WI-GR-009 การ Packing และ ติดบาร์โค้ด
1. วัตถุประสงค์
เอกสารนี้จัดทำขึ้นเพื่อควบคุมกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงานของส่วนตรวจรับสินค้า GR(GR) ในเรื่องของ “ กระบวนการ Pack”Packing สินค้า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการ PM-SP-002 กระบวให้ดำเนการ Pack สินงานอย่างถูกต้องและเป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยค้า รอบคลุมเพรื่อใหงดังต่อไปนี้เกิดผลสัมฤทธิ์ในด้านการ
- ตรวจสอบความถูกต้องของสินค้า
- พิจารณารูปแบบการ
PackPacking ให้เหมาะสมกับรรจุผสินค้าแลิตภัณฑ์ที่ะพร้อมขจำหน่ายตามความต้องการของลูกค้า - จัดทำ
การ Markingและติด Barcode ให้ตรงกับสินค้า - ติดป้ายบ่งชี้หรือป้ายกำกับที่จำเ
พืป็น - ทดสอบการอ่
อาน Barcode (Test Scan) - ป้องกันการขายสินค้าผิดรายการ
พร้อมทั้งตผิดป้รหัส หรือผิดรายบ่งชี้คา
2. ขอบเขต
เป็นวิธีปฏิบติงานเพื่อใหช้เป็นแนวทางในสำหรับการ PackPacking สินค้าประเภทต่าง ๆ ให้มีรูปแบบที่เหมาะสมสำหรกับสินค้านั้น ๆ ให้มีความสวยงาม เรียบร้อย สวยงาม ปลอดภัย และเป็นมีาตรูปแบบใฐานทิศทางเดียวกันก่อนนำสินค้าเข้าสู่พื้นที่จัดเก็บหรือจำหน่าย
3. คำจำกัดความ
การ
PackPacking สินค้าหมายถึงกระบวนการ
พจัดเตรียม บรรจุ หรือรวมสิจนค้ารณาให้อยู่ในรูปแบบที่เหมาะสมสำหรกับลักษณะของสินค้านั้นๆเพื่อให้มีความสวยงามเรียบร้อย ปลอดภัย และพร้อมีรูปแบบใจำหนทิศท่างเดียวกันการ Test Scan
สินค้า หมายถึงการทดสอบ
สินค้าBarcode ด้วยเครื่อง Scan เพื่อให้แยืน่ใจยันว่า Barcode สามารถอ่านได้ และข้อมูลที่แสดงในระบบ ได้แก่ ชื่อสินค้านั้นๆสามารถสแกนผ่านเครื่องได้และรหัสสินค้า ราคาสิยี่ห้อ และหนค้า่วยนับ ตรงกับตัวสินค้าจริงเมืก่อลูกค้านนำไปชจำระเงิหนที่จุดแคชเชีายร์
3.1
3.2
4. หน้าที่และความรับผิดชอบ
ตำแหน่งงาน4.1 Admin GR
หรับผิดชอบดังนี้าที่
1. เป็นพนักงานผู้จัดพิมพ์เอกสารใบบันทึกผลการตรวจรับสินค้าเข้าคลัง
2.
