WI-GR-009 การ Packing และ ติดบาร์โค้ด
1. วัตถุประสงค์
เพื่อกำหนดมาตรฐานการปฏิบัติงานของส่วนตรวจรับสินค้า (GR) ในกระบวนการ Packing สินค้า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการ PM-SP-002 ให้ดำเนินงานอย่างถูกต้องและเป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยครอบคลุมเรื่องดังต่อไปนี้
- ตรวจสอบความถูกต้องของสินค้า
- พิจารณารูปแบบการ Packing ให้เหมาะสมกับสินค้าและพร้อมจำหน่าย
- จัดทำและติด Barcode ให้ตรงกับสินค้า
- ติดป้ายบ่งชี้หรือป้ายกำกับที่จำเป็น
- ทดสอบการอ่าน Barcode (Test Scan)
- ป้องกันการขายสินค้าผิดรายการ ผิดรหัส หรือผิดราคา
2. ขอบเขต
ใช้เป็นแนวทางสำหรับการ Packing สินค้าประเภทต่าง ๆ ให้มีรูปแบบที่เหมาะสมกับสินค้า มีความเรียบร้อย สวยงาม ปลอดภัย และเป็นมาตรฐานเดียวกันก่อนนำสินค้าเข้าสู่พื้นที่จัดเก็บหรือจำหน่าย
3. คำจำกัดความ
3.1 การ Packing สินค้า
กระบวนการจัดเตรียม บรรจุ หรือรวมสินค้าให้อยู่ในรูปแบบที่เหมาะสมกับลักษณะของสินค้า เพื่อให้มีความเรียบร้อย ปลอดภัย และพร้อมจำหน่าย
3.2 การ Test Scan
การทดสอบ Barcode ด้วยเครื่อง Scan เพื่อยืนยันว่า Barcode สามารถอ่านได้ และข้อมูลที่แสดงในระบบ ได้แก่ ชื่อสินค้า รหัสสินค้า ราคา ยี่ห้อ และหน่วยนับ ตรงกับสินค้าจริงก่อนนำไปจำหน่าย
4. หน้าที่และความรับผิดชอบ
4.1 Admin GR
รับผิดชอบดังนี้
- จัดพิมพ์ใบบันทึกผลการตรวจรับสินค้าเข้าคลัง
- จัดพิมพ์ Barcode ตามเอกสารที่ได้รับอนุมัติ
- ตรวจสอบและประสานแก้ไขข้อผิดพลาดที่พบจากกระบวนการ Packing
- จัดทำเอกสารประกอบชุดสินค้า และตรวจสอบข้อมูลการประกอบชุดสินค้า
- จัดเก็บเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วน
4.2 End Control Packing
รับผิดชอบดังนี้
- ตรวจสอบสินค้าและพิจารณารูปแบบการ Packing
- ดำเนินการ Packing และติด Barcode
- ตรวจสอบความถูกต้องของสินค้าและ Barcode
- ทำ Test Scan ก่อนนำสินค้าเข้าสู่คลัง
- แจ้งและประสานงานเมื่อพบปัญหาหรือข้อมูลสินค้าไม่ถูกต้อง
5. วิธีปฏิบัติงาน
กระบวนการ Packing แบ่งเป็น 2 กรณีหลัก
- สินค้ารับเข้าใหม่
- สินค้าที่นำออกจากคลังเพื่อทำการ Packing หรือติด Barcode ใหม่
5.1 กรณีสินค้ารับเข้าใหม่
รายละเอียดกระบวนการ
ขั้นตอนที่ 1 : จัดทำคำขอ
พนักงานประจำสินค้า / Section / พนักงานคลัง จัดทำเอกสาร
- ใบขออนุมัติสั่งซื้อสินค้า
- ใบขอป้ายราคา / Barcode
โดยต้องระบุให้ชัดเจน
- รายการสินค้า
- จำนวนสินค้า
- จำนวนที่ต้องติด Barcode
- จำนวนที่ต้อง Packing
- รายละเอียดหรือรูปแบบการ Packing หากมีข้อกำหนดเฉพาะ
ขั้นตอนที่ 2 : ส่งเอกสารให้ฝ่ายบริหารสินค้า
ส่งเอกสารให้ฝ่ายบริหารสินค้าดำเนินการจัดซื้อกรณีมีการ ปรับลดจำนวนสินค้าในใบสั่งซื้อ ต้องแก้ไขจำนวนในใบขอป้ายราคา / Barcode ให้ตรงกับจำนวนที่สั่งซื้อจริงทุกครั้ง
