตรงกับสินค้าจริง
จำนวนสินค้าในเอกสาร Barcode ใบโอน และสินค้าจริงต้องตรงกัน
2. Barcode ต้องตรงกับสินค้า
ห้ามติด Barcode โดยไม่ได้ตรวจสอบชื่อ รหัส รุ่น ขนาด สี หน่วยนับ และราคา
3. สินค้าใหม่ต้องได้รับการยืนยัน
กรณีไม่แน่ใจในรายละเอียดสินค้า ต้องให้ฝ่ายบริหารสินค้ายืนยันก่อนดำเนินการ
4. ต้อง Test Scan
สินค้าใหม่หรือ Barcode ที่จัดทำใหม่ต้องผ่านการ Test Scan ก่อนนำไปจำหน่าย
5. แก้ไขแล้วต้อง Scan ซ้ำ
เมื่อมีการแก้ไขข้อมูลสินค้า ต้อง Test Scan ใหม่ทุกครั้ง
6. สินค้าเข้า-ออกห้อง Packing ต้องตรวจนับ
จำนวนที่นำเข้า SPK (PKS) และจำนวนที่ส่งกลับ AVL ต้องสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้
7. ห้ามมีสินค้าค้างโดยไม่ทราบสถานะ
สินค้าทุกชิ้นในห้อง Packing ต้องสามารถระบุเจ้าของงาน สถานะ และจำนวนได้
อุปกรณ์ในการ Packing ประกอบด้วย
-
หัวถุงประเภทต่าง ๆ
-
ถุงพลาสติกขนาดต่าง ๆ
-
ฟิล์มหด
-
เครื่องมือในการ Pack
-
แผ่นฟิล์ม
-
เครื่องพิมพ์
-
บาร์โค้ด
-
วิธีการติดสติ๊กเกอร์บาร์โค้ด (Barcode)
1. หลักการทั่วไป
ก่อนติด Barcode ให้พิจารณา ลักษณะ รูปทรง และบรรจุภัณฑ์ของสินค้า เพื่อเลือกตำแหน่งติดที่เหมาะสม โดย Barcode ต้อง
- มองเห็นได้ชัดเจน
- สแกนได้ง่าย
- ไม่หลุดหรือยับ
- ไม่ติดบนผิวโค้งหรือขรุขระจนสแกนไม่ได้
- ไม่ปิดทับข้อมูลสำคัญของสินค้า
- สินค้าประเภทเดียวกันต้องติดในตำแหน่งและแนวเดียวกัน
2. วิธีติด Barcode ตามประเภทสินค้า
2.1 สินค้าบรรจุกล่อง
วิธีติด: ติด Barcode ที่ มุมบนด้านขวาของกล่อง และติดด้านเดียวกันทุกชิ้น
ตัวอย่าง:
ตะปูกล่อง, โคมไฟ, ไฟกิ่ง, พัดลมโคมไฟ
จุดสำคัญ: เพื่อให้ตรวจนับ หยิบสินค้า และตรวจสอบได้ง่าย
2.2 สินค้าลักษณะเป็นแท่งยาว
วิธีติด: ติด Barcode ตามแนวยาวของสินค้า ในตำแหน่งที่เรียบและสามารถสแกนได้ง่าย
ตัวอย่าง:
ฟุตเหล็ก, เหล็กฉาก, ระดับน้ำ, คิ้วกระเบื้อง, ท่อน้ำไทย, แท่งกาว, รางเก็บสายไฟ, ดอกสว่าน
2.3 สินค้าผิวโค้งหรือขรุขระ
กรณีไม่สามารถติด Barcode บนตัวสินค้าได้
วิธีปฏิบัติ
- บรรจุสินค้าในถุงพลาสติกใสที่บริษัทกำหนด
- ปิดหัวถุงให้เรียบร้อย
- ติด Barcode บริเวณ หัวถุงหรือตำแหน่งที่กำหนด
ตัวอย่าง:
สกรูแบ่งขาย, ตะปูแบ่งขาย
2.4 สินค้าแบ่งขายเป็นถุงหรือแพ็ค
วิธีติด: ติด Barcode ที่ มุมบนด้านขวาด้านหน้าของถุง หลัง Packing เสร็จเรียบร้อย
ตัวอย่าง:
ปูนแบ่งขาย, แชล็ค, กาวยาแนว
2.5 สินค้าที่ไม่สามารถใส่ถุงได้
วิธีติด: เลือกพื้นที่ผิวเรียบที่ Barcode สามารถติดแนบได้
ห้าม ติด Barcode ตามส่วนโค้งของสินค้า เพราะอาจทำให้สแกนไม่ผ่าน
ตัวอย่าง:
ข้อต่อ, ข้องอ, บอลวาล์ว, ท่อพันเกลียว
2.6 สินค้าผิวลื่น ติดสติ๊กเกอร์ไม่อยู่
วิธีปฏิบัติ
- ใช้ฟิล์มหดห่อสินค้า
- ใช้เครื่องเป่าลมร้อนให้ฟิล์มหดแนบกับสินค้า
- ติด Barcode บนฟิล์มหดในตำแหน่งที่เรียบ
ตัวอย่าง:
ข้องอแป๊บ, ยูเนี่ยนแป๊บ
2.7 ประตู / บานซิงค์ที่บรรจุกล่อง
วิธีติด: ติด Barcode ที่ ด้านข้างกล่อง และติดในตำแหน่งเดียวกันทุกกล่อง
เพื่อให้เมื่อวางสินค้าซ้อนกันหลายชั้น ยังสามารถมองเห็น Barcode และตรวจสอบรุ่นหรือประเภทสินค้าได้ง่าย
2.8 สินค้าที่ไม่ต้องติด Barcode บนสินค้า
สินค้าบางรายการกำหนดให้ใช้ Barcode สำหรับสแกนขายที่จุดแคชเชียร์แทน
Barcode จะจัดเก็บในแฟ้มและแยกตามหมวดสินค้า เพื่อให้แคชเชียร์ค้นหาและสแกนได้สะดวก
ตัวอย่าง:
กระดาษทราย หรือสินค้าที่บริษัทกำหนดว่าไม่ต้องติด Barcode บนตัวสินค้า
2.9 สินค้าที่มีส่วนประกอบ 2 ส่วน
วิธีปฏิบัติ
- นำสินค้าทั้ง 2 ส่วนมาจัดไว้ด้วยกัน
- วางซ้อนหรือประกบกัน
- ใช้เทปใสพันยึดสินค้าให้เป็นชุดเดียวกัน
- ติด Barcode ของชุดสินค้าให้ชัดเจน
ตัวอย่าง:
DD Polyurethane, สี Epoxy หรือสินค้าที่ต้องใช้ร่วมกันเป็นชุด
2.10 สินค้าที่ขายทั้งแพ็ค
กรณีสินค้ามีหลายชิ้นในหนึ่งแพ็คและ ไม่แยกขายรายชิ้น
ให้จัดทำ Barcode สำหรับขายเป็นแพ็ค และต้องระบุ จำนวนสินค้าภายในแพ็คให้ชัดเจน
ตัวอย่าง:
ผ้าปิดจมูก, พรมกันลื่น
3. ข้อควรระวังในการติด Barcode
3.1 ห้ามปิดทับข้อมูลสำคัญของสินค้า
ห้ามติด Barcode ทับข้อมูล เช่น
- ชื่อหรือรายละเอียดสินค้า
- วิธีใช้งาน
- บริษัทผู้ผลิต
- วันผลิต
- วันหมดอายุ
- Lot การผลิต
- ข้อมูลคำเตือนหรือข้อมูลที่ลูกค้าต้องใช้ประกอบการตัดสินใจ
ให้เลือกติดใน พื้นที่ว่างของสินค้า
ตัวอย่างกรณีสินค้าอะคริลิค
หาก Barcode จากโรงงานอยู่ใกล้กับ Lot การผลิต แต่ Barcode เดิมไม่สามารถสแกนได้ และต้องพิมพ์ Barcode ใหม่
ห้ามนำ Barcode ใหม่ไปปิดทับ Barcode / Lot เดิม
ให้ติด Barcode ใหม่ในพื้นที่ว่างตามแนวยาวของหลอดแทน
กรณีอ้างอิง:
PAR69-SA-003 สินค้าอะคริลิค Sealex SX1500 หมดอายุ 81 หลอด
3.2 พิจารณาลักษณะสินค้าก่อนติดทุกครั้ง
ก่อนติด Barcode ต้องตรวจสอบก่อนว่าสินค้าเป็น
- กล่อง
- แท่งยาว
- ถุง
- ผิวโค้ง
- ผิวขรุขระ
- ผิวลื่น
- สินค้าเป็นชุด
- สินค้าขายเป็นแพ็ค
แล้วเลือกวิธี Packing และตำแหน่ง Barcode ให้เหมาะสม
3.3 ต้องติดในตำแหน่งเดียวกัน
สินค้าชนิดเดียวกันหรือรุ่นเดียวกัน ต้องติด Barcode ในแนวและตำแหน่งเดียวกัน เพื่อให้เป็นมาตรฐานและสะดวกต่อการตรวจนับ
3.4 Barcode แบ่งขายต้องระบุจำนวนชัดเจน
Barcode สำหรับสินค้าที่แบ่งขายหรือขายเป็นแพ็ค ต้องระบุจำนวนให้สามารถอ่านได้ชัดเจนหากจำนวนไม่ชัดเจน ให้เปลี่ยน Barcode ใหม่ทันที
3.5 ต้อง Test Scan ทุกครั้ง
หลังติด Barcode ต้องทำ Test Scan เพื่อยืนยันว่า
- Barcode สแกนผ่าน
- รหัสสินค้าถูกต้อง
- ชื่อสินค้าถูกต้อง
- ราคาและหน่วยนับถูกต้อง
- Barcode ตรงกับสินค้าจริง
หาก Test Scan ไม่ผ่าน ห้ามนำสินค้าเข้าสู่พื้นที่ขายจนกว่าจะแก้ไขเรียบร้อย
4. หลักจำง่ายในการติด Barcode
ดูสินค้า → เลือกตำแหน่ง → ติดให้ตรงมาตรฐาน → ตรวจข้อมูล → Test Scan
ติดให้เห็นง่าย • สแกนง่าย • ไม่ปิดข้อมูล • ตำแหน่งเดียวกัน • ตรวจทุกครั้ง
ตัวอย่างรูปแบบการ Packing
ตัวอย่างสินค้าแบ่ง Pack เป็น กก.
