ความปลอดภัย Safety
- ST-WH-001 การใช้เครนอย่างปลอดภัย Overhead Crane Safety
- ST-WH-002 เกณฑ์ข้อกำหนดและการปฏิบัติงานของพนักงานคลัง
- ST-WH-003 กรณีศึกษาในการใช้รถโฟร์คลิฟท์
- ST-WH-005 คู่มือปฏิบัติงานป้องกันอุบัติเหตุจากการขับรถโฟร์คลิฟท์ใกล้ฝาข้างรถขนส่ง
- ST-WS-006 คู่มือป้องกันความเสียหายรถลูกค้า
ST-WH-001 การใช้เครนอย่างปลอดภัย Overhead Crane Safety
เครน (Crane)
เหล็ก

หรือเรียกว่า ปั้นจั่น หมายถึง เครื่องจักรกลที่ใช้ยกสิ่งของขึ้นลงตามแนวดิ่ง และเคลื่อนย้ายสิ่งของเหล่านั้น ในลักษณะแขวนลอยไปตามแนวราบค่ะ และการใช้งานเครนไม่ว่าจะเป็นเครนประเภทไหนก็ตาม ก็ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นด้วยค่ะ ซึ่งเดือนนี้จะขอกล่าวถึงกฏของการใช้งานเครนอย่างปลอดภัย เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดอุบัติเหตุให้น้อยที่สุด ขณะกำลังใช้งานเครน ต้องยึดมั่นและปฏิบัติคู่มือการใช้เครนทุกๆ เวลาค่ะ
กฏการใช้งานเครนอย่างปลอดภัย
ก่อนที่จะมีการยกของนั้นควรได้มีการตรวจสอบสภาพของการจับยึด การควบคุมทิศทางของของที่ยกสลิงและอุปกรณ์ โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่มีการทำลายทิ้ง เพื่อไม่ให้มีการนำมาใช้โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ห้ามผู้ที่ไม่รู้วิธีการใช้งาน หรือไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง และรับผิดชอบโดยตรงใช้รอกและเครน
กฎทั่วไปประกอบด้วย
ต้องแจ้งให้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทำงานออกจากพื้นที่ทำงานก่อนที่จะมีการยก
เคลื่อนตำแหน่งรอกให้ตรงจุดยกโหลดเสมอ ห้ามใช้การลาก ดึง โดยเด็ดขาด เพราะอาจทำให้เครนล้ม หรือสินค้าแกว่งชน สามารถบาดเจ็บถึงชีวิตได้
ของที่จะยกจะต้องไม่ถูกยึดติดกับอะไร หรือถูกสิ่งอื่นทับอยู่
และสลิงทุกเส้นต้องได้รับแรงเท่ากัน โดยดูได้จากความตึงของสลิง และใช้สลิงที่ยาวเท่ากัน ต้องระวังไม่ให้สลิงพันกัน เพราะจะทำให้สลิงขาด และเกิดอันตรายได้
ห้ามนั่งบนรอกและเครน หรือเพื่อการโดยสาร ให้คิดว่าสลิงอาจขาดได้ทุกเมื่อ
ก่อนหมุนเคลื่อนที่ หรือหมุนของที่ยก ผู้ควบคุมหน้างานต้องดูรัศมีที่จะหมุนไปไม่มีอะไรมากีดขวาง หรือเป็นอันตรายต่อผู้ที่ทำงาน
การยกของต้องยกขึ้นในแนวดิ่ง ให้รอกตะขอตรงกับศูนย์กลางของน้ำหนักที่ยก
ให้คล้องสายกระจายแรงมิให้เสี่ยงต่อการไหล การไหลของสินค้าอันตรายถึงชีวิต
ไม่ควรเดินรอกหรือยกชิ้นงานข้ามศีรษะผู้อื่นโดยไม่บอกกล่าว อาจเกิดอุบัติเหตุและอันตรายได้
ไม่ควรเล่น แกว่งหรือโยกอย่างคึกคะนอง หรือมองไปทางอื่นขณะทำการยกชิ้นงาน
ไม่ควรยกหรือห้อยของค้างไว้ โดยไม่จำเป็น.