ขั้นตอนที่ 3 : จัดทำใบสั่งซื้อ
เมื่อฝ่ายบริหารสินค้าจัดทำใบสั่งซื้อและได้รับการอนุมัติเรียบร้อยแล้ว ให้ส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องไปยังฝ่ายบัญชีตามกระบวนการ
ขั้นตอนที่ 4 : ตรวจรับสินค้า
เมื่อสินค้าเข้ามาถึงAdmin GR จัดพิมพ์ใบบันทึกผลการตรวจรับสินค้าเข้าคลังพร้อมแนบใบขอป้ายราคา / Barcodeและส่งให้ End Control Packing ตรวจสอบรายละเอียดสินค้าและความต้องการในการติด Barcode / Packing
ขั้นตอนที่ 5 : พิมพ์ Barcode
End Control Packing แจ้ง Admin GR ให้จัดพิมพ์ Barcode ตามจำนวนและรายละเอียดในใบขอป้ายราคา / Barcode ที่ได้รับอนุมัติ
ขั้นตอนที่ 6 : Test Scan
ก่อนติด Barcode กับสินค้าทั้งหมด ต้องทำ Test Scan เพื่อยืนยันว่า Barcode สามารถอ่านได้และข้อมูลในระบบถูกต้อง
ขั้นตอนที่ 7 : ตรวจสอบความถูกต้องของสินค้า
พนักงานต้องตรวจสอบอย่างน้อยดังนี้
- ชื่อสินค้า
- รหัสสินค้า
- Barcode
- ยี่ห้อ
- รุ่น / ขนาด / สี / ลักษณะสินค้า
- หน่วยนับ
- ราคา
- จำนวนบรรจุ
- รูปแบบ Pack
ข้อมูลทั้งหมดต้องตรงกับสินค้าจริง
เมื่อพบข้อมูลไม่ตรง
เช่น
- ชื่อสินค้าไม่ตรง
- รหัสสินค้าไม่ตรง
- จำนวนบรรจุไม่ตรง
- หน่วยนับไม่ตรง
- ลักษณะสินค้าไม่ตรง
- รูปแบบ Pack ไม่ตรง
ห้ามดำเนินการติด Barcode ต่อ ให้แจ้งฝ่ายบริหารสินค้าเพื่อตรวจสอบและยืนยันข้อมูลก่อนดำเนินการ
กรณีสินค้าใหม่
หากเป็นสินค้าใหม่หรือพนักงานยังไม่คุ้นเคยกับสินค้า ให้ฝ่ายบริหารสินค้าเป็นผู้ตรวจสอบและยืนยันรายละเอียดสินค้าพร้อมลงชื่อกำกับในเอกสารก่อนดำเนินการ Packing หรือ Barcode
ขั้นตอนที่ 8 : Test Scan หลังแก้ไข
กรณีมีการแก้ไขข้อมูล ต้องทำ Test Scan ซ้ำอีกครั้ง โดยข้อมูลต่อไปนี้ต้องถูกต้องตรงกับสินค้าจริง
- ชื่อสินค้า
- รหัสสินค้า
- Barcode
- ยี่ห้อ
- หน่วยนับ
- ราคา
หลักการสำคัญ : แก้ไขแล้วต้อง Test Scan ใหม่ทุกครั้ง
ขั้นตอนที่ 9 : ติด Barcode และ Packing
End Control Packing ดำเนินการ
- ติด Barcode
- Packing
- ติดป้ายบ่งชี้ / ป้ายกำกับ
ตามจำนวนและรายละเอียดที่ได้รับอนุมัติ
ขั้นตอนที่ 10 : ส่งสินค้าเข้าคลัง
เมื่อดำเนินการเรียบร้อยแล้ว ให้แจ้งพนักงานคลังเข้ารับสินค้า เพื่อนำสินค้าเข้าสู่ตำแหน่งจัดเก็บตามระบบต่อไป
5.2 กรณีนำสินค้าจากคลังมาทำ Packing
สินค้าที่นำออกจากคลัง 014 เพื่อทำ Packing หรือติด Barcode ต้องใช้กระบวนการ โอนย้ายระหว่างที่เก็บ
กำหนดสถานะ
AVL → SPK (PKS) → AVL
โดย SPK (PKS) หมายถึงพื้นที่จัดเก็บสินค้าที่อยู่ระหว่างดำเนินการ Packing
ขั้นตอนที่ 1 : ตรวจนับและทำใบโอน
พนักงานผู้รับผิดชอบสินค้าต้อง
- ตรวจนับสินค้าที่นำออกจากคลัง