จัดพิมพ์ Barcode ตามเอกสารที่ได้รับอนุมัติ
ตรวจสอบ และประสานแก้ไข ข้อผิดพลาดที่ตรวจพบจากกระบวนการ Pack
3.Packing
จัดทำเอกสารประกอบชุดสินค้า และตรวจสอบข้อมูลการประกอบชุดสินค้า
พจัดเก็บเอกสารที่เกี่ยวข้อมงให้ครบถ้วน
4.2 End Control Packing
รับผิดชอบดังนี้
- ตรวจสอบ
การประกอบชุดสินค้า
4. เป็นพนักงานผู้และพิมพ์ Barcode
ตำแหน่งงาน End Control หน้าที่
1. เป็นพนักงานผู้ทำกจาร Packing สินค้ณา ออกรูปแบบการ PackPacking
ดำเนินการบรรจุส Packing และตินค้า
2.ด เป็นพนักงานที่Barcode
ตรวจสอบปัญหควาจามถูกการ Pack
3. เป็นพนักต้องานผู้ทำการ Test Scan ของสินค้า
และ Barcode
5. วิธีปฏิบัติงาน
กระบวนการ Packing แบ่งเป็น 2 กรณีหลัก
- สินค้ารับเข้าใหม่
- สินค้าที
ส่วนำออกจากคลังเพื่อทำการ Packing2หรือติด Barcode ใหม่
5.1 กรณี คือ
5.1. การรับสินค้ารับเข้ามาใหม่
รายละเอียดกระบวนการ
ขั้นตอนตที่ 1 : จั้งแต่เริ่มแรก ดังนี้.-ทำคำขอ
5.1.1.พนักงานประจำสินค้า /Section/ Section / พนักงานคลัง บันทึกขอซื้อสินค้าจัดพิมพ์ทำเอกสาร
- ใบขออนุมัติสั่งซื้อสินค้า
- ใบขอป้ายราคา / Barcode
โดยต้องระบุให้ชัดเจน
- รายการสินค้า
- จำนวนสินค้า
- จำนวนที่ต้อง
การให้ติด Barcode - จำนวนที่ต้อง
กPacking - รา
รให้ Pack โดยละเอียดหรือรูปและชับบการ Packing หากมีข้อกำหนดเจฉพาะ
ขั้นตอนที่ 2
ส5.1.2.: ส่งเอกสารทั้งหมดให้กับทฝ่างแผนกยบริหารสินค้าทำการจัดซื้อ
ินค้าตาม่งเอกสารใบขออนุมัติสัห้ฝ่งซื้อสินค้า(หากแผนกยบริหารสินค้าดำเนินการจัดซื้อกรณีมีการต ปรับลดจำนวนสินค้าลงจากในใบขอสั่งซื้อจะ ต้องแก้ไขจำนวนในแใบบฟอร์มขอพิมพ์ป้ายราคา /Barcodeใ Barcode ให้สมดุลตรงกับจำนดวนที่สั่งซื้วย)
ขั้นตอนที่ 3 : จัดทำใบสั่งซื้อ
5.1.3. เมื่อแผนกฝ่ายบริหารสินค้าจัดทำใบสั่งซื้อ ผูและได้รับการอนุมัติเรียบร้อยแล้ว ให้ส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องไปยั้งหมดให้กับแผนกฝ่ายบัญชีตามกระบวนการ
เมื่อสินค้าเข้า5.1.4.แผขั้น
กตอนที่ 4 : ตรวจรับสินค้าทำการรับและมาถึงAdmin GR จัดพิมพ์เอกสารใบบันทึกผลการตรวจรับสินค้าเข้าคลังพร้อมกับแนบ แบบฟอร์มใบขอป้ายราคา / Barcode และส่งให้กับพนักงาน End Control Packing เพื่อทำการตรวจสอบการติดบาร์โค๊ต การจัดทำบาร์โค๊ต ตามใบขอพิมพ์ป้ายราคา/Barcode
5.1.5. แจ้งพนักงานในส่วนของ Admin จัดพิมพ์บาร์โค๊ตสินค้า ตามใบขอพิมพ์ป้ายราคา/Barcode
5.1.6. ทำการ Test Scan บาร์โค๊ตสินค้า
5.1.7. ในการตรวจสอบสินค้า บาร์โค๊ต สิ่งที่ต้องตรวจสอบให้ละเอียด และเฝ้าระวัง พนักงานต้องปฎิบัติดังนี้.-