ตรวจสอบสภาพสลิง เบลท์ที่ใช้ยกว่าอยู่ในสภาพดี ไม่ชำรุด ตามมาตรฐานที่กำหนด
หยุดการใช้รอกและเครนทันที เมื่อเสียงดังหรือระบบการทำงานผิดปกติ
ขั้นตอนการเตรียมเหล็กที่ถูกต้อง
ขั้นตอนที่ 1 เตรียมเหล็ก
ขั้นตอนที่ 2 โซ่จะมี 2 แบบ คือแบบสั้น และแบบยาว กรณีการรวบเหล็กจะใช้โซ่ที่มีความยาว รวบใต้เหล็กขึ้นมา 2 รอบ จากนั้นใช้ เครนในการดึงขึ้นเพื่อรวบ ให้ปลายของเหล็ก หันเข้าหากัน ดังรูปภาพ
ขั้นตอนที่ 3 หาวัสดุใช้มัดปลายเหล็กเพื่อกันเหล็กดีด หากเอาโซ่รวบจุดกลางออก
คลิปการผูกสางเหล็กเส้นอย่างถูกวิธี
คลิปกรณีศึกษาตะขอคล้องโซ่หนีบนิ้วก้อยขาด
กรณีศึกษาตะขอเครนเหวี่ยงไปเกี่ยวคอกอลูมิเนียมลูกค้าเสียหาย
วิธีบังคับตะขอเครนที่ถูกต้อง
⚠️ ข้อควรระวังเพิ่มเติม
-
ไม่ควรใช้รีโมตเพียงอย่างเดียวถ้ามุมมองไม่ชัด ให้มีผู้ช่วยมองและสื่อสาร
ST-WH-002 เกณฑ์ข้อกำหนดและการปฏิบัติงานของพนักงานคลัง
เกณฑ์ข้อกำหนดและการปฏิบัติงานของพนักงานคลัง
ในการจัดเรียงและขนย้ายสินค้าประเภทปูนซีเมนต์
-
ให้พนักงานคลังสินค้าสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคลทุกครั้งขณะที่ปฏิบัติงาน ได้แก่
-
ผ้าปิดจมูก ใช้สำหรับป้องกันฝุ่นละออง
-
ถุงมือผ้า ใช้สำหรับสวมมือเพื่อป้องกันการบาดและการเสียดสีจากการ
ทำงาน งานยกของหนัก งานอื่นๆ
-
สายพยุงหลัง ใช้สำหรับสวมใส่เพื่อป้ องกนั การบาดเจ็บบริเวณส่วนหลังในขณะ
ยกของหนัก
-
รองเท้านิรภัย ใช้สำหรับป้องกันของหนักทับเท้า
-
การเคลื่อนย้ายปูนซีเมนต์ด้วยรถโฟร์คลิฟท์โดยการยกทั้งพาเลท
-
พนักงานขับรถจะต้องมีความระมัดระวัังในการขับรถอยู่เสมอ
-
เสียบงาเข้าช่องว่างของพาเลทจนงาชิดกับขอบพาเลท โดยเสียบงาเข้า ไปมากกว่า ¾ ของพาเลท แต่ไม่เกินความยาวของพาเลท
-
ควรยกสินค้าครั้งละ 1 พาเลท
-
ในขณะที่รถวิ่งต้องยกงาให้สูงจากพื้นไม่น้อยกว่า 10 ซม.และไม่เกิน 30 ซ.ม.