- จัดทำใบขอโอนย้ายสินค้าระหว่างคลัง
- จำนวนในใบโอนต้องตรงกับจำนวนสินค้าจริง
ขั้นตอนที่ 2 : ส่งสินค้าเข้าห้อง Packing
ส่งสินค้าและใบขอโอนให้ End Control Packing ตรวจสอบ
จากนั้นดำเนินการโอนสถานะสินค้า
คลัง 014 : AVL → SPK (PKS)
เพื่อให้สามารถตรวจสอบตำแหน่งและจำนวนสินค้าที่อยู่ระหว่าง Packing ได้อย่างชัดเจน
ขั้นตอนที่ 3 : ดำเนินการ Packing
End Control Packing ดำเนินการ
- ตรวจสอบสินค้า
- Packing
- ติด Barcode
- Test Scan
- ตรวจสอบความเรียบร้อย
เมื่อดำเนินการเสร็จ ให้แจ้งพนักงานคลังรับสินค้า
ขั้นตอนที่ 4 : ตรวจนับก่อนส่งกลับคลัง
พนักงานคลังต้องตรวจนับจำนวนสินค้าที่ Packing เสร็จแล้วตามจำนวนจริง
จากนั้นโอนสินค้า
คลัง 014 : SPK (PKS) → AVL
ตามจำนวนที่ตรวจนับได้จริง
ขั้นตอนที่ 5 : ตรวจสอบยอดสินค้า
จำนวนสินค้า
ที่โอนเข้า SPK (PKS)
ต้องเท่ากับ
จำนวนที่โอนกลับ AVL
หากจำนวนไม่ตรง ต้องตรวจสอบและหาสาเหตุก่อนปิดรายการ
สินค้าที่สูญหายหรือไม่สามารถตรวจสอบที่มาได้ระหว่างอยู่ในพื้นที่ Packing ถือเป็นรายการที่ต้องดำเนินการตรวจสอบความรับผิดชอบของส่วนงาน Packing
ขั้นตอนที่ 6 : ตรวจสอบสินค้าคงค้าง
สามารถตรวจสอบสินค้าที่ค้างอยู่ในพื้นที่ Packing ได้จากระบบรายงาน
Home
→ MC-Merchandising (ฝ่ายบริหารสินค้า)
→ GR-Good Receiving (ตรวจรับสินค้า)
→ รายงานประจำวัน
→ รายงานสินค้าสถานะ SP
ควรตรวจสอบสินค้าคงค้างเป็นประจำ เพื่อป้องกันสินค้า
- ค้าง Packing เป็นเวลานาน
- สูญหาย
- ตกหล่น
- ไม่ถูกโอนกลับคลัง
- มีจำนวนในระบบไม่ตรงกับสินค้าจริง
6. จุดควบคุมสำคัญของกระบวนการ
เพื่อป้องกันความผิดพลาด ให้ยึดหลักดังนี้
1. เอกสารต้องตรงกับสินค้าจริง
จำนวนสินค้าในเอกสาร Barcode ใบโอน และสินค้าจริงต้องตรงกัน
2. Barcode ต้องตรงกับสินค้า
ห้ามติด Barcode โดยไม่ได้ตรวจสอบชื่อ รหัส รุ่น ขนาด สี หน่วยนับ และราคา
3. สินค้าใหม่ต้องได้รับการยืนยัน
กรณีไม่แน่ใจในรายละเอียดสินค้า ต้องให้ฝ่ายบริหารสินค้ายืนยันก่อนดำเนินการ
4. ต้อง Test Scan
สินค้าใหม่หรือ Barcode ที่จัดทำใหม่ต้องผ่านการ Test Scan ก่อนนำไปจำหน่าย
5. แก้ไขแล้วต้อง Scan ซ้ำ
เมื่อมีการแก้ไขข้อมูลสินค้า ต้อง Test Scan ใหม่ทุกครั้ง
6. สินค้าเข้า-ออกห้อง Packing ต้องตรวจนับ
จำนวนที่นำเข้า SPK (PKS) และจำนวนที่ส่งกลับ AVL ต้องสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้
7. ห้ามมีสินค้าค้างโดยไม่ทราบสถานะ
สินค้าทุกชิ้นในห้อง Packing ต้องสามารถระบุเจ้าของงาน สถานะ และจำนวนได้
อุปกรณ์ในการ Packing ประกอบด้วย
-
หัวถุงประเภทต่าง ๆ
-
ถุงพลาสติกขนาดต่าง ๆ
-
ฟิล์มหด
-
เครื่องมือในการ Pack
-
แผ่นฟิล์ม
-
เครื่องพิมพ์
-
บาร์โค้ด
-
วิธีการติดสติ๊กเกอร์บาร์โค
๊้ด (BarBarcode)Code)1.