พนักงานต้องทำการตรวจสอบบาร์โค๊ตสินค้าให้ถูกต้องตรงตามสินค้าพนักงานต้องตรวจสอบรายละเอียดสินค้าโดยสินและค้วาที่มาต้องการะบุลในการติด Barcode / Packingขั
กษณะ้นตอนที่ 5 : พิมพ์ BarcodeEnd Control Packing แจ้ง Admin GR ให้
ชจัดเพิมพ์ Barcode ตามจำนเมื่อพบว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งไม่ตรง เช่นและรายละเอียดในใบขอป้ายราคา / Barcode ที่ได้รับอนุมัติขั้นตอนที่ 6 : Test Scan
ก่อนติด Barcode กับสินค้าทั้งหมด ต้องทำ Test Scan เพื่อยืนยันว่า Barcode สามารถอ่านได้และข้อมูลในระบบถูกต้อง
ขั้นตอนที่ 7 : ตรวจสอบความถูกต้องของสินค้า
พนักงานต้องตรวจสอบอย่างน้อยดังนี้
- ชื่อสินค้า
- รหัสสินค้า
- Barcode
- ยี่ห้อ
- รุ่น / ขนาด / สี / ลักษณะสินค้า
- หน่วยนับ
- ราคา
- จำนวนบรรจุ
- รูปแบบ Pack
ข้อมูลทั้งหมดต้องตรงกับสินค้าจริง
เมื่อพบข้อมูลไม่ตรง
เช่น
- ชื่อสินค้าไม่ตรง
ก - รหั
บสสินค้าและไม่ตรง - จำนวนบรรจุไม่ตรง
- หน่วยนับไม่ตรง
- ลักษณะ
กสินค้าไม่ตรง - รูปแบ
รรจุบ Pack ไม่ตรงกับสินค
ห้า
ลักษณะของแพ็คไม่ตรง ให้ดำเนินการติด Barcode ต่อ ให้แจ้งฝ่ายบริหารสินค้าเพื่อตรวิเคราะห์จสอบและสอบถามยืนยันข้อมูลทุกค่อนดำเนินการั้งในกรณี
ทีสินค้าใหม่หากเป็นสินค้าใหม่
หรือพนักงานยังไม่มีความคุ้นเคยกับสินค้านั้น ๆให้ฝ่ายบริหารสินค้าเป็นผู้พิจารณาตรวจสอบและยืนยันรายละเอียดสินค้าพร้อมทั้ลงเซ็นต์ชื่อกำกับในเอกสารก่อนดำเนินการใPacking หรือ Barcodeขั้นตอนที่ 8 : Test Scan หลังแก้ไข
กรณีมีการแก้ไขข้อมูล ต้องทำ Test Scan ซ้ำอีกครั้ง โดยข้อมูลต่อไปนี้ต้องถูกต้อง
และยืนยตรงกันตามนั้นการ Test Scanบสินค้าจริง- ชื่อสินค้า
- รหัสสินค้า
- Barcode
- ยี่ห้อ
- หน่วยนับ
- ราคา
หลักการสำคัญ : แก้ไขแล้วต้อง Test Scan ใหม่ทุกครั้ง
ขั้นตอนที่ 9 : ติด Barcode และ Packing
End Control Packing ดำเนินการ
- ติด Barcode
- Packing
- ติดป้ายบ่งชี้ / ป้ายกำกับ
ตามจำนวนและรายละเอียดที่ได้รับอนุมัติ
ขั้นตอนที่ 10 : ส่งสินค้าเข้าคลัง
เมื่อดำเนินการ
แกเรียบร้ไขอยแล้ว ให้ตรวจสอบอีกครั้ง ซึ่งสินค้านั้นจะต้องมีรายละเอียด ชื่อสินค้า รหัส บาร์โค๊ด ยี่ห้อ หน่วยนับ ครบถ้วนถูกต้องตรงตามสินค้า และการแก้ไขสินค้านั้น (ถ้ามี)
5.1.8. End Control Packing ติดบาร์โค๊ตสินค้าตามแผนใบขอพิมพ์ป้ายราคา/Barcode
5.1.9. เมื่อติดบาร์โค๊ตเสร็จ ดำเนินการแจ้งพนักงานคลังเข้ารับสินค้า เพื่อติดต่อขอรับนำสินค้าเข้าคลสู่ตำแหน่งจังดเก็บตามระบบต่อไป
5.2.2 การนำสินค้าจากโฮมมาร์ทแม็กซ์ออกมาทำการ Packing สินค้า มณีแนวนโยบายให้ใช้วิธีการโอนย้ายระหว่างคลัง เป็นการโอนย้ายระหว่างชั้นเก็บสินค้าในคลัง 014 และกำหนดให้ห้อง Packing สินค้าเป็นที่เก็บ SPK (PKS) มีขั้นตอนการดำเนินการดังนี้.-