-
การจัดเก็บจัดเรียงปูนซีเมนต์
-
กองเก็บในสถานที่แห้ง มีหลังคาคลุมและมีผนังกั้น อากาสถ่ายเทได้สะดวก
-
จัดเก็บตามวันที่รับสินค้า สินค้าที่รับมาก่อนควรจ่ายก่อน (FIFO) การจัดเรียงขึ้นอยู่กับพื้นที่
-
การจัดเรียงปูนซีเมนต์บนพาเลทจะต้องวางชั้นละ 5 ถุง เรียงซ้อนสูงไม่เกิน 8-10 ชั้นต่อ 1 พาเลทจะสามารถเก็บปูนซีเมนต์ได้ 40-50 ถุง โดยวางซ้อนสลับกันดังรูป
-
การจัดเก็บปูนซีเมนต์ในคลังสินค้าให้วางซ้อนกันได้ไม่เกิน 3 พาเลท เพื่อไม่ให้ถุงปูนซีเมนต์ด้านล่างแตก ลักษณะกองเก็บแยกตามประเภท ชนิด อย่างน้อย 2 ช่องต่อปูน 1 ชนิด
-
การกองเก็บปูนควรวางพาเลทปูนให้ห่างจากผนัง 40 ซม.เพื่อป้องกันความชื้นจากผนังขึ้นมา ดังรูป
-
การเรียงพาเลทปูนต้องจัดเรียงให้มั่นคง แข็งแรงและควรมีผนังที่มั่นคงรองรับด้านข้างหรือด้านหลัง
-
หากมีการโยเ้อียงของพาเลทปูน ให้ยกพาเลทปูนที่มีปัญหาออกและทำการเรียงใหม่ทันที
-
ไม่ควรใช้พาเลทไม้ในการจัดเรียงปูนซีเมนต์เนื่องจากไม่มีความแข็งแรงพอที่จะรับน้ำหนักปูนซีเมนต์ได้ 40-50 ถุงต่อ 1 พาเลท ควรใช้พาเลทพลาสติกในการจัดเก็บ
-
หลังเลิกงานในแต่ละวันให้หัวหน้าคลังสินค้าตรวจเช็คความเรียบร้อยในการจัดเก็บจัดเรียงปูนซีเมนต์เพื่อให้แน่ใจว่าได้จัดเรียงให้อยู่ในสภาพที่มั่นคง แข็งแรง ไม่โย้เอียง เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ปูนล้มเสียหาย
-
หัวหน้าแผนก / ผู้บังคับบัญชาของพนักงานที่ปล่อยปละละเลย เพิกเฉย หรือไม่คอยควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิดให้พนักงานปฏิบัติตามเกณฑ์ข้อกำหนดฯนี้ จะต้องรับผิดชอบค่าสินค้าเสียหายและความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด
ST-WH-003 กรณีศึกษาในการใช้รถโฟร์คลิฟท์
1. กรณีศึกษาการใช้โฟร์คลิฟยกปูนขึ้นรถ
2. เสียบงาให้ถูกวิธีการยก
3. กรณีศึกษาอุบัติเหตุจากรถโฟร์คลิฟถอยชนรถลูกค้า
4. อุบัติเหตุจากการเคลื่อนย้ายสินค้า
5. กรณีใช้รถโฟร์คลิฟท์ยกสินค้าน้ำหนักเกินมาตรฐานที่กำหนด
6. กรณีบรรทุกสินค้าสีและเลี้ยวด้วยความรวดเร็วทำให้สีร่วงแตก
ST-WH-005 คู่มือปฏิบัติงานป้องกันอุบัติเหตุจากการขับรถโฟร์คลิฟท์ใกล้ฝาข้างรถขนส่ง