- หลักการทั่วไป
ก่อนติด Barcode ให้พิจารณา ลักษณะ รูปทรง และบรรจุภัณฑ์ของสินค้า
ชเพื่อเลือกตำแหน่งติดที่เปหมาะสม โดย Barcode ต้อง- มองเห็นได้ชัดเจน
- สแกนได้ง่าย
- ไม่หลุดหรือยับ
- ไม่ติดบนผิวโค้งหรือขรุขระจนสแกนไม่ได้
- ไม่ปิดทับข้อมูลสำคัญของสินค้า
- สินค้าประเภทเดียวกันต้องติดในตำแหน่งและแนวเดียวกัน
2. วิธีติด Barcode ตามประเภทสินค้า
2.1 สินค้า
ที่มีลักษณะเป็นบรรจุกล่องให้วิธีติด
ส: ติ๊กเกอร์บาร์โค๊ดตรงBarcode ที่ มุมบนด้านขวาของกล่อง และติดในด้านทเดี่เหมือนยวกันเพื่อคทุกชิ้นตัว
ามสะดวกในการเช็คสินค้าและความเป็นระเบียบเรียบร้อยเช่นาง:
ตะปูที่ขายเป็นกล่อง,สินค้าประเภทโคมไฟ, ไฟกิ่ง, พัดลมโคมไฟที่จุดสำคัญ: เ
ป็นกลพื่องให้ตรวจนับเป็นต้น หยิบสินค้า
ทีและตรวจสอบได้ง่มีาย2.2 สินค้าลักษณะเป็นแท่งยาว
ให้วิธีติด
ส: ติ๊กเกอร์บาร์โค๊ด Barcode ตามแนวยาวของตัวสินค้า ในตำแหน่งที่เชรียบและสามารถสแกนได้ง่นายตัวอย่าง:
ฟุตเหล็ก, เหล็กฉาก, ระดับน้ำ, คิ้วกระเบื้อง, ท่อน้ำไทย, แท่งกาวโหลด, รางเก็บสายไฟ, ดอกสว่านที่ไม่ต้องแพ็ค เป็นต้นสินค้า
ที่มีลักษณะผิวโค้งหรือขรุขระกรณีไม่สามารถติด Barcode บนตัวส
ติ๊กเกอร์บนค้าร์โค๊ดได้วิธีปฏิบัติ
- บรรจุสินค้าใ
ห้แพ็คใส่นถุงพลาสติกใสที่ทางบริษัทไกำหนด้เตรียมไว้ให้ - ปิดหัวถุง
ขให้เรียบร้องย - ติด Barcode บริ
ษัทนพดลเวณพานิช จำกัด ใช้ปิดปากถุง ก็ให้ติดสติกเกอร์บาร์โค๊ด ตรงหัวถุงด้าหรือตำแหน่งที่ใช้สกำหรนด
ซึ่งจะมีตั
บให้ติดสติ๊กเกวอร์บย่าร์โค๊ด เช่นง:
สกรูเกลีแบ่งขายวที, ตะปูแบ่งขาย2.4 สินค้าแบ่งขายเป็นถุงหรือแพ็ค
วิธีติด: ต
ะปูิด Barcode ที่แบ่งขายเป็นแพ็ค- บรรจุสินค้าใ
สินค้าที่แบ่งขายเป็นแพ็ค เช่น ปูน แชล็ค รวมถึงกาวยาแนว ให้ติดสติ๊กเกอร์บาร์โค๊ด ตรงมุมบนด้านขวาด้านหน้าของถุงที่ทำการแพ็คหลัง Packing เสร็จเรียบร้อยแล้วติดทางด้านหน้าของตัว
สิอย่าง:
ปูนแบ่งขาย, แชล็ค้, กาวยาแนวสินค้าที่ไม่สามารถ
แพ็คใส่ถุงได้วิธีติด: เ
ชลือกพื้นที่ผิวเรียบที่ Barcode สามารถติดแนบได้ห้าม ติด Barcode ตามส่วนโค้งของสินค้า เพราะอาจทำให้สแกนไม่ผ่าน
ตัวอย่าง:
ข้อต่อ, ข้องอ, บอลวาล์ว, ท่อพันเกลียวให2.6 สินค้าผิวลื่น ติดสติ๊กเกอร์
