WI-GR-009 การ Packing และ ติดบาร์โค้ด

1. วัตถุประสงค์

เพื่อกำหนดมาตรฐานการปฏิบัติงานของส่วนตรวจรับสินค้า (GR) ในกระบวนการ Packing สินค้า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการ PM-SP-002 ให้ดำเนินงานอย่างถูกต้องและเป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยครอบคลุมเรื่องดังต่อไปนี้

  1. ตรวจสอบความถูกต้องของสินค้า
  2. พิจารณารูปแบบการ Packing ให้เหมาะสมกับสินค้าและพร้อมจำหน่าย
  3. จัดทำและติด Barcode ให้ตรงกับสินค้า
  4. ติดป้ายบ่งชี้หรือป้ายกำกับที่จำเป็น
  5. ทดสอบการอ่าน Barcode (Test Scan)
  6. ป้องกันการขายสินค้าผิดรายการ ผิดรหัส หรือผิดราคา

2. ขอบเขต

ใช้เป็นแนวทางสำหรับการ Packing สินค้าประเภทต่าง ๆ ให้มีรูปแบบที่เหมาะสมกับสินค้า มีความเรียบร้อย สวยงาม ปลอดภัย และเป็นมาตรฐานเดียวกันก่อนนำสินค้าเข้าสู่พื้นที่จัดเก็บหรือจำหน่าย

3. คำจำกัดความ

3.1 การ Packing สินค้า

กระบวนการจัดเตรียม บรรจุ หรือรวมสินค้าให้อยู่ในรูปแบบที่เหมาะสมกับลักษณะของสินค้า เพื่อให้มีความเรียบร้อย ปลอดภัย และพร้อมจำหน่าย

3.2 การ Test Scan

การทดสอบ Barcode ด้วยเครื่อง Scan เพื่อยืนยันว่า Barcode สามารถอ่านได้ และข้อมูลที่แสดงในระบบ ได้แก่ ชื่อสินค้า รหัสสินค้า ราคา ยี่ห้อ และหน่วยนับ ตรงกับสินค้าจริงก่อนนำไปจำหน่าย

4. หน้าที่และความรับผิดชอบ

4.1 Admin GR

รับผิดชอบดังนี้

  1. จัดพิมพ์ใบบันทึกผลการตรวจรับสินค้าเข้าคลัง
  2. จัดพิมพ์ Barcode ตามเอกสารที่ได้รับอนุมัติ
  3. ตรวจสอบและประสานแก้ไขข้อผิดพลาดที่พบจากกระบวนการ Packing
  4. จัดทำเอกสารประกอบชุดสินค้า และตรวจสอบข้อมูลการประกอบชุดสินค้า
  5. จัดเก็บเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วน

4.2 End Control Packing

รับผิดชอบดังนี้

  1. ตรวจสอบสินค้าและพิจารณารูปแบบการ Packing
  2. ดำเนินการ Packing และติด Barcode
  3. ตรวจสอบความถูกต้องของสินค้าและ Barcode
  4. ทำ Test Scan ก่อนนำสินค้าเข้าสู่คลัง
  5. แจ้งและประสานงานเมื่อพบปัญหาหรือข้อมูลสินค้าไม่ถูกต้อง

5. วิธีปฏิบัติงาน

กระบวนการ Packing แบ่งเป็น 2 กรณีหลัก

  1. สินค้ารับเข้าใหม่
  2. สินค้าที่นำออกจากคลังเพื่อทำการ Packing หรือติด Barcode ใหม่

5.1 กรณีสินค้ารับเข้าใหม่

ChatGPT Image 11 ส.ค. 2569 13_35_03.png

รายละเอียดกระบวนการ 
ขั้นตอนที่ 1 : จัดทำคำขอ

พนักงานประจำสินค้า / Section / พนักงานคลัง จัดทำเอกสาร

โดยต้องระบุให้ชัดเจน

ขั้นตอนที่ 2 : ส่งเอกสารให้ฝ่ายบริหารสินค้า

ส่งเอกสารให้ฝ่ายบริหารสินค้าดำเนินการจัดซื้อกรณีมีการ ปรับลดจำนวนสินค้าในใบสั่งซื้อ ต้องแก้ไขจำนวนในใบขอป้ายราคา / Barcode ให้ตรงกับจำนวนที่สั่งซื้อจริงทุกครั้ง

