การจ่ายสินค้า (Checker)
- WI-CK-001 การจัดเตรียมสินค้ารอจ่าย
- WI-CK-002 การตรวจสอบการจ่ายสินค้าของ checker
- WI-CK-003 วิธีการเช็คสินค้าเหล็ก
WI-CK-001 การจัดเตรียมสินค้ารอจ่าย
- วัตถุประสงค์
- เตรียมสินค้าไปยังจุดจ่ายได้ตามเวลาที่กำหนด
- ลูกค้าได้รับสินค้าถูกต้อง ไม่รอนาน
- เพิ่มประสิทธิภาพการจัดส่งสินค้าให้ถึงมือลูกค้าได้ตามเวลาที่นัดหมาย
- สินค้าอยู่ยังจุดรอจ่ายเห็นได้ชัดเจน
- ขอบข่าย
รับใบสั่งขายเพื่อจัดเตรียมสินค้าแล้วจ่ายสินค้าในพื้นที่ที่กำหนดได้อย่างถูกต้อง
- คำจำกัดความ
- ใบหยิบ คือ เอกสารที่ใช้ในการเลือกสินค้าที่ต้องการ
- ใบจ่ายสินค้า คือ เอกสารที่ใช้กำกับสินค้าที่จัดเรียบร้อยและพร้อมส่งมอบแล้ว
- Stock Card คือ เอกสารที่ใช้บันทึกสินค้าที่มีการเคลื่อนไหวเข้าหรือออกจากคลังโดยบันทึกด้วยมือ
- Store Layout หมายถึง ผังที่ใช้แสดงพื้นที่การจัดเก็บสินค้าว่าอยู่ในส่วนไหนของพื้นที่คลัง
- Storage หมายถึง ฐานข้อมูลที่ใช้จัดเก็บสินค้าว่าจัดเก็บสินค้าประเภทไหนและจะจัดเก็บจำนวนเท่าไร
- ป้ายรหัสชั้นเก็บ หมายถึง ป้ายที่บอกตำแหน่งของสินค้าที่ถูกจัดเก็บในพื้นที่คลัง
- ผอ.LG หมายถึง ผู้อำนวยการฝ่าย Logistic
- ผจก.แผนกคลัง หมายถึง ผู้จัดการคลังสินค้าที่ดูแลในส่วนของแผนกคลัง
- ธุรการคลัง หมายถึง ผู้ที่ทำหน้าที่ด้านเอกสารทั้งหมดของคลังสินค้า
- เจ้าหน้าที่คลัง หมายถึง ผู้ที่ทำหน้าที่ด้านการปฏิบัติงานภายในคลังสินค้า
- หน้าที่และความรับผิดชอบ
- ธุรการคลัง
- ตรวจสอบคิวขอจัดสินค้า
- จัดลำดับใบสั่งขาย
- ตรวจสอบสต๊อกสินค้า
- สั่งจัดสินค้า
- บันทึกผลการหยิบสินค้า
- ประเมินเวลาการหยิบสินค้า
- เจ้าหน้าที่คลัง
- จัดสินค้ามารอที่จุดจ่าย
- กรอกรายละเอียดของจำนวนสินค้า พร้อมกับชื่อผู้จัด
- บันทึกสต๊อกการ์ด
- ขั้นตอนการปฏิบัติงาน
รายละเอียดวิธีปฏิบัติ
ขั้นตอนที่ 1 ตรวจสอบคิวขอจัดสินค้า
- ธุรการคลังตรวจสอบคิวขอจัดสินค้า
ขั้นตอนที่ 2 จัดลำดับใบสั่งขาย
- ธุรการคลังจัดลำดับใบสั่งขายโดยอ้างอิงใบหยิบสินค้า
ขั้นตอนที่ 3 สั่งจัดสินค้ามารอที่จุดจ่าย
- ธุรการคลังตรวจสอบสินค้าว่ามีเพียงพอหรือไม่จากใบ Stock Card โดยแยกเป็น
- กรณี 1 สินค้าไม่เพียงพอ ให้ดำเนินการแจ้งฝ่ายขายและแผนกจัดส่งให้ทราบ