บาร์โค๊ด ตรงตำแหน่งที่สามารถติดสติ๊กเกอร์บาร์โค๊ดได้ไม่ไห้อยู่วิธีปฏิบัติ
ดตามความโค้งงอของตัวสินค้า ซึ่งจะทำให้สแกนบาร์โค๊ดไม่ได้ หรือสแกนบาร์โค๊ดไม่ผ่านสินค้าที่ลื่นไม่สามารถติดสติ๊กเกอร์บาร์โค๊ดได้ ให้ใช้ฟิล์มหดเป็นตัวห่อสินค้านั้น- ใช้เครื่องเป่าลมร้อน
เป่ให้ฟิล์มหดแนบกับสินค้า - ติด
สBarcode บนฟิล์มหดในติ๊กำแหน่งที่เกรียบ สินค้าประเภทประตู / บานซิงค์ที่อยู่ในบรรจุกล่องให้วิธีติด
ส: ติ๊กเกอร์บาร์โค๊ดตรงBarcode ที่ ด้านข้างของกล่องของสินค้าและต้องติดในตำแหนว่งเดียวกันทุกกล่องซึเพื่
งอให้เวลาทีมื่อวางสินค้าซ้อนกันหลายๆชั้นจะยังสามารถดูบาร์โค๊ดได้ว่ามองเปห็น Barcode และตรวจสอบรุ่นหรือประเภทสินค้ารุได้ง่นเดียวกัน ประเภทเดียวกันหรือไม่ เพื่อความสะดวกในการเช็คสินค้า และหยิบขายให้ลูกค้าสินค้าที่ไม่ต้องติด
สติ๊กเกอร์Barcode บาร์โค๊ด เช่นกระดาษทรายที่ไม่ต้องติดบาร์โค๊ด และสินค้าอื่สิน
ๆค้าบางรายการกำหนดให้ใช้ Barcode สำหรับสแกนขายที่ไม่ต้องติดบาร์โค๊ด จะใช้ยิงบาร์โค๊ดที่แคชเชียร์ ซึ่งตรงจุดแคชเชียร์แทนBarcode จะ
ค้นหาและสแกนได้สะดวกมีจัดเก็บในแฟ้มที่เและแยก็บสติ๊กเกอร์บาร์โค๊มหมวดสินค้าเพื่อสแกนขาย ซึ่งจะมีการแยกประเภทสินค้าไว้เป็นหมวดหมู่เพื่อความสะดวกของให้แคชเชียร์- หรือสินค้าที่บริษัทกำหนดว่าไม่ต้องติด
Barcode บนตัวสินค้า
2.9 สินค้าที่มีส่วนประกอบ 2 ส่วน
ใวิธีปฏิบัติ
- น
การแพ็คกิ้งำสินค้าทั้ง 2 ส่วนมาจัดังกล่าไวให้แพ็คสินค้าดังกล่าวเข้าด้วยกัน - วางซ้อน
ไว้ข้างบนหรือแพ็คติดประกบกัน - ใช้เทป
ปิดกล่องสีใสพันสินค้าเพื่อยึดสินค้าให้เข้าป็นชุด้เดียวยกัน - ติด Barcode ของชุดสินค้าให้ชัดเ
ชจน
โดยโดยตัวอย่
นาง:
DDดีดีโพลียูรีเทนPolyurethane, สี Epoxy หรือีพ๊อกซี่ ฯลฯ - น
สินค้าที่ต้องใช้ร่วมกันเป็นชุด
2.10 สินค้าที่ขายทั้งแพ็ค
กรณีสินค้ามีหลายชิ้นในหนึ่งแพ็คและ ไม่แยกขายรายชิ้น
ให้จัดทำ Barcode สำหรับขายเป็นแพ็ค
โดยไม่นำมาแยกขาย ใหละต้จัดทำ บาร์โค๊ตแบ่องขายใช้ในการติดสินค้า โดยระบุ จำนวนสินค้าที่อภายู่ในแพ็คให้ชัดเจนตัวอย่า
นออกง่าย เช่น:
ผ้าปิดจมูก, พรมกันลื่น
2.3
2.5
ตัวอร์บย่าร์โค๊ดได้ เช่น ง:
ข้องอแป๊บ, ยูเนี่ยนแป๊บ เป็นต้น
2.7
2.8
ตัวอย่าง:
กระดาษทราย
3.