ตัวอย่างสินค้าที่ใช้แขวน
ตัวอย่างสินค้าประเภท แปรงทาสี
ตัวอย่างสินค้าประเภท สกรู
ตัวอย่างสินค้าประเภท ตะปู
การบรรจุสินค้าประเภทชุด
การบรรจุสินค้าประเภทเกรียงใบโพธิ์
การบรรจุสินค้าผ้าปิดจมูก
การติดบาร์โค๊ต สินค้าแบ่งขาย เป็นหีบห่อ ชุด
การบรรจุสินค้าประเภท อุปกรณ์ไฟฟ้า
การบรรจุสินค้าประเภท กระเบื้องแต่งลาย
การติด Barcode อุปกรณ์ PVC
การติด Barcode ท่อ PVC
การติด Barcode อุปกรณ์ ท่อเหลือง
การ Packing และ การติด Barcode บอลวาล์ว และประตูน้ำ
วิธีการแพ็คสินค้า SPO ประกอบเซ็ท
- เมื่อสินค้าเข้าพนักงาน GR จะต้องจัดแพ็คสินค้าประกอบเซ็ทไว้ให้เรียบร้อย กรณีอุปกรณ์ต่างๆ ให้จัดเซ็ทใส่กล่องหรือแลปรวมกันไว้ให้เรียบร้อย
เมื่อติดสินค้าบนพื้นผิวที่ไม่เรียบทำให้สติ๊กเกอร์บาร์โค้ดหลุดลุ่ยออกมาร่วงปะในกับสินค้าไซด์อื่นๆ ได้
ตัวอย่างวิธีการติดบาร์โค้ดที่ถูกต้อง
หาพื้นที่ไม่ขรุขระและมีผิวเรียบเพื่อให้การติดสติ๊กเกอร์หนาแน่นและไม่หลุดลุ่ย
ข้อควรปฏิบัติเมื่อ Vender ส่งสินค้ามาแล้วบาร์โค้ดไม่มีหรือบาร์โค้ดยิงไม่ขึ้น
1. วัตถุประสงค์
เพื่อกำหนดขั้นตอนการปฏิบัติในการตรวจรับและจัดการสินค้าที่บาร์โค้ดยิงไม่ได้ ให้เป็นไปอย่างมีระบบ ป้องกันความผิดพลาดในการรับเข้าสินค้า และสามารถติดตามความรับผิดชอบของ Vendor ได้อย่างโปร่งใส
2. ขอบเขต
ใช้สำหรับพนักงานตรวจรับสินค้า ฝ่ายบริหารสินค้า ฝ่ายจัดซื้อ และ Vendor ทุกคู่ค้า
3. คำจำกัดความ
-
บาร์โค้ดยิงไม่ได้: บริษัทฯ ต้นทางไม่ได้ติดบาร์โค้ดสินค้ามาให้ หรือ มีบาร์โค้ดแต่ บาร์โค้ดที่ไม่สามารถอ่านด้วยเครื่องสแกนเนอร์ได้ หรือไม่มีข้อมูลตรงกับระบบ
-
Vendor: ผู้จำหน่ายหรือผู้ส่งมอบสินค้าให้กับบริษัทฯ
4. บทบาทและความรับผิดชอบ
-
ฝ่ายตรวจรับสินค้า
-
ตรวจสอบบาร์โค้ดทุกครั้งในการรับสินค้า
-
แยกสินค้าและติดป้าย “สินค้าบาร์โค้ดมีปัญหา”
-
รายงานและส่งต่อให้ฝ่ายบริหารสินค้า/จัดซื้อ
-
-
ฝ่ายบริหารสินค้า/จัดซื้อ
-
ประสานงานกับ Vendor เพื่อหาทางแก้ไข
-
กำหนดวิธีการติดบาร์โค้ดใหม่ (โดย Vendor หรือติดแทนและเรียกเก็บค่าใช้จ่าย)
-
ติดตามผลและอนุมัติการรับเข้าสินค้าเมื่อแก้ไขแล้ว
-
-
Vendor
-
ตรวจสอบบาร์โค้ดก่อนการส่งมอบทุกครั้ง
-
แก้ไขหรือชดใช้ค่าใช้จ่ายในการติดบาร์โค้ดใหม่ตามที่บริษัทฯ กำหนด
-
5. ขั้นตอนการปฏิบัติ (Procedure)
-
ตรวจสอบสินค้า
-
เมื่อรับสินค้า ให้พนักงานตรวจรับทำการยิงบาร์โค้ดทุกล็อต
-
หากบาร์โค้ดยิงไม่ได้ ให้แยกสินค้าออกทันที
-
-
แยกสินค้าและบันทึกปัญหา
-
ติดป้ายกำกับ “สินค้ามีปัญหาบาร์โค้ด” และล็อกกุญแจให้แน่นหนาไว้ในห้อง Packing
-
กรอก “แบบฟอร์มรายงานสินค้าบาร์โค้ดยิงไม่ได้” พร้อมรายละเอียด (ชื่อสินค้า, รหัสสินค้า, จำนวน, วันที่, ชื่อผู้ตรวจรับ)
-
-
แจ้งฝ่ายบริหารสินค้า/จัดซื้อ
-
ส่งฟอร์มรายงานและสินค้าที่แยกไว้
-
ฝ่ายบริหารสินค้าประสาน Vendor ภายใน 24 ชั่งโมง ทำการ
-
-
การแก้ไขปัญหา
-
Vendor แก้ไข: ส่งบาร์โค้ดใหม่มาให้ติด หรือมาทำการติดเอง
-
บริษัทติดแทน: หาก Vendor ยินยอม บริษัทฯ ติดบาร์โค้ดใหม่และเรียกเก็บค่าใช้จ่ายจาก Vendor (2 บาท/ดวง)
- บางกรณีอาจจะปฏิเสธการรับสินค้าหรือส่งกลับต้นทาง
-
-
การรับเข้าสินค้า
- พนักงานตรวจรับสินค้าต้องรับสินค้าเข้าในระบบทุกสิ้นวันแม้ว่าจะมีปัญหาเรื่องบาร์โค้ดที่ต้องแก้ไข
-
เมื่อบาร์โค้ดที่ส่งมาถูกแก้ไขเรียบร้อยแล้ว พนักงานตรวจรับทำการยิงทดสอบอีกครั้งติดบาร์และแจ้งพนักงานผู้รับผิดชอบสินค้าเพื่อตรวจสอบและเก็บเข้าคลัง
- กรณีที่ตกลงทาง Vender รับผิดชอบค่าบาร์โค้ดให้พนักงานติดบาร์โค้ดทันที
-
การบันทึกข้อมูลและปิดงาน
-
ฝ่ายตรวจรับบันทึกเหตุการณ์ลงในระบบหรือแฟ้มงาน
-
ฝ่ายบริหารสินค้าติดตาม Vendor ว่าได้ชำระค่าใช้จ่ายครบถ้วน (ถ้ามี)
-
6. เอกสาร/แบบฟอร์มที่เกี่ยวข้อง
-
แบบฟอร์มรายงานสินค้าบาร์โค้ดยิงไม่ได้
-
ใบแจ้งหนี้เรียกเก็บค่าใช้จ่ายจาก Vendor (ถ้ามี)
8. การประเมินและปรับปรุง
-
แจ้งรายงานการปัญหาาบาร์โค้ดประจำวัน
-
ใช้ข้อมูลนี้ประกอบการประเมิน Vendor ประจำปี
WI-GR-011 กระบวนการรับสินค้าโครงสร้าง
1. วัตถุประสงค์
ตามนโยบายของบริษัทฯ เพื่อให้มีขั้นตอนในการรับสินค้าโครงสร้าง ให้ชัดเจน มีการวิเคราะห์ข้อมูล ติดตามสินค้า และกำหนดรอบระยะเวลา ได้อย่างถูกต้อง รวมทั้งการติดตามการทำงานของพนักงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จึงจัดทำวิธีการปฏิบัติงานในการทำงานอยู่ในกระบวนการทำงานที่ถูกต้อง และเป็นมาตรฐาน
2. ขอบข่าย
ขั้นตอนในการรับสินค้าโครงสร้าง จะต้องรับสินค้าให้เสร็จภายในสิ้นวันและมีการตรวจนับอย่างถูกต้อง ทำให้การปฏิบัติงานการรับสินค้าโครงสร้างทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ
-
คำจำกัดความ
ไม่มี
-
หน้าที่และความรับผิดชอบ
พนักงานตรวจรับสินค้า GR
มีหน้าที่ - ตรวจรับสินค้าเข้าคลัง
- ตรวจเอกสารใบส่งสินค้า / ใบกำกับภาษี จากคนขับรถ
- บรรทึกข้อมูลการรับสินค้าเข้าระบบ
- จัดทำป้ายราคา หรือบาร์โค๊ท
- ส่งมอบให้กับพนักงานประจำสินค้า/พนักงานขาย
พนักงานประจำสินค้า/พนักงานขาย
มีหน้าที่ - พนักงานประจำสินค้า ตรวจนับและติดป้ายใบตรวจรับบริเวณมุมล่างซ้ายทุกพาเลท
5. วิธีปฏิบัติงาน
5.1 รถมาส่งสินค้า
5.1.1. ขนส่งบริษัท
5.1.2. ขนส่งนอก
5.1.3. ขนส่งของ Supplier
5.2. ตรวจสอบเอกสารใบกำกับสินค้า/ใบส่งของ
พนักงานตรวจรับสินค้า GR รับเอกสารใบส่งสินค้า / ใบกำกับภาษี จากคนขับรถแล้วนำไปตรวจสอบใบสั่งซื้อ
( PO) ที่แผนกรับสินค้า หากไม่มี PO ให้ GR ติดต่อกับฝ่ายบริหารสินค้าทันที เมื่อได้รับเอกสารแล้วจัดพิมพ์เอกสารสำเนาใบสั่งซื้อ/ใบตรวจรับสินค้าเข้าคลัง แนบกับใบส่งสินค้า/ใบกำกับภาษี GR ทำการตรวจนับสินค้าร่วมกับ LP และ Section
5.2.1. ในกรณี สินค้า Pass ส่ง
-
กรณีรับแจ้งจากพนักงานขาย หรือจัดซื้อ หรือบัญชี GR พิมพ์ สำเนาใบสั่งซื้อ/ใบตรวจรับสินค้าเข้าคลัง พร้อมบันทึกลงในเครื่อง แจ้งพนักงานขายเพื่อทำการออกบิล