- กรณี 2 สินค้าเพียงพอ ให้ดำเนินการสั่งให้เจ้าหน้าที่คลังจัดสินค้าออกมารอที่จุดจ่ายสินค้าใช้เอกสารใบหยิบสินค้า
ขั้นตอนที่ 4 ตรวจสอบความถูกต้องของสินค้า
- เจ้าหน้าที่คลังตรวจสอบสินค้าให้ถูกต้องตรงตามใบหยิบสินค้าและใบจัดสินค้า แล้วตรวจสอบว่าสินค้าจริงมีเพียงพอหรือไม่
- เพียงพอ ให้ดำเนินการบันทึกข้อมูลในระบบ โปรแกรมบันทึกผลในเอกสารการหยิบสินค้า
- ไม่เพียงพอ ให้ดำเนินการแจ้งฝ่ายขายให้แก้ไข Order แล้วกลับมาเข้าคิวอีกครั้ง
ขั้นตอนที่ 5 บันทึกผลการหยิบสินค้า
- ธุรการคลังบันทึกผลการหยิบสินค้าและออกใบ Pickking Tag แนบกับสินค้าที่จัดไว้
ขั้นตอนที่ 6 บันทึกสต๊อกการ์ด
- เจ้าหน้าที่คลังบันทึกการจ่ายสินค้าในใบ Stock Card โดยอ้างอิงเอกสารใบหยิบสินค้า
ขั้นตอนที่ 7 ประเมินผลเวลาการหยิบสินค้า
- ธุรการคลังทำการประเมินผลเวลาการหยิบสินค้าว่าเป็นไปตามมาตรฐานการจัดสินค้าหรือไม่
- เอกสารที่เกี่ยวข้อง
- F-WS-403 ทะเบียนบันทึกใบ Back Order
- F-WH-301 ใบ Stock Card
- W-WH-401 คู่มือปฏิบัติเกี่ยวกับเกณฑ์การจัดสินค้า
- F-GR-401 ใบจ่ายสินค้า
WI-CK-002 การตรวจสอบการจ่ายสินค้าของ checker
1. วัตถุประสงค์
เพื่อให้การตรวจสอบและจ่ายสินค้าออกนอกพื้นที่ขายหรือคลังเป็นไปอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และแม่นยำ โดยติดตามผลสัมฤทธิ์และเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการ ไม่ว่าจะเป็นการ
-
ขายสินค้าให้ลูกค้า (บิลขายสด / บิลขายเงินเชื่อ)
-
การโอนย้ายสินค้า (ใบโอนย้ายระหว่างคลัง / ระหว่างสาขา)
-
การส่งคืนสินค้าให้ Vendor (ใบแจ้งส่งคืนสินค้า)
-
การเบิกสินค้าไปใช้ภายในกิจการ (ใบเบิกสินค้าและวัตถุดิบ)
การตรวจสอบต้องอ้างอิงเอกสารดังกล่าวข้างต้น และตรวจสอบรายละเอียด ดังนี้
-
รหัสสินค้า
-
ชื่อสินค้า
-
ขนาด
-
จำนวน
-
คุณภาพ
-
ประเภท
-
รุ่นหรือยี่ห้อ
-
สี
2. ขอบเขตการใช้งาน
ใช้กับพนักงาน Checker ทุกคนที่ปฏิบัติงานในกระบวนการตรวจสอบและจ่ายสินค้าออกนอกพื้นที่ขายหรือคลังสินค้า
3. ขั้นตอนการปฏิบัติงาน (Work Flow)
3.1 การแจกคิวและบันทึกหลักฐาน
-
แจกบัตรคิวรถลูกค้าทุกคันที่เข้ามารับสินค้า
-
ถ่ายรูปท้ายรถลูกค้าเพื่อเป็นหลักฐาน
-