สินค้า กำหนดสถานะ AVL → SPK (PKS) → AVL โดย SPK (PKS) หมายถึงพื้นที่จัดเก็บสินค้าที่อยู่ระหว่างดำเนินการ Packing พนักงานผู้รับผิดชอบสินค้าต้อง5.2.1. พนักงานประจำสินค้าที่ทำการนำสินค้าจากคลังมาทำ Packing
โฮมมที่นำออกจาร์ทแม็กซ์คลัง มา014 เพื่อทำกา Packing หรือติดบาร์โค๊ต จะBarcode ต้องใช้กระบวนการ โอนย้ายระหว่างที่เก็บขั้นตอนที่ 1 : ตรวจนับและทำใบโอน
มออกจากคลังติบาร์โค๊ต และทำใบขอโอนย้ายสินค้าระหว่างคลังามที่้องตรงกับจำนำวนสินค้ามาจริง
ส่งสินค้า จากนั้นดำเนินการโอนสถานะสินค้า คลัง 014 : AVL → SPK (PKS) เพื่อให้สามารถตรวจสอบตำแหน่งและจำนวนสินค้าที่5.2.2.ขั้นตอนที่ 2 : ส่งสินค้าเข้าห้อ
กง Packingรและใบขอโอนย้ายสินค้าระหว่างคลัง พร้อมกับสินค้าให้ EndcontrolEnd Control Packing ตรวจสอบโอนออกมาเพืยู่อติดบาร์โค๊ต ทำการโอนย้ายสินค้าระหว่างคลังจากคลัง 014Packing ที่เก็บ AVL เป็นคลัง 014 ที่เก็บ SPK(PKS) เพื่อสามารถระบุที่อยู่ของสินค้าได้อย่างชัดเจนมากยิ่งข
ึั้นตอนที่
5.2.3. พนักงานในส่วนงาน End Control Packing ดำเนินการ
- ต
ิดรวจสอบาร์โค๊ต Packingสินค้า - Packing
- ติด Barcode
- Test Scan
- ตรวจสอบความเรียบร้อย
เมื่อดำเนินการเสร็จ ให้แจ้งยังพนักงานคลัง เพื่อนำรับสินค้าเ
ขั้านตอนที่ 4 : ตรวจนับก่อนส่งกลับคลัง
5.2.4. พนักงานคลังนำสินค้าที่ติดบาร์โค๊ตเสร็จ หรือ Packing สินค้าเรียบร้อยแล้ว งตรวจสอนับจำนวนสินค้าที่ Packing และติดบาร์โค๊ตเสร็จ แล้วตามจำนำเข้าสู่กระบวนจริง
จาการนั้นโอนย้ายสินค้าระหว่างคลัง
คลัง 014 ที่เก็บ: SPK (PKS) เข้าสู่คลัง 014 ที่เก็บ→ AVL
ตามจำนวนที่ตรวจนับได้จริง
จำนวนสินค ที่ ต้อง จำนวนที่โอนกลับ หากจำนวนไม สินค้าที่สูญหายหรือไม่สามารถตรวจสอบที่มาได้ระหว่างอยู่ในพื้นที่ Packing ถือเป็นรายการที่ต้องดำเนินการตรวจสอบความรับผิดชอบของ5.2.5.ขั้นตอนที่ 5 : ตรวจสอบยอดสินค้า
ลัง้า014 โอนเข้ามาห้อง PackingSPK จะ(PKS)มีจำนวนเท่ากับคลังเดิม AVLี่ตรง ต้องตรวจสอบและหาสาเหตุก่อนปิดรายการห้อง Packing
5.2.6. พส่วนักงาน Packing
ขั้นตอนที่ 6 : ตรวจสอบสินค้าคงค้าง
สามารถตรวจสอบจำนวนสินค้าที่ค้างอยู่ในหพื้องนที่ Packing ได้จากรายงาน ศูนย์บริการระบบรายงาน
Home
→ HomeMC-Merchandising > MC-Merchandising((ฝ่ายบริหารสินค้า)
→ > GR-Good Receiving(Receiving (ตรวจรับสินค้า)
→ > รายงานประจำวัน
→ >รายงานสินค้าสถานะ SP
ควรตรวจสอบสินค้าคงค้างเป็นประจำ เพื่อป้องกันสินค้า
- ค้าง Packing เป็นเวลานาน