-
บันทึกการรับสินค้า บันทึกรายละเอียดการรับสินค้าเข้าในเอกสารทุกครั้งเพื่อป้องกัน Stock สินค้าขาด เกิน พร้อมหมายเหตุร้านค้าหรือลูกค้าที่ Pass ส่ง
5.2.2. กรณีสินค้าลงร้าน ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
5.2.2.1. ตรวจสอบสภาพรถบรรทุก
-
LP ถ่ายรูปรถก่อนลงสินค้า สภาพ / ทะเบียน
-
LP ตรวจสอบสภาพผ้าใบคลุมรถ การปิดผนึกตู้ ตลอดถึงการเปิดผ้าใบ พร้อมถ่ายรูปเป็นหลักฐาน
-
เตรียมอุปกรณ์ และ พนักงานที่จะทำการลงสินค้า เช่น เครื่องชั่ง เครน
-
Section อนุมัติ และ ลงสินค้า เมื่อได้ทำการตรวจสอบสภาพรถขนส่งจาก LP เสร็จ Section อนุมัติ และ ลงสินค้า
5.2.2.2. LP GR พนักงานประจำสินค้า ตรวจสอบสภาพสินค้า จำนวน
5.3. ตรวจสอบสภาพสินค้าโครงสร้าง
5.3.1. ตักสินค้าลงเป็นพาเลท ด้วยความระมัดระวัง
5.3.2. พนักงานที่ขับรถโฟล์คลิฟท์จะต้องมีใบอนุญาตขับรถและได้รับอนุญาตเท่านั้น
5.3.3. ตรวจสอบรายการสินค้า / สภาพสินค้า / จำนวน / รายละเอียดของสินค้า/ ชื่อ/ รุ่น / สี เทียบกับ ใบส่งสินค้า หรือใบกำกับภาษี
5.3.4. ในกรณีที่สินค้ามีปัญหาให้บันทึกลงในแบบฟอร์ม สำเนาใบสั่งซื้อ/ใบตรวจรับ สินค้าเข้าคลังและแยกของชำรุดออก ชัดเจนพร้อมทั้งแจ้งให้พนักงานขับรถลงชื่อรับทราบ
5.3.5. เขียนระบุในเอกสารใบส่งสินค้า ใบส่งสินค้าชั่วคราว ใบกำกับภาษี ระบุจำนวนสินค้าตามที่ได้รับจริงโดยแยกของดีและชำรุดออกจากกัน พนักงานขับรถลงชื่อรับทราบ
5.3.6. ตรวจนับสินค้าโดยระบุวันที่รับสินค้า / รายละเอียด / จำนวนสินค้า ลงในใบกำกับสินค้าให้ชัดเจนติดมุมล่างซ้ายของทุกพาเลท
5.3.7. จัดเตรียมสินค้าตัวอย่างสำหรับโชว์สินค้า มีป้ายบ่งชี้ หรือป้ายกำกับสินค้า ระบุ จำนวน รายละเอียด ชัดเจน
5.3.8. ตรวจนับและติดป้ายกำกับสินค้า พนักงานประจำสินค้า ตรวจนับและติดป้ายใบตรวจรับปูนโดยระบุรายละเอียดให้ครบถ้วนและติดบริเวณมุมล่างซ้ายทุกพาเลท
5.4. บันทึกการตรวจรับสินค้าเข้าคลัง พร้อมแนบเอกสาร GR ทำการบันทึกข้อมูลเข้าระบบตามสำเนาใบสั่งซื้อ/ใบตรวจรับสินค้าเข้าคลัง พร้อมแนบเอกสารประกอบดังนี้.-
-
ใบรับสินค้าชั่วคราว
-
ใบส่งสินค้า / ใบกำกับภาษี
-
สำเนาใบสั่งซื้อ/ใบบันทึกผลการตรวจรับสินค้าเข้าคลัง
-
สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนพร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง (เบิกค่าแรง) ถ้ามี
5.5. GR แจ้งพนักงานประจำสินค้า เพื่อ รับสำเนาใบสั่งซื้อ/ใบตรวจรับสินค้าเข้าคลัง
5.5..1. พนักงานประจำสินค้าตรวจสอบเอกสารการรับเข้า พนักงานประจำสินค้าตรวจเช็ครายการสินค้าและจำนวนว่าถูกต้องตามที่ได้รับสินค้าหรือไม่ลงชื่อยืนยัน การรับสินค้า ในกรณีที่เอกสารและสินค้าไม่ถูกต้องตรงกันจะต้องแจ้งฝ่าย GR ดำเนินการแก้ไขทันที บันทึกการรับสินค้าลงใน สมุดรับสินค้า และรับสินค้าเข้าแผนกต่อไป
5.5.2. GR จัดทำป้ายราคา หรือบาร์โค๊ท GR จัดทำป้ายราคา บาร์โค๊ต ส่งมอบให้กับพนักงานประจำสินค้า/พนักงานขาย
5.5.3. ตรวจสอบป้ายราคาและบาร์โค๊ตเพื่อความทุกต้อง พนักขายตรวจสอบป้ายราคาและบาร์โค๊ตเพื่อความทุกต้อง หากไม่ถูกต้องให้ GRดำเนินการแก้ไขทันที
5.5.4. จัดเก็บสินค้าเข้าคลัง พนักงานประจำสินค้าจัดเก็บสินค้าเข้าคลัง
5.6. การเก็บสินค้าโครงสร้าง
5.6.1. ทุกพาเลทมีใบกำกับสินค้าติดทุกพาเลท เพื่อระบุรายละเอียดสินค้า จำนวนของดีของชำรุด ผู้รับ วันเดือนปีที่รับ ในใบกำกำสินค้า
5.6.2. การจัดเก็บสินค้าซ้อนทับโดยมีไม้หมอนรองที่ถูกต้องแนวไม้หมอนที่ใช้ซ้อนทับตรงกันในแนวดิ่ง
5.6.3. สินค้าที่ลงเสร็จเรียบร้อยต้องเก็บสินค้าเข้าคลังให้เสร็จภายในวันต่อวัน / สินค้าทุกอย่างจัดเก็บเข้าในคลัง
5.6.4. ระยะเวลาการรับสินค้าตั้งแต่ 09.00 น - 16.00 น. หลัง 16.00 น ให้ Division พิจารณาเป็นรายกรณี และรับให้เสร็จภายในสิ้นวัน
5.6.5. จัดเรียงสินค้าตามหลัก FIFO มีพาเลทแบ่งจ่ายเพียงรุ่นละ 1 พาเลทไม่มีสินค้าชำรุดปนกับสินค้าขาย
5.6.6. ห้ามวางพาเลทกระเบื้องปูพื้นซ้อนทับกระเบื้องผนัง
5.7. มาตรฐานการทำงานสินค้าแผนกโครงสร้าง
5.7.1. การจัดการพื้นที่
5.7.2. เอกสารต่างๆ ทุกพาเลทต้องมีใบกำกับสินค้าแปะพาเลท
5.7.3. ระบุ รายละเอียดสินค้าจำนวนของดี ของชำรุด ผู้รับ วันเดือนปีที่รับ
5.7.4. ซ้อนทับโดยมีไม้หมอนรอง ซ้อนทับในแนวดิ่ง ไม่เกินจำนวนที่กำหนดจัดเรียงสินค้าตามหลัก FIFO
5.7.5. สินค้าทุกอย่างจัดเก็บเข้าในคลัง ยกเว้นกระเบื้องคอนกรีต และอุปกรณ์ไม่มีสินค้าชำรุดปนกับสินค้าขายมีพาเลทแบ่งจ่ายเพียงรุ่นละ 1 พาเลท
5.7.6. การจัดการสินค้า
5.7.7. การจัดการสินค้าชำรุดจัดเตรียมพื้นที่สำหรับสินค้าชำรุดให้ชัดเจน
5.7.8. แยกสินค้าชำรุดทุกครั้งที่เจอ
5.7.9. แยก Supplier ให้ชัดเจน
5.7.10. ทำเอกสารควบคุมกองเก็บระบุ รายการ จำนวน สาเหตุ เอกสารอ้างอิง
5.7.11. รวบรวมทำการส่งคืนทุกรอบที่กำหนด
5.7.12. เก็บเอกสารไว้รอ Supplierระบุระยะเวลาการรับคืน หรือให้ทำลายกับตัวแทน Supplier แน่นอนให้ลงชื่อรับทราบครบกำหนดเวลาแนบหลักฐานแจ้งจัดซื้อขออนุมัติจำหน่าย / ทำลายจาก ผอ.สาขา ทำการ
WI-GR-012 กระบวนการรับเข้าสินค้าพิเศษ
1. วัตถุประสงค์
เอกสารนี้จัดทำขึ้นเพื่อควบคุมมาตรฐานในการปฏิบัติงานของส่วนตรวจรับสินค้า GR ในเรื่องของ “ สินค้าส่งมาเกิน,ส่งผิด” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการ การตรวจรับสินค้าเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในด้านการจัดการสินค้าส่งมาเกิน เป็นการควบคุมสินค้าที่ส่งมาเกินจากการออกใบสั่งซื้อ โดยกำหนดรูปแบบ การติดตาม การบันทึกรายละเอียดสินค้า ข้อมูลให้ชัดเจน รวมทั้งการจัดเก็บ การพิจารณาสินค้าเพื่อการรับเข้า การจัดส่งคืน Vendor เพื่อสามารถติดตามรายละเอียดสินค้าและสามารถแจ้งยังฝ่ายต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด
2. ขอบเขต