หากมีสินค้าจากร้านอื่นอยู่ในรถ ให้ถ่ายเก็บไว้ชัดเจน
-
หากซื้อสินค้าจากร้านเท่านั้น ก็ถ่ายบันทึกเป็นหลักฐานเช่นกัน
-
3.2 การตรวจสอบสินค้ากับ Order
-
ลูกค้ารับสินค้าตาม Order หรือบิลที่แคชเชียร์ออกให้
-
กรณี Drive Thru
-
เช็คเกอร์ตรวจสอบสินค้าท้ายรถลูกค้าให้ตรงกับที่คลังสินค้าจัดขึ้นมา
-
-
กรณีรับสินค้าที่จุดแคชเชียร์
-
เช็คเกอร์ต้องตรวจสอบบิลให้ถูกต้องก่อนจ่ายสินค้า
-
3.3 การสื่อสารกับลูกค้า
-
พนักงานเช็คเกอร์ต้อง ขออนุญาตลูกค้าทุกครั้ง ก่อนตรวจสอบ โดยใช้ Script มาตรฐาน
สคริปต์ที่ 1 (ตรวจสอบทั่วไป):
“สวัสดีครับ/ค่ะ ขออนุญาตตรวจสอบรายการสินค้านะครับ/คะ เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจว่าได้รับสินค้าครบถ้วนครับ/ค่ะ”
สคริปต์ที่ 2 (สอบถามเพิ่มเติมกรณีพบความผิดปกติ):
“ขออนุญาตสอบถามนะครับ/คะ สินค้า …………. นี้อยู่ในรายการซื้อใช่ไหมครับ/คะ จะได้ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องครับ/ค่ะ”
หลักสำคัญ:
-
ใช้น้ำเสียงสุภาพ
-
ใช้คำว่า “เพื่อความถูกต้อง” / “เพื่อความมั่นใจ”
-
หลีกเลี่ยงคำว่า “ซื้อที่ไหน” หรือสื่อสารในลักษณะจับผิด
3.4 การตรวจสอบในระบบและการสแกนบัตรคิว
-
เช็คเกอร์สแกนบัตรคิวเพื่อให้มั่นใจว่าคิวและรายการสินค้ากับคิวถูกต้องตรงกัน เฉพาะที่จุดแคชเชียร์ เท่านั้น (ตามรหัส PAR-GR-006)
-
ห้ามกดเช็คสินค้าก่อนรถถึงจุดตรวจ เนื่องจากจะทำให้คลังไม่สามารถแก้ไขหรือเพิ่มรายการได้
3.5 การตรวจสอบสภาพสินค้า
-
ตรวจสอบสภาพ ขนาด ยี่ห้อ ประเภท และรุ่น ของสินค้าทุกประเภทที่ออกจากคลัง
ข้อควรสังเกต:
-
สินค้าที่เป็นกล่อง หากยังไม่ได้แกะเทป ต้องตรวจสอบจำนวนและตรงกับบิล
-
หากกล่องถูกแกะแล้ว หรือมีร่องรอยการถูกแกะแล้วพันแลปใหม่ ต้องตรวจสอบสินค้าภายในกล่องอย่างละเอียด
3.6 การทวนสอบกับลูกค้า
-
เช็คเกอร์ต้องทวนสอบยอดสินค้ากับลูกค้าทุกครั้ง
-
หากพบความผิดพลาดแจ้งพนักงานคลังสินค้าให้รับทราบ ต้องแก้ไขก่อนอนุมัติการนำสินค้าออกจากคลัง
3.7 การเซ็นเอกสารและบันทึกหลักฐาน
-
เซ็นตรวจสอบและประทับตรายางเช็คเกอร์ในบิลทุกครั้ง
-
หากไม่สามารถนับได้จากท้ายรถ ให้ถ่ายจากด้านหน้าเพิ่มเติม
3.8 การตรวจสอบคิวคงค้าง
-
ตรวจสอบคิวคงค้างในระบบวันละ 2 ครั้ง เวลา 12.00 น. และ 16.45 น.