- สูญหาย
- ตกหล่น
- ไม่ถูกโอนกลับคลัง
- มีจำนวนในระบบไม่ตรงกับสินค้าจริง
6. จุดควบคุมสำคัญของกระบวนการ
เพื่อป้องกันความผิดพลาด ให้ยึดหลักดังนี้
1. เอกสารต้องตรงกับสินค้าจริง
จำนวนสินค้าในเอกสาร Barcode ใบโอน และสินค้าจริงต้องตรงกัน
2. Barcode ต้องตรงกับสินค้า
ห้ามติด Barcode โดยไม่ได้ตรวจสอบชื่อ รหัส รุ่น ขนาด สี หน่วยนับ และราคา
3. สินค้าใหม่ต้องได้รับการยืนยัน
กรณีไม่แน่ใจในรายละเอียดสินค้า ต้องให้ฝ่ายบริหารสินค้ายืนยันก่อนดำเนินการ
4. ต้อง Test Scan
สินค้าใหม่หรือ Barcode ที่จัดทำใหม่ต้องผ่านการ Test Scan ก่อนนำไปจำหน่าย
5. แก้ไขแล้วต้อง Scan ซ้ำ
เมื่อมีการแก้ไขข้อมูลสินค้า ต้อง Test Scan ใหม่ทุกครั้ง
6. สินค้าเข้า-ออกห้อง Packing ต้องตรวจนับ
จำนวนที่นำเข้า SPK (PKS) และจำนวนที่ส่งกลับ AVL ต้องสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้
7. ห้ามมีสินค้าค้างโดยไม่ทราบสถานะ
สินค้าทุกชิ้นในห้อง Packing ต้องสามารถระบุเจ้าของงาน สถานะ และจำนวนได้
อุปกรณ์ในการ Packing ประกอบด้วย
-
หัวถุงประเภทต่าง ๆ
-
ถุงพลาสติกขนาดต่าง ๆ
-
ฟิล์มหด
-
เครื่องมือในการ Pack
-
แผ่นฟิล์ม
-
เครื่องพิมพ์
-
บาร์โค้ด
-
วิธีการติดสติ๊กเกอร์บาร์โค๊ด (Bar Code)
-
สินค้าชนิดที่เป็นกล่อง สินค้าที่มีลักษณะเป็นกล่องให้ติดสติ๊กเกอร์บาร์โค๊ด ตรงมุมบนด้านขวาของกล่อง ติดในด้านที่เหมือนกันเพื่อความสะดวกในการเช็คสินค้าและความเป็นระเบียบเรียบร้อย เช่น ตะปูที่ขายเป็นกล่อง สินค้าประเภทโคมไฟ,ไฟกิ่ง,พัดลมโคมไฟที่เป็นกล่อง เป็นต้น
-
สินค้าที่มีลักษณะเป็นแท่งยาว ให้ติดสติ๊กเกอร์บาร์โค๊ด ตามแนวยาวของตัวสินค้า เช่น ฟุตเหล็ก เหล็กฉาก ระดับน้ำ คิ้วกระเบื้อง ท่อน้ำไทย แท่งกาวโหลด รางเก็บสายไฟ ดอกสว่านที่ไม่ต้องแพ็ค เป็นต้น
-
สินค้าที่มีลักษณะโค้ง ขรุขระ ไม่สามารถติดสติ๊กเกอร์บาร์โค๊ดได้ ให้แพ็คใส่ถุงพลาสติกใสที่ทางบริษัทได้เตรียมไว้ให้ ซึ่งจะมีหัวถุงของบริษัทนพดล พานิช จำกัด ใช้ปิดปากถุง ก็ให้ติดสติกเกอร์บาร์โค๊ด ตรงหัวถุงด้านที่ใช้สำหรับให้ติดสติ๊กเกอร์บาร์โค๊ด เช่น สกรูเกลียวที่แบ่งขายเป็นแพ็ค ตะปูที่แบ่งขายเป็นแพ็ค
-
สินค้าที่แบ่งขายเป็นแพ็ค เช่น ปูน แชล็ค รวมถึงกาวยาแนว ให้ติดสติ๊กเกอร์บาร์โค๊ด ตรงมุมบนด้านขวาของถุงที่ทำการแพ็คเสร็จเรียบร้อยแล้ว ติดทางด้านหน้าของตัวสินค้า
-
สินค้าที่ไม่สามารถแพ็คใส่ถุงได้ เช่น ข้อต่อ ข้องอ บอลวาล์ว ท่อพันเกลียว ให้ติดสติ๊กเกอร์บาร์โค๊ด ตรงตำแหน่งที่สามารถติดสติ๊กเกอร์บาร์โค๊ดได้ ไม่ไห้ติดตามความโค้งงอของตัวสินค้า ซึ่งจะทำให้สแกนบาร์โค๊ดไม่ได้ หรือสแกนบาร์โค๊ดไม่ผ่าน