ข้อควรระวังในการติด BarBarcode
code3.1
ห้ามปิดทับข้อมูลสำคัญของสินค้า
ห้ามติด Barcode ท
ีับข้อมูล เช่มีน- ชื่อหรือรายละเอียด
ของสินค้า - วิ
ดสติ๊กเกอร์บาร์โค๊ดทับตรงทธี่มีรายละเอียดของสินค้า ให้ติดตรงตำแหน่งที่ว่างของตัวสินค้า เพื่อที่ลูกค้าจะได้อ่านดูรายละเอียดของสินค้า และใช้ตัดสินใจในการซื้อสินค้งานั้นๆ - บริษัทผู้ผลิต
- วัน
/เดือน/ปี ที่ผลิต - วันหมดอายุ
- Lot การผลิต
- ข้อมูลคำเตือนหรือข้อมูลที่ลูกค้าต้องใช้ประกอบการตัดสินใจ
ไม่ให้ ตเช่น คุณภาพสินค้าให้เลือกติดใน พื้นที่ว่างของสินค้า
ตัวอย่างกรณี
1.สินค้าอะคริลิคมีบหา
ร์โค๊ตกที่มาBarcode จากโรงงานแอยู่ใกละมี้กับ Lot การผลิตอยูแต่กับบาร์Barcode เดิมไม่สามารถสแกนบาร์ได้การและต้องพิมพ์บาร์โค๊ตมาติดเนื่องจากเป็นบาร์โค๊ตเดียวกันBarcodeไใหม่ตห้
องามนำ Barcode ใหม่ไปปิดทับ Barcode / Lot เดิมให้ติด
ตรงจุดBarcode ใหม่ในพื้นที่ว่างตามแนวยาวของหลอดแทนกรณีอ้างอิง:
PAR69-SA-003 สินค้าอะคริลิค SealexSx1500SX1500 หมดอายุจำนวน81 หลอด- ชื่อหรือรายละเอียด
การติดสติ๊กเกอร์บาร์โค้ด ต้องพิจารณาลักษณะสินค้าก่อนติดทุกครั้งก่อนติด Barcode ต้องตรวจสอบก่อนว่าสินค้าเป็น
- กล่อง
- แท่งยาว
- ถุง
- ผิวโค้ง
- ผิวขรุขระ
- ผิวลื่น
- สินค้าเป็นชุด
- สินค้าขายเป็นแพ็ค
แล้วเลือกวิธี Packing และตำแหน่ง Barcode ให้เหมาะสม
3.3 ต้องติดในตำแหน่งเดียวกัน
สินค้าชนิดเดียวกันหรือรุ่นเดียวกัน ต้องติด Barcode ในแนวและตำแหน่งเดียวกัน เพื่อให้เป็นมาตรฐานและสะดวกต่อการตรวจนับ
3.4 Barcode แบ่งขายต้องระบุจำนวนชัดเจน
Barcode สำหรับสินค้าที่
จะนำมาติดสติ๊กเกอร์บาร์โค้ด มีลักษณะเป็นอย่างไร เพื่อที่จะได้ทำการแพ็คหรือการติดสติ๊กเกอร์ได้ถูกต้องตามวิธีที่ระบุไว้ข้างต้นการติดบาร์โค้ด ในแต่ละครั้งจะต้องติดในแนวเดียวกัน เพื่อเป็นมาตราฐานในการติดบาร์โค้ดบาร์โค้ดแบ่งขายหรือขายเป็นแพ็ค ต้องระบุจำนวนสินค้าให้สามารถอ่านได้ชัดเจนถ้หาเขียนกจำนวนไม่ชัดเจนตให้องเปลี่ยน Barcode ใหม่ทันทีต้อง
ตรวจสอบสินค้าโดยการTest ScanBarcodeทุกครั้งหลังติด Barcode ต้องทำ Test Scan เพื่อ
ตยืนยันว่า- Barcode สแกนผ่าน
- ร
วจหัสอบสินคว้ามถูกต้อง - ชื่อสินค้าถูกต้อง
- ราคาและหน่วยนับถูกต้อง
- Barcode ตรงกับสินค้าจริง
หาก Test Scan ไม่ผ่าน ห้ามนำสินค้าเข้าสู่พื้นที่ขายจนกว่าจะแก้ไขเรียบร้อย
4. หลักจำง่ายในการติด Barcode
ดูสินค้า → เลือกตำแหน่ง → ติดให้ตรงมาตรฐาน → ตรวจข้อมูล → Test Scan
ติดให้เห็นง่าย • สแกนง่าย • ไม่ปิดข้อมูล • ตำแหน่งเดียวกัน • ตรวจทุกครั้ง
3.2
3.5
ตัวอย่างรูปแบบการ Packing
ตัวอย่างสินค้าแบ่ง Pack เป็น กก.