ขั้นตอนที่ 3 : จัดทำใบสั่งซื้อ

เมื่อฝ่ายบริหารสินค้าจัดทำใบสั่งซื้อและได้รับการอนุมัติเรียบร้อยแล้ว ให้ส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องไปยังฝ่ายบัญชีตามกระบวนการ

ขั้นตอนที่ 4 : ตรวจรับสินค้า

เมื่อสินค้าเข้ามาถึงAdmin GR จัดพิมพ์ใบบันทึกผลการตรวจรับสินค้าเข้าคลังพร้อมแนบใบขอป้ายราคา / Barcodeและส่งให้ End Control Packing ตรวจสอบรายละเอียดสินค้าและความต้องการในการติด Barcode / Packing

ขั้นตอนที่ 5 : พิมพ์ Barcode

End Control Packing แจ้ง Admin GR ให้จัดพิมพ์ Barcode ตามจำนวนและรายละเอียดในใบขอป้ายราคา / Barcode ที่ได้รับอนุมัติ

ขั้นตอนที่ 6 : Test Scan

ก่อนติด Barcode กับสินค้าทั้งหมด ต้องทำ Test Scan เพื่อยืนยันว่า Barcode สามารถอ่านได้และข้อมูลในระบบถูกต้อง

ขั้นตอนที่ 7 : ตรวจสอบความถูกต้องของสินค้า

พนักงานต้องตรวจสอบอย่างน้อยดังนี้

  1. ชื่อสินค้า
  2. รหัสสินค้า
  3. Barcode
  4. ยี่ห้อ
  5. รุ่น / ขนาด / สี / ลักษณะสินค้า
  6. หน่วยนับ
  7. ราคา
  8. จำนวนบรรจุ
  9. รูปแบบ Pack

ข้อมูลทั้งหมดต้องตรงกับสินค้าจริง

เมื่อพบข้อมูลไม่ตรง

เช่น

ห้ามดำเนินการติด Barcode ต่อ ให้แจ้งฝ่ายบริหารสินค้าเพื่อตรวจสอบและยืนยันข้อมูลก่อนดำเนินการ

กรณีสินค้าใหม่

หากเป็นสินค้าใหม่หรือพนักงานยังไม่คุ้นเคยกับสินค้า ให้ฝ่ายบริหารสินค้าเป็นผู้ตรวจสอบและยืนยันรายละเอียดสินค้าพร้อมลงชื่อกำกับในเอกสารก่อนดำเนินการ Packing หรือ Barcode

ขั้นตอนที่ 8 : Test Scan หลังแก้ไข

กรณีมีการแก้ไขข้อมูล ต้องทำ Test Scan ซ้ำอีกครั้ง โดยข้อมูลต่อไปนี้ต้องถูกต้องตรงกับสินค้าจริง

หลักการสำคัญ : แก้ไขแล้วต้อง Test Scan ใหม่ทุกครั้ง

ขั้นตอนที่ 9 : ติด Barcode และ Packing

End Control Packing ดำเนินการ

ตามจำนวนและรายละเอียดที่ได้รับอนุมัติ

ขั้นตอนที่ 10 : ส่งสินค้าเข้าคลัง

เมื่อดำเนินการเรียบร้อยแล้ว ให้แจ้งพนักงานคลังเข้ารับสินค้า เพื่อนำสินค้าเข้าสู่ตำแหน่งจัดเก็บตามระบบต่อไป

5.2 กรณีนำสินค้าจากคลังมาทำ Packing

ChatGPT Image 11 ส.ค. 2569 13_42_10.png

สินค้าที่นำออกจากคลัง 014 เพื่อทำ Packing หรือติด Barcode ต้องใช้กระบวนการ โอนย้ายระหว่างที่เก็บกำหนดสถานะ AVL → SPK (PKS) → AVL โดย SPK (PKS) หมายถึงพื้นที่จัดเก็บสินค้าที่อยู่ระหว่างดำเนินการ Packing

ขั้นตอนที่ 1 : ตรวจนับและทำใบโอน

พนักงานผู้รับผิดชอบสินค้าต้อง

  1. ตรวจนับสินค้าที่นำออกจากคลัง
  2. จัดทำใบขอโอนย้ายสินค้าระหว่างคลัง
  3. จำนวนในใบโอนต้องตรงกับจำนวนสินค้าจริง

