WI-AM-015 กระบวนการขายรถยนต์มือสองของบริษัท
| ขั้นตอน | ผู้รับผิดชอบหลัก | สิ่งที่ต้องทำ |
|---|---|---|
| 1. เสนอจำหน่ายรถ | ฝ่ายดูแลรถ/GA | ระบุเหตุผลที่ขายและข้อมูลรถ |
| 2. ตรวจสภาพรถ | GA/ช่าง | ตรวจสภาพ ถ่ายรูป เลขไมล์ อุปกรณ์ |
| 3. ประเมินราคาตลาด | จัดซื้อ/GA | เช็กราคาตลาด + ขอราคาเต็นท์ |
| 4. เปิดรับราคา | จัดซื้อ | เชิญอย่างน้อย 3–5 เต็นท์ |
| 5. เปรียบเทียบราคา | คณะกรรมการ | ทำ Bid Comparison |
| 6. ขออนุมัติขาย | ผู้บริหาร | อนุมัติผู้ซื้อและราคาขาย |
| 7. ทำสัญญา | Admin/บัญชี | สัญญาซื้อขาย + เงื่อนไขการชำระ |
| 8. รับเงิน | การเงิน | เงินเข้าบัญชีบริษัทเต็มจำนวน |
| 9. ออกเอกสารขาย | บัญชี | Invoice / Receipt / Tax Invoice ตามกรณี |
| 10. โอนทะเบียน | Admin + ผู้ซื้อ | ดำเนินการที่ขนส่ง |
| 11. ส่งมอบรถ | GA | ส่งรถ กุญแจ เอกสาร อุปกรณ์ |
| 12. ปิดรายการทรัพย์สิน | บัญชี | ตัด Fixed Asset และบันทึกกำไร/ขาดทุน |
1. เริ่มจาก “ใบเสนอจำหน่ายรถ”
ก่อนคุยกับเต็นท์หรือศูนย์รถจะต้องมีรายการรถที่ต้องการขาย
ข้อมูลขั้นต่ำ เช่น
Vehicle Disposal Request
- ทะเบียนรถ
- ยี่ห้อ / รุ่น
- ปี
- สี
- เลขตัวถัง VIN
- เลขเครื่องยนต์
- เลขไมล์
- วันที่ซื้อ
- ราคาทุน
- ค่าเสื่อมสะสม
- มูลค่าตามบัญชีปัจจุบัน หรือ NBV
- สภาพรถ
- ประวัติอุบัติเหตุ
- ประวัติซ่อม
- ภาษีรถหมดอายุเมื่อใด
- ประกันหมดอายุเมื่อใด
- เหตุผลที่ขาย
และให้คนรับผิดชอบถ่ายภาพรถไว้ เช่น หน้า / หลัง / ซ้าย / ขวา / ภายใน / ห้องเครื่อง / เลขไมล์ / ตำหนิ เพื่อเก็บเป็นหลักฐานสภาพรถ ก่อนขาย
2. ตั้ง “ราคาประเมิน” ก่อนเรียกเต็นท์
อย่าให้เต็นท์เป็นคนกำหนดราคาตลาดให้เราฝ่ายเดียว
ตัวอย่าง Toyota Yaris บริษัทต้องการขาย
ตัวอย่าง
| ราคาประกาศตลาด | ราคาที่เต้นท์น่าจะรับซื้อ | บริษัทฯ อาจตั้ง |
| 330,000-350,000 | 280,000–310,000 บาท | ราคาขายขั้นต่ำ 295,000 บาท |
3. เปิด Bid ให้เต็นท์รถ 3–5 ราย
ส่งข้อมูลรถเหมือนกันทุกเจ้า
เช่น
บริษัท นพดลพานิช จำกัด
เปิดเสนอราคาซื้อรถยนต์ใช้แล้ว
Toyota Yaris 1.2 ปี 2021
เลขไมล์ 82,xxx km
ผู้สนใจสามารถเข้าตรวจสภาพรถได้วันที่ XX
กรุณาเสนอราคาภายในวันที่ XX เวลา 15.00 น.