-
สินค้าที่ลื่นไม่สามารถติดสติ๊กเกอร์บาร์โค๊ดได้ ให้ใช้ฟิล์มหดเป็นตัวห่อสินค้านั้น แล้วใช้เครื่องเป่าลมร้อนเป่า แล้วจึงติดสติ๊กเกอร์บาร์โค๊ดได้ เช่น ข้องอแป๊บ ยูเนี่ยนแป๊บ เป็นต้น
-
สินค้าประเภทประตู/บานซิงค์ที่อยู่ในกล่อง ให้ติดสติ๊กเกอร์บาร์โค๊ดตรงด้านข้างของกล่องของสินค้าและต้องติดในแนวเดียวกัน ซึ่งเวลาที่วางซ้อนกันหลายๆชั้น จะสามารถดูบาร์โค๊ดได้ว่าเป็นสินค้ารุ่นเดียวกัน ประเภทเดียวกันหรือไม่ เพื่อความสะดวกในการเช็คสินค้า และหยิบขายให้ลูกค้า
-
สินค้าที่ไม่ต้องติดสติ๊กเกอร์บาร์โค๊ด เช่น กระดาษทรายที่ไม่ต้องติดบาร์โค๊ด และสินค้าอื่นๆ ที่ไม่ต้องติดบาร์โค๊ด จะใช้ยิงบาร์โค๊ดที่แคชเชียร์ ซึ่งตรงจุดแคชเชียร์จะมีแฟ้มที่เก็บสติ๊กเกอร์บาร์โค๊ดสินค้าเพื่อสแกนขาย ซึ่งจะมีการแยกประเภทสินค้าไว้เป็นหมวดหมู่ เพื่อความสะดวกของแคชเชียร์
-
สินค้าที่มีส่วนประกอบ 2 ส่วน ในการแพ็คกิ้งสินค้าดังกล่าว ให้ แพ็คสินค้าดังกล่าวเข้าด้วยกัน โดยซ้อนไว้ข้างบน หรือ แพ็คติดกัน โดยใช้เทปปิดกล่องสีใส พันสินค้าเพื่อยึดสินค้าเข้าด้วยกัน เช่น ดีดีโพลียูรีเทน สีอีพ๊อกซี่ ฯลฯ
-
สินค้าที่เป็นแพ็ค โดยไม่นำมาแยกขาย ให้จัดทำ บาร์โค๊ตแบ่งขายใช้ในการติดสินค้า โดยระบุจำนวนสินค้าที่อยู่ในแพ็คให้ชัดเจน อ่านออกง่าย เช่น ผ้าปิดจมูก พรมกันลื่น
ข้อควรระวังในการติด Bar code
-
สินค้าที่มีรายละเอียดของสินค้า ไม่ให้ ติดสติ๊กเกอร์บาร์โค๊ดทับตรงที่มีรายละเอียดของสินค้า ให้ติดตรงตำแหน่งที่ว่างของตัวสินค้า เพื่อที่ลูกค้าจะได้อ่านดูรายละเอียดของสินค้า และใช้ตัดสินใจในการซื้อสินค้านั้นๆ เช่น คุณภาพสินค้า บริษัทผู้ผลิต วัน/เดือน/ปี ที่ผลิต
กรณี 1. สินค้าอะคริลิค มีบาร์โค๊ต ที่มาจากโรงงาน และมี Lot การผลิต อยู่กับบาร์ ไม่สามารถสแกนบาร์ ได้ การพิมพ์บาร์โค๊ตมาติด เนื่องจากเป็นบาร์โค๊ตเดียวกัน ไม่ต้องปิดทับ ให้ติดตรงจุดที่ว่าง ตามแนวยาวของหลอด
PAR69-SA-003 สินค้าอะคริลิค Sealex Sx1500 หมดอายุจำนวน 81 หลอด -
การติดสติ๊กเกอร์บาร์โค้ด ต้องพิจารณาก่อนว่า สินค้าที่จะนำมาติดสติ๊กเกอร์บาร์โค้ด มีลักษณะเป็นอย่างไร เพื่อที่จะได้ทำการแพ็คหรือการติดสติ๊กเกอร์ได้ถูกต้องตามวิธีที่ระบุไว้ข้างต้น
-
การติดบาร์โค้ด ในแต่ละครั้งจะต้องติดในแนวเดียวกัน เพื่อเป็นมาตราฐานในการติดบาร์โค้ด
-
บาร์โค้ดแบ่งขาย ต้องระบุจำนวนสินค้าให้อ่านได้ชัดเจน ถ้าเขียนจำนวนไม่ชัดเจนต้องเปลี่ยนใหม่ทันที
-
ต้องตรวจสอบสินค้าโดยการ Test Scan Barcode ทุกครั้ง เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง
ตัวอย่างรูปแบบการ Packing
ตัวอย่างสินค้าแบ่ง Pack เป็น กก.