-
หากมีคิวค้างเกินกว่า 1 ชั่วโมง ต้องรีบตรวจสอบทันทีเพื่อป้องกันสินค้าหลุดออกไปโดยไม่ได้ออกบิล
ตัวอย่างการตรวจสอบและจ่ายยิปซั่มบอร์ด
-
ปฏิบัติตามวิธีการเฉพาะที่กำหนดไว้สำหรับสินค้ากลุ่มนี้ (สามารถทำ WI แยกสำหรับยิปซั่มบอร์ดได้)
4. บทบาทและความรับผิดชอบ
-
เช็คเกอร์ : ตรวจสอบสินค้า เอกสาร ระบบ และสื่อสารกับลูกค้า
-
พนักงานคลัง : จัดเตรียมและโหลดสินค้าให้ตรงตาม Order
-
หัวหน้างาน : ตรวจติดตามการปฏิบัติงาน และแก้ไขปัญหาเมื่อพบข้อร้องเรียน
5. สรุป
การตรวจสอบสินค้าก่อนออกจากคลังหรือพื้นที่ขาย เป็นขั้นตอนสำคัญในการควบคุมคุณภาพ ป้องกันความผิดพลาด และสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้า โดยพนักงานเช็คเกอร์ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานการสื่อสารและการตรวจสอบอย่างเคร่งครัด
WI-CK-003 วิธีการเช็คสินค้าเหล็ก
1. การตรวจสอบเหล็กเส้น
เป็นวิธีตรวจเบื้องต้น ซึ่งทำให้เราสามารถคัดแยกเหล็กที่ไม่ผ่านมาตรฐานบางส่วนออกไปได้โดยสังเกตสิ่งต่างๆ ดังต่อไปนี้
1.1 ป้ายสินค้า (Name Plate/Tag)
ป้ายสินค้าจะแสดงรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับเหล็ก อาทิเช่น ชื่อผู้ผลิต ชนิด ขนาด ความยาว รอบการผลิต แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดบนป้ายสินค้าก็คือ เครื่องหมาย มอก.
1.2 ตัวนูนบนเนื้อเหล็ก
ในกรณีป้ายสินค้าหลุดหายไปให้สังเกตุที่ตัวอักษรนูนบนเนื้อเหล็กซึ่งจะแสดงซื่อผู้ผลิต หรือยี่ห้อ ชนิด ขนาด อย่างชัดเจน
1.3 ผิวเหล็ก
เหล็กข้ออ้อยที่ดีจะมี บั้ง นูนสูงสม่ำเสมอตลอดทั้งเส้น เพื่อให้เหล็กยึกเกาะกับคอนกรีตได้ดี ลดการแตกต่างของโครงสร้าง

1.4 การตัดโค้ง
เมื่อดัดโค้ง งอ เนื้อเหล็กต้องไม่ปริแตก หัก ง่าย

1.5 เปรียบเทียบขนาดเหล็ก
ในกรณีที่มีเหล็กหลายยี่ห้อวางอยู่ด้วยกัน ให้เลือกเหล็กขนาดเดียวกันที่ดูโตกว่า เพราะเหล็กเบานั้นจะมีขนาดเล็กกว่าเหล็กที่ได้มาตรฐาน แต่วิธีนี้อาจสังเกตุได้ยาก ดังนั้นจึงควรเลือกเหล็กจากผู้ผลิตที่มีชื่อเสียง เช่น Tata Tiscon ที่เหล็กทุกเส้นผ่านมาตรฐาน มอก. มีคุณภาพสูงและใช้ในงานก่อสร้างชั้นนำต่างๆ ของประเทศไทย
การตรวจสอบด้วยเครื่องชั่ง
เพื่อให้มั่นใจมากยิ่งขึ้นว่าเหล็กเส้นนั้นได้ขนาดมาตรฐาน วิธีการช่างน้ำหนักเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย โดยวิธีนี้สามารถทำได้ง่ายๆ โดยการตัดตัวอย่างเหล็ก ความยาว 1 เมตรแล้วนำไปช่างน้ำหนัก แล้วเปรียบเทียบกับน้ำหนักที่กำหนดไว้ในมาตรฐาน มอก. ซึ่งเหล็กเบาหรือเหล็กที่ไม่ได้มาตรฐานจะมีน้ำหนักต่างจากค่าคาดเคลื่อนที่มาตรฐานกำหนดไว้ (ถ้าน้ำหนักต่างกันเกิน 10% ถือว่าเป็นเหล็กเบาแน่นอน)


1.6 การพ่นสี
2. การตรวจสอบเหล็กรูป
- สีที่พ่นที่ตัวสินค้าแต่ละไซด์จะมีสีที่แตกต่างกัน
- รูปภาพรายละเอียดสินค้าใน App Drivethru ตรวจสอบเทียบกับสินค้าที่จัดว่าสีตรงกันหรือไม่หากสีตรงกันถือว่าไซด์ถูกต้องหากสีที่จัดไม่ตรงกับรูปภาพใน App แสดงว่ามีการจ่ายสลับไซด์
- หากรูปภาพไม่ชัดสามารถตรวจสอบสีและไซด์ได้ตรงคำอธิบายรายละเอียดสินค้าใน App จะมีไซด์และสีบอกชัดเจน