กำหนดให้เสนอ
ราคาซื้อสุทธิ / VAT / ค่าโอน / วันที่ชำระเงิน / วันที่รับรถ
จัดทำเป็นตารางให้ชัดเจน
| Dealer | ราคาเสนอ | VAT | ค่าโอน | รับรถ | เงื่อนไข |
|---|---|---|---|---|---|
| A | 305,000 | รวม | ผู้ซื้อ | ทันที | เงินสด |
| B | 312,000 | ไม่รวม | ผู้ซื้อ | 2 วัน | โอน |
| C | 298,000 | รวม | ผู้ขาย | ทันที | โอน |
จะทำให้การอนุมัติโปร่งใสมาก
4. อนุมัติการขาย
ควรมีเอกสาร
Vehicle Sale Approval
ระบุ
รถทะเบียน XXX
ราคาประเมินตลาด 330,000 บาท
ราคาขั้นต่ำที่บริษัทกำหนด 295,000 บาท
ราคาเสนอสูงสุด 312,000 บาท
ผู้เสนอซื้อ ABC Used Car
เสนออนุมัติขาย 312,000 บาท
พร้อมลายเซ็น
ผู้จัดทำ → ผู้ตรวจสอบ → บัญชี → ผู้มีอำนาจอนุมัติ
ถ้ามีรถหลายคัน อาจกำหนด Authority Matrix เช่น
- ต่ำกว่า 300,000 บาท → ผู้จัดการที่ได้รับมอบหมาย
- 300,000–1,000,000 → กรรมการ/MD
- มากกว่า 1,000,000 → กรรมการตามอำนาจบริษัท
ปรับตามโครงสร้างบริษัทได้
5. ทำสัญญาซื้อขายก่อนรับรถ
ผมแนะนำ ไม่ใช้แค่ใบเสนอราคาจากเต็นท์
ควรมี
Used Vehicle Sale Agreement
ระบุอย่างน้อย
ทะเบียน
VIN
เลขเครื่องยนต์
เลขไมล์
ราคาขาย
VAT รวม/ไม่รวม
มัดจำ
ยอดคงเหลือ
วันชำระเงิน
วันโอน
ค่าใช้จ่ายในการโอนใครรับผิดชอบ
วันส่งมอบรถ
และข้อความสำคัญ
ผู้ซื้อได้ตรวจสอบสภาพรถและยอมรับสภาพรถตามที่เป็นอยู่ ณ วันซื้อขาย
พร้อม
กรรมสิทธิ์และการส่งมอบรถจะดำเนินการเมื่อบริษัทได้รับชำระเงินครบถ้วนแล้ว
6. เรื่องเงิน
กติกาบริษัทควรเป็น
เงินเข้าบัญชีบริษัทเท่านั้น
หลีกเลี่ยง
- เงินเข้าบัญชีพนักงาน
- เงินเข้าบัญชีผู้บริหาร
- รับเงินสดโดยไม่มีหลักฐาน
- เต็นท์รับรถไปก่อนแล้วค่อยจ่าย
Ideal Flow คือ
Dealer โอนเงิน → Finance ตรวจยอด → Accounting ออกเอกสาร → จึงอนุญาตให้โอนและส่งมอบรถ
หากมีมัดจำ เช่น
ราคา 400,000
มัดจำ 40,000
ยอดคงเหลือ 360,000
รถยังคงอยู่กับบริษัท
จนกว่า
360,000 เข้าบัญชีครบ
7. เรื่อง VAT ต้องระวัง
ประเด็นนี้สำคัญมากสำหรับรถของบริษัท
กรมสรรพากรมีแนววินิจฉัยว่า การขายยานพาหนะซึ่งเป็นทรัพย์สินของบริษัทที่เป็นผู้ประกอบการ VAT สามารถเข้าลักษณะเป็นการขายสินค้าที่อยู่ในบังคับ VAT และรายได้จากการขายทรัพย์สินต้องนำมาพิจารณาในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลด้วย
ดังนั้นเวลาต่อราคา เช่น
เต็นท์เสนอ 300,000
ต้องถามทันทีว่า
