Skip to main content

WI-MC-024 การขอราคาและการเสนอราคาสินค้า

image.png

1. วัตถุประสงค์

เพื่อกำหนดแนวทางการขอราคาและเสนอราคาสินค้าให้เป็นมาตรฐานเดียวกันลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างพนักงานขาย
ป้องกันการเสนอราคาที่ไม่เป็นมาตรฐานและรักษาผลประโยชน์สูงสุดของลูกค้าและบริษัท

2. ขอบเขตการใช้งาน

ใช้สำหรับ

  • พนักงานขาย
  • ฝ่ายจัดซื้อ
  • ผู้จัดการฝ่ายขาย
  • ผู้เกี่ยวข้องในการขอราคาและเสนอราคาสินค้า

3. หลักการสำคัญ

3.1 ผลประโยชน์ของลูกค้าต้องมาก่อนเสมอ

บริษัทให้ความสำคัญกับการบริการลูกค้าเป็นหลักหากมีพนักงานหลายคนดูแลลูกค้ารายเดียวกัน ให้พิจารณาจาก

  • การติดตามงาน
  • การดูแลลูกค้า
  • หลักฐานการประสานงาน
  • การปิดการขาย

โดยยึดผลประโยชน์ของลูกค้าและบริษัทเป็นสำคัญ

3.2 ไม่มีกฎห้ามขายสินค้าให้ลูกค้า

บริษัทไม่มีนโยบาย “บล็อกลูกค้า” หรือห้ามพนักงานขายให้บริการลูกค้ารายเดียวกันแต่พนักงานขายต้องปฏิบัติตามกระบวนการขอราคาและติดตามงานอย่างถูกต้อง

3.3 มาตรฐานการให้ราคา

บริษัทกำหนดโครงสร้างราคาเพื่อป้องกันการเสนอราคาไม่เท่ากัน ดังนี้

ระดับที่ 1 : ราคาขายปลีก

ใช้สำหรับลูกค้าทั่วไปทุกประเภท

ระดับที่ 2 : ราคาขายส่ง

ใช้เฉพาะลูกค้าร้านค้าส่งเท่านั้น ห้ามนำราคาขายส่งไปเสนอให้ลูกค้าทั่วไปโดยไม่ได้รับอนุมัติ

ระดับที่ 3 : ราคาโครงการ

ใช้สำหรับงานโครงการเท่านั้นต้องจัดทำเอกสาร สลพ. และมี Project Card ก่อนทุกครั้ง

4. ส่วนลดพิเศษ (Volume Discount)

กรณีลูกค้ามียอดสั่งซื้อถึงเกณฑ์ที่กำหนดสามารถขอพิจารณาส่วนลดเพิ่มเติมได้ตามเงื่อนไขบริษัท

5. การขอปรับราคาแข่งขัน (Revise Price)

พนักงานขายสามารถขอปรับราคาแข่งขันได้ เมื่อมีหลักฐานดังต่อไปนี้

  • ใบเสนอราคาคู่แข่ง
  • ข้อมูลราคาตลาด
  • หลักฐานการเปรียบเทียบราคา

โดยฝ่ายจัดซื้อและผู้มีอำนาจอนุมัติจะพิจารณาตามความเหมาะสม

สิทธิ์ในการขอ Revise Price จะพิจารณาจาก

  • ผู้ที่ติดตามลูกค้าอย่างต่อเนื่อง
  • ผู้ที่นำข้อมูลการแข่งขันมาประกอบการต่อรอง
  • โอกาสในการปิดการขาย

6. ขั้นตอนการขอราคา


ผู้รับผิดชอบกระบวนการรายละเอียด 

1.พนักงานขาย

 

 

 

 

 

2. พนักงานขาย

 

 

 

 

 

3. บริหารสินค้า

 

 

 

 

 

 

 4. พนักงานขาย 

1. พนักงานขายตรวจสอบประเภทลูกค้า ขายค้าปลีก ค้าส่ง หรือโครงการ พร้อมตรวจสอบสถานะว่ามีผู้ขอราคา หรือ มี Project Card แล้วหรือยัง