ขั้นตอนที่ 2 : ส่งสินค้าเข้าห้อง Packing

ส่งสินค้าและใบขอโอนให้ End Control Packing ตรวจสอบ จากนั้นดำเนินการโอนสถานะสินค้า คลัง 014 : AVL → SPK (PKS)เพื่อให้สามารถตรวจสอบตำแหน่งและจำนวนสินค้าที่อยู่ระหว่าง Packing ได้อย่างชัดเจน

ขั้นตอนที่ 3 : ดำเนินการ Packing

End Control Packing ดำเนินการ

เมื่อดำเนินการเสร็จ ให้แจ้งพนักงานคลังรับสินค้า

ขั้นตอนที่ 4 : ตรวจนับก่อนส่งกลับคลัง

พนักงานคลังต้องตรวจนับจำนวนสินค้าที่ Packing เสร็จแล้วตามจำนวนจริง

จากนั้นโอนสินค้า

คลัง 014 : SPK (PKS) → AVL

ตามจำนวนที่ตรวจนับได้จริง

ขั้นตอนที่ 5 : ตรวจสอบยอดสินค้า

จำนวนสินค้า

ที่โอนเข้า SPK (PKS)

ต้องเท่ากับ

จำนวนที่โอนกลับ AVL

หากจำนวนไม่ตรง ต้องตรวจสอบและหาสาเหตุก่อนปิดรายการสินค้าที่สูญหายหรือไม่สามารถตรวจสอบที่มาได้ระหว่างอยู่ในพื้นที่ Packing ถือเป็นรายการที่ต้องดำเนินการตรวจสอบความรับผิดชอบของส่วนงาน Packing

ขั้นตอนที่ 6 : ตรวจสอบสินค้าคงค้าง

สามารถตรวจสอบสินค้าที่ค้างอยู่ในพื้นที่ Packing ได้จากระบบรายงาน

Home
MC-Merchandising (ฝ่ายบริหารสินค้า)
GR-Good Receiving (ตรวจรับสินค้า)
รายงานประจำวัน
รายงานสินค้าสถานะ SP

ควรตรวจสอบสินค้าคงค้างเป็นประจำ เพื่อป้องกันสินค้า

6. จุดควบคุมสำคัญของกระบวนการ

เพื่อป้องกันความผิดพลาด ให้ยึดหลักดังนี้

1. เอกสารต้องตรงกับสินค้าจริง

จำนวนสินค้าในเอกสาร Barcode ใบโอน และสินค้าจริงต้องตรงกัน

2. Barcode ต้องตรงกับสินค้า

ห้ามติด Barcode โดยไม่ได้ตรวจสอบชื่อ รหัส รุ่น ขนาด สี หน่วยนับ และราคา

3. สินค้าใหม่ต้องได้รับการยืนยัน

กรณีไม่แน่ใจในรายละเอียดสินค้า ต้องให้ฝ่ายบริหารสินค้ายืนยันก่อนดำเนินการ

4. ต้อง Test Scan

สินค้าใหม่หรือ Barcode ที่จัดทำใหม่ต้องผ่านการ Test Scan ก่อนนำไปจำหน่าย

5. แก้ไขแล้วต้อง Scan ซ้ำ

เมื่อมีการแก้ไขข้อมูลสินค้า ต้อง Test Scan ใหม่ทุกครั้ง

6. สินค้าเข้า-ออกห้อง Packing ต้องตรวจนับ

จำนวนที่นำเข้า SPK (PKS) และจำนวนที่ส่งกลับ AVL ต้องสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้

7. ห้ามมีสินค้าค้างโดยไม่ทราบสถานะ

สินค้าทุกชิ้นในห้อง Packing ต้องสามารถระบุเจ้าของงาน สถานะ และจำนวนได้

อุปกรณ์ในการ Packing ประกอบด้วย 












วิธีการติดสติ๊กเกอร์บาร์โค้ด (Barcode)

1. หลักการทั่วไป

ก่อนติด Barcode ให้พิจารณา ลักษณะ รูปทรง และบรรจุภัณฑ์ของสินค้า เพื่อเลือกตำแหน่งติดที่เหมาะสม โดย Barcode ต้อง