1. วัตถุประสงค์
เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่เกิดจากการใช้รถโฟร์คลิฟท์ในขณะโหลด/ขนถ่ายสินค้าบริเวณฝาข้างรถขนส่ง
2. ขอบเขต
ใช้กับพนักงานขับโฟร์คลิฟท์ และพนักงานที่เกี่ยวข้องในการโหลดสินค้าจากรถขนส่งประเภท 6 ล้อ, 10 ล้อ, เทรลเลอร์ ที่มีฝาข้างเปิดออก (พับลง หรือเปิดออกด้านข้าง)
3. อุปกรณ์และเงื่อนไขที่ต้องตรวจสอบ
-
ฝาข้างของรถขนส่งต้อง เปิดออกเต็มที่และล็อกเข้าที่อย่างแน่นหนา หากไม่มีตัวล็อกให้แจ้งพนักงานขับรถขนส่งตรวจสอบ
-
พื้นที่โหลดสินค้า ต้องเรียบ มั่นคง ไม่มีเศษสิ่งกีดขวาง
-
มีการติดตั้งหรือวาง อุปกรณ์กันชน หรือแถบเตือน เช่น ระวังชนฝาข้าง
4. ขั้นตอนการปฏิบัติงาน
4.1 ก่อนเริ่มงาน
✅ ตรวจสอบฝาข้าง:
-
หากเป็นบานพับพับลง ตรวจสอบว่าพื้นฝาไม่สั่นหรือเปราะ
-
หากเป็นประตู เปิดออกข้าง ต้องยึดกับตะขอ หรือผูกเชือกให้แน่นหนาไม่ให้บานพับแกว่งไปมา
✅ แจ้งเจ้าหน้าที่ควบคุมหรือหัวหน้างานก่อนเริ่มโหลด
✅ ตรวจสอบสภาพโฟร์คลิฟท์:
-
เบรก
-
สัญญาณเสียง
-
เขี้ยว/งาของรถ
4.2 ระหว่างการขนถ่ายสินค้า
✅ ขับรถโฟร์คลิฟท์อย่างช้า ใกล้ฝาข้างต้องใช้ความเร็วต่ำพิเศษ
✅ ห้ามเลี้ยวหรือถอยในแนวเฉียงใกล้ฝาข้างเด็ดขาด
✅ หากมองไม่เห็นหรือมีมุมอับ ให้ใช้ผู้ช่วยส่งสัญญาณ
✅ ห้ามให้บุคคลใดอยู่ระหว่างโฟร์คลิฟท์กับฝาข้าง
✅ ห้ามใช้งานฝาข้างเป็นพื้นโหลดหรือเดินผ่าน
4.3 หลังจากเสร็จงาน
✅ ตรวจสอบว่าไม่มีสินค้า หรือลังหล่นบริเวณใต้ฝาข้าง
✅ ตรวจสอบความเสียหายกับฝาข้าง และรายงานหากพบร่องรอยกระแทก
✅ ปิดฝาข้างทันทีหลังเลิกงาน พร้อมล็อกให้แน่น
5. มาตรการควบคุมเพิ่มเติม (ถ้ามี)
-
ใช้ แผงกั้นชั่วคราว / แถบเตือน / เสากั้น เวลาทำงาน
-
ติดตั้งกระจกมองมุม หรือกล้องหน้ารถโฟร์คลิฟท์ (สำหรับพื้นที่อับสายตา)
-
บันทึกข้อมูลการกระแทกหรือเฉี่ยวฝาข้าง เพื่อวิเคราะห์ป้องกันในอนาคต
6. บทลงโทษและการรายงาน
-
หากฝ่าฝืน หรือขับโฟร์คลิฟท์โดยไม่ระมัดระวังใกล้ฝาข้าง ต้องมี การตักเตือน/อบรมซ้ำ
-
รายงานอุบัติเหตุทุกกรณีเข้าสู่ระบบ EHS หรือหัวหน้าแผนก
✅ Checklist ก่อนเริ่มปฏิบัติงาน
🔹 1 ก่อนเริ่มงาน
-
ตรวจสอบฝาข้าง:
-
หากเป็นบานพับพับลง → ตรวจสอบว่าพื้นฝาไม่สั่นหรือเปราะ
-
หากเป็นประตูเปิดออกด้านข้าง → ยึดกับตะขอ หรือผูกเชือกให้แน่นหนาไม่ให้บานพับแกว่ง
-
-
แจ้งเจ้าหน้าที่ควบคุมหรือหัวหน้างานก่อนเริ่มโหลด
-
ตรวจสอบสภาพโฟร์คลิฟท์:
-
เบรก
-
สัญญาณเสียง
-
เขี้ยว/งาของรถ
-
🔹 2 ระหว่างการขนถ่ายสินค้า
-
ขับรถโฟร์คลิฟท์ด้วยความเร็วต่ำพิเศษเมื่อใกล้ฝาข้าง
-
ห้ามเลี้ยวหรือถอยเฉียงใกล้ฝาข้าง
-
หากมุมอับสายตา → ใช้ผู้ช่วยส่งสัญญาณ
-
ห้ามมีบุคคลใดอยู่ระหว่างโฟร์คลิฟท์กับฝาข้าง
-
ห้ามใช้ฝาข้างเป็นพื้นโหลดหรือเดินผ่าน
🔹 3 หลังจากเสร็จงาน
-
ตรวจสอบว่าไม่มีสินค้า หรือลังตกอยู่ใต้ฝาข้าง
-
ตรวจสอบความเสียหายของฝาข้าง หากพบร่องรอยกระแทกต้องรายงาน
-
ปิดฝาข้างทันทีหลังเลิกงาน และล็อกให้แน่นหนา
🔹 4. มาตรการควบคุมเพิ่มเติม (ถ้ามี)
-
ใช้แผงกั้นชั่วคราว / แถบเตือน / เสากั้นในขณะปฏิบัติงาน
-
ติดตั้งกระจกมองมุม หรือกล้องหน้ารถในจุดอับสายตา
-
บันทึกข้อมูลการกระแทกหรือเฉี่ยวชนฝาข้างเพื่อการวิเคราะห์
🔹 5. บทลงโทษและการรายงาน
-
ผู้ฝ่าฝืนหรือขับรถโดยไม่ระวังใกล้ฝาข้าง → แจ้งเพื่อดำเนินการตักเตือน/อบรมซ้ำ
-
รายงานอุบัติเหตุทุกกรณีในระบบ EHS หรือหัวหน้าแผนก
ST-WS-006 คู่มือป้องกันความเสียหายรถลูกค้า
1) วัตถุประสงค์
เพื่อป้องกันความเสียหายต่อทรัพย์สินของลูกค้า ลดข้อร้องเรียน และเพิ่มความปลอดภัยในการปฏิบัติงานระหว่างการโหลดสินค้า
2) ขอบเขตการใช้งาน
ใช้สำหรับ:
-
พนักงานคลังสินค้า
-
พนักงานขาย / PC
-
พนักงานจัดส่ง
-
ผู้ควบคุมจุดโหลดสินค้า
-
พื้นที่รับสินค้า Drive-Thru
3) ความเสี่ยงที่ต้องควบคุม
⚠ รถลูกค้าเกิดรอยขีดข่วน / บุบ / แตก
⚠ สินค้าตกหล่นใส่รถ
⚠ ของที่อยู่ในรถลูกค้าทำให้เกิดความเสียหาย
⚠ อุบัติเหตุพนักงาน
4) หน้าที่ความรับผิดชอบ
👷 พนักงานคลังสินค้า
-
ตรวจสอบพื้นที่รถก่อนโหลด
-
ใช้อุปกรณ์ป้องกัน
-
ปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างเคร่งครัด
🧑💼 หัวหน้างาน
-
กำกับดูแลการปฏิบัติงาน
-
ตรวจสอบอุปกรณ์
-
สอนงานพนักงาน
🏢 ผู้จัดการ
-
จัดให้มี SOP และอุปกรณ์เพียงพอ
-
ติดตามเหตุการณ์ความเสียหาย