ตัวอย่างสินค้าที่ใช้แขวน
ตัวอย่างสินค้าประเภท แปรงทาสี
ตัวอย่างสินค้าประเภท สกรู
ตัวอย่างสินค้าประเภท ตะปู
การบรรจุสินค้าประเภทชุด
การบรรจุสินค้าประเภทเกรียงใบโพธิ์
การบรรจุสินค้าผ้าปิดจมูก
การติดบาร์โค๊ต สินค้าแบ่งขาย เป็นหีบห่อ ชุด
การบรรจุสินค้าประเภท อุปกรณ์ไฟฟ้า
การบรรจุสินค้าประเภท กระเบื้องแต่งลาย
การติด Barcode อุปกรณ์ PVC
การติด Barcode ท่อ PVC
การติด Barcode อุปกรณ์ ท่อเหลือง
การ Packing และ การติด Barcode บอลวาล์ว และประตูน้ำ
วิธีการแพ็คสินค้า SPO ประกอบเซ็ท
- เมื่อสินค้าเข้าพนักงาน GR จะต้องจัดแพ็คสินค้าประกอบเซ็ทไว้ให้เรียบร้อย กรณีอุปกรณ์ต่างๆ ให้จัดเซ็ทใส่กล่องหรือแลปรวมกันไว้ให้เรียบร้อย
เมื่อติดสินค้าบนพื้นผิวที่ไม่เรียบทำให้สติ๊กเกอร์บาร์โค้ดหลุดลุ่ยออกมาร่วงปะในกับสินค้าไซด์อื่นๆ ได้
ตัวอย่างวิธีการติดบาร์โค้ดที่ถูกต้อง
หาพื้นที่ไม่ขรุขระและมีผิวเรียบเพื่อให้การติดสติ๊กเกอร์หนาแน่นและไม่หลุดลุ่ย
ข้อควรปฏิบัติเมื่อ Vender ส่งสินค้ามาแล้วบาร์โค้ดไม่มีหรือบาร์โค้ดยิงไม่ขึ้น
1. วัตถุประสงค์
เพื่อกำหนดขั้นตอนการปฏิบัติในการตรวจรับและจัดการสินค้าที่บาร์โค้ดยิงไม่ได้ ให้เป็นไปอย่างมีระบบ ป้องกันความผิดพลาดในการรับเข้าสินค้า และสามารถติดตามความรับผิดชอบของ Vendor ได้อย่างโปร่งใส
2. ขอบเขต
ใช้สำหรับพนักงานตรวจรับสินค้า ฝ่ายบริหารสินค้า ฝ่ายจัดซื้อ และ Vendor ทุกคู่ค้า
3. คำจำกัดความ
-
บาร์โค้ดยิงไม่ได้: บริษัทฯ ต้นทางไม่ได้ติดบาร์โค้ดสินค้ามาให้ หรือ มีบาร์โค้ดแต่ บาร์โค้ดที่ไม่สามารถอ่านด้วยเครื่องสแกนเนอร์ได้ หรือไม่มีข้อมูลตรงกับระบบ
-
Vendor: ผู้จำหน่ายหรือผู้ส่งมอบสินค้าให้กับบริษัทฯ
4. บทบาทและความรับผิดชอบ
-
ฝ่ายตรวจรับสินค้า
-
ตรวจสอบบาร์โค้ดทุกครั้งในการรับสินค้า
-
แยกสินค้าและติดป้าย “สินค้าบาร์โค้ดมีปัญหา”
-
รายงานและส่งต่อให้ฝ่ายบริหารสินค้า/จัดซื้อ
-
-
ฝ่ายบริหารสินค้า/จัดซื้อ
-
ประสานงานกับ Vendor เพื่อหาทางแก้ไข
-