2. วิธีติด Barcode ตามประเภทสินค้า

2.1 สินค้าบรรจุกล่อง

วิธีติด: ติด Barcode ที่ มุมบนด้านขวาของกล่อง และติดด้านเดียวกันทุกชิ้น

ตัวอย่าง:
ตะปูกล่อง, โคมไฟ, ไฟกิ่ง, พัดลมโคมไฟ

จุดสำคัญ: เพื่อให้ตรวจนับ หยิบสินค้า และตรวจสอบได้ง่าย

2.2 สินค้าลักษณะเป็นแท่งยาว

วิธีติด: ติด Barcode ตามแนวยาวของสินค้า ในตำแหน่งที่เรียบและสามารถสแกนได้ง่าย

ตัวอย่าง:
ฟุตเหล็ก, เหล็กฉาก, ระดับน้ำ, คิ้วกระเบื้อง, ท่อน้ำไทย, แท่งกาว, รางเก็บสายไฟ, ดอกสว่าน

2.3 สินค้าผิวโค้งหรือขรุขระ

กรณีไม่สามารถติด Barcode บนตัวสินค้าได้

วิธีปฏิบัติ

  1. บรรจุสินค้าในถุงพลาสติกใสที่บริษัทกำหนด
  2. ปิดหัวถุงให้เรียบร้อย
  3. ติด Barcode บริเวณ หัวถุงหรือตำแหน่งที่กำหนด

ตัวอย่าง:
สกรูแบ่งขาย, ตะปูแบ่งขาย

2.4 สินค้าแบ่งขายเป็นถุงหรือแพ็ค

วิธีติด: ติด Barcode ที่ มุมบนด้านขวาด้านหน้าของถุง หลัง Packing เสร็จเรียบร้อย

ตัวอย่าง:
ปูนแบ่งขาย, แชล็ค, กาวยาแนว

2.5 สินค้าที่ไม่สามารถใส่ถุงได้

วิธีติด: เลือกพื้นที่ผิวเรียบที่ Barcode สามารถติดแนบได้

ห้าม ติด Barcode ตามส่วนโค้งของสินค้า เพราะอาจทำให้สแกนไม่ผ่าน

ตัวอย่าง:
ข้อต่อ, ข้องอ, บอลวาล์ว, ท่อพันเกลียว

2.6 สินค้าผิวลื่น ติดสติ๊กเกอร์ไม่อยู่

วิธีปฏิบัติ

  1. ใช้ฟิล์มหดห่อสินค้า
  2. ใช้เครื่องเป่าลมร้อนให้ฟิล์มหดแนบกับสินค้า
  3. ติด Barcode บนฟิล์มหดในตำแหน่งที่เรียบ

ตัวอย่าง:
ข้องอแป๊บ, ยูเนี่ยนแป๊บ

2.7 ประตู / บานซิงค์ที่บรรจุกล่อง

วิธีติด: ติด Barcode ที่ ด้านข้างกล่อง และติดในตำแหน่งเดียวกันทุกกล่อง

เพื่อให้เมื่อวางสินค้าซ้อนกันหลายชั้น ยังสามารถมองเห็น Barcode และตรวจสอบรุ่นหรือประเภทสินค้าได้ง่าย

2.8 สินค้าที่ไม่ต้องติด Barcode บนสินค้า

สินค้าบางรายการกำหนดให้ใช้ Barcode สำหรับสแกนขายที่จุดแคชเชียร์แทน

Barcode จะจัดเก็บในแฟ้มและแยกตามหมวดสินค้า เพื่อให้แคชเชียร์ค้นหาและสแกนได้สะดวก

ตัวอย่าง:
กระดาษทราย หรือสินค้าที่บริษัทกำหนดว่าไม่ต้องติด Barcode บนตัวสินค้า

2.9 สินค้าที่มีส่วนประกอบ 2 ส่วน

วิธีปฏิบัติ

  1. นำสินค้าทั้ง 2 ส่วนมาจัดไว้ด้วยกัน
  2. วางซ้อนหรือประกบกัน
  3. ใช้เทปใสพันยึดสินค้าให้เป็นชุดเดียวกัน
  4. ติด Barcode ของชุดสินค้าให้ชัดเจน