เป็นแนวทางวิธีการปฏิบัติงานในการจััดการกับสินค้าที่ทาง Vendor ส่งมาเกิน,ส่งผิด จากที่ได้มีการสััััััััััััััััััััััััััััััั่งซื้อไว้ โดยจะกำหนดวิธีการปฏิบัติงานตั้งแต่พบว่าเกิดปัญหาดังกล่าวขึ้น
3. คำจำกัดความ
สินค้าส่งเกิน หมายถึง สินค้าที่ส่งมาเกินจากเอกสารใบสั่งซื้อสินค้า ซึ่งไม่สามารถรับเข้าคลังได้ จำเป็นต้องแยกสินค้าไว้ต่างหาก ไม่รวมกับสินค้าที่สามารถขายได้ในปัจจุบัน
ห้องเก็บสินค้ามาเกิน หมายถึง สถานที่จัดเก็บสินค้าที่ส่งมาเกิน โดยแยกไว้ต่างหาก ไม่ปะปนกันกับตัวอื่น
4. หน้าที่และความรับผิดชอบ
พนักงานขับรถส่งสินค้า มีหน้าที่ จัดส่งสินค้าที่ได้รับมอบหมายมายังบริษัท
Admin GR มีหน้าที่
- ตรวจสอบการบันทึกข้อมูลการบันทึกการรับเข้าของEnd Control ส่วนงานรับสินค้า
- บันทึกการรับสินค้าเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์
- จัดพิมพ์เอกสาร F-GR-105 ใบบันทึกผลการตรวจรับสินค้าเข้าคลัง
- เก็บรวบรวมเอกสารรับเข้าทั้งหมดส่ง ให้ผู้จัดการส่วนฯ เพื่อตรวจสอบต่อไป
End Control มีหน้าที่
- ตรวจสอบสภาพสินค้า จำนวนสินค้า รายละเอียดสินค้าตามเอกสาร
- บันทึกจำนวนสินค้าลงในเอกสาร F-GR-101 สำเนาใบสั่งซื้อ/ใบตรวจรับสินค้า
- ดำเนินการ Test Scan สินค้า
- ติด Barcode สินค้า
พนักงานประจำสินค้า/พนักงานขาย มีหน้าที่
- ตรวจสอบสินค้า สภาพสินค้า รายละเอียดสินค้า
- นับจำนวนสินค้าให้ถูกต้องตามเอกสาร F-GR-105 ใบบันทึกผลการตรวจรับสินค้าเข้าคลัง
- จัดเตรียมพื้นที่ในการจัดเก็บสินค้า
พนักงานคลัง มีหน้าที่
- ตรวจสอบสินค้า สภาพสินค้า รายละเอียดสินค้า
- นับจำนวนสินค้าให้ถูกต้องตามเอกสาร ใบบันทึกผลการตรวจรับสินค้าเข้าคลัง
- จัดเตรียมพื้นที่ในการจัดเก็บสินค้า
จัดซื้อ/บริหารสินค้า มีหน้าที่
- ตรวจสอบสินค้าชำรุดเสียหาย
- พิจารณาการรับสินค้าเพิ่มเติม หรือไม่รับ
- ติดต่อกับ Vender ในการส่งคืนสินค้า
5. วิธีการปฏิบัติงาน
ขั้นตอนที่ 1 สินค้าส่งมาเกิน ส่งผิด
เมื่อ End Control ตรวจสอบสินค้าจากการจัดส่งของขนส่งแล้ว พบว่ามีการส่งสินค้ามาเกิน ส่งมาผิด จากแบบฟอร์ม สำเนาใบสั่งซื้อ/ใบตรวจรับสินค้าเข้าคลัง ซึ่งอาจเนื่องมาจาก ผิดรุ่น ผิดขนาด สีเพี้ยน สินค้ามาเกินจากการตรวจรับ เกินจากเอกสารใบสั่งซื้อ เทียบกับเอกสารในใบกำกับภาษี/ใบส่งของ Vendor
ขั้นตอนที่ 2 แจ้งบริหารสินค้า
เมื่อพบว่าสินค้าดังกล่าว เป็นสินค้าที่ส่งสินค้าเกินอันเนื่องมาจากขั้นตอนที่ 1 พนักงาน End Control ดำเนินการแจ้งกลับมายัง Admin GR และแจ้งยังแผนกบริหารสินค้า เพื่อรับทราบ และแจ้งให้บริหารสินค้าที่เป็นผู้ดูแลสินค้าให้เป็นผู้พิจารณา
ขั้นตอนที่ 3 พิจารณาการรับสินค้า
แผนกบริหารสินค้า พิจารณาสินค้าที่ทาง Vender ส่งมาให้ พร้อมประสานงานกับทาง Vender เกี่ยวกับสินค้าที่มาเกิน มาผิด ผิดขนาด สีเพี้ยน และอื่น ๆ โดยแยกเป็น 3 กรณีคือ
- กรณีที่ 1 ต้องการรับสินค้าไว้ เพื่อขายในคลัง พนักงานบริหารสินค้า ต้องจัดทำเอกสาร ในขั้นตอนที่ 4 การออกเอกสารใบ PO ( ใบสั่งซื้อสินค้า ) ต่อไป
- กรณีที่ 2 ไม่ต้องการรับสินค้าไว้ ในกรณีที่เป็นรถขนส่งสินค้าของบริษัทฯ นั้น ๆ ให้นำสินค้าส่งกลับคืนกับขนส่งบริษัทฯ นั้น ๆ โดยไม่ต้องรับไว้ (ให้รับไว้เฉพาะส่วนที่ระบุในเอกสารแบบฟอร์ม F-GR-101 สำเนาใบสั่งซื้อ/ใบตรวจรับสินค้าเข้าคลังเท่านั้น ) ในกรณีที่เป็นรถขนส่งทั่วไปที่ไม่ใช่รถขนส่งบริษัทฯ ให้นำสินค้าเก็บไว้ในห้องสินค้าส่งเกิน ที่ไม่มีการรับสินค้าเข้าคลัง โดยทำการบันทึกข้อมูลสินค้าดังกล่าว และดำเนินการติดตามไปยังแผนกบริหารสินค้าเพื่อนำสินค้าส่งคืนทาง Vender ต่อไป (ให้ตรวจสอบหมายเหตุแนบท้าย Workin ประกอบ)
- กรณีที่ 3 สินค้าที่แถมมาให้เพื่อชดเชยสินค้าที่แตก ในกรณีที่ Vender ได้ส่งสินค้ามาเพื่อชดเชยสินค้าที่แตก เช่น สินค้าประเภทบล๊อคก่อ Q-con
ขั้นตอนที่ 4 การออกเอกสารใบ PO
ในกรณีที่ต้องการรับสินค้าไว้เพื่อขาย โดยได้รับความเห็นชอบจากแผนกบริหารสินค้าแล้ว ทางแผนกบริหารสินค้าก็จะดำเนินการจัดทำเอกสารใบสั่งซื้อสินค้าดังกล่าว เพื่อเป็นหลักฐานแสดงการสั่งซื้อ และเอกสารการรับสินค้าเข้า เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนที่ 5 ต่อไป
ขั้นตอนที่ 5 เข้าสู่ Work In การรับสินค้า
เมื่อแผนกบริหารสินค้าออกเอกสารและส่งมายังแผนกตรวจรับสินค้าแล้ว แผนกตรวจรับสินค้าจะนำสินค้าและเอกสารทั้งหมดเข้าสู่ขั้นตอน การรับสินค้าต่อไป
หมายเหตุแนบท้าย Work In
- แผนกตรวจรับสินค้าจะนำสินค้าเก็บในห้องสินค้าส่งเกิน ส่งมาผิด ผิดสี ผิดรุ่น
- แผนกตรวจรับสินค้าไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียที่เกิดขึ้น อันเนื่องจากการจัดเก็บ สูญหาย และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับตัวสินค้า ไม่ว่าจะกรณีใดทั้งสิ้น
- แผนกบริหารสินค้าต้องดำเนินการ ให้เสร็จกระบวนการ ภายใน 7 วัน
- การจัดทำเอกสารส่งคืนจะต้องบันทึกลงในแบบฟอร์มใบแจ้งส่งสินค้าคืนทุกครั้ง
- เมื่อพบสินค้าตามรายละเอียดข้อ 2 แผนกบริหารสินค้าและแผนกอื่น ๆ จะเอาผิดกับแผนกตรวจรับสินค้าไม่ได้ เนื่องจากสินค้าดังกล่าวยังไม่ผ่านการตรวจสอบและการตรวจนับจากแผนกตรวจรับสินค้า และไม่ได้ทำการตรวจรับสินค้าเข้าคลังตามกระบวนการ P-GR-1 การตรวจรับและการควบคุม
WI-GR-013 การรับสินค้าคอนกรีต(มติที่ประชุม โอนการรับเข้าให้กับบริหารสินค้าเป็นผู้ดำเนินการ)
ขั้นตอนการปฎิบัติ

การปฎิบัติงาน
1. รับแจ้ง Mail จากบริหารสินค้า เพื่อรับเข้าสินค้าคอนกรีต
2. จัดพิมพ์เอกสารใบตรวจรับสินค้าเข้าคลัง ตามเอกสารใบสั่งซื้อที่แจ้งใน Mail พร้อมเอกสารใบเทคอนกรีต ของ SCG และเอกสารใบ Back Order ของพนักงานขาย
3. ตรวจสอบรหัสสินค้า ชื่อสินค้า จำนวน หน่วยนับ กับเอกสารใบตรวจรับสินค้าเข้าคลัง เทียบกับใบเทคอนกรีต และเอกสารใบ Back Order ของพนักงานขาย
3.1 ในกรณีที่รหัสสินค้า ชื่อสินค้า จำนวน ในเอกสารใบ PO และ ใบเทคอนกรีต ใบ Back Order ไม่ถูกต้อง แจ้งบริหารสินค้า เพื่อยืนยันข้อมูล และยึดถือตามเอกสารใบเทคอนกรีต เป็นหลัก