300,000 บาท “รวม VAT” หรือ “ยังไม่รวม VAT”
ไม่เช่นนั้นกำไรที่คิดไว้จะเพี้ยนได้
ให้ฝ่ายบัญชีพิจารณาภาษีของรถแต่ละคันก่อนออกเอกสาร เพราะประเภทรถ การจดทะเบียน VAT และประวัติทางบัญชีของทรัพย์สินอาจต่างกัน
8. เตรียมเอกสารสำหรับโอนรถ
กรมการขนส่งทางบกระบุหลักฐานสำคัญของการซื้อขายรถมือสองไว้ เช่น
- เล่มทะเบียนรถฉบับจริง
- สำเนาบัตรประชาชนเจ้าของรถ/ผู้เกี่ยวข้อง
- สัญญาซื้อขาย
- ใบเสร็จรับเงิน
- ใบกำกับภาษี
- แบบคำขอโอนและรับโอน
กรณีเจ้าของรถเป็น นิติบุคคล ต้องมีหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลและสำเนาบัตรประชาชนของกรรมการผู้มีอำนาจลงนามด้วย
ในทางปฏิบัติควรเตรียมแฟ้มต่อรถ 1 คัน เช่น
Vehicle Transfer Pack
- เล่มทะเบียนตัวจริง
- หนังสือรับรองบริษัท
- สำเนาบัตรกรรมการผู้มีอำนาจ
- หนังสือมอบอำนาจ ถ้ามี
- แบบคำขอโอน/รับโอน
- สัญญาซื้อขาย
- Invoice
- Tax Invoice
- Receipt
- สำเนาหลักฐานรับเงิน
- สำเนาเอกสารผู้ซื้อ/เต็นท์
9. ไปโอนที่สำนักงานขนส่ง
ขั้นตอนมาตรฐานของบริษัทต้องเป็น “โอนให้เสร็จก่อนปล่อยรถ”
ไม่ใช่
เต็นท์เอารถไปก่อน
บริษัทเซ็นเอกสารโอนลอย
เต็นท์ขายต่อแล้วค่อยโอน
กรมการขนส่งทางบกเตือนเรื่องนี้โดยตรง เพราะหากรถยังอยู่ในชื่อเจ้าของเดิมแล้วเกิดค่าปรับ อุบัติเหตุ หรือการกระทำผิด จะสร้างปัญหาให้เจ้าของเดิม และ DLT แนะนำให้นำรถตรวจสอบและดำเนินการโอนทะเบียนให้เรียบร้อย
Flow
เงินครบ
↓
Finance Confirm Payment
↓
ออก Invoice / Receipt / Tax Invoice
↓
บริษัท + Dealer ไปขนส่ง
↓
ตรวจรถ
↓
ดำเนินการโอน
↓
ได้รับหลักฐานว่าเปลี่ยนผู้ถือกรรมสิทธิ์แล้ว
↓
จึงปล่อยรถ
10. ส่งมอบรถ
ทำ
Vehicle Handover Form
ระบุ
ทะเบียน XXX
ส่งมอบ
☑ รถยนต์
☑ กุญแจหลัก
☑ กุญแจสำรอง
☑ คู่มือรถ
☑ Service Book
☑ อุปกรณ์ประจำรถ
☑ ยางอะไหล่
☑ เครื่องมือ
☑ อื่น ๆ
เลขไมล์ตอนส่งมอบ
82,345 km
วันที่ / เวลา
พร้อมลายเซ็น
ผู้ส่งมอบ / ผู้รับมอบ
และถ่ายรูป
รถ + ผู้รับรถ + เลขไมล์
เก็บเข้าแฟ้ม
11. ฝ่ายบัญชีปิดทรัพย์สิน
สมมติ
ราคาทุนรถ
900,000
ค่าเสื่อมสะสม
650,000
มูลค่าตามบัญชี
250,000
ขายได้
320,000
จะมีผลต่างจากการจำหน่ายทรัพย์สิน
70,000 บาท
โดยฝ่ายบัญชีต้องตัด
Cost of Asset
Accumulated Depreciation
ออกจากทะเบียนทรัพย์สิน และบันทึกผลกำไร/ขาดทุนจากการจำหน่ายตามหลักบัญชีและภาษีที่เกี่ยวข้อง

No Comments