ตัวอย่าง:
DD Polyurethane, สี Epoxy หรือสินค้าที่ต้องใช้ร่วมกันเป็นชุด

2.10 สินค้าที่ขายทั้งแพ็ค

กรณีสินค้ามีหลายชิ้นในหนึ่งแพ็คและ ไม่แยกขายรายชิ้น

ให้จัดทำ Barcode สำหรับขายเป็นแพ็ค และต้องระบุ จำนวนสินค้าภายในแพ็คให้ชัดเจน

ตัวอย่าง:
ผ้าปิดจมูก, พรมกันลื่น

3. ข้อควรระวังในการติด Barcode

3.1 ห้ามปิดทับข้อมูลสำคัญของสินค้า

ห้ามติด Barcode ทับข้อมูล เช่น

ให้เลือกติดใน พื้นที่ว่างของสินค้า

ตัวอย่างกรณีสินค้าอะคริลิค

หาก Barcode จากโรงงานอยู่ใกล้กับ Lot การผลิต แต่ Barcode เดิมไม่สามารถสแกนได้ และต้องพิมพ์ Barcode ใหม่

ห้ามนำ Barcode ใหม่ไปปิดทับ Barcode / Lot เดิม

ให้ติด Barcode ใหม่ในพื้นที่ว่างตามแนวยาวของหลอดแทน

กรณีอ้างอิง:
PAR69-SA-003 สินค้าอะคริลิค Sealex SX1500 หมดอายุ 81 หลอด

3.2 พิจารณาลักษณะสินค้าก่อนติดทุกครั้ง

ก่อนติด Barcode ต้องตรวจสอบก่อนว่าสินค้าเป็น

แล้วเลือกวิธี Packing และตำแหน่ง Barcode ให้เหมาะสม

3.3 ต้องติดในตำแหน่งเดียวกัน

สินค้าชนิดเดียวกันหรือรุ่นเดียวกัน ต้องติด Barcode ในแนวและตำแหน่งเดียวกัน เพื่อให้เป็นมาตรฐานและสะดวกต่อการตรวจนับ

3.4 Barcode แบ่งขายต้องระบุจำนวนชัดเจน

Barcode สำหรับสินค้าที่แบ่งขายหรือขายเป็นแพ็ค ต้องระบุจำนวนให้สามารถอ่านได้ชัดเจนหากจำนวนไม่ชัดเจน ให้เปลี่ยน Barcode ใหม่ทันที

3.5 ต้อง Test Scan ทุกครั้ง

หลังติด Barcode ต้องทำ Test Scan เพื่อยืนยันว่า

หาก Test Scan ไม่ผ่าน ห้ามนำสินค้าเข้าสู่พื้นที่ขายจนกว่าจะแก้ไขเรียบร้อย

4. หลักจำง่ายในการติด Barcode

ดูสินค้า → เลือกตำแหน่ง → ติดให้ตรงมาตรฐาน → ตรวจข้อมูล → Test Scan

ติดให้เห็นง่าย • สแกนง่าย • ไม่ปิดข้อมูล • ตำแหน่งเดียวกัน • ตรวจทุกครั้ง

ChatGPT Image 11 ส.ค. 2569 13_50_32.png



ตัวอย่างรูปแบบการ Packing

 




ตัวอย่างสินค้าแบ่ง Pack เป็น กก. 


ตัวอย่างสินค้าที่ใช้แขวน 





ตัวอย่างสินค้าประเภท แปรงทาสี 


ตัวอย่างสินค้าประเภท สกรู 

ตัวอย่างสินค้าประเภท ตะปู 




การบรรจุสินค้าประเภทชุด 



การบรรจุสินค้าประเภทเกรียงใบโพธิ์ 

การบรรจุสินค้าผ้าปิดจมูก 




การติดบาร์โค๊ต สินค้าแบ่งขาย เป็นหีบห่อ ชุด 





การบรรจุสินค้าประเภท อุปกรณ์ไฟฟ้า





การบรรจุสินค้าประเภท กระเบื้องแต่งลาย 



การติด Barcode อุปกรณ์ PVC 





การติด Barcode ท่อ PVC 




การติด Barcode อุปกรณ์ ท่อเหลือง 



การ Packing และ การติด Barcode บอลวาล์ว และประตูน้ำ

วิธีการแพ็คสินค้า SPO ประกอบเซ็ท

  1. เมื่อสินค้าเข้าพนักงาน GR จะต้องจัดแพ็คสินค้าประกอบเซ็ทไว้ให้เรียบร้อย กรณีอุปกรณ์ต่างๆ ให้จัดเซ็ทใส่กล่องหรือแลปรวมกันไว้ให้เรียบร้อย