4. ทำการบันทึกจำนวนลงในเอกสารใบตรวจนับสินค้า พร้อมรับสินค้าเข้าระบบ ตาม Link http://venus.nopadol.com/npcen/?#/ ระบุเลขเอกสารรับเข้า วันที่ และ ลงลายมือชื่อในใบตรวจรับสินค้า
5. แจ้งพนักงานขาย เพื่อทำการออกบิล และ จัดเก็บเอกสาร ใบตรวจรับสินค้าเข้าคลัง ใบเทคอนกรีต เอกสารใบ Back Order แนบชุด ส่งใหัทางแผนกบัญชี
เอกสารที่เกี่ยวข้อง
1. ตัวอย่าง Mail แจ้งการรับเข้าสินค้าคอนกรีต
2. ใบบันทึกผลการตรวจรับสินค้าเข้าคลัง
3. เอกสารเทคอนกรีต
4. ใบ Back Order
WI-GR-014 การบันทึกรับสินค้าเข้าในระบบ BC
1. วัตถุประสงค์
เอกสารนี้จัดทำขึ้นเพื่อควบคุมมาตรฐานในการปฏิบัติงานของส่วนตรวจรับสินค้า GR ในเรื่องของ “ การรับสินค้า” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการ PM-SP-001 การตรวจรับสินค้าและการควบคุม
เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในด้านการรับสินค้า ให้เป็นไปในรูปแบบเดียวกันและเป็นแนวทางให้กับพนักงานให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
2. ขอบเขต
เป็นวิธีปฏิบัติงานในการบันทึกรับสินค้าเข้าคลังโดยใช้ระบบ BC Account หลังจากที่มีการตรวจสภาพสินค้า จำนวน
3. คำจำกัดความ
การรับสินค้า หมายถึง การตรวจรับสินค้าเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ จากการตรวจนับของ End Control ส่วนตรวจรับสินค้า
4. หน้าที่และความรับผิดชอบ
ตำแหน่งงาน Admin GR หน้าที่ 1. ตรวจสอบการบันทึกข้อมูลการบันทึกการรับเข้าของ End Control ส่วนงานรับสินค้า
2. บันทึกการรับสินค้าเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์
3. จัดพิมพ์เอกสาร FM-GR-006 ใบบันทึกผลการตรวจรับสินค้าเข้าคลัง
4. เก็บรวบรวมเอกสารรับเข้าทั้งหมดส่ง ให้ผู้จัดการส่วนฯ เพื่อตรวจสอบต่อไป
5. วิธีปฏิบัติงาน
ขั้นตอนการบันทึกรับสินค้า CREDIT
5.1. การบันทึกรับสินค้าเริ่มจากเมื่อได้ตรวจนับความถูกต้องของสินค้ากับใบส่งของหรือใบ Invoice จาก Vendor แล้ว ให้ทำการบันทึกรับสินค้าเพื่อออกใบรับสินค้า โดยเริ่มจากการเรียกโปรแกรม BC ACCOUNT จะปรากฏ ข้อความให้ใส่ Connection , User ID
(ชื่อผู้ใช้) , Password (รหัสผ่าน) คลิก Connect เพื่อเข้าสู่ระบบ
5.2. เมื่อชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านถูกต้อง จะเข้าสู่การ Set Work Date เพื่อกำหนดวันที่ทำงาน จากนั้นคลิก ตกลง
5.3. เมื่อทำการกำหนดวันที่ในการทำงานเรียบร้อยแล้ว ทั้งหมดจะเข้าสู่ MAIN MENU ดังนี้
5.7. หน้าจอจะแสดงรายละเอียดสำหรับใส่ข้อมูลการบันทึกรับสินค้า Credit
5.8. เลือกประเภทหัวเอกสาร ตามใบสั่งซื้อ พร้อมคลิก หัวเอกสารนั้น ๆ อันได้แก่
-
เอกสารใบสั่งซื้อ POV รับเข้าสินค้าเป็นหัวเอกสารเป็น RV
-
เอกสารใบสั่งซื้อ PON รับเข้าสินค้าเป็นหัวเอกสารเป็น RN
-
เอกสารใบสั่งซื้อ POE รับเข้าสินค้าเป็นหัวเอกสารเป็น RX
-
เอกสารใบสั่งซื้อ POC รับเข้าสินค้าเป็นหัวเอกสารเป็น CS
5.9.เมื่อคลิกเลือกหัวเอกสารแล้วจะปรากฎรายละเอียดดังภาพ จากนั้นให้คลิกเลือกใบสั่งซื้อสินค้า
5.10. จะปรากฏรายละเอียดใบสั่งซื้อสินค้าที่เป็นของ VENDOR รายนี้ คลิกตรงช่อง สีเหลี่ยม ตามใบสั่งซื้อที่ต้องการ แล้วคลิก OK
5.11. รายการสินค้าตามใบสั่งซื้อจะเข้าหน้าจอใบรับเข้าสินค้าโดยอัตโนมัติ
5.12. ตรวจสอบจำนวนสินค้า ราคาสินค้า รายละเอียดต่างๆ ให้ถูกต้องตามใบตรวจรับสินค้า
5.13. กด F5 เพื่อระบุหมายเหตุต่าง ๆ เช่น ผู้รับสินค้า เลขที่ใบสั่งขาย/สั่งจอง ในกรณีที่เป็นสินค้าสั่งพิเศษ ฯลฯ จากนั้น คลิก ตกลง
5.14. จากนั้นกด SAVE เพื่อบันทึกข้อมูลเข้าในระบบ
5.15. เมื่อกด SAVE แล้วจะปรากฏ รายละเอียด ดังนี้
5.16. ตรวจสอบเลขที่เอกสารที่ได้ เลือก Select เป็นใบบันทึกผลการตรวจรับสินค้าเข้าคลัง.BFM คลิก เครื่องหมาย √ ออกจาก GL Slip Form คลิก Preview
5.17. จะปรากฏรายละเอียดของเอกสาร คลิก Print
5.18. เลือกประเภทเครื่องพิมพ์ที่ต้องการ ขนาดกระดาษ จากนั้น คลิก OK
5.19. จะได้เอกสารใบบันทึกผลการตรวจรับสินค้าเข้าคลัง เพื่อนำส่งให้ Checker เซ็นต์ผู้จ่ายสินค้า พนักงานคลังเซ็นต์ผู้รับสินค้า และ End Control เซ็นต์ผู้ตรวจสอบ
5.20. เก็บรวบรวมเอกสารแนบกับเอกสารการตรวจรับสินค้า ใบกำกับภาษี Vender เพื่อตรวจสอบ และส่งให้แผนกบัญชีต่อไป
WI-GR-015 การรับสินค้าทั่วไป
- GR รับสินค้า ตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของสินค้าและเอกสารใบส่งสินค้า ใบกำกับสินค้า เปรียบเทียบกับการสั่งซื้อสินค้า
- (PO) หากพบข้อผิดพลาด กรณีสินค้ามาส่งไม่ตรงตามเอกสาร หรือสินค้าที่มาส่งไม่มีใบสั่งซื้อสินค้า (PO) หรือมีข้อผิดพลาดต่างๆ ให้แจ้งแผนกบริหารสินค้า เพื่อดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องกับ Vender ต่อไป แล้วแจ้งผลกลับมาที่แผนกรับสินค้า ตรวจเช็คสินค้าว่าอยู่ในสภาพสมบูรณ์ มีอุปกรณ์ครบถ้วน สี ขนาด ชนิด เกรดของสินค้า ถูกต้องสินค้าไม่แตก หัก ชำรุด เสียหาย กรณีที่พบความผิดปกติของสินค้า เช่น สินค้าเสียหายจากการขนส่ง สินค้าไม่ครบตามจำนวนที่แจ้งมา จะไม่รับลงสินค้า และให้ลงรายละเอียดในเอกสารขนส่ง และในเอกสารที่กำกับสินค้าแล้วค่อยส่งคืนไปกับรถขนส่งพร้อมบันทึกรายละเอียดลงในหมายเหตุของแบบฟร์อมคุมการตรวจรับสินค้า (FM-SP-009) จากนั้นแจ้งให้แผนกบริหารสินค้ารับทราบ หากว่าทางแผนกบริหารสินค้าให้รับสินค้าเพื่อรอเซลล์มารับคืนต้องหมายเหตุในใบขนส่งว่าไม่จ่ายค่าขนส่งให้
- เมื่อสินค้าและและเอกสารได้รับตรวจสอบความถูกต้องแล้วให้พนักงานตรวจรับสินค้า ลงนามรับสินค้า ในเอกสารของขนส่ง รวมทั้งบันทึกรับเข้าในแบบฟอร์มคุมการตรวจรับสินค้า (FM-SP-009)
- พนักงานตรวจรับสินค้า แจ้งขนส่งให้นำบัตรคิว คืนให้กับ รปภ. ด้านหน้าประตูเข้า-ออก
- พนักงานรับสินค้า นำเอกสารการรับสินค้าส่งให้ Admin GR