 

 

2. พนักงานขายระบุให้ชัดเจนว่า

  • ชื่อลูกค้า
  • รายการสินค้า
  • จำนวน
  • ราคาคู่แข่ง (ถ้ามี)
  • เหตุผลในการขอราคา

3. บริหารสินค้าพิจารณาส่วนลดหรือราคาตามโครงสร้างราคาที่บริษัทฯ กำหนด

 

 

 

 

4. บริหารสินค้าติดตามผลการเสนอราคากับลูกค้า ปิดการขายได้/ไม่ได้ 

รายละเอียดกระบวนการ

ขั้นตอนที่ 1 : ตรวจสอบประเภทลูกค้า

พนักงานขายต้องระบุประเภทลูกค้าให้ชัดเจน

  • ลูกค้าทั่วไป
  • ลูกค้าขายส่ง
  • ลูกค้าโครงการ

ขั้นตอนที่ 2 : ตรวจสอบสถานะการขอราคา

ก่อนขอราคาทุกครั้ง ต้องตรวจสอบว่า

  • มีผู้ขอราคาก่อนแล้วหรือไม่
  • มี Project Card หรือไม่
  • สถานะการติดตามลูกค้าเป็นอย่างไร

ขั้นตอนที่ 3 : จัดทำคำขอราคา

ระบุข้อมูลให้ครบถ้วน

  • ชื่อลูกค้า
  • รายการสินค้า
  • จำนวน
  • ราคาคู่แข่ง (ถ้ามี)
  • เหตุผลในการขอราคา

ขั้นตอนที่ 4 : ฝ่ายจัดซื้อพิจารณาราคา

ฝ่ายจัดซื้อพิจารณาตาม

  • โครงสร้างราคาบริษัท
  • ประเภทลูกค้า
  • ปริมาณการซื้อ
  • ความสามารถในการแข่งขัน

ขั้นตอนที่ 5 : ติดตามผลการเสนอราคา

พนักงานขายต้องติดตามสถานะลูกค้าอย่างต่อเนื่อง และอัปเดตผลให้บริษัททราบ เช่น

  • รอพิจารณา
  • เปรียบเทียบราคา
  • ได้งาน
  • ไม่ได้งาน

7. การพัฒนาระบบ Project Card และ สลพ.

บริษัทอยู่ระหว่างพัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลการขอราคาโครงการผ่าน Project Card และระบบ สลพ. เพื่อให้

  • ตรวจสอบสถานะได้แบบ Real-time
  • เห็นผู้รับผิดชอบโครงการ
  • ลดการขอราคาซ้ำ
  • ลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างพนักงานขาย
  • เพิ่มประสิทธิภาพการติดตามงาน

8. แนวทางปฏิบัติระหว่างรอระบบพัฒนา

ในช่วงระหว่างพัฒนาระบบ ให้ดำเนินการดังนี้

  1. ใช้ไฟล์กลางสำหรับบันทึกการขอราคา
    เช่น Google Sheet หรือ Excel กลาง
  2. ทุกการขอราคาต้องลงทะเบียนก่อนส่งจัดซื้อ
  3. ระบุผู้ดูแลลูกค้าให้ชัดเจน
  4. กำหนดสถานะงาน
  • เปิดราคา
  • ติดตามลูกค้า
  • รอผล
  • ปิดการขาย
  • ยกเลิก
  1. หากไม่มีการติดตามลูกค้าเกินระยะเวลาที่กำหนด
    บริษัทสามารถเปิดโอกาสให้พนักงานขายคนอื่นเข้าดูแลต่อได้
  2. การขอ Revise Price ต้องแนบหลักฐานทุกครั้ง

หมายเหตุ

บริษัทสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาการให้ราคา เพื่อประโยชน์สูงสุดของลูกค้าและองค์กรการฝ่าฝืนกระบวนการ หรือเสนอราคาโดยไม่ได้รับอนุมัติ อาจถูกพิจารณาทางวินัย