เมื่อติดสินค้าบนพื้นผิวที่ไม่เรียบทำให้สติ๊กเกอร์บาร์โค้ดหลุดลุ่ยออกมาร่วงปะในกับสินค้าไซด์อื่นๆ ได้ 

image.pngimage.png

image.png



ตัวอย่างวิธีการติดบาร์โค้ดที่ถูกต้อง

หาพื้นที่ไม่ขรุขระและมีผิวเรียบเพื่อให้การติดสติ๊กเกอร์หนาแน่นและไม่หลุดลุ่ย 

image.pngimage.png

ข้อควรปฏิบัติเมื่อ Vender ส่งสินค้ามาแล้วบาร์โค้ดไม่มีหรือบาร์โค้ดยิงไม่ขึ้น

1. วัตถุประสงค์

          เพื่อกำหนดขั้นตอนการปฏิบัติในการตรวจรับและจัดการสินค้าที่บาร์โค้ดยิงไม่ได้ ให้เป็นไปอย่างมีระบบ ป้องกันความผิดพลาดในการรับเข้าสินค้า และสามารถติดตามความรับผิดชอบของ Vendor ได้อย่างโปร่งใส

2. ขอบเขต

ใช้สำหรับพนักงานตรวจรับสินค้า ฝ่ายบริหารสินค้า ฝ่ายจัดซื้อ และ Vendor ทุกคู่ค้า

3. คำจำกัดความ

4. บทบาทและความรับผิดชอบ

5. ขั้นตอนการปฏิบัติ (Procedure)

ChatGPT Image 11 ส.ค. 2569 13_53_21.png

  1. ตรวจสอบสินค้า

    • เมื่อรับสินค้า ให้พนักงานตรวจรับทำการยิงบาร์โค้ดทุกล็อต

    • หากบาร์โค้ดยิงไม่ได้ ให้แยกสินค้าออกทันที 

  2. แยกสินค้าและบันทึกปัญหา

    • ติดป้ายกำกับ “สินค้ามีปัญหาบาร์โค้ด” และล็อกกุญแจให้แน่นหนาไว้ในห้อง Packing 

    • กรอก “แบบฟอร์มรายงานสินค้าบาร์โค้ดยิงไม่ได้” พร้อมรายละเอียด (ชื่อสินค้า, รหัสสินค้า, จำนวน, วันที่, ชื่อผู้ตรวจรับ)

  3. แจ้งฝ่ายบริหารสินค้า/จัดซื้อ

    • ส่งฟอร์มรายงานและสินค้าที่แยกไว้

    • ฝ่ายบริหารสินค้าประสาน Vendor ภายใน 24 ชั่งโมง ทำการ

  4. การแก้ไขปัญหา

    • Vendor แก้ไข: ส่งบาร์โค้ดใหม่มาให้ติด หรือมาทำการติดเอง 

    • บริษัทติดแทน: หาก Vendor ยินยอม บริษัทฯ ติดบาร์โค้ดใหม่และเรียกเก็บค่าใช้จ่ายจาก Vendor (2 บาท/ดวง)

    • บางกรณีอาจจะปฏิเสธการรับสินค้าหรือส่งกลับต้นทาง 
  5. การรับเข้าสินค้า

    • พนักงานตรวจรับสินค้าต้องรับสินค้าเข้าในระบบทุกสิ้นวันแม้ว่าจะมีปัญหาเรื่องบาร์โค้ดที่ต้องแก้ไข 
    • เมื่อบาร์โค้ดที่ส่งมาถูกแก้ไขเรียบร้อยแล้ว พนักงานตรวจรับทำการยิงทดสอบอีกครั้งติดบาร์และแจ้งพนักงานผู้รับผิดชอบสินค้าเพื่อตรวจสอบและเก็บเข้าคลัง

    • กรณีที่ตกลงทาง Vender รับผิดชอบค่าบาร์โค้ดให้พนักงานติดบาร์โค้ดทันที
  6. การบันทึกข้อมูลและปิดงาน

    • ฝ่ายตรวจรับบันทึกเหตุการณ์ลงในระบบหรือแฟ้มงาน

    • ฝ่ายบริหารสินค้าติดตาม Vendor ว่าได้ชำระค่าใช้จ่ายครบถ้วน (ถ้ามี)

6. เอกสาร/แบบฟอร์มที่เกี่ยวข้อง

8. การประเมินและปรับปรุง




Revision #10
Created 4 July 2022 02:50:22 by ฝ่ายพัฒนาระบบปฏิบัติการ
Updated 11 August 2026 06:54:34 by ฝ่ายพัฒนาระบบปฏิบัติการ