- พนักงานรับสินค้าดำเนินการย้ายสินค้าเข้าพื้นที่รับสินค้า
- Admin GR ดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร และบันทึกรับเข้าในระบบ พร้อมทั้งจัดทำใบรับเข้าในระบบ ( RV,RO,RX,CS) ผ่านทาง Internet ตาม Link http://venus.nopadol.com/npcen/?#/ พร้อมระบุชั้นวางสินค้า
- คัดแยกสินค้า
- แรปสินค้าที่ขึ้นพาเลทให้เรียบร้อย
WI-GR-016 การตรวจรับสินค้า ที่มาส่งในวันหยุด
กระบวนการทำงาน

ขั้นตอนการทำงาน
- รับแจ้งทาง Line จากบริหารสินค้า ก่อนการนำส่งสินค้าในวันหยุด อย่างน้อย 1 วัน

- แผนกตรวจรับสินค้า จัดพิมพ์ เอกสารใบตรวจรับสินค้าเข้าคลัง เพื่อนำส่งให้แผนกคลังได้ทำการตรวจสอบและแนบเอกสารใบส่งของ ใบกำกับภาษี

- รปภ. รับสินค้า พร้อมถ่ายรูป เอกสาร รูปสินค้า ส่งมาเพื่อตรวจสอบทาง Telagram

-
- กรณีที่เป็นวันหยุด คลังตรวจสอบสินค้ากับเอกสารใบตรวจรับสินค้าเข้าคลัง และบันทึก รวบรวมเก็บไว้ในแฟ้ม
- วันทำการ แผนกตรวจรับสินค้า เก็บเอกสารจากแฟ้มดังกล่าว ตรวจสอบความถูกต้อง พร้อมบันทึกรับสินค้าเข้าระบบ
- ตรวจสอบเอกสารเทียบกับ Mail ที่แจ้งโดยบริหารสินค้า ในกรณีที่ไม่มีการนำส่ง แจ้งยังบริหารสินค้า เพื่อติดตามและตรวจเช็คขนส่ง
WI-GR-017 การรับสินค้าถังบำบัดน้ำเสีย
ขั้นตอนการรับสินค้า

การปฎิบัติ
- ตรวจสอบเอกสาร ใบกำกับภาษี ใบส่งของ พิจารณาเอกสาร ดังนี้ .-
- 1 กรณีเจ้าหนี้ เป็นบริษัท เอสซีจีดิสทริบิวชั่น จำกัด จะต้องมีเอกสาร ใบจ่ายสินค้า แนบมาพร้อมกับใบจ่ายสินค้าของธรรมสรณ์ ทุกครั้ง ในกรณีที่ไม่มีเอกสารใบจ่ายสินค้า ไม่รับสินค้าลงโดยเด็ดขาด
2. ตรวจสอบสินค้า
2.1 ตามเอกสารใบส่งของ ธรรมสรณ์
รหัส 8858802764369 ถังบำบัดน้ำเสีย DOS OK ST-24/BK-1200L(แถมหัวเชื้อ 1 ซอง+ข้อต่ออ่อน 4 นิ้ว 2 อัน)สีดำ จำนวน 1 ถัง จะประกอบไปด้วย อุปกรณ์ดังนี้.-
1. ถังบำบัดน้ำเสีย DOS ST 24/BK-1200 L จำนวน 1 อัน
2. ฝาลายหินสีดำ (ฝา + เฟรม) จำนวน 1 ชุด
3. Dos Bio Clean (ชนิดซอง 30 กรัม) จำนวน 1 ซอง
4. Flex 4 Super Sept ยาว 200 MM จำนวน 2 อัน
5. Clamp 4 Nilon 6 (ฝังอยู่ด้านใน Flex 4 Super Sept ยาว 200 MM ) จำนวน 4 อัน
รหัส 8858802784725 ถังบำบัดน้ำเสีย DOS Hero ST-28/BK-600L(แถมหัวเชื้อ 1 ซอง+ข้อต่ออ่อน 4 นิ้ว 2 อัน)สีดำ จำนวน 1 ถัง จะประกอบไปด้วย อุปกรณ์ดังนี้.-
1. ถังบำบัดน้ำเสีย DOS ST 28/BK-600 L จำนวน 1 อัน
2. ฝาลายหินสีดำ (ฝา + เฟรม) จำนวน 1 ชุด
3. Dos Bio Clean (ชนิดซอง 30 กรัม) จำนวน 1 ซอง
4. Flex 4 Super Sept ยาว 200 MM จำนวน 2 อัน
5. Clamp 4 Nilon 6 (ฝังอยู่ด้านใน Flex 4 Super Sept ยาว 200 MM ) จำนวน 4 อัน
2.2 สินค้า ปลอกคอถัง V2 ขนาด 25 CM เป็นสินค้าแถมกับถังบำบัด ไม่อยู่ในรายการอุปกรณ์ส่วนประกอบสินค้าถังบำบัด ที่อยู่ในเอกสาร ต้องดำเนินการรับสินค้าแยกเข้าคลัง NIV เพื่อแถมให้ลูกค้าโดยการตัดเบิกสมนาคุณ หรือ ออกบิล
มีเฉพาะใบจ่ายสินค้าบริษัท ธรรมสรณ์ จำกัด เท่านั้น
ข้อควรระวัง สินค้าดังกล่าวต้องรับเข้าแยกเนื่องจากไม่อยู่ในรายละเอียดสินค้า ของแถมขึ้นอยู่กับโปรโมชั่น จะไม่แถมมากับสินค้าทุกครั้ง
2. กรณีเป็นเจ้าหนี บริษัท ธรรมสรณ์ จำกัด มีเฉพาะใบจ่ายสินค้าบริษัท ธรรมสรณ์ จำกัด เท่านั้น จะไม่มีเอกสารใบจ่ายสินค้าบริษัท เอสซีจีดิสทริบิวชั่น จำกัด กระบวนการตรวจสอบเอกสาร กระบวนการรับเข้า ดำเนินการเหมือนกัน ตามข้อ 1 และ 2
3. บันทึกรับสินค้าในเอกสารใบตรวจรับสินค้า พร้อม บันทึกรับสินค้าเข้าในระบบ
WI-GR-018 การจัดการของแถมที่ไม่ระบุในใบสั่งซื้อ
กระบวนการทำงาน

ขั้นตอนการปฎิบัติ
- ตรวจสอบใบส่งสินค้า มีของแถม สมนาคุณ เทียบ กับใบตรวจรับสินค้า เข้าคลัง
2. เมื่อตรวจสอบแล้ว ในเอกสารใบตรวจรับสินค้าเข้าคลัง ไม่มีรายการสินต้าของแถม ของสมนาคุณ ให้ส่งเอกสารใบส่งของ ให้กับจัดซื้อ พร้อมแจ้งให้ทำการออกเอกสาร ใบสั่งซื้อ เพิ่มเติม
3. เมื่อจัดซื้อทำเอกสารใบสั่งซื้อเรียบร้อยแล้ว ดำเนินการพิมพ์เอกสารดังกล่าว เพื่อตรวจสอบ ในการรับเข้าคลัง ขึ้นอยู่กับจัดซื้อพิจารณา ว่าจะนำสินค้าของแถมมาขาย เข้าคลังขาย ในกรณีที่รับมาเพื่อโปรโมชั่น ให้รับเข้าคลังสินค้าของแถม
4. ตรวจนับ ตรวจเช็ค ความถูกต้อง และ ดำเนินการรับเข้าระบบต่อไป
WI-GR-019 คู่มือการใช้พาเลท
พาเลทที่ใช้งาน จะแบ่งด้วยกัน 4 ประเภทใหญ่ คือ 1.พาเลทไม้ 2.พาเลทพลาสติก 3.พาเลทกระดาษ และ 4. พาเลทเหล็ก
1.พาเลทไม้ เป็นพาเลทที่ใช้ง่ายและสะดวกรวดเร็ว ใช้ต้นทุนทีต่ำ การทำพาเลทไม้ก็โดยการนำไม้มาตัดเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมพื้นไม้ตามความกว้าง และ ยาวที่ต้องการ แล้ว นำประกอบเป็นพาเลทไม้ ส่วนใหญ่จะเป็นไม้ยางพารา ซึ่งมีความแข็งแรงทนทาน แต่ การใช้พาเลทไม้ก็มีข้อจำกัด คือการมีเชื้อราในเนื้อไม้ มีมอด มีแมลง และมีเสี้ยน ซึ่งจะทำให้สินค้าเสียหายได้
ตัวอย่างการใช้พาเลทไม้
2.พาเลทพลาสติก มีคุณสมบัติที่เหมาะกับทุกอุตสาหกรรม และ ไม่มีปัญหาเรืองเชื้อรา มอด แมลง และ เสี้ยน เหมือนพาเลทไม้ แต่การทำพาเลทพลาสติก ก็ใช้ต้นทุนที่สูง วัตถุดิบ ทีใช้ฉีดหรือขึ้นรูปเป็นพาเลทพลาสติก ส่วนใหญ่จะใช้ เม็ด PP และ เม็ด HDPE ข้อดีการใช้พาเลทพลาสติก คือ มีความสะอาด ทนทาน และ สามารถใช้ในพื้นที่อุณหภูมิติดลบได้ ไม่มีการเกิดเชื้อราในเนื้อพาเลทพลาสติก
คุณสมบัติและการใช้งานของพาเลทพลาสติกแต่ละประเภท
พาเลทพลาสติก คือแท่นวางสินค้าสำหรับลากเก็บ ลำเลียง หรือเคลื่อนย้ายสินค้า พลาสติกซึงจะแบ่งออกเป็น Double-Face Pallet หรือ พาเลทสองหน้า, Single-Face Pallet หรือ พาเลทแบบหน้าเดียว และ Window-Cross Pallet หรือ พาเลทแบบช่องหน้าต่าง
1. One-Way & Export : เป็น พาเลทพลาสติก ใช้สำหรับส่งออกเป็นหลัก ขาหลุมสามารถซ้อนกันได้เพื่อประหยัดพื้นที่ในการใช้งานและเป็นพาเลทน้ำหนักเบา ใช้สำหรับการวางสินค้าตัวโชว์ รับน้ำหนักได้ตั้งแต่ 1,000 – 2,000 kg.