ตัวอย่างสินค้าที่ใช้แขวน
ตัวอย่างสินค้าประเภท แปรงทาสี
ตัวอย่างสินค้าประเภท สกรู
ตัวอย่างสินค้าประเภท ตะปู
การบรรจุสินค้าประเภทชุด
การบรรจุสินค้าประเภทเกรียงใบโพธิ์
การบรรจุสินค้าผ้าปิดจมูก
การติดบาร์โค๊ต สินค้าแบ่งขาย เป็นหีบห่อ ชุด
การบรรจุสินค้าประเภท อุปกรณ์ไฟฟ้า
การบรรจุสินค้าประเภท กระเบื้องแต่งลาย
การติด Barcode อุปกรณ์ PVC
การติด Barcode ท่อ PVC
การติด Barcode อุปกรณ์ ท่อเหลือง
การ Packing และ การติด Barcode บอลวาล์ว และประตูน้ำ
วิธีการแพ็คสินค้า SPO ประกอบเซ็ท
- เมื่อสินค้าเข้าพนักงาน GR จะต้องจัดแพ็คสินค้าประกอบเซ็ทไว้ให้เรียบร้อย กรณีอุปกรณ์ต่างๆ ให้จัดเซ็ทใส่กล่องหรือแลปรวมกันไว้ให้เรียบร้อย
เมื่อติดสินค้าบนพื้นผิวที่ไม่เรียบทำให้สติ๊กเกอร์บาร์โค้ดหลุดลุ่ยออกมาร่วงปะในกับสินค้าไซด์อื่นๆ ได้
ตัวอย่างวิธีการติดบาร์โค้ดที่ถูกต้อง
หาพื้นที่ไม่ขรุขระและมีผิวเรียบเพื่อให้การติดสติ๊กเกอร์หนาแน่นและไม่หลุดลุ่ย
ข้อควรปฏิบัติเมื่อ Vender ส่งสินค้ามาแล้วบาร์โค้ดไม่มีหรือบาร์โค้ดยิงไม่ขึ้น
1. วัตถุประสงค์
เพื่อกำหนดขั้นตอนการปฏิบัติในการตรวจรับและจัดการสินค้าที่บาร์โค้ดยิงไม่ได้ ให้เป็นไปอย่างมีระบบ ป้องกันความผิดพลาดในการรับเข้าสินค้า และสามารถติดตามความรับผิดชอบของ Vendor ได้อย่างโปร่งใส
2. ขอบเขต
ใช้สำหรับพนักงานตรวจรับสินค้า ฝ่ายบริหารสินค้า ฝ่ายจัดซื้อ และ Vendor ทุกคู่ค้า
3. คำจำกัดความ
-
บาร์โค้ดยิงไม่ได้: บริษัทฯ ต้นทางไม่ได้ติดบาร์โค้ดสินค้ามาให้ หรือ มีบาร์โค้ดแต่ บาร์โค้ดที่ไม่สามารถอ่านด้วยเครื่องสแกนเนอร์ได้ หรือไม่มีข้อมูลตรงกับระบบ
-
Vendor: ผู้จำหน่ายหรือผู้ส่งมอบสินค้าให้กับบริษัทฯ
4. บทบาทและความรับผิดชอบ
-
ฝ่ายตรวจรับสินค้า
-
ตรวจสอบบาร์โค้ดทุกครั้งในการรับสินค้า
-
แยกสินค้าและติดป้าย “สินค้าบาร์โค้ดมีปัญหา”
-
รายงานและส่งต่อให้ฝ่ายบริหารสินค้า/จัดซื้อ
-
-
ฝ่ายบริหารสินค้า/จัดซื้อ
-
ประสานงานกับ Vendor เพื่อหาทางแก้ไข
-