5) อุปกรณ์ที่ต้องมีประจำจุดโหลด
✔ ผ้าห่มกันกระแทก / ผ้าหนา
✔ แผ่นโฟม / แผ่นยาง
✔ แผ่นไม้รองสินค้า
✔ ตัวครอบมุม / Corner Guard
✔ สายรัดสินค้า
✔ ถุงคลุมปลายเหล็ก / วัสดุคม
🚦 6) ขั้นตอนการปฏิบัติงานมาตรฐาน (SOP)
🔍 ขั้นตอนที่ 1 : ตรวจสอบรถลูกค้า
ก่อนเริ่มโหลด ต้องตรวจสอบ:
✔ พื้นที่วางสินค้า
✔ สิ่งของที่อยู่ในกระบะ
✔ วัสดุแหลม / แข็ง / คม
✔ ความสะอาดและความพร้อม
❌ ห้ามโหลดสินค้า หาก:
-
มีของกีดขวาง
-
มีวัสดุคมสัมผัสตัวรถ
-
พื้นที่ไม่เพียงพอ
🗣️ ขั้นตอนที่ 2 : แจ้งและขออนุญาตลูกค้า
หากต้องเคลื่อนย้ายของในรถ:
✔ แจ้งลูกค้าให้ทราบ
✔ ขออนุญาตก่อนทุกครั้ง
✔ ให้ลูกค้าขยับเอง (หากทำได้)
👉 ห้ามพนักงานย้ายของโดยพลการ
🧰 ขั้นตอนที่ 3 : เตรียมพื้นที่ป้องกัน
ต้องดำเนินการดังนี้:
✔ ปูผ้าหรือโฟมรองพื้น
✔ ป้องกันจุดสัมผัสตัวรถ
✔ หุ้มมุมคมของสินค้า
✔ ป้องกันปลายเหล็ก / วัสดุแข็ง
📦 ขั้นตอนที่ 4 : การยกสินค้า
✔ ยกอย่างระมัดระวัง
✔ ห้ามลากบนตัวรถ
✔ ห้ามกระแทก
✔ ใช้จำนวนคนยกเหมาะสม
✔ มีผู้ช่วยดูระยะ (Spotter)
📍 ขั้นตอนที่ 5 : การจัดวางสินค้า
✔ วางให้มั่นคง
✔ ไม่ให้สินค้าสัมผัสตัวรถโดยตรง
✔ ใช้วัสดุรอง
✔ จัดสมดุลน้ำหนัก
🔒 ขั้นตอนที่ 6 : การยึดตรึงสินค้า
✔ ใช้สายรัดสินค้า
✔ ตรวจสอบความแน่น
✔ ป้องกันการเคลื่อนตัวระหว่างขับขี่
✅ ขั้นตอนที่ 7 : ตรวจสอบก่อนรถออก
ต้องตรวจสอบ:
✔ ไม่มีของคมสัมผัสตัวรถ
✔ สินค้ามั่นคง
✔ ไม่มีสิ่งตกหล่น
✔ ลูกค้ารับทราบการจัดวาง
⛔ 7) ข้อห้ามสำคัญ
❌ ห้ามลากสินค้าไปบนตัวรถ
❌ ห้ามใช้วัสดุคมสัมผัสรถโดยตรง
❌ ห้ามขยับของลูกค้าโดยไม่แจ้ง
❌ ห้ามโหลดสินค้าในพื้นที่ไม่พร้อม
❌ ห้ามเร่งรีบจนละเลยความปลอดภัย
⚠️ 8) กรณีเกิดเหตุความเสียหาย
ต้องดำเนินการทันที:
-
แจ้งหัวหน้างาน
-
ขอโทษลูกค้า
-
บันทึกเหตุการณ์
-
ถ่ายภาพหลักฐาน
-
รายงานผู้บริหาร
-
ดำเนินการชดเชยตามระเบียบพร้อมทำเป็นหนังสือเตือนตามระเบียบบริษัทฯ
📊 9) การควบคุมและติดตาม
-
บันทึกเหตุการณ์ทุกกรณี
-
วิเคราะห์สาเหตุ
-
ปรับปรุงมาตรการ
-
อบรมพนักงานซ้ำ
ตัวอย่างอุบัติเหตุที่เกิดจากการยกสินค้าท้ายรถให้ลูกคิาเพื่อเคลียพท้นที่่