ตัวอย่างการใช้งาน
สำหรับการโชว์สินค้า
การใช้พาเลทผิดประเภท
2. Light Duty เป็น พาเลทพลาสติก ที่ใช้ในอุตสาหกรรมทั่วไป เป็นพาเลทหน้าเรียบมีลูกยางกันลื่น แข็งแรง เช่น สินค้าสี เคมีภัณฑ์ รับน้ำหนักได้ตั้งแต่ 3,000 – 4,500 kg.
ตัวอย่างการใช้งาน
3. Medium Duty : เป็น พาเลทพลาสติก สำหรับโรงงานอุตสาหกรรมทั่วไป รับน้ำหนักที่เหมาะสม มี 3 แบบ Single-Face Pallet, Double-Face Pallet และ Window-Cross Pallet ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ที่ใช้ลำเลียง เหมาะกับการใช้งานบานประตู บานหน้าต่าง อุปกรณ์ประตูหน้าต่าง ฮาร์ดแวร์ รับน้ำหนักได้ตั้งแต่ 3,000 – 6,000 kg.
ตัวอย่างการใช้งาน
4. Heavy Duty เป็นพาเลทหนากว่าทั่วไป ทั้งขากลางของพาเลท ที่รับน้ำหนักบนชั้นวางได้ดี เช่น ปูนซีเมนต์ เคมีภัณฑ์ กาวซีเมนต์
รับน้ำหนักได้ตั้งแต่ 6,000 – 8000 kg.
ตัวอย่างการใช้งาน
ภาพรวมพาเลทพลาสติกแต่ละประเภท 
3. พาเลทกระดาษ ไม่มีปัญหาเรื่องเชื้อรา มอด แมลง และ เสี้ยน การผลิตก็ใช้ต้นทุนค่อนข้างต่ำ ข้อเสีย ระยะการใช้งานค่อนข้างต่ำ ใช้ครั้งเดียวทิ้ง ไม่สามารถใช้นำมาหมุนเวียนใช้หลายครั้งได้ โดนน้ำจะเปียกยุ่ย และ เสียรูปร่าง
ตัวอย่างการใช้งาน
4. พาเลทเหล็ก นำเหล็กมาตัดเป็นความกว้าง ยาว เหมือนพาเลทไม้ แต่เป็นเหล็กแทน ข้อดี มีความทนทานสูง สามารถใช้งานได้นาน ข้อเสีย น้ำหนักมาก การเลื่อนสูง การเคลื่อนย้ายทำให้สินค้าร่วงหล่นและเสียหายได้ง่าย ใช้งานกับสินค้าที่มีน้ำหนักมาก เช่น ปูนซีเมนต์
ตัวอย่างการใช้งานพาเลทเหล็ก
ข้อควรระวังในการใช้งานพาเลทพลาสติก
|
– ไม่ควรบรรทุกสินค้าเกินกว่าที่ระบุไว้ ควรตรวจสอบน้ำหนักก่อนขึ้นบรรทุกบนพาเลท |
|
- ไม่ควรวางกระจุกสินค้าไว้ตรงกลางหรือข้างใดข้างหนึ่งเพียงอย่างเดียว จะทำให้พาเลตเกิดการผิดรูปหรือเกิดการยุบตัว ควรกระจายน้ำหนักให้เท่าๆกัน
|
|
- ระวังการลื่นของสินค้าเนื่องจากผิวพื้นของพาเลตที่เรียบ |
|
เก็บในอุณหภูมิที่เหมาะสมที่สุด
|
| หลีกเลี่ยงใช้พาเลตพลาสติกที่ชำรุด |
|
ควรเก็บให้ห่างจากวัตถุไวไฟ ทำให้เกิดการละลายหรือผิดรูป
|
|
หลีกเลี่ยงดัดแปลงพาเลต เช่น การเจาะหรือการตัด จะทำให้คุณสมบัติทางกายภาพลดลง
|
|
ไม่ควรเก็บพาเลตไว้ในที่ที่มีแดดจัดหรือเก็บไว้กลางแจ้งเป็นเวลานาน แสงแดดอาจจะทำให้การเสื่อมสภาพ ดังนั้นไม่ควรเก็บไว้ในที่มีแดดจัด
|
|
ไม่ควรกระแทกหรือโยนพาเลทมากเกินไป ควบคุมการโยนพาเลตลงจากรถบรรทุกหรือลากออกจากตะขอเกี่ยว อาจทำให้พาเลตแตกหรือชำรุดได้
|
|
หลีกเลี่ยงการวางในพื้นที่ลาดเอียงหรือพื้นที่ไม่สม่ำเสมอ การวางในพื้นที่ลาดเอียง ทำให้พื้นผิวของพาเลตไม่สม่ำเสมอ สินค้าร่วงหล่นจากพาเลตได้
|
|
ต้องระมัดระวัง เมื่อต้องปฏิบัติงานกับโฟคลิฟ หรือ การขนย้ายบนรถบรรทุก
|
WI-GR-020 กระบวนการตรวจสอบสินค้ากรณีสินค้ามี 2 รหัส
กรณีศึกษา จากใบ CAR67-GR-009 แคชเชียร์ยิงขายสินค้าวงกบ Leo Frame ไม่ได้
แนวทางการปฎิบัติ
- พนักงานตรวจสอบเอกสารใบตรวจรับสินค้าเข้าคลัง เมื่อทำการ Test Scan สินค้าแล้ว พบว่า รหัสสินค้าที่ Scan ไม่ตรงกับเอกสาร ใบตรวจรับสินค้าเข้าคลัง และขึ้นเป็นรหัสสินค้าหลักเพิ่มอีก 1 รหัส
-
ห้าม พิมพ์ Barcode ติดทับ Barcode 13 หลัก โดยเด็ดขาด
- ดำเนินการแจ้งกับบริหารสินค้า เพื่อทำการตรวจสอบรหัสสินค้าทั้ง 2 รหัส และสรุปแนวทางในการใช้รหัสสินค้าเพียง 1 ตัว

- เมื่อบริหารสินค้าพิจารณาแล้ว ให้ดำเนินการตามนโยบายบริหารสินค้า ในกรณีนี้ ให้มีการปรับปรุง รหัสสินค้าให้เป็น รหัส 13 หลัก
WI-GR-022 การจัดเก็บ-จ่าย สินค้าสั่งพิเศษ SPO
1. กระบวนการ
2. รายละเอียดกระบวนการ
2.1 จัดพื้นที่ให้เหมาะสมในการจัดเก็บสินค้าตามมาตรฐานคลังสินค้าสินค้าที่เหมาะในการเก็บในที่ร่ม หรือ กางแจ้ง Link คู่มือมาตรฐานในการเก็บสินค้าในคลัง
2.2 แยกพื้นที่ในการจัดเก็บสินค้าในคลังขายปกติให้ชัดเจน
2.3 ติดป้ายกำกับสินค้าพร้อมระบุวันเดือนปี นัดรับ ที่ชัดเจน
2.4 หากไม่มีการติดต่อรับสินค้าตามกำหนดนัดหมายให้แจ้งและติดตามกับพนักงานขาย
2.5 กรณีที่พื้นที่เก็บสินค้าไม่เพียงพอและต้องฝากพื้นที่เก็บสินค้าในคลังให้ประสานคลังเพื่อจัดสรรพื้นที่สำหรับสินค้า SPO และติดป้ายกำกับให้ชัดเจนเพื่อไม่ให้มีการสับสนในการจ่ายสินค้า
ตัวอย่างการจัดเก็บสินค้าไม่เหมาะสมและโดนฝน
3. การจ่ายสินค้า SPO
รายละเอียดกระบวนการทำงาน
- พนักงานขายออกเอกสารใบขอรับเพื่อให้ลูกค้าหรือจัดส่งติดต่อรับสินค้าที่แผนก GR
- พนักงานตรวจรับสินค้าจัดสินค้าไว้ให้เรียบร้อยพร้อมติดป้ายกำกับไว้
- เมื่อลูกค้าหรือจัดส่งติดต่อขอรับสินค้าพนักงาน GR ร่วมตรวจเช็คสินค้าให้ครบถ้วน และ หากเป็นสุขภัณฑ์ อ่างล้างหน้า ประตู ต้องถ่ายภาพไว้เป็นหลักฐาน
- พนักงานเช็คเกอร์ตรวจเช็คสินค้าก่อนออกบิลและถ่ายภาพ
- แคชเชียร์ทำการออกบิล
WI-GR-023 กระบวนการแบ่งแพ็คสินค้า
ขั้นตอนการทำงาน