กำหนดวิธีการติดบาร์โค้ดใหม่ (โดย Vendor หรือติดแทนและเรียกเก็บค่าใช้จ่าย)
-
ติดตามผลและอนุมัติการรับเข้าสินค้าเมื่อแก้ไขแล้ว
-
-
Vendor
-
ตรวจสอบบาร์โค้ดก่อนการส่งมอบทุกครั้ง
-
แก้ไขหรือชดใช้ค่าใช้จ่ายในการติดบาร์โค้ดใหม่ตามที่บริษัทฯ กำหนด
-
5. ขั้นตอนการปฏิบัติ (Procedure)

-
ตรวจสอบสินค้า
-
เมื่อรับสินค้า ให้พนักงานตรวจรับทำการยิงบาร์โค้ดทุกล็อต
-
หากบาร์โค้ดยิงไม่ได้ ให้แยกสินค้าออกทันที
-
-
แยกสินค้าและบันทึกปัญหา
-
ติดป้ายกำกับ “สินค้ามีปัญหาบาร์โค้ด” และล็อกกุญแจให้แน่นหนาไว้ในห้อง Packing
-
กรอก “แบบฟอร์มรายงานสินค้าบาร์โค้ดยิงไม่ได้” พร้อมรายละเอียด (ชื่อสินค้า, รหัสสินค้า, จำนวน, วันที่, ชื่อผู้ตรวจรับ)
-
-
แจ้งฝ่ายบริหารสินค้า/จัดซื้อ
-
ส่งฟอร์มรายงานและสินค้าที่แยกไว้
-
ฝ่ายบริหารสินค้าประสาน Vendor ภายใน 24 ชั่งโมง ทำการ
-
-
การแก้ไขปัญหา
-
Vendor แก้ไข: ส่งบาร์โค้ดใหม่มาให้ติด หรือมาทำการติดเอง
-
บริษัทติดแทน: หาก Vendor ยินยอม บริษัทฯ ติดบาร์โค้ดใหม่และเรียกเก็บค่าใช้จ่ายจาก Vendor (2 บาท/ดวง)
- บางกรณีอาจจะปฏิเสธการรับสินค้าหรือส่งกลับต้นทาง
-
-
การรับเข้าสินค้า
- พนักงานตรวจรับสินค้าต้องรับสินค้าเข้าในระบบทุกสิ้นวันแม้ว่าจะมีปัญหาเรื่องบาร์โค้ดที่ต้องแก้ไข
-
เมื่อบาร์โค้ดที่ส่งมาถูกแก้ไขเรียบร้อยแล้ว พนักงานตรวจรับทำการยิงทดสอบอีกครั้งติดบาร์และแจ้งพนักงานผู้รับผิดชอบสินค้าเพื่อตรวจสอบและเก็บเข้าคลัง
- กรณีที่ตกลงทาง Vender รับผิดชอบค่าบาร์โค้ดให้พนักงานติดบาร์โค้ดทันที
-
การบันทึกข้อมูลและปิดงาน
-
ฝ่ายตรวจรับบันทึกเหตุการณ์ลงในระบบหรือแฟ้มงาน
-
ฝ่ายบริหารสินค้าติดตาม Vendor ว่าได้ชำระค่าใช้จ่ายครบถ้วน (ถ้ามี)
-
6. เอกสาร/แบบฟอร์มที่เกี่ยวข้อง
-
แบบฟอร์มรายงานสินค้าบาร์โค้ดยิงไม่ได้
-
ใบแจ้งหนี้เรียกเก็บค่าใช้จ่ายจาก Vendor (ถ้ามี)
8. การประเมินและปรับปรุง
-
แจ้งรายงานการปัญหาาบาร์โค้ดประจำวัน
-
ใช้ข้อมูลนี้ประกอบการประเมิน Vendor ประจำปี