กำหนดวิธีการติดบาร์โค้ดใหม่ (โดย Vendor หรือติดแทนและเรียกเก็บค่าใช้จ่าย)
-
ติดตามผลและอนุมัติการรับเข้าสินค้าเมื่อแก้ไขแล้ว
-
-
Vendor
-
ตรวจสอบบาร์โค้ดก่อนการส่งมอบทุกครั้ง
-
แก้ไขหรือชดใช้ค่าใช้จ่ายในการติดบาร์โค้ดใหม่ตามที่บริษัทฯ กำหนด
-
5. ขั้นตอนการปฏิบัติ (Procedure)


-
ตรวจสอบสินค้า
-
เมื่อรับสินค้า ให้พนักงานตรวจรับทำการยิงบาร์โค้ดทุกล็อต
-
หากบาร์โค้ดยิงไม่ได้ ให้แยกสินค้าออกทันที
-
-
แยกสินค้าและบันทึกปัญหา
-
ติดป้ายกำกับ “สินค้ามีปัญหาบาร์โค้ด” และล็อกกุญแจให้แน่นหนาไว้ในห้อง Packing
-
กรอก “แบบฟอร์มรายงานสินค้าบาร์โค้ดยิงไม่ได้” พร้อมรายละเอียด (ชื่อสินค้า, รหัสสินค้า, จำนวน, วันที่, ชื่อผู้ตรวจรับ)
-
-
แจ้งฝ่ายบริหารสินค้า/จัดซื้อ
-
ส่งฟอร์มรายงานและสินค้าที่แยกไว้
-
ฝ่ายบริหารสินค้าประสาน Vendor ภายใน 24 ชั่งโมง ทำการ
-
-
การแก้ไขปัญหา
-
Vendor แก้ไข: ส่งบาร์โค้ดใหม่มาให้ติด หรือมาทำการติดเอง
-
บริษัทติดแทน: หาก Vendor ยินยอม บริษัทฯ ติดบาร์โค้ดใหม่และเรียกเก็บค่าใช้จ่ายจาก Vendor (2 บาท/ดวง)
- บางกรณีอาจจะปฏิเสธการรับสินค้าหรือส่งกลับต้นทาง
-
-
การรับเข้าสินค้า
- พนักงานตรวจรับสินค้าต้องรับสินค้าเข้าในระบบทุกสิ้นวันแม้ว่าจะมีปัญหาเรื่องบาร์โค้ดที่ต้องแก้ไข
-
เมื่อบาร์โค้ดที่ส่งมาถูกแก้ไขเรียบร้อยแล้ว พนักงานตรวจรับทำการยิงทดสอบอีกครั้งติดบาร์และแจ้งพนักงานผู้รับผิดชอบสินค้าเพื่อตรวจสอบและเก็บเข้าคลัง
- กรณีที่ตกลงทาง Vender รับผิดชอบค่าบาร์โค้ดให้พนักงานติดบาร์โค้ดทันที
-
การบันทึกข้อมูลและปิดงาน
-
ฝ่ายตรวจรับบันทึกเหตุการณ์ลงในระบบหรือแฟ้มงาน
-
ฝ่ายบริหารสินค้าติดตาม Vendor ว่าได้ชำระค่าใช้จ่ายครบถ้วน (ถ้ามี)
-
6. เอกสาร/แบบฟอร์มที่เกี่ยวข้อง
-
แบบฟอร์มรายงานสินค้าบาร์โค้ดยิงไม่ได้
-
ใบแจ้งหนี้เรียกเก็บค่าใช้จ่ายจาก Vendor (ถ้ามี)
8. การประเมินและปรับปรุง
-
แจ้งรายงานการปัญหาาบาร์โค้ดประจำวัน
-
ใช้ข้อมูลนี้ประกอบการประเมิน Vendor ประจำปี