- รับสินค้าจากพนักงานประจำสินค้า พร้อมเอกสารการแบ่งแพ็ค และ เอกสารแบบฟอร์มการติดบาร์โค๊ตสินค้า
ตัวอย่างแบบฟอร์ม
2. ดำเนินการแปรรูปสินค้า ตามเอกสารใบขอแบ่งแพ็ค แบบฟอร์มขอพิมพ์บาร์โค๊ต พร้อมติดบาร์โค๊ตสินค้า
2.1 ติดบาร์โค๊ตสินค้าใหม่ ทับบาร์โค๊ตสินค้าเดิม ในกรณีที่สินค้ามีบาร์หลายจุด ให้ทำการขีดฆ่า ด้วยปากกาเคมีสีเข้ม เพื่อไม่ให้สแกนได้
2.2 หากนำกล่องเดิมสินค้ามาใช้ ให้ทำการดึงบาร์โค๊ตเดิมทิ้ง หรือ ขีดฆ่าบาร์โค๊ตเดิม ที่ไม่ใช้ทิ้งให้หมด
2.3 ทำการ Test Scan สินค้า
3. นำสินค้าเข้าพี้นที่ขาย พนักงานประจำสินค้าตรวจสอบ
ตัวอย่างสินค้า
ขายเป็นแผ่น
ขายเป็นกล่อง
ขายเป็นแพ็ค
ขายเป็นแพ็ค - 5
ขายเป็นแผ่น
WI-GR-024 กระบวนการแร็ปสินค้า
✅ เทคนิคการพันแรปพาเลทอย่างมีประสิทธิภาพ
1. เริ่มจากฐานให้แน่น
-
เริ่มพันจากฐานของพาเลท โดย พันฟิล์มยืด 2-3 รอบรอบฐาน เพื่อให้ฟิล์มยึดติดกับพาเลทแน่นหนา
-
ดึงฟิล์มให้มีความตึงพอเหมาะ (ไม่หย่อน ไม่แน่นเกินไปจนฉีก)
2. พันขึ้นด้านบนเป็นเกลียว
-
พันจากฐานขึ้นไปจนถึงด้านบนในลักษณะเกลียว โดย ให้ฟิล์มซ้อนทับกันประมาณ 30-50% ของความกว้างฟิล์ม
-
ความสูงของการพันควรคลุมสินค้าทั้งหมด
3. พันกลับลงมาอีกครั้ง (ถ้าจำเป็น)
-
ถ้าสินค้ามีน้ำหนักมากหรือไม่มั่นคง อาจพันฟิล์มกลับลงมาจากด้านบนอีกครั้ง เพื่อเพิ่มความแข็งแรง
4. พันครอบด้านบน (ถ้าต้องการกันฝุ่น/น้ำ)
-
ใช้แผ่นฟิล์มหรือพลาสติกคลุมด้านบน แล้วพันฟิล์มยืดทับรอบบนเพื่อกันฝุ่นหรือความชื้น
5. ใช้ฟิล์มมุม/แผ่นเข้ามุม (ถ้าสินค้าเป็นกล่อง)
-
เพื่อป้องกันกล่องบุบ ใช้แผ่นเข้ามุมพลาสติกหรือกระดาษแข็งวางตามขอบก่อนพัน
🔧 เคล็ดลับเพิ่มเติม
-
✅ เลือกฟิล์มที่เหมาะสม: ฟิล์มยืดแบบมือหรือแบบเครื่อง มีความหนาต่างกัน (15-30 ไมครอนขึ้นไป)
-
✅ อย่าพันสูงเกินพาเลท: อาจทำให้พาเลทเสียสมดุล
-
✅ ยึดพาเลทกับสินค้าให้แน่น: เพื่อลดการโยกเยกเวลาเคลื่อนย้าย
-
✅ ใช้เครื่องพันฟิล์ม (ถ้าปริมาณมาก): ช่วยเพิ่มความเร็วและความสม่ำเสมอ
⚠️ ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยง
-
❌ พันหลวมเกินไป → สินค้าเคลื่อนไหวได้ง่าย
-
❌ พันแน่นเกินไป → ฟิล์มฉีกหรือสินค้าบุบ
-
❌ ไม่พันยึดกับพาเลท → สินค้าอาจหล่นระหว่างขนย้าย
การแร็บสินค้าประเภทต่างๆ
🟢 1. ถังสี / ถังเคมี (ลักษณะกลม หนัก มีโอกาสกลิ้ง)
✅ แนวทางการพัน:
-
เรียงถังให้แน่นชิดกันในลักษณะรังผึ้ง หรือแบบซ้อนแน่น
-
พันฟิล์มเริ่มจากฐาน ยึดติดกับพาเลท 3-4 รอบ อย่างแน่นหนา
-
ใช้ฟิล์มพันแนวนอนขึ้นสลับล่างอย่างสม่ำเสมอ
-
พันแนวทแยง (cross-wrap) เป็นแนวเฉียงเพื่อเสริมแรงต้านการกลิ้ง
-
พันฟิล์มซ้ำหลายรอบบริเวณกลางถัง ซึ่งมักเป็นจุดหมุนหรือโยก
🛑 หมายเหตุ:
-
หากถังเป็นของเหลว ให้จัดเรียงให้น้ำหนักสมดุล และไม่วางซ้อนเกิน 2 ชั้น
🟦 2. กล่องกระดาษ / กล่องสินค้า
✅ แนวทางการพัน:
-
จัดเรียงให้ แนวขอบของกล่องตรงกัน เพื่อไม่ให้เกิดช่องว่าง
-
พันจากฐานขึ้น โดยฟิล์มซ้อนกัน 30-50%
-
ใช้แผ่นมุม (corner protector) เพื่อป้องกันการบุบ
-
พันครอบด้านบนด้วยฟิล์มหรือแผ่นพลาสติก ถ้าต้องการกันฝุ่น/น้ำ
-
พันกลับลงอีกครั้งถ้ากล่องสูงมาก
🛑 หมายเหตุ:
-
อย่าพันแน่นเกินไปจนทำให้กล่องบิดหรือฉีก
🟥 3. เหล็กทับหลัง / เหล็กรูปพรรณ (ชิ้นยาว หนัก ปลายแหลม)
✅ แนวทางการพัน:
-
วางเรียงให้แน่น โดยใช้ไม้หรือแผ่นกันลื่นรองพื้นระหว่างเหล็กกับพาเลท
-
พันฟิล์มให้แน่นรอบกลางและปลายเหล็ก
-
ใช้สายรัด (strap) หรือผ้าใบพันเสริมร่วมกับฟิล์มยืด
-
ถ้าปลายเหล็กแหลม ควรใช้แผ่นกันกระแทกคลุมก่อนพันฟิล์ม
🛑 หมายเหตุ:
-
ไม่ควรใช้ฟิล์มอย่างเดียวกับเหล็กน้ำหนักมาก – ควรรัดสาย PP หรือ PET เสริม
🟨 4. สินค้าทรงไม่แน่นอน (เช่น ถุงปุ๋ย ถุงอาหารสัตว์ ถุงเมล็ดพันธุ์)
✅ แนวทางการพัน:
-
เรียงถุงให้แน่น ล็อคมุมให้สมดุล
-
ใช้แผ่นไม้หรือแผ่นแข็งครอบบน/ล่าง
-
พันหลายรอบ โดย ดึงฟิล์มให้ตึงแต่ไม่ทำให้ถุงแตก
-
ใช้ฟิล์มแบบเจาะรู (breathable film) หากสินค้าไวต่อความชื้น
🔵 5. สินค้ารูปร่างซับซ้อน (เช่น เครื่องจักร ชิ้นส่วนประกอบ)
✅ แนวทางการพัน:
-
ใช้พลาสติกกันกระแทกคลุมจุดสำคัญก่อนพัน
-
ใช้ฟิล์มพันครอบทุกทิศทาง รวมถึง แนวทแยง (cross-wrap)
-
พันให้แน่นรอบฐาน และอาจใช้สายรัดยึดกับพาเลทร่วมด้วย
🎯 สรุปโดยรวม:
|
ประเภทสินค้า |
จุดสำคัญในการพัน |
อุปกรณ์เสริมแนะนำ |
|---|---|---|
|
ถังสี/เคมี |
ยึดฐานแน่น, พันแนวเฉียงกันกลิ้ง |
ฟิล์มยืดหลายรอบ, corner block |
|
กล่อง |
ซ้อนแน่น, ใช้มุมเสริม, พันสม่ำเสมอ |
แผ่นมุม, ฟิล์มครอบบน |
|
เหล็กทับหลัง |
รัดกลาง-ปลาย, เสริมสายรัด, กันปลายเหล็ก |
สายรัด, แผ่นกันกระแทก |
|
ถุงสินค้า |
เรียงแน่น, ดึงตึงพอดี, ใช้ฟิล์มหายใจได้ |
แผ่นไม้, breathable film |
|
ชิ้นส่วน/เครื่องจักร |
คลุมป้องกันก่อนพัน, พันทุกมุม/แนว |
กันกระแทก, ฟิล์มยืด, สายรัด |